คำถามและความเชื่อบางอย่าง ที่เคยได้ยินมา
นั่งดื่มกาแฟ กินสโคน แล้วคิดออกมาได้
▪ยาฉีดแรงกว่า ดีกว่ายากิน
ยาฉีดคือยาที่ไม่สามารถให้ทางการกินได้ เช่น ถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะ หรือการดูดซึมทำได้ไม่ดี หรือในภาวะที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ทันเท่าที่ร่างกายต้องการเช่นการให้ยาฆ่าเชื้อในภาวะช็อก การให้ยาคงให้ตามความเหมาะสมทางเภสัชวิทยา และบริบทของคนไข้ โดยทั่วไปจะพิจารณายากินก่อนครับ เพราะมันง่ายกว่า ผู้ป่วยบริหารยาเองได้
▪มาหาหมอ เอาแต่ถาม ๆ จับ ๆ ไม่เห็นตรวจอะไรเลย
การสืบหาข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรค เกือบ 80% มาจากการซักประวัติและการตรวจร่างกาย การส่งตรวจทำเพื่อยืนยันสิ่งที่คิดจากประวัติตรวจร่างกาย หรือหาข้อมูลเพิ่มเติม หลายโรคใช้แค่ประวัติเท่านั้น และก่อนจะส่งตรวจพิเศษใด ๆ ก็ต้องใช้ข้อมูลจากประวัติตรวจร่างกายเป็นหลักในการส่งตรวจและแปลผลครับ
▪ไม่รู้เป็นอะไร มาหาหมอเพื่อเอ็กซเรย์ อัลตร้าซาวนด์และเจาะเลือด
หลายคนคิดว่า การเอ็กซเรย์หนึ่งครั้ง หรือเจาะเลือดหนึ่งครั้งจะเห็นอวัยวะภายใน หรือทราบการทำงานของอวัยวะภายในทุกอย่าง ซึ่งไม่เป็นจริงครับ อวัยวะหลายอย่างก็ไม่สามารถประเมินได้แม้แต่จะเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ก็ตาม ส่วนการเจาะเลือดจะทราบผลแค่สิ่งที่เราส่งเท่านั้น คุณหมอจะเลือกส่งตรวจเฉพาะแบบอย่างเจาะจงให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่สามารถกวาดหมดทุกอย่างได้
▪รักษาในโรงพยาบาล หายเร็วกว่าที่บ้าน
การรักษาที่โรงพยาบาล ทำเมื่อมีความจำเป็นเช่นต้องติดตามอาการ ต้องให้ยา หรือในความจำเป็นที่ผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ได้ มาติดตามการรักษาไม่ได้ การรักษาที่โรงพยาบาลอาจจะตรวจจับความผิดปกติได้เร็ว (แต่จะเป็น "ความผิดปรกติ" หรือไม่) เพราะมีมาตรฐานการพยาบาลตลอด แต่ก็ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกโรค ค่าใช้จ่ายและทรัพยากรที่สูญเสีย ความสุขสบายในเมื่ออยู่บ้าน คือสิ่งที่ต้องแลกกัน
▪อยากได้ยาแรง ๆ จะได้หายเร็ว ๆ จ่ายแพงกว่าก็ยอม
การเลือกใช้ยาจะพิจารณาตามความเหมาะสมด้านต่าง ๆ มากกว่าครับ ในหนึ่งคนหนึ่งโรคจะมีความเหมาะสมในการใช้ยาใดยาหนึ่ง หากสภาพโรคหรืออาการดีขึ้น แย่ลง ก็มีการปรับขนาดยา การให้ยาในขนาดสูงโดยไม่จำเป็น นอกเหนือจากไม่ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นยังมีผลเสียมากขึ้นด้วย
▪มีโรคประจำตัวเยอะ ไม่อยากผ่าตัดหรือทำหัตถการ
หากจำเป็นต้องผ่าตัดหรือทำหัตถการ คุณหมอที่ผ่าตัดหรือทำหัตถการ จะประเมินความเสี่ยงและจัดการโรคร่วมให้ดีก่อน หรือปรึกษาแพทย์แผนกอื่นมาร่วมรักษาเพื่อหาหนทางที่ดีที่สุดเพื่อดูแลรักษา และลดโอกาสเสี่ยงอันตรายลงให้ต่ำที่สุด
▪อาหารโรงพยาบาลไม่อร่อย ไม่ถูกปาก
อาหารที่โรงพยาบาลจะจัดสัดส่วนพลังงาน สารอาหาร และลักษณะให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน แต่ละวัน แต่ละภาวะที่ต่างกัน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด อาจไม่ถูกปาก ใส่รสชาติมากไปไม่ได้ แต่จะช่วยให้การรักษาสมบูรณ์ขึ้น
▪อยู่โรงพยาบาล นอนมาก ๆ พักมาก ๆ จะได้หายเร็ว ๆ
แม้การพักผ่อนจะสำคัญต่อการรักษา แต่การนอนโรงพยาบาลก็สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปรกติ เท่าที่ไม่ขัดกับการเจ็บป่วย สามารถทำกายบริหาร กายภาพบำบัดได้ตลอด และแนะนำทำกิจกรรมมากกว่านอนเฉย ๆ ครับ หรือถ้าใครต้องทำงานส่ง ก็สามารถทำได้นะครับ
● สุดท้ายอยากบอกว่า กำลังใจสำหรับผู้ป่วยสำคัญมากนะครับ เวลาเจ็บป่วยคือเวลาที่เลวร้ายช่วงหนึ่งของชีวิต ทุกคนต้องการแรงใจ กำลังใจ ไม่ว่าจะมาเยี่ยมมาหา โทรศัพท์มาถามไถ่ ให้ความมั่นใจกับชีวิตและการงานที่ต้องหยุดเอาไว้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลมากต่อการรักษาครับ
ใครมีข้อคิด หรือ ประเด็นต่าง ๆ ก็บอกเล่ากันมาได้ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น