แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำหนังสือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำหนังสือ แสดงบทความทั้งหมด

16 สิงหาคม 2569

แนะนำหนังสือ “การใช้เหตุผลทางคลินิก”

 



แนะนำหนังสือ “การใช้เหตุผลทางคลินิก” สำหรับนักเรียนแพทย์ แพทย์ฝึกหัด คุณหมอเพื่อนร่วมอาชีพ และผู้ที่สนใจวิธีคิดทางการแพทย์
วิชาแพทย์เป็นวิทยาศาสตร์ การดูแลคนไข้คือศิลปะแห่งวิชาชีพ
คุณหมอทุกคนคนเคยได้เรียนวิชา clinical problem solving วิชาว่าด้วยการใช้เหตุผลในสารพัดศาสตร์ทางการแพทย์มาอธิบายหรือแก้ไขปัญหาคนไข้ เราจะเก็บข้อมูลจากคนไข้ จากห้องแล็บอย่างไร ขั้นตอนแรกเราคิดอะไร การตรวจร่างกายจะช่วยสนับสนุนความคิดหรือแย้งสมมติฐานของเราหรือไม่
เอาแค่นี้ก่อน … คุณหมอทุกท่านก็คงบอกว่า จะมาสอนทำไม ทำทุกวันจนเป็นอัตโนมัติอยู่แล้ว ก็นี่แหละ อันตราย
เมื่อเราทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเริ่มใช้ความเคยชิน ใช้ความรู้สึก ใช้อคติ มาตัดสินข้อมูล จนบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าทำเป็นปกติวิสัยมันถูกต้อง ความเป็นจริงแล้วมันมี “ข้อผิดพลาดจากความเคยชิน” มากขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งการใช้เหตุผลทางตรรกศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์มันหายไป
เราจะผิดพลาดมากขึ้น อย่าไปคิดว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นจะมาทดแทนได้นะครับ มันแค่เอามาช่วยเท่านั้น ผมยกตัวอย่าง การตรวจหาการติดเชื้อ HIV ในยุคปัจจุบันมีความแม่นยำระดับ 98-99% เลยนะครับ แต่หากเราไม่เคยคิดเลยว่าอาการนี้ การตรวจร่างกายนี้ สิ่งที่ปะติดปะต่อจากข้อมูลนี้ มันควรต้องตรวจ HIV เราก็จะไม่ส่งตรวจเลย
ผมเคยเจอผู้ป่วยไตวายฟอกเลือดมาห้าปี โลหิตจางมาตั้งแต่แรกวินิจฉัย ไม่ทราบสาเหตุว่าฟอกเลือดเพราะอะไร พอไล่ประวัติเก่าจากหลายที่ มีทั้งไตบาดเจ็บ มีทั้งโลหิตจาง ปวดเมื่อย ผมร่วง ผื่นขึ้น มีบันทึกหมดนะครับ แต่เป็นคนละที่ คนละเวลา … วินิจฉัยสุดท้ายคนไข้เป็น SLE
สำหรับนักเรียนแพทย์ หนังสือเล่มนี้จะช่วยน้อง ๆ ให้คิดเป็น คิดแบบการแพทย์ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก ไม่ใช่การจำแม่น ไม่ใช่รุ่นพี่หรืออาจารย์บอกมา เราจะเก็บข้อมูลอย่างไร เราจะส่งตรวจอะไร เราจะวินิจฉัยโรคแบบไหน ใช้หลักการอะไร แม่นยำมากไหม ต้องวินิจฉัยแยกโรคหรือไม่ ด้วยเหตุผลอะไร
ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล เป็นระบบ มันอาจจะช้า มันอาจจะเสียเวลา แต่นี้คือพื้นฐานที่น้องจะติดตัวไปตลอดชีวิต ทุกขณะจิตที่เป็นหมอและใช้วิชาชีพนี้ทำมาหากิน ลดความผิดพลาด
สำหรับพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่ทำงานกันแล้ว ไม่ว่าจะระดับใด หากพื้นฐานแห่งวิชาแพทย์ไม่หนักแน่น โอกาสผิดพลาด โอกาสเสียเวลา จะมากขึ้น หนังสือเล่มนี้จะช่วยทบทวนให้กลับมาใช้ clinical reasoning and critical thinking มากขึ้น
ไม่ต้องเป็นครูแพทย์นะครับ เพราะคนที่เราต้องสอนต้องเตือนคือตัวเราเอง ใช้กับตัวเรานี่แหละ
นอกจากวิชาการใช้เหตุผลแล้ว ในเล่มยังมีคำแนะนำทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในบทบาทแพทย์ แนะนำการให้คำปรึกษาและสอนผู้ป่วย สอนญาติ
คุยกับทีมรักษา เรียกว่าครบเครื่อง HOW TO วิชาชีพและจิตวิทยาพัฒนาตัวเองฉบับคุณหมอและวิชาชีพแพทย์
ผู้แต่งทุกท่านเป็น ‘ปรมาจารย์’ แห่งการคิดทางคลินิก ที่รวบรวมวิชาการ ประสบการณ์ แนวคิด เหตุการณ์จริง นำมาเรียบเรียงให้น่าอ่าน หายากมากนะครับหนังสือแนวนี้ที่เป็นของคนไทย ภาษาไทย สอดแทรกด้วยปรัชญาและคำสอนของแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตมากมาย
หนังสือขนาดเอสี่ ปกแข็ง ภาพปกสวยมาก พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ต อ่านง่าย หนา 245 หน้า ราคา 550 บาท (ถูกมาก ๆ) จัดพิมพ์และจำหน่ายโดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ของราชวิทยาลัย ฯ ครับ
ขอยกคำคมจากคำนำที่ชอบมากมาให้อ่านครับ
“...การใช้เหตุผลทางคลินิกจึงเป็น ปัญญามนุษย์ (human intelligence : HI) ที่เป็นรากฐานสำคัญและขาดไม่ได้ ก่อนจะไปเสริมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence : AI) ในยุคนี้..."

08 มีนาคม 2569

a concise review of adult CPR

 


a concise review of adult CPR
งานดีมีคุณภาพจาก หนอนน้อยอ่านเปเปอร์มาแล้วครับท่าน
อาจารย์หนอนออกผลงามมาเป็นเล่มที่สาม แต่ละเล่มมีเอกลักษณ์ที่ภาพปก และสีพาสเทลสวยหวานในเล่ม
งานนี้อาจารย์มารวมรวมรีไรท์ CPR ในผู้ใหญ่จากแนวทางชั้นนำ ที่ไม่ใช่แค่การ CPR แต่รวบรวมทุกการช่วยเหลือภาวะวิกฤตในผู้ใหญ่
จุดเด่นสุดคือ ‘เอาไปใช้ได้เลย’ เขียนตามลำดับการช่วยเหลือ บอกวิธี ยา ขนาด การติดตาม การแก้ไข มาเป็นแผนภูมิ ตาราง ย่อหน้าสั้น ง่ายต่อการจดจำ เอาไปทำได้จริง เขียนไม่งง เพราะในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขียนแบบนี้แหละ ฟันโช้ะ เป๊ะเป๊ะ ไม่ต้องแปล ไม่กำกวม
และจากที่อ่านจบ ผมยืนยันว่าใครจะไปสอบ CPR อ่านเล่มนี้ไป รับรองผ่านสอบตอบได้ ก่อนหน้านี้อาจารย์หนอนจะเขียนเชิง practical แต่คราวนี้เป็นเชิง academic เพิ่มขึ้น
ความหนา 90 หน้า 195 บาท พิมพ์สีทั้งเล่ม (สีพาสเทลสวยเชียว) แถมที่คั่นหนังสือไว้สะสมด้วย ท่านสามารถสั่งซื้อได้ผ่านเพจ หนอนน้อยอ่านเปเปอร์ อ่านเปเปอร์ ได้ครับ
เช่นเคย ไม่ได้มีสปอนเซอร์จากอาจารย์หนอนน้อย แต่ของดี ติดตามมาทุกเล่ม มาตรฐานไม่ตก ซื้อได้เลย บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนควรทราบ และควรมีติด ER, ICU ทุกที่

06 มกราคม 2569

Deep Medicine

 Deep Medicine

เล่มแรกของปี
ติดตามอ่านเพราะชื่อ Eric Topol หลายคนอาจรู้จักเขาในฐานะคนที่ผลักดันเรื่องใหญ่อันหนึ่งของวงการแพทย์ คือ ความสัมพันธ์ของยาเบาหวาน rosiglitazone กับการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว
เขาไม่ได้เป็นผู้วิจัย แต่ในฐานะบรรณาธิการวารสารการแพทย์หลายฉบับ (แต่ละฉบับ impact factor สูง) เขาผลักดันจนองค์การอาหารและยาสหรัฐต่องออกเกณฑ์ว่า ต่อไปนี้นะ ยาเบาหวานที่จะขึ้นทะเบียน ต้องมีการศึกษาว่าไม่อันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด
หลังจากนั้นไม่นาน โลกแห่งการรักษาเปลี่ยนไปมาก ยาเบาหวานทุกตัวตั้งเป้าลดโรคหัวใจเป็นหลัก แนวทางทั่วโลกเขียนยา first line คือยาที่ลดโรคหัวใจเป็นหลัก
นั่นคืออิทธิพลของ Topol ยุคก่อนโซเชียลมีเดีย
ต่อมายุคอินเตอร์เน็ต หลายคนรู้จักเขาในฐานะ บก.เว็บไซต์ medscape นำเสนอและผลักดัน digitalized medicine และ precision medicine นี่แหละตัวพ่อการแพทย์มุ่งเป้า
ผมอ่านเล่มก่อนหน้านี้คือ The Creative Destruction of Medicine พูดถึงเทคโนโลยีการแพทย์ เน้นที่การแพทย์ precision เรียกว่าตื่นรู้ ตาสว่างเลย
มาเล่มใหม่นี้ พูดถึง information และ AI ที่จะพลิกโฉมการแพทย์ในวันนี้และอีก 20 ปีข้างหน้า เน้นว่าเราจะอยู่กับมันอย่างไร และทำอย่างไรจึงใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อ่านไป 100 หน้าแรก ผมรู้เลยว่าตัวเอง ช้ากว่าโลกเสียแล้ว โลกเร็วมาก อยากอยู่รอด เราต้องเร็วตาม
คุณหมอทุกคนต้องอ่านต้องศึกษาเรื่องนี้นะ รวมถึง รมต.สาธารณสุขสมัยหน้าด้วย
เล่มนี้ซื้อจาก amazon นะครับ ไม่มีในไทย



02 พฤศจิกายน 2568

ร้านหนังสือมือสองเชียงใหม่

 ที่เชียงใหม่ ผมเคยได้ยินเรื่องราวร้านหนังสือมือสองย่านประตูท่าแพ

ร้านหนังสือมือสองในเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก มีต้นกำเนิดคล้ายกันคือนักท่องเที่ยวพกหนังสือมาอ่าน อ่านจบก็ขายและซื้อหนังสือมือสองที่คนก่อนหน้านี้มาขายไว้ หมุนผ่านไปเรื่อย ๆ
ที่กทม. ผมประทับใจร้านหนังสือ DASA พอมาเชียงใหม่เลยแวะมาดู









ร้านแรกคือ GEKKO ร้านอยู่ในตรอกเล็ก ๆ คูหาเดียว มีกองหนังสือลดราคาหน้าร้าน เข้าไปเป็นบรรยากาศร้านตัวบรรจงและหยดหมึกเลยครับ ชั้นล่างและชั้นลอย ติดแอร์ฉ่ำจนหนาว เลือกซื้อเลือกอ่านได้ตามใจ ส่วนมากเป็นนิยายและหนังสือท่องเที่ยว ผมเจอหนังสือที่เมืองไทยไม่สามารถหาซื้อง่าย
ราคาเป็นมิตรมาก ใครอยู่เชียงใหม่และอยากอ่านหนังสือนะครับควรไปอย่างยิ่ง สภาพไม่แย่แต่ราคาชวนฝันมาก
ถัดออกไปไม่ไกล ประมาณสองร้อยเมตร ก็จะพบร้านหนังสือสีฟ้าสวยเห็นเด่นชัดคือ ชามานบุ๊คส์ช็อป



ร้านนี้ให้อารมณ์ร้านหนังสือริมคลองหลอด สนามหลวง มีใครทันไหม หนึ่งคูหา ชั้นเดียวแต่หนังสือเรียงแน่นท่วมหัวทั้งสี่ด้าน คนขายแทรกซุกตัวในมุมที่หนังสือรอบตัว
หนังสือมีหลายสภาพปนกัน นิยายคลาสสิกเยอะดี ราคาหลักร้อย ยืนเลือกได้ทั้งวัน แม้จะไม่ได้ติดแอร์แต่ไม่ร้อน และได้อารมณ์ร้านหนังสือเก่า ดีงามครับ
เราเดินไปอีกในอีกฟากถนน เดินชั่วเคี้ยวหมากแหลก เข้าตรอกไปร้านหนังสือ the lost bookshop





ร้านนี้ค่อนข้างกว้าง เพราะมีสามคูหา โปร่งโล่ง จึงมีทั้งหนังสือชั้นและหนังสือโชว์บนแผง สองคูหาในเป็นหนังสือโซนเอเชียและสมุดภาพ แนวศิลปะน่าจะชอบ
ส่วนอีกหนึ่งคูหาเป็นชั้นอัดแน่นถึงเพดาน เป็นโซนอังกฤษ มีภาษาอื่นบ้าง ฟิคชั่นและโนเวลเยอะมากจริง ๆ ด้วยความที่โล่งสบาย เลยอยู่ได้นาน ๆ มีที่ให้คุ้ยเยอะดี
สภาพหนังสือเป็นมือสองมือสาม ราคาถูกมากจริง ๆ น่าแวะไปเยือน
ร้านหนังสือมือสองในย่านท่าแพเชียงใหม่ น่าไปเยือนครับ เพราะคุณจะเจอหนังสือทั่วสารทิศ สารพัดภาษา ราคาถูกมาก ใครสะสม ใครฝึกอ่าน ใครสนใจเริ่มเข้าวงการ ลองเปิดใจไปดู หนังสือมือสอง เล่มหนา กระดาษพิมพ์ดีด ตัวอักษรเต็ม แต่มูลค่าเกินราคาไปมากมายครับ

12 ตุลาคม 2568

แผนโค่นบัลลังก์อินทรี

 จบแล้ว !! ใครอยากหลังหัก เชิญ

ซิดนี่ย์ เชลดอน เป็นนักเขียนนิยายระทึกขวัญที่หักมุม หักแบบ thoracic spine fracture with total displacement
อ่านซิดนี่ย์ เชลดอนมาประปรายครับ อ่าน เพลิงแค้นล้างตระกูล และ แผนลับดูมสเดย์
เมื่อวานได้ แผนโค่นบัลลังก์อินทรี มาจากกองหนังสือลดราคา เล่มนี้ 100 บาท
วันนี้หยิบมาเป็นคู่ใจ กับร้านกาแฟที่บาริสต้าสวยที่สุดในโลก
เรื่องราวของสาวงามความสามารถสูงที่แค้นฝังหุ่นกับชายหนุ่มอนาคตไกล แค้นแค่ไหน ก็แจกการ์ดแต่งงาน เชิญแขกแล้ว แต่โดนบอกเลิกเพราะไปแต่งกับแฟนเก่าก่อนหน้างานแต่งไม่กี่วัน
ส่วนหนุ่มคนนั้นคือนักการเมืองท้องถิ่นมาแรง อนาคตประธานาธิบดีสหรัฐ นักรักตัวยง
ประเด็นคือแฟนเก่าคนนั้นเป็นลูกสาววุฒิสมาชิกที่สามารถผลักดันชายหนุ่มขึ้นสู่ทำเนียบขาวได้
นางเอกมีวิธีการแก้แค้นที่สุดพันลึก พระเอกก็ต้องควบคุมสถานการณ์ เรื่องราวของการบั่นทอนอำนาจประธานาธิบดีเข้มข้นขึ้น ดำเนินเรื่องเร้าใจ ฉับไว ไม่ยืดยาด เรื่องตื่นเต้นมากขึ้น ๆ ทุกตัวละครและสถานการณ์ ตะล่อมเข้าสู่จุดสุดยอดของเรื่อง ประธานาธิบดีจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม
พลิก..หัวทิ่ม จะทิ่มอย่างไร ไปอ่านนะครับ
จบภายในครึ่งวัน น้องบาริสต้ามาถามว่า มันสนุกแบบนั้นเลยหรือคะ หนูเห็นอ่านแบบลืมรอบตัวจนจบเลย
…น้องลองเอาไปอ่านไหมครับ อ่านจบเมื่อไร ก็ส่งข้อความมาบอก จะได้แนะนำเล่มต่อไป ยังไงก็ขอคอนแท็กน้องไว้แล้วกันนะครับ ดีใจที่เจอคนชอบอ่านครับ ... แผนโค่นบัลลังก์เริ่มทำงานแล้ว

10 ตุลาคม 2568

my last book : หนังสือเตือนสติ

 my last book : หนังสือเตือนสติ

คุณเคยจินตนาการไหมครับว่า…เมื่อคุณจากไป สิ่งต่าง ๆ ที่คุณทำไว้ มีอยู่ จะจัดการอย่างไร
หนังสือเล่มนี้เป็นกึ่งหนังสือแนวทางและกึ่งสมุดบันทึก ช่วยให้เราได้สำรวจตัวเอง อันนี้ยังไม่เพียงแค่เตรียมตัวจากไปนะครับ ยังสามารถช่วยเราตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน หรือถ้าเป็นนักการเมืองก็เตรียมยื่นบัญชีทรัพย์สินได้เลย
ประวัติส่วนตัว งานประจำ งานเสริม ที่ทำอยู่
บัญชีอีเมล โซเชียล มีกี่บัญชี จะจัดการอย่างไรเมื่อจากไป
บัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ประกัน หุ้น การลงทุนต่าง ๆ สิทธิประโยชน์เมื่อเสียชีวิต สิ่งของสะสม บ้าน รถยนต์
วางแผนงานศพตัวเอง งบประมาณเท่าไร
บุคคลที่ต้องให้การอุปการะมีกี่คน วางแผนจะจัดการอย่างไร สัตว์เลี้ยงมีกี่ตัว ยกให้ใคร
การจัดทำพินัยกรรม (ที่บันทึกในเล่มจะยังไม่ใช่พินัยกรรม) ในเล่มจะให้กรอกข้อมูล และสอนวิธีทำพินัยกรรมแบบต่าง ๆ
เรียกว่าได้เรียนรู้ตัวเอง รู้จักตัวเอง พร้อมจะจากไปอย่างไม่ห่วงจนเกินไป มีสติ กลับมาใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท
หนังสือปกสีเหลืองนวลเรียบ มีลายเหมือนยางรัดเล่ม (แต่มันเป็นลายนะ) ขนาดเอห้า หนา 180 หน้า ผลงานจากสำนักพิมพ์โอเพ่นดูเรียน ราคาปก 459 บาท อันนี้ผมสั่งซื้อจากสำนักพิมพ์โดยตรงครับ

07 สิงหาคม 2568

Handbook of Antimicrobial Agents : คู่มือยาฆ่าเชื้อจากหน่วยโรคติดเชื้อศิริราช

 Handbook of Antimicrobial Agents : คู่มือยาฆ่าเชื้อจากหน่วยโรคติดเชื้อศิริราช

คู่มือทางการแพทย์ที่ออกมาประจำเพราะต้องปรับปรุงให้ทันสมัยและความก้าวหน้าของตัวยา คือ คู่มือโรคติดเชื้อและการใช้ยาฆ่าเชื้อ สิ่งที่ผู้ใช้ทุกคนอยากได้คือ practical point ใช้ยาเมื่อไร ขนาดยาเป็นอย่างไร ต้องปรับยาตามตับไตหรือไม่ กินอย่างไร ก่อนหรือหลังอาหาร ข้อควรระวังพิเศษเฉพาะยา ใช้ในหญิงตั้งครรภ์ได้ไหม เวลาให้ทางหลอดเลือดต้องผสมอะไร อัตราการไหลเท่าไรดี ส่วนข้อมูลทางเภสัชหรืออ้างอิงทางวิชาการขอมีบ้างประกอบความเข้าใจ
คุณได้ทุกอย่างจากเล่มนี้ เหมือนผู้แต่งจะรู้ว่า คนอ่านอยากอ่านอะไร มีความถามอะไร หนังสือตอบให้เลย ที่ชอบมากคือทริกสำคัญที่เรามักหลงลืม ยานี้กินก่อนอาหาร ยานี้ห้ามกินกับยาลดกรด ยานี้ต้องกินกับอาหารมัน ยานี้ต้องวัดระดับยา ทริกพวกนี้สำคัญ หนังสือคู่มือเขาเขียนแหละครับ แต่เขาไม่ “เน้น” practical point เหล่านี้
ไม่ต้องอิงทฤษฎีมากมาย แบบว่าเนี่ย เอาไปใช้ได้เลย โดนใจ clinician มาก ทุกอนูของพื้นที่หนังสือเรียกว่าคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มาก เอาไปใช้ได้หมด ขอใช้คำว่า “concise” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
มีครบในทุกเชื้อที่พบในชีวิตจริง เจอบ่อยใช้บ่อยก็มีเนื้อหามาก เจอน้อยหายากก็มีเนื้อหาน้อย (ส่วนมากคุณก็ส่งปรึกษาอยู่แล้ว) ทั้งแบคทีเรีย รา ไวรัส ปรสิต ยาทุกตัวที่มีในท้องตลาดตอนนี้ด้วย ก็ตำราในไทยนี่นา และแต่ละตัวก็สั้น ๆ หาหัวข้อที่ต้องการได้ง่าย
แต่..แต่..จะเอาไปใช้อ่านสอบ หรือจะอ่านเพื่อความเข้าใจไม่ได้นะครับ เป็นธรรมชาติของคู่มือ ออกแบบมาใช้งาน ไม่ได้ใช้เรียนใช้สอบ นักเรียนแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน เภสัชกร อันนี้ไม่พอนะครับ
สุดท้ายคือราคาไม่แพงครับ คู่มือใช้ยาฆ่าเชื้อในไทย ผมว่าน่าใช้กว่า Sanford หรือแอปยาใด ๆ เพราะมันคือระบาดวิทยาของเรา ยาที่อย.เราอนุมัติ เทียบหน้าต่อหน้าแล้วนับว่าถูกมากนะครับ คุณซื้อหนังสือนิยายเล่มใหญ่ ๆ นี่ก็ 300-400 บาทแล้วนะครับ
บรรณาธิการโดย อ.ภาคภูมิ พุ่มพวง, อ.สุรภี เทียนกริม เขียนโดยคณาจารย์โรคติดเชื้อ คณะแพทย์ศิริราช ปกสวยมากครับ ราคาปก 350 บาท หาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬา
เช่นเคยนะครับ ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดกับทางผู้จัดทำ เล่มนี้ซื้อมาจากศูนย์หนังสือจุฬา มาแนะนำเป็นแนวทางให้พวกเราได้พิจารณาเลือกซื้อหากัน



14 กรกฎาคม 2568

เดินข้างเขา หนาวข้างเธอ

 หนึ่งในหนังสือที่โรแมนติกและอบอุ่นที่สุดเรื่องหนึ่ง “เดินข้างเขา หนาวข้างเธอ”

เรื่องราวบันทึกประสบการณ์การเดินทางโดยเดินเท้า บนเส้นทางภูเขาที่ยากลำบากแห่งหนึ่งของโลก ‘อันนาปุรณะเซอร์กิต’ ของคุณหมอหนุ่ม คุณากร วรวรรณธนะชัย ที่แสนจะท้าทายกับการวางแผนการเดินทาง การเตรียมตัวร่างกายจิตใจ อุปกรณ์ เงินทอง บนเทือกเขาสูงเป็นหลายพันเมตรของเนปาล
แต่ที่ยากกว่านั้นคือการเดินทางครั้งนี้คุณหมอคุไม่ได้ไปคนเดียว เพื่อนร่วมทางของหมอคุคือเพื่อนสาวรุ่นน้องจากค่ายอาสา ที่เจอกันไม่กี่ครั้ง แล้วต้องมาเดินเขาด้วยกัน นับก้าวด้วยกัน แชร์ความคิดกัน แถมเป็นการเดินทางครั้งแรกที่ไปด้วยกัน
ที่บอกว่าโรแมนติก ไม่ใช่ความโรแมนติกระหว่างหมอคุกับน้องนัท แต่คือความโรแมนติกในใจของหมอคุเอง ที่เห็นเรื่องราวระหว่างการเดินทางแปลมาเป็นข้อคิด คติชีวิต สัจธรรมที่บังเกิดจากการเรียนรู้ความยากลำบากของตัว ผ่านดินแดนและการเดินทางที่ถึงพร้อมด้วยใจสู้เท่านั้น ทำให้ตกผลึกความคิดระหว่างเดินทาง เรียงร้อยมาเป็นถ้อยคำที่ผมเรียกว่าระดับ “นักเลงคำคม” เลยทีเดียว
คุณหมอคุเล่าละเอียดจนเห็นภาพว่าการเดินเท้าในแต่ละช่วง แต่ละระยะ ต้องสู้กับขาของตัวเอง น้ำหนักบนเป้หลัง มันเหนื่อยและต้องอดทนขนาดไหน ผ่านเส้นทางป่าเขา ลำน้ำ ต้นไม้ อากาศเย็นจับใจ พรรณาโวหารในระดับเหมือนกับคุณย่อส่วนตัวเองไปกับชายเสื้อคุณหมอเลย
เล่าเรื่องราวของสังคมเนปาล หมู่บ้านต่าง ๆ โฮสเทล โรงแรม ทั้งมีน้ำอุ่นและไม่มีน้ำอุ่น ประสบการณ์กินเบเกอรี่บนเทือกเขาสูงว่ามันช่างอร่อยจับใจแค่ไหน (หลังจากที่ไม่ได้กินมานาน) ชาวบ้านเขาปรับตัวอยู่กับนักท่องเที่ยวอย่างไร ความมีน้ำใจเล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ของคนท้องถิ่นแห่งขุนเขาสูงเนปาล
เป็นความท้าทายของมนุษย์ต่อธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และที่ยิ่งใหญ่กว่าคือความท้าทายต่อหัวใจตัวเอง เรื่องราวแต่ละเรื่อง ผู้คนแต่ละคน สถานที่แต่ละแห่ง คุณหมอคุนำมาเล่าแบบเห็นภาพและแทรกความเห็นข้อคิดเชิงปรัชญาจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นั้นได้อย่างดี แบบฉบับ “เซน” ทีเดียว
บอกเลยว่าลีลาภาษาของหมอคุ ‘ไม่ธรรมดา’ มีลูกเล่น ลูกล่อ เล่นคำ เล่นความหมาย แพรวพราวมากครับ แฝงด้วยข้อคิดที่เราเอาไปใช้ได้ด้วย
และแน่นอนหนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวที่ต้องเดินทางด้วยกันบนเส้นทางทรหดกว่าเดือน ก็ต้องมีเรื่องราวชุ่มชื่นใจ แอบหวาน มีเรื่องที่หงุดหงิดใจ มีความต่างกันของมุมมอง ที่หมอคุหยิบจับมาเขียนแบบกลมกล่อมอีกแล้ว ใครที่ลุ้นว่าตอนจบจะสีชมพูหรือเปล่า ต้องไปหามาอ่านครับ
ผมเล็งเรื่องนี้มานาน นี่อ่านครั้งที่สองโดยที่ไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อ ครั้งนี้เก็บรายละเอียดจนครบ แอบบันทึกข้อความเด็ด ๆ ในหนังสือมายั่วน้ำลายกัน
รู้สึกว่าไม่มีหนังสือมือหนึ่งแล้ว ต้อหามือสองเอาครับ ผมได้พิมพ์ครั้งที่หนึ่งมา ดีใจมาก เป็นอีกหนึ่งเล่มที่ไม่ขายแน่ ๆ ประทับใจ (ไอ้ที่ว่าอีกเล่มอีกเล่ม ตอนนี้ผมสามารถเอาหนังสือมาทำเป็นเตียงนอน หัวเตียง โต๊ะข้างเตียงและกั้นห้องได้แล้ว)
ห้าร้อยหกสิบหน้าแห่งความประทับใจ สำนักพิมพ์ a book ราคาปก 395 บาท ลองหาในกลุ่มมือสองหรือแอปส้มน่าจะพอมี ถ้าคุณต้องการหนังสือเยียวยาจิตใจ ประทับใจ และลีลาสำนวนภาษา นี่คือหนังสือที่ไม่ควรพลาดครับ

21 มิถุนายน 2568

sanford

 ของหายากในประเทศเรา สั่ง amazon เอาก็ได้

ผมสั่งหนังสือจาก amazon บ่อยสุดแล้ว แบบอีบุ๊กคินเดิลคือง่ายที่สุด สั่งปุ๊บมาปรากฏปั๊บ อ่านได้เลย ส่วนมากราคาถูกกว่าแบบเล่ม ไม่เสียค่าส่ง ไม่เสียภาษี
แต่แบบเล่ม ใช้เวลาประมาณ 10 วัน มีค่าขนส่งและภาษี (มีโปรส่งฟรี แต่ต้องซื้อปริมาณหนึ่ง) ก่อนกดชำระจะปรากฏราคามาให้ ในกรณีภาษีต่ำกว่าคาดก็ได้เงินคืน
ระบบ amazon เท่าที่ใช้มาปลอดภัยมากนะครับ ทั้งบัตรเครดิตและเพย์พาล (ผมทำเพย์พาลมาตั้งแต่ก่อนเขาปิดในไทย)
เวลากดซื้อ ดูก่อนว่าเขาส่งมาไทยไหม ส่วนมากถ้าเป็น amazon international จะส่งมาให้ เขามี partner ในไทยครับ อันนี้ KEX มาส่งให้
มีทั้งแบบมือหนึ่ง มือสอง ปกแข็งปกอ่อน ผมเคยได้สมุดภาพบันทึกผลงานของคนวาดภาพประกอบ final fantasy มาในราคา 10 ดอลล่าร์สหรัฐ
มาถึง sanford ผมก็ไม่ได้ซื้อทุกปีนะครับ โดยเฉลี่ยคือ 3 ปีต่อเล่ม ผมไม่ถนัดเปิดแอป ชอบพกแบบเล่มมากกว่า มีแบบเย็บห่วง และเล่มใหญ่ตั้งโต๊ะด้วยนะ เล่มนี้ 1680 บาทไทย ที่ราคาแลกเปลี่ยน 10 วันก่อน
เล่มนี้เปลี่ยนพอควรกับแนวทางการรักษา infective endocarditis, MRSA, วัคซีน
ใครอยากลองหนังสือที่ไม่มีในไทย ก็ประมาณ 90% ของหนังสือทั่วโลก ไปที่แอมาซอนได้ครับ
ไม่ต้องดอง เยอะเยอะ อย่างใครเขา
อ่านเอา ดองเอา เท่าที่ไหว
ไม่มีตังค์ มายืม (หนังสือ) ได้ ไม่เป็นไร
แต่เอาไป เอามาคืน ด้วยนะเธอววว์

02 มิถุนายน 2568

Case-Based Approaches in Internal Medicine เล่ม 3

 Case-Based Approaches in Internal Medicine เล่ม 3

ตำราซีรีส์ case-based approaches เดินทางมาที่เล่มที่สามแล้วนะครับ หลังจากเน้นการวินิจฉัยทางคลินิก เน้นการรักษาใหม่ มาถึงเล่มนี้จะเน้นเรื่องการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่สำคัญในเวชปฏิบัติ เพราะการตรวจแต่ละอย่างมีความไว ความจำเพาะต่างกัน และเหมาะสมกับผู้ป่วยในสถานการณ์ที่ต่างกัน ผู้ส่งตรวจจำเป็นต้องรู้พื้นฐานวิธีการทำ และการแปลผล เพื่อนำมาใช้ “ประกอบ” การวินิจฉัยทางคลินิก นั่นคือศาสตร์ แล้วจะเลือกอะไรก่อนหลัง การตรวจบางอย่างต้องเรียงลำดับ จะเลือกตรวจแบบรุกล้ำหรือไม่รุกล้ำ คำนึงถึงประสิทธิภาพสูงสุดของแต่ละโรงพยาบาล ราคาค่าตรวจที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับการส่งตรวจ อันนี้คือศิลปะ ...เล่มนี้มี
การส่งตรวจต้องเลือกให้เข้ากับสถานการณ์ทางคลินิกเสมอ และนำมาแปลผลให้เข้ากับผู้ป่วยแต่ละรายเท่านั้น โดยเลือกให้เหมาะสม ...เล่มนี้มีอีกเช่นกัน ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่พบบ่อยทางเวชปฏิบัติ
การส่งตรวจเพื่อวินิจฉัย เพื่อแยกโรค เพื่อคัดกรอง แต่ละอย่างก็ต่างกัน บางทีใช้วิธีเดียวกันแต่แปลผลไม่เหมือนกัน บางอย่างต้องไปผ่านสมการหรือแผนภูมิอื่น ๆ ไม่ใช่นำไปใช้ตรง ๆ ...เล่มนี้มี
ที่สำคัญเล่มนี้แยกตัวอย่างคนไข้และสถานการณ์ตามสาขาย่อยของอายุรศาสตร์ เช่นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคตับ การตรวจก่อนผ่าตัด การตรวจทางโภชนศาสตร์คลินิก (อันนี้หายากนะครับ) การตรวจทางประสาทวิทยา การตรวจทางพิษวิทยา การตรวจวินิจฉัยและคัดกรองมะเร็ง
นอกจากบอกว่าจะตรวจอะไร ยังสอนวิธีการแปลผล ..นี่คือหัวใจ เล่มนี้จะสอนการแปลผลว่า จะเอาไปใช้ให้เข้ากับบริบททางคลินิกอย่างไรดี มีตารางการแปลผล มีแผนภูมิการคิด ส่วนวิธีการรักษาจะกล่าวเพียงเล็กน้อย เนื่องจากไม่ใช่เป้าหมายหลักของหนังสือ
ตำราเขียนโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ จากโรงเรียนแพทย์ทั่วฟ้าเมืองไทย โดยเฉพาะอาจารย์แพทย์รุ่นใหม่ไฟแรง ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหา การตรวจแบบใหม่ทันสมัย และแนวคิดแบบเจเนอเรชั่นใหม่ ผมแอบถ่ายภาพในหนังสือมาให้ท่านพิจารณา (ป้ายยาและยั่วน้ำลาย)
ตำราโดย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กองบรรณาธิการ โดย อ.วีระเดช พิศประเสริฐ อ.เนาวนิตย์ นาทา อ.กนกพร สรรพวิทยากุล อ.วิชัย ประยูรวิวัฒน์ จำนวน 260 หน้า ราคาปก 450 บาท สั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
**ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดกับทางผู้พิมพ์จำหน่ายครับ ซื้ออ่านเองเช่นกัน**



11 พฤษภาคม 2568

ร้านน้ำพุ บุ๊คสโตร์ : อดีตที่ไม่เปลี่ยนผัน ปัจจุบันที่ไม่เปลี่ยนไป

 ร้านน้ำพุ บุ๊คสโตร์ : อดีตที่ไม่เปลี่ยนผัน ปัจจุบันที่ไม่เปลี่ยนไป

ตามธรรมเนียมของลุงหมอนะครับ ไปเยือนเมืองใด ต้องไปร้านหนังสืออิสระ ของเมืองนั้น เมื่อมาเยือนบุรีรัมย์ ก็ต้องที่นี่ ร้านหนังสือน้ำพุบุ๊คสโตร์ ตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งบุรีรัมย์
ร้านเป็นห้องแถวหนึ่งคูหาเล็ก ๆ บนถนนธานี สามารถเดินจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ไปได้ ห่างเพียง 800 เมตรเท่านั้น สามารถปักหมุดกูเกิ้ลแม็พ หรือสอบถามจากทางร้านได้เลย
หน้าร้านคุณจะพบแผงหนังสือพิมพ์ สิ่งหายากในยุคปัจจุบัน คุณพี่เจ้าของร้านวางแผงและยังขับมอไซค์ไปส่ง นสพ.ให้กับผู้อ่านเก่าแก่ที่เป็นลูกค้ากันมานาน
คุณวิวัฒน์ โรจนาวรรณ นักข่าวเก่าและหนึ่งในผู้ร่วมลงทุน a day ผันตัวมาเปิดร้านหนังสืออิสระ ผ่านยุครุ่งเรืองและยุคลดทอนของร้านหนังสืออิสระ แต่ด้วยใจรักการอ่านและรักหนังสือ จึงยังยืนหยัดจนทุกวันนี้
ได้นั่งสนทนากับพี่วิวัฒน์อย่างออกรสชาติ ตามประสาคนรักหนังสือ เรื่องราวร้านหนังสืออิสระต่าง ๆ ธุรกิจหนังสือ และอนาคตแห่งวงการ
“หนังสือมีราคาแพงไป เมื่อเทียบกับค่าแรง”
“ที่อินเดีย มีหนังสือพิมพ์สองแบบ แบบราคาถูกและแบบสะสม ทำให้คนเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น”
พี่วิวัฒน์นำหนังสือพิมพ์ปี 2511 พร้อมลายเซ็นของอาจินต์ ปัญจพรรค์ มาให้ดู
ร้านหนังสือน้ำพุ มีทั้งหนังสือพิมพ์ใหม่ หนังสือพิมพ์เก่า หนังสืออ่านแล้ว หนังสือนอกกระแส หนังสือขายดี จากหลากหลาย สนพ. โดยเฉพาะหนังสือนอกกระแส หาอ่านหาซื้อได้ยากตามร้านสาขา ก็สามารถซื้อได้ที่นี่
วางเรียงรายบนชั้นสูงท่วมหัว ประดับประดาด้วยกระป๋องเบียร์หลายยี่ห้อที่เคยบรรจุเบียร์มาก่อน
เดินเลือกซื้อหา พลิกอ่านกันตามสะดวก เมื่อยก็มีเก้าอี้ให้นั่งพร้อมตู้แช่เครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบ
หรือจะมานั่งสนทนากับพี่วิวัฒน์ พี่ก็ยินดีนะครับ คุยสนุกมาก
ร้านสาขาก็เยอะ…ร้านหนังสือออนไลน์ก็มาก อีบุ๊กก็มี ทำไมยังต้องอ่านเล่ม ทำไมต้องร้านอิสระ
เพราะเสน่ห์แห่งกลิ่นกระดาษ การจัดเรียงเล่ม ปก
เพราะความทรงจำแห่งวันวาน ยืนเลือก ยืนอ่าน ไล่สายตาตามชั้นวาง
เพราะพลังจากเจ้าของร้านนักอ่าน เรื่องเล่า คำแนะนำ ยิ่งกว่าคำโปรย คำป้ายยาใด
เพราะความรอบจากหนังสือทุกแบบที่มีให้เลือก เราจะรู้กว้างรู้ลึก จากหนังสือที่ต่อยอดความสนใจของเราได้ไม่รู้จบ
แวะมาบุรีรัมย์ ก็ต้องมาตำ น้ำพุบุ๊คสโตร์

27 เมษายน 2568

 ใครที่ดูแลผู้ป่วยวิกฤต ไอซียู และอยากจะอัพสกิล แนะนำนี่เลย : point of care ultrasound in critical care

ทำไมทักษะการทำอัลตร้าซาวนด์ในไอซียูจึงสำคัญ
เพราะสรีรวิทยาของผู้ป่วยวิกฤต ไม่เหมือนคนปกติ และไม่เหมือนผู้ป่วยทั่วไปที่คงที่ การเปลี่ยนแปลงในระดับสุดขั้วและรวดเร็ว ทำให้การตรวจ สิ่งที่พบ ไม่ตรงไปตรงมา การใช้อาการแสดงทางคลินิกจะมีข้อจำกัด
เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหอบมากจากหายใจล้มเหลว จะทำให้การประเมินสารน้ำผ่านการตรวจร่างกาย ดูหลอดเลือด จับชีพจร ฟังปอด ทำได้ยาก การมีเครื่องมือมาช่วย จะเพิ่มความเร็วและความแม่นยำ เพราะในไอซียู เราต้องทำงานแข่งกับเวลา
อีกข้อคือ การใช้เครื่องอัลตร้าซาวนด์ในปัจจุบันสะดวกมาก ไม่รุกล้ำ ไม่บาดเจ็บ มีทุกที่ เทคโนโลยีและโปรแกรมในเครื่องก็ทันสมัยและแม่นยำขึ้นมาก ผมเคยลองวัด LVEF ด้วย modified simpsom technique เครื่องสามารถลากแนว ventricular chamber ได้แม่นยำดี
แต่ว่า สิ่งต่าง ๆ นี้ต้องอาศัยการฝึกฝน การกระดกมือ วางมือ ลากมือ ใช้คลื่นความถี่ ใช้หัวตรวจแบบต่าง ๆ
เป็นทักษะพึงมีในแพทย์ทุกท่าน ไม่ใช่เพียงรังสีแพทย์เท่านั้น ช่วยประเมินและตัดสินใจได้ดี
ระบบหัวใจ หลอดเลือดดำ หลอดเลือดแดง หลอดเลือดสมอง ปอด ตับม้ามน้ำดี ช่วยทำหัตถการ ถ้ามีทักษะรับรองว่า ช่วยคนไข้ได้และเพิ่มคุณค่าตัวเองครับ
หนังสือเล่มนี้แม้เป็นหนังสือแปล แต่เขียนด้วยภาษาไทยที่เข้าใจง่าย อธิบายตั้งแต่ จะเลือกใช้หัวตรวจใด ปรับเครื่อง วางมือ แนวเครื่อง แนวการลากหัวตรวจ การวัด การใช้ปุ่ม การกดโปรแกรม
ส่วนใหญ่เป็น 2D นะครับ แต่ครบถ้วนสำหรับ non radiologist โดยเฉพาะการใช้ทุกรูปแบบในไอซียู
มีภาพประกอบ สอนการวัดค่า มีคลิปวิดีโอแถม กระดาษพิมพ์สี่สี เปิดกางได้สุด เหมาะกับใช้ฝึกใช้งานจริงครับ
หนีงสือโดย Luke Flower และ Pradeep Madhivatharan แปลไทยโดย อ.คัมภีร์ สรวมศิริ คุณหมอนักเขียนเรื่องราวท่องเที่ยวที่เรารู้จักกันดี และ อ.ณัฐิกานต์ อรรถปรียางกูร ทั้งคู่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน สนพ.วะบิซะบิ เอ็ดดูเคชั่น ราคาปก 850 บาท
ผมซื้อจากศูนย์หนังสือจุฬาครับ ไม่รู้ที่อื่นมีไหมนะ ท่านที่สนใจลองสอบถามที่ศูนย์ได้ครับ

20 เมษายน 2568

the walking backpack ลากคุณชายไปอินเดีย

 the walking backpack ลากคุณชายไปอินเดีย : เล่มที่สองในช่วงสงกรานต์นี้

คุณจิรพัฒน์ พัวพิพัฒน์ หรือคุณปั้น เป็นนักเดินทางคนเดียว ประเภทแบ็คแพ็กเกอร์ ลุยทุกที่ กินทุกอย่าง และคุณปั้นก็มาเขียนเล่าประสบการณ์มาให้เราได้อ่านครับ
คุณปั้นเป็นนักเรียนทุนสิงคโปร์ตั้งแต่มัธยมปลาย ไปเรียนที่นั่นจนจบและทำงานที่นั่น ระหว่างเรียนตามประสานักเรียนประเทศพัฒนาแล้ว เขาออกไปหาประสบการณ์ทั่วโลก
คุณปั้นเลือกแบ็คแพ็ก ขึ้นรถไฟ ตั๋วรถบัส ลงเรือ แชร์รถกับเพื่อนนานาชาติ นอนโฮสเทล ทำกับข้าวและคุยกับเพื่อน เพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมรถ
นั่นทำให้คุณปั้นได้เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้ผู้คน และวัฒนธรรม จากทั่วทุกมุมโลก ในแง่มิตรภาพ รวมถึงการถูกโกง มิจฉาชีพ จากการแบ็คแพ็กทั่วโลก
และคุณปั้นนำมาบอกเล่าให้เราฟัง พร้อมภาพสวย ๆ เพราะคุณปั้นเขาเป็นช่างภาพด้วย โดยวิธีเล่าของคุณปั้นจะใช้ภาษาที่เราคุยกัน เหมือนเขาคุยกับตัวเองให้เราฟัง อ่านแล้วจึงสนุก เหมือนเราอยู่ในกระเป๋าคุณปั้นตามไปด้วย
แทรกด้วยเกร็ดความรู้แบบแบ็กแพ็กเท่านั้นจะรู้ โดยแบ็คแพ็กเกอร์ตัวจริง และคำบอกเล่าจากแบ็กแพ็กเกอร์ทั่วโลก น่าสนใจมากครับ
ผมเจอหนังสือคุณปั้นครั้งแรกคือ “ยุโรปไม่ได้เป็นเหมือนฝัน” หนึ่งในจักรวาล the walking backpack หลังจากนั้นก็ติดตามงานเขียนมาทุกเล่ม
เล่มนี้ยิ่งพิเศษ เพราะคุณปั้นมีคุณปั๊ม น้องชายสุดที่รักที่สไตล์การเที่ยวสบายกว่าคุณปั้นเยอะเลย แล้วพอมาแบ็กแพ็กจะเกิดอะไรขึ้น
นั่นไม่พอ เพราะประเทศที่จะไปแบ็กแพ็กเป็นประเทศที่นับว่า ยากที่สุดแห่งหนึ่ง คือ อินเดีย เพราะผู้คนล้นหลาม แน่นขนัด แออัด ไม่มีระเบียบ ต้องหาน้ำแบะอาหารสะอาด แบ็กแพ็กผู้เชี่ยวชาญยังยาก นี่ต้องพาคุณชายไปด้วยนี่สิ
แต่ก็ได้ประสบการณ์ล้ำค่า จากวัฒนธรรมที่ต่างกันสุดขั้ว ความเหลื่อมล้ำที่มองเห็นชัด อาหารที่หลากหลาย ภูมิประเทศที่ร้อนจัดในเดลี และไปถึงหนาวติดลบบนหิมาลัยที่เลห์ ลาดักห์
การหนีขายตรงแบบตื้อ การต่อรองราคาที่ถูกโก่งไปเกิน 100%
คุณปั้นเล่าได้สนุกมากกับเล่มนี้ครับ อ่านไปยิ้มไป หลับตาเห็นภาพความแออัดได้เลยครับ ใครอยากอ่านสารคดีท่องเที่ยวสนุกสนานแบบแบ็คแพ็กในอินเดีย ต้องเล่มนี้เลย
เรื่องและภาพโดยคุณปั้น จิรพัฒน์ พัวพิพัฒน์ มีภาพสี่สีสวย ๆ พร้อมซิกเนเจอร์คุณปั้น คือภาพถ่ายจากด้านหลัง ที่คุณปั่นสะพายกระเป๋าเท้าเอวมองฟ้า
หนังสือโดยสำนักพิมพ์ Geekbook ราคาปก 335 บาท แต่ผมคิดว่าคงหาซื้อมือหนึ่งได้ยากเต็มที เล่มนี้ผมก็ซื้อมือสองมาเช่นกันครับ หรือสามารถหาได้ตามแอปส้มครับ
สนุกมาก แนะนำ the walking backpack ทุกเล่มครับ

บทความที่ได้รับความนิยม