22 เมษายน 2569

เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้..จริง ๆ แล้วขงเบ้ง ไม่ได้มาช่วยรบ !

 เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้..จริง ๆ แล้วขงเบ้ง ไม่ได้มาช่วยรบ !

ตามเนื้อเรื่องสามก๊ก ครั้งโจรโพกผ้าเหลืองออกอาละวาด หนุ่มน้อยเล่าปี่ได้เห็นประกาศสมัครเข้าร่วมกู้ชาติบ้านเมือง ด้วยความที่ตัวเองมีหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์จึงฮึกเหิมอย่างแรง พอดีคุณเตียวหุยเดินผ่านมา เห็นเล่าปี่ตาเป็นประกายอยากช่วยชาติ เตียวหุยประกาศเลย งั้นเรามาเป็นพี่น้องกัน (ง่ายจังวะ) ไปลุยโจรด้วยกัน คือเล่าปี่มีแต่ใจ แต่เตียวหุยพอมีสตางค์ครับ ที่บ้านรวยเลยจัดการเรื่องยุทโธปกรณ์
เขาสองคนถูกคอถูกใจยิ่งนัก จึงไปร่ำสุราเชื่อมความสัมพันธ์ คือนิยายจีนนะครับต้องใช้สุราเชื่อมความสัมพันธ์ทุกทีไป ที่ผับแห่งหนึ่งแถวทองหล่อและไปเจอคุณกวนอูกำลังร่ำสุราเช่นกัน เกิดถูกคอถูกใจกัน จับมือร่วมรบเกิดเป็นจ๊กก๊กขึ้นมา
พอสงครามเข้มข้น ทั้งสามคนจึงไปเชิญอาจารย์จูกัดเหลียงแห่งเทือกเขาโงลังกั๋ง ที่เขาร่ำลือว่าหยั่งรู้ฟ้าดิน มองหน้ารู้ใจ อายุชราแต่หน้าหนุ่ม เพื่อมาเป็นกุนซือ และต้องไปเชิญถึงสามครั้งสามครา จูกัดเหลียงหรือคุณขงเบ้งของเราจึงยอมลงเขามาเป็นที่ปรึกษาการรบ
และนี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ผ่าม ผ่าม ผ่าม พามมม
เมื่อไปเชิญครั้งแรก เด็กรับใช้บอกว่านายท่านไปเที่ยว ซึ่งความจริงแล้วจูกัดเหลียงแกแอบอยู่ในห้องรปภ. ดูกล้องวงจรปิดอยู่ นี่คือสิ่งที่จูกัดเหลียงพบเห็นด้วยตาตัวเอง และสอดคล้องกับที่เคยรับรู้ข่าวสารมา
เล่าปี่ … หูยานถึงบ่า มือแขนยาวถึงเข่า … จูกัดเหลียงคาดว่านี่คือ marfanoid habitus ลักษณะที่พบบ่อยในโรคความผิดปกติของการสร้างเส้นใยคอลลาเจน Marfan’s syndrome ข้อต่อจะยืดไม่มั่นคง เส้นใยยืดได้ ลิ้นหัวใจก็รั่ว หลอดเลือดก็โป่งพอง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเล่าปี่ ลิ้นหัวใจเอออร์ติกรั่ว ก็จะมีอาการเหนื่อยง่าย
เตียวหุย …หน้าดุ ตาโปน อารมณ์ร้อน หงุดหงิด …จูกัดเหลียงดูกล้องแล้วเห็นคอโต ๆ ชัดเลย เตียวหุยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษและตาโปน น่าจะเป็น Graves’disease ไทรอยด์้เป็นพิษจากภูมิคุ้มกันตัวเองไปจับกระตุ้นไทรอยด์ (TSH receptor antibody) นอกจากกินยาลดฮอร์โมนแล้ว ก็ควรผ่าตัดไทรอยด์ด้วย
กวนอู … หน้าแดง แก้มแดง เป็นบ่อย จมูกแหลมยาวงุ้ม … จูกัดเหลียงสงสัยเหลือเกินว่าจะเป็นโรคหนังแข็ง scleroderma หน้าแดงแก้มแดง นี่ถ้าดูโคนเล็บก็น่าจะแดง เป็นการเรียงตัวของหลอดเลือดฝอยผิดปกติที่เรียกว่า telangiectasia ส่วนจมูกงุ้มเป็นจากหนังที่แข็งจนใบหน้าผิดรูป จมูกงุ้มลง อ้าปากน้อย มีรอยรอบปาก บนเขานี้อากาศเย็น จูกัดเหลียงซูมกล้องดูมือ โป๊ะเช้ะ มีซีด เขียว แดง เป็นปรากฏการณ์ Raynaud แสดงว่ากวนอูน่าจะเป็น scleroderma ชนิดที่เรียกว่า CREST syndrome
จูกัดเหลียงนึกในใจ หึหึ บ้านเมืองยามนี้เห็นจะมีข้าเท่านั้น ที่พอรักษาได้ แต่ถ้าเราเล่นตัวสักหน่อย อาจเรียกค่าตัวได้เพิ่ม ยุคนี้น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง บอกเด็กรับใช้ให้บอกเล่าปี่ว่า “นายท่านไปเที่ยว De Wallen ที่เนเธอร์แลนด์”
เล่าปี่ไม่ยอมแพ้ เดินทางมาครั้งที่สอง คราวนี้จูกัดเหลียงไปเที่ยวจริง ๆ เห็นว่าเดินทางไปปักกิ่ง เดินเที่ยววังต้องห้าม กำแพงเมืองจีน เอาเรื่องมาเขียนทำคอนเท้นต์ในเพจ
ครั้งที่สามเล่าปี่ออกจะหงุดหงิด นึกในใจว่า “แหม เล่นตัวชิกหัย ไม่เจอคราวนี้ก็เลิก ปรึกษาแชทจีพีทีก็ได้” แต่คราวนี้เจอ (ก็แผนของเขา) แถมจูกัดเหลียงมีข้อเสนอที่เล่าปี่มิอาจต้าน คือ …
มียากิน beta blockerและยาลดความดัน ACEI,ARB เพื่อลดอาการจากลิ้นหัวใจรั่วของเล่าปี่
มียา methimazole เพื่อควบคุมฮอร์โมนให้เตียวหุยแถมยังเอายา beta blocker มาลดอาการมือสั่นใจสั่นของเตียวหุยด้วย
ส่วนกวนอูนั้น จูกัดเหลียงมียากลุ่ม calcium channel blocker ลดอาการมือเขียวซีด และยากดภูมิ mycofenolate ช่วยชะลออาการโรคหนังแข็ง
เล่าปี่จนแต้ม ทั่วแผ่นดินจีน หาได้มีโอสถยอดเยี่ยมเยี่ยงนี้ นอกจากได้ที่ปรึกษาการรบ ยังได้คนมารักษาอีก จึงเซ็นสัญญาว่าจ้างจูกัดเหลียง ได้รับเงินเป็นรายปี ปีละ 5 ล้านหยวน โบนัสเพิ่ม 10%ทุกครั้งที่ตีข้าศึกได้ ทำฟันฟรี พักร้อนปีละ 30 วันพร้อมพ็อกเก็ตมันนี่ และไม่ต้องเสียภาษี
ตั้งแต่นั้น จ๊กก๊กก็แข็งแกร่ง เล่าปี่แทบไม่เหนื่อย เตียวหุยไม่มีอาการมือสั่น กวนอูจับทวนขี่ม้าได้คล่องนัก ซึ่งจูกัดเหลียงแนะนำอะไรในการศึกก็ได้ เพราะสามคนนี้มันเก่งแบบ OP อยู่แล้ว ชนะใส ๆ กินเงินปีกินโบนัสสบายใจเฉิบ แค่คอยให้ยา ติดตามอาการสามพี่น้องเป็นระยะ พาสาว ๆ ไปเที่ยวนั่นนี่ หาเรื่องมาเขียนลงเพจบ่อย ๆ
แล้วคุณรู้ไหมครับว่า เสื้อยืดสีขาว มีลายสกรีนสีน้ำเงินที่หน้าอก ตัวที่จูกัดเหลียงใส่ประจำ ลายสกรีนนั้นเขียนว่าอะไร

18 เมษายน 2569

ร้านขายบุหรี่ในจีน




 ร้านขายบุหรี่ในจีน

ที่ประเทศจีน การสูบบุหรี่ยังเป็นเรื่องปกติมากของเขา มีการสูบในพื้นที่ห้ามสูบ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ทั่วไป ทั้งบุหรี่เผาไหม้และบุหรี่ไฟฟ้า
เท่าที่สืบค้น จีนมีระบบเลิกบุหรี่และยาเลิกบุหรี่ตามมาตรฐาน แต่การใช้งานจริงและการกระจายตัวยังมีน้อยมาก
ภาษียาสูบไม่ได้ขยับสูงมากนัก การควบคุมเข้มงวดมีในบางพื้นที่ การขายบุหรี่ทำได้อย่างเปิดเผย ตั้งแต่ราคาซองละ 50 บาทไปจนถึงซิการ์ราคาแพง ไม่ต้องเอาแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดมาปิดและติดป้ายประกาศว่าตรงนี้ขายบุหรี่
แรงจูงใจ แนวคิด วัฒนธรรมการเลิกบุหรี่ยังไม่มากครับ
ประเทศไทยเราก้าวหน้ากว่าจีนไปหลายก้าว สำหรับการควบคุมยาสูบ การรณรงค์สร้าง mindset และการบริการคลินิกเลิกบุหรี่
แต่ถึงกระนั้น ด้วยมาตรการและความจริงจังระดับเท่านี้ ผมขอประมาณการณ์ด้วยประสบการณ์ตัวเอง คิดว่าการเลิกบุหรี่ในไทยน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 20-30 ปี ถึงจะเพิ่มอัตราความสำเร็จจากนี้ประมาณ 30-40%
ถึงตอนนั้นก็คงไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จนี้แล้ว
และถึงตอนนี้ก็ใกล้จะหมดแรงทำเต็มทน ...อีกไม่นานคงหยุดครับ ไม่ว่าจะเป็นการค้น การเขียน หรือการรักษา
(เรื่องที่น่าสนใจมากคือ nicotine vaccine)

17 เมษายน 2569

Beijing City Library


 Beijing City Library

ได้ข่าวร่ำลือว่าที่แห่งนี้คือ reading space ที่ใหญ่ที่สุดในจีนและใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่งสร้างเสร็จในปลายปี 2023 เราจะพลาดได้รึ
จากใจกลางเมือง นั่งรถเมโทรไปประมาณ 30 นาทีแล้วเรียกแท็กซี่ต่อไปอีก 15 นาที ราคา 12 หยวน ผมใช้แอป alipay ที่ภายในแอปมีบริการเรียกแท็กซี่ didi คล้ายแอปเรียกรถบ้านเรา และกดจ่ายผ่านแอปเลย ราคาไม่แพงนะครับ
ตอนแรกไม่รู้ว่า พอถึงปลายทางเราก็ลง สะบัดบ๊อบเดินเชิดได้ ผมเตรียมจะจ่ายเงิน พอก้าวลงไปจากรถ คนขับตะโกนบอกว่า บ้ายบาย แล้วขับออกไป นึกในใจ..อ้าว เฮียไม่เอาตังค์รึ มารู้ต่อมาตอนขากลับ ว่าหากเราไม่จ่าย เราเรียกต่อไม่ได้ อีกอย่างคุณแท็กซี่ส่งผมลงกลางสามแยก !! ใช่ กลางสามแยก
สถานที่แห่งนี้เมืองปักกิ่งมาสร้างห่างออกมา ตามประสาพี่จีน ทำอะไรเล็ก ๆ ไม่เป็น อาคารใหญ่มาก มองเห็นจากภายนอกว่าเสาจำลองจากลำต้น หลังคาคือใบแปะก้วยที่ประสานกัน จำนวนต้นทั้งหมดคือ 144 ต้น เป็นป่าแห่งการเรียนรู้
นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี เตรียมพาสปอร์ต และตรวจความปลอดภัย
ภายในโคตะระใหญ่ โล่ง ที่อ่านหนังสือเป็นภูเขา เราเดินในหุบเขา เป็นห้องสมุดยุคใหม่ที่ผมเรียกว่า “ห้องสมุดมีชีวิต” เพราะไม่ใช่แค่มีหนังสือให้อ่านให้ยืม ยังเป็นพื้นที่ co-reading space พื้นที่เรียน พื้นที่ติว มีการจัดแสดงนิทรรศการ มีห้องละคร มีพิพิธภัณธ์หนังสือหายาก มีคาเฟ่
เรียกว่า พาครอบครัวมาอ่านหนังสือกันได้ทั้งวัน
นั่งได้ มีจุดนอนพัก มีเน็ตฟรี (เน็ตควบคุมของจีน) โต๊ะค้นคว้ามีแท็บเล็ตใช้ฟรีทุกโต๊ะ มีสนามเด็กเล่น น่าจะอารมณ์ประมาณ TK park
คนจีนมาอ่านหนังสือกันเยอะมาก เด็ก ๆ ชาวจีนอ่านหนังสือเยอะมากจริง ๆ การปลูกฝังค่านิยม การจัดสรรทรัพยากร การส่งเสริมภาครัฐ มันช่างวิเศษมาก นี่สินะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ถ้าเขารับบรรณารักษ์สักคน ไม่จำกัดอายุ พอใช้ภาษาอังกฤษได้ (เผื่อนักท่องเที่ยวไง) นำชมสถานที่ได้ กาแฟก็ทำเป็น รักษาโรคพอได้ด้วย … การมาอยู่ที่นี่คงมีความสุข และคงมี พส.จีน มาข้างกายข้างใจในท้ายที่สุด
เอ้า…ลองทำวิดีโอมาให้ชมกัน
โอกาสหน้าจะพาไปเที่ยวใหม่นะทุกคน
กลับมาเมืองไทย หึหึ จาก 10 มาเป็น 39 องศา โลกมันช่างทารุณเสียจริง

14 เมษายน 2569

ปัจจัยหก : เดินทางตัวปลิว + เงินน้อย สไตล์อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว

 



ปัจจัยหก : เดินทางตัวปลิว + เงินน้อย สไตล์อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว

ใครอยากเดินเดี่ยวเที่ยวโลก ลุงหมอขอเล่าประสบการณ์ตัวเองแล้วกันนะครับ ให้แรงบันดาลใจคนวัยใกล้เกษียณว่า อย่ากลัวที่จะก้าวเดินออกมาหาประสบการณ์ชีวิตครับ
👕👖ปัจจัยหนึ่ง : เสื้อผ้า 🩲🥼
คุณรู้ไหมเดินทางครั้งแรก กระเป๋าใบใหญ่ใส่เสื้อผ้าครบ กว่าจะแบกขึ้นแบกลง เบียดคนเข้ารถไฟ โคตรลำบาก
ตอนนี้ผมเปลี่ยน ใช้กระเป๋าแค่ 20 นิ้ว เสื้อผ้าเอาบรรจุไปไม่เกินสามชุด เสื้อเป็นเสื้อยืดมีปกชนิดไม่ต้องรีด กางเกงขายาวสองตัวเป็นกางเกงแท็คติกผ้าโพลีเอสเตอร์ กันน้ำได้บ้าง ไม่ต้องรีด โดยเลือกผ้าที่อบได้ เพราะอะไรงั้นหรือ รออ่านต่อไป
ชุดชั้นในใช้แบบกระดาษ ใช้แล้วทิ้ง กี่วันก็ว่าไป ถุงเท้าแค่สามคู่ เลือกที่หนาสักหน่อย เวลาเดินจะได้ไม่เจ็บ
ถามว่าเอาไปแค่นี้พอหรือ พอครับ เพราะซักที่นั่น ผมจะเลือกโรงแรมที่มีบริการซักรีด และจะดีมากถ้ามีเครื่องซักอบแบบหยอดเหรียญ จะทำให้คุณไม่ต้องแบกเสื้อไปเยอะ ราคาก็ไม่แพง คุณอีเมลไปถามโรงแรมได้ครับ
IBIS คือ รร.ที่ผมพักส่วนมาก มักจะมีบริการนี้ครับ มาจีนที่ รร.Nostalgia S Beijing Tianqiao เขาซักให้ฟรี
🏢🏬โรงแรมที่พัก🏡🏠
ใกล้จุดเดินทางอันนี้สำคัญมาก คุณจะตัดปัญหากังวลการเดินทางได้มาก ผมจองโรงแรมติดรถไฟเมโทรเสมอ เดินมากสุดไม่เกิน 1 กิโลเมตร และถ้าใกล้สนามบินได้จะยิ่งดี ต่อมาคือเรื่องความปลอดภัย เดินทางคนเดียวไม่ควรห่างจากแหล่งชุมชน (ชุมชนปกตินะ) อ่านรีวิวเอาได้
สองข้อนี้สำคัญสุด
ผมมีข้อพิจารณาเพิ่มสำคัญคือ ใกล้ร้านสะดวกซื้อ สามารถสืบหาได้จาก google map, street view หรือส่งอีเมลถามโรงแรม ผมขี้เกียจพกของไปเยอะ ของสิ้นเปลืองหลายอย่างไปซื้อเพิ่มได้ และที่สำคัญสามารถหาอาหารง่าย ๆ กินกันตายได้เสมอ แซนด์วิช นม ขนมปัง บางทีมีอาหารสดเช่น ผลไม้
คุยให้ดีนะครับ ค่าห้อง ค่าภาษี ค่ามัดจำ ผมเตรียมเงินพลาดมาสองสามรอบเลย
ห้องของผมไม่หรู ส่วนมากใช้นอนกับเก็บของ ราคาไม่ต้องแพงและเกือบทั้งหมดพัก business hotel มีไวไฟ มีทีวี ผมโหลดหนังไปใส่แฟลชไดรว์ ดูแก้เซ็งได้ สบู่ยาสีฟันแชมพู ใช้ของแถมนั่นแหละครับ เหลือก็เก็บไว้ทริปหน้า
🥪🥗อาหาร🍱☕
อันนี้สำหรับผมคนเดียวนะ เวลาเดินทาง ผมไม่เน้นกิน เอาแค่ให้พลังงานพอ เช้าดื่มนมกับแซนด์วิช กลางวันหาอาหารจานเดียวกินเอาระหว่างทาง ตอนเย็นถ้ามีไข่ มีกล้วย มีแตงกวา จะซื้อกินและเผื่อใส่ตู้เย็นกินวันต่อไปได้ กับโยเกิร์ตสองถ้วย แค่นี้ผมพอแล้ว หรือไม่ก็แวะกินร้านอาหารง่าย ๆ ใกล้ที่พัก
ผมแนะนำอย่ากินอะไรดะไปหมด ถ้าอยากลอง ก็พอเล็กน้อย เพราะชนิดอาหาร การปรุง ความสะอาด อาจไม่เข้ากับเรา ถ้าอาการเป็นพิษนี่หมดสนุกนะครับ อี้ตลอดทริป
น้ำดื่มคือสิ่งสำคัญ ผมไม่แตะน้ำแข็ง จะกรอกน้ำใส่ขวดตรงจุดกรอกน้ำดื่มเท่านั้นหรือซื้อน้ำขวดสะอาด อย่าขี้เหนียวกับค่าน้ำดื่ม มันไม่คุ้ม
ในกระเป๋าจะพกช็อกโกแลตเม็ด ส่วนมากก็ M&M กับลูกเกดใส่ถุงซิป เอาไว้เติมพลังระหว่างเดิน หยิบสามสี่เม็ดเคี้ยวแล้วดื่มน้ำตาม กันอาการล้า เกร็ง ไม่หิวจนหมดสนุกครับ
💊💉ยา🩺🌡️
ยาส่วนตัวของผมคือ ยาลดไขมัน … วิธีนะครับ ถ้ามีกล่อง ใส่กล่อง มีซองใส่ซอง ให้เห็นชื่อยา ขนาด ให้ชัด หากไม่แน่ใจให้ไปขอใบรับรองแพทย์ว่าต้องใช้ แนบเอาไปเสมอ แต่ละประเทศบังคับต่างกันและไปหาที่นั่นไม่ง่ายนะครับ
ยาสามัญ ยา OTC ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งยา ผมพกไปแค่พอช่วยยามยาก พาราเซตามอลแบบแผง 10 เม็ดหนึ่งแผง ยาแก้แพ้ loratadine หนึ่งแผง ยาลดการบีบตัวลำไส้ Hyoscine หนึ่งแผง ผมว่าแค่นี้พอ (ใช้ความสามารถการเป็นอายุรแพทย์ ใช้ยารักษาสารพัดโรค) แถมคือ ผมพก amoxicillin 500 มก.หนึ่งแผง เผื่อไว้ เอาจริง ๆ amoxicillin นี่สามารถครอบคลุมการติดเชื้อง่าย ๆ ได้เกือบหมดครับ
ทั้งหมดใส่ซองซิป ..ติดตัวเสมอ !!! สำคัญมาก ยาต้องอยู่กับเราเท่านั้น ห้ามฝากใคร ห้ามโหลด
ผมทำประกันการเดินทางทุกครั้ง เลือกที่ครอบคลุมประเทศนั้น เน้นค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่สนใจค่าเสียหาย ดีเลย์ ราคาไม่แพงเพราะใช้โปรแกรมถูกสุดเสมอ เชื่อเถอะ..เสียตังรักษาในต่างแดน แพงกว่าค่าเที่ยวหลายเท่า
💱💸เงิน💳🏧
ผมเตรียมไปหมดสามอย่าง เพื่อความคล่องตัว โดยประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายจากการหาข้อมูล จำพวกค่าเดินทางด้วยรถไฟ เครื่องบิน ค่าเข้าชมสถานที่ ค่ากินของเรา แล้วบวกเผื่อขาดอีก 20% อะไรชำระล่วงหน้าได้จะทำเลย แล้วพิมพ์ใบรับเงิน พิมพ์เอกสารมาล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องเอาเงินไปมาก
สามอย่างคือ เงินสด, บัตรเดบิตเดินทาง, แอปจ่ายเงิน หากสามารถซื้อบัตรพาสได้ เช่น JR rail pass จะซื้อครับ เราจะได้กำหนดค่าใช้จ่ายและหมดห่วงเป็นอย่าง ๆ ไป ตอนไปญี่ปุ่นนี่นั่งรถไฟเป็นว่าเล่น
บัตรเดบิตเดินทาง อันนี้ก็ง่ายเวลากินอาหาร กดตู้น้ำ ร้านสะดวกซื้อ มันง่ายมาก แตะปิ๊บ ๆ เสร็จเลย ไม่เสียค่าแลกเงิน แถมสำรองเงินสดได้อีก ส่วนบัตรเครดิตเอาไว้อุ่นใจเฉย ๆ
แอปจ่ายเงินอันนี้มาโหลดใช้ทีหลังเป็นแอปของบัตรเครดิต หรืออาลีเพย์ มาจีนคราวนี้ใช้อาลีเพย์เกือบหมด ผมก็ผูกกับบัตรเดบิตนั่นแหละ แต่ส่วนมากเขาจะสแกนคิวอาร์โค้ดของเรา
ถ้าวางแผนดี เงินก็พอดี เหลือซื้อความสุขให้ตัวเองบ้าง ผมจะซื้อหนังสือหนึ่งเล่มและโปสการ์ดหนึ่งใบมาเป็นที่ระลึก นี่ก็ได้หนังสือภาษาจีนมาหนึ่งเล่ม อ่านไม่ออกนะ เป็นสมุดภาพวิวสวย ๆ มาเก็บไว้
📱📠อิเล็คทรอนิกส์🔌🔋
ตรวจสอบเสมอครับ บ้านเขาเมืองเขาใช้ปลั๊กอะไร แรงดันไฟฟ้าเท่าไร ต้องใช้ตัวแปลงไฟฟ้าหรือเปล่า ผมมี universal adaptor หนึ่งตัวใช้มา 10 ปี ก็ยังใช้อยู่เลย เตรียมไปเองเถอะครับอุ่นใจกว่า
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของผมไม่มาก และบางอย่างก็ปรับตัว อย่างเช่นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าอันนี้ไม่เอาไป เพราะต้องเสียบปลั๊ก เปลี่ยนใช้มีดโกนแทน ที่เอาไปมีโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์ (ที่ผ่านมาตรฐานสายการบิน) หัวชาร์จสายชาร์จ เครื่องอ่านคินเดิล กล้องคอมแพ็ก (ผมยังใช้ canon a2200 ตัวเล็กอยู่เลย)
แต่ก่อนจะพกเครื่องเล่นเกมพกพาไปด้วย แต่เดี๋ยวนี้สายตาไม่ค่อยดี จึงวางไว้บ้าน
แต่ก่อนผมจะซื้อซิมการ์ดปลายทาง แต่เดี๋ยวนี้จะซื้อแพ็คเกจโรมมิ่ง สะดวกดี (เครื่องโทรศัพท์ของผมไม่รองรับอีซิม) ไม่โหลดเพลงหรือหนัง เพราะเปลืองแบตโทรศัพท์ ผมใช้แอปเดินทาง โดนเฉพาะ google map, trip.com, booking.com รับส่งอีเมล จ่ายเงิน แอปช่วยเดินทางของประเทศนั้น ๆ ขึ้นรถเมล์ ลงเรือ จะคำนวณเวลาเดินทาง ซื้อตั๋วออนไลน์ สะดวกมาก
จึงไม่ใช้โทรศัพท์เครื่องเดียวทำทุกอย่าง เดี๋ยวแบตหมด (และสำรองเอกสาร ตั๋วต่าง ๆ ภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่นแล้ว) ชาร์จทุกอย่างให้เต็มก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
👜🎒กระเป๋าพกพา🛍️👝
อันนี้แถม เอาไว้พกของเดินทางในแต่ละวัน ผมเลือกใช้กระเป๋าเป้เดย์แพ็กใบเล็ก เพราะโยกมาไว้ด้านหน้าได้ เวลาขึ้นรถไม่เกะกะและเห็นตลอด ลดโอกาสถูกขโมย (ฝรั่งเศสคือต้องระวังที่สุด)
ใส่ทุกอย่างได้ ไม่หนักเกิน ถ้าเที่ยวคาบเกี่ยวฤดูฝนจะมีเสื้อกันฝนพลาสติกพับได้แบบที่วางขายในเซเว่นไปด้วยครับ
ส่วนพาสปอร์ต บัตร เงิน ผมจะใส่ในกระเป๋าแจ็คเก็ตด้านในและกระเป๋าเสื้อเป็นหลัก ป้องกันหาย อุ่นใจได้ระดับหนึ่งครับ
หวังว่าที่เมืองไทยคงเย็นสบายสงกรานต์
จากปักกิ่ง 12 องศา

13 เมษายน 2569

eunuchs in Palace Museum : เหล่าขันทีแห่งพระราชวังต้องห้าม



 eunuchs in Palace Museum : เหล่าขันทีแห่งพระราชวังต้องห้าม

เดิมทีเรียกว่า forbidden palace เพราะว่าเป็นสถานที่เฉพาะให้คนที่เกี่ยวข้องเข้าได้เท่านั้น และยิ่งไปกว่านั้นในพระราชวังชั้นใน ห้ามสุภาพบุรุษเข้าไปอีกด้วย
ในยามค่ำคืนจะมีแต่จักรพรรดิเท่านั้นที่เป็นชายและเหล่าขันที (ตัดอัณฑะ) ออกแล้ว นอกจากเหตุผลด้านความปลอดภัยของจักรพรรดิแล้ว เหตุผลอีกอย่างคือรักษาความบริสุทธิ์แห่งสายเลือดจักรพรรดิ
ก่อนจะไปที่ขันที ขอแวะตรงนี้สักนิด ในวังชั้นในเป็นที่อยู่ของมเหสีและเหล่าคังคุไบ บรรดานางสนมของฮ่องเต้ที่ต้องรับหน้าที่มีเซ็กซ์กับฮ่องเต้ในแต่ละคืน บรรดาคังคุไบไม่ได้คัดจากหน้าสวย หุ่นอึ๋ม แต่อย่างใด แต่มาจากเหตุผลทางอำนาจ การเมือง ลูกเจ้าเมืองนั้น ลูกนายพลนี้ หวังในผลประโยชน์จากอำนาจฮ่องเต้
ฮ่องเต้หลายคนก็เซ็ง มีบันทึกว่าแอบปลอมออกไปนอกวังเพื่อไป ‘ผ่อนคลาย’ แถวย่านเฉียนเหมิน เพราะว่าจักรพรรดิจะต้องเก็บสะสมพลังหยิน คือ น้ำอสุจิ เพื่อเอาไว้กำเนิดทายาทแห่งสวรรค์กับมเหสี ที่มีโอกาสปั่มปั๊มกันเดือนละครั้ง ส่วนอีก 29 วันที่เหลือเป็นหน้าที่ของสนมที่มีหน้าที่คอยสั่งสม ‘หยิน’ ให้จักรพรรดิ แต่ห้ามปล่อยหยินออกมา
ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นหากมีผู้ชายชาตรี เตะปี๊บดังสนั่น ไกลเป็นกิโล อย่างลุงหมออยู่ คงยากที่จะรักษาความบริสุทธิ์แห่งสายเลือดจักรพรรดิได้ จึงต้องใช้ขันที
ขันทีส่วนมากถูกตัดอัณฑะออกตั้งแต่วัยรุ่นหรือก่อนวัยรุ่น (แถมเก็บของตัวเองไว้เป็นหลักฐานด้วยนะ) จึงเกิดภาวะ primary hypogonadism พร่องฮอร์โมนเพศชาย ถ้าเราตรวจฮอร์โมนของขันทีจะพบว่า testosterone ต่ำมาก โดยเฉพาะ dihydrotestosterone ส่วนฮอร์โมน LH จากต่อมใต้สมอง (luteininzing hormone) จะสูงมาก
สภาพร่างกายของขันทีจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างที่เราเห็นในรูปภาพ
ปลายกระดูก epiphyseal plate จะปิดช้า ทำให้ดูแขนขายาวเก้งก้างเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ตัดอัณฑะ
กล้ามเนื้อเล็ก ไขมันมาพอกตรงกลางตัว อ้วนกลม มีลักษณะเพศหญิงชัดขึ้น
เสียงเล็ก ไม่ห้าวทุ้มนุ่มลึก
ขน ผมในร่างกายขึ้นน้อย และมักจะ ‘หัวล้าน’
โรคภัยเกิดง่าย เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนเช่น มีโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจเกิดมากขึ้น
แต่ขันทีบางคนยังมีอารมณ์ทางเพศทั้งกับหญิงและชาย บางคนอวัยวะเพศยังใช้งานได้ หากการตัดอัณฑะเกิดหลังจากผ่านการเจริญเติบโตทางเพศมาแล้ว
แล้วใครถึงอยากเป็นขันทีกัน โดนตัด โดนแยกจากครอบครัวเดิม เป็นคนรับใช้จักรพรรดิตลอดชีวิตและตลอดเวลา
จักรพรรดิฝู้อี๋ จักรพรรดิองค์สุดท้ายบันทึกไว้ว่า ไม่มีเวลาใดในวังต้องห้ามที่พระองค์เดินไปไหนตามลำพังได้ โดยปราศจากขันทีห้อมล้อมหน้าหลัง
แต่ขันทีคือการเข้าสู่อำนาจ เงินทอง ยอมตายเพื่อให้ครอบครัวสบาย และขันทีบางคนมีอำนาจมากจนสามารถ ‘เป่าหู’ จักรพรรดิได้เช่น เว่ย จงเสียน (ขออภัยถ้าผมถอดเสียง pin yin ผิด)
อีกหนึ่งเกร็ดเล็กน้อยจากพระราชวังต้องห้าม

บทความที่ได้รับความนิยม