01 กันยายน 2569

statin กับสมองเสื่อม

 

statin กับสมองเสื่อม
จริง ๆ แล้วมีการศึกษาหลายการศึกษาแล้วนะครับที่แสดงผลว่าการใช้ statin ไม่เกี่ยวอะไรกับสมองเสื่อม โดยปรับตามอายุ ตามโรคแล้ว แต่ส่วนมากเป็นการศึกษาขนาดไม่ใหญ่มากนัก
หน่วยงานสุขภาพของเดนมาร์กเลยจัดหนักให้ ใช้ตัวอย่างขนาดเป็นแสน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน นำเสนอในงานประชุมสมาคมแพทย์โรคหัวใจยุโรป และลงตีพิมพ์ใน Lancet
เก็บรวบรวมผู้ที่ไม่เคยได้ยา statin มาก่อนเลยและได้รับการวินิจฉัยเบาหวานรายใหม่ ในช่วงปี 2006-2019 เรียกว่าเป็นกลุ่มในยุคปัจจุบัน แนวทางการรักษาปัจจุบัน ความทันสมัยของการตรวจในยุคปัจจุบัน
ผู้ป่วยทั้งหมด 132,585 ราย อายุเฉลี่ย 60 ปี LDL เฉลี่ยที่ 125 mg/dL เก็บข้อมูลใน 3 กลุ่ม
-กลุ่มแรก ไม่ได้ยา statin เลยในห้าปีแรกหลังวินิจฉัย
-กลุ่มสอง ได้ยา statin ในช่วงไม่เกินสามปีแรกหลังวินิจฉัย
-กลุ่มสาม ได้ยา statin ทันทีเลย (ไม่เกินปีแรก)
ติดตามเฉลี่ย 7.1 ปีแล้ววัดผลว่ามีการเกิดสมองเสื่อม (demantia) ในทุกแบบเป็นจำนวนเท่าไร และแยกย่อยตามเพศ ตามโรคอัลไซเมอร์ ตามโรคสมองเสื่อมจากหลอดเลือด
ผลรวมการเกิดสมองเสื่อมทั้งหมดออกมาว่า
-กลุ่มไม่ได้ statin 3.9%
-กลุ่มได้ statin ภายในสามปี 3.5%
-กลุ่มได้ statin แต่แรก 3.3%
ผลย่อย ๆ ทั้งหลายออกไปทางเดียวกัน คิด relative risk reduction ได้ 15% แต่ถ้ามาดู absolute risk reduction แตกต่างกันน้อยมาก (0.38%)
ผลการศึกษาของผู้ทำวิจัยเขาแปลว่า statin ช่วยลดสมองเสื่อม แต่ที่ผมสนใจและอยากเน้นย้ำประเด็นแรกที่ยกมาแต่ต้นคือ การใช้ statin **ไม่ได้เพิ่มการเกิดสมองเสื่อมแต่อย่างใด** โดยคนที่เริ่ม statin เป็นกลุ่มคนที่พื้นฐานเท่ากัน และศึกษาในคนประมาณ 130,000 ราย
เพิ่มความมั่นใจในการใช้ statin มากขึ้นครับ
<open access>
Ternhamar T, Johansen M, Nordestgaard B et al.
Association between timing of statin treatment after diabetes diagnosis and risk of dementia: a nationwide observational study
The Lancet Regional Health – Europe, 2026; 0

31 สิงหาคม 2569

ตรวจสอบการใฃ้ยา

 ผู้ป่วยรายหนึ่งมาปรึกษาว่าตัวเองเป็นโรคถุงลมโป่งพอง เลิกบุหรี่แล้ว ใช้ยาพ่นตลอดไม่เคยขาด ไปหาหมอตามนัด แต่ยังเหนื่อยและทำงานไม่ไหว มาปรึกษาขอตัวยาที่แรงกว่านี้

ตรวจร่างกายมีเสียงวี้ดและเหนื่อย เออ..ของจริงแฮะ หรือมีโรคร่วมอื่น โรคนั่นนี่ ...
แต่เดี๋ยว ทุกคน สิ่งแรกที่ต้องถามต้องทำ คือสิ่งนี้ พบบ่อยมาก และพบในคนไข้รายนี้ด้วย
ผมขอให้คนไข้ "พ่นยา" ให้ดู ยาพ่นเป็นสเตียรอยด์และยาขยายหลอดลมแบบกดพ่น pMDI
ผู้ป่วยฉีดพ่นยาเป็นสเปรย์แก้เจ็บคอเลยครับ อ้าปากรอ กดพ่นสามทีติด มีส่ายให้ทั่วช่องปากด้วยนะ ยาเข้าปากพร้อมออกมาทันที ไม่มีการกลั้นลมหายใจใด ๆ
ใช้ผิดวิธีอย่างสมบูรณ์
สรุป ใช้ยาเดิม ปรับวิธี ให้ทำเอง ให้ญาติช่วยตรวจสอบ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทำงานได้ ไม่เหนื่อย ยาเดิมชุดเดิม

30 สิงหาคม 2569

ยาดี ยาถูก ยานอก ยาใน : ความเห็นของผม

 ยาดี ยาถูก ยานอก ยาใน : ความเห็นของผม

1.บัญชียาหลักแห่งชาติตอบสนองภาระการเจ็บป่วย ไม่ใช่จำนวนโรคที่มี ดังนั้นก่อนจะมาบรรจุเป็นบัญชียา ต้องมีการศึกษารองรับที่ดี มีการคิดเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขถึงความคุ้มค่า ตอบสนองความต้องการส่วนใหญ่ของประเทศ
2.สำหรับโรคที่พบบ่อย พบมาก ผมอ่านบัญชียาหลักแล้ว มีความครอบคลุมและใช้ได้เกือบทุกสถานการณ์
3.ยาหลายตัวที่ไม่อยู่ในบัญชี ไม่ใช่ไม่ดี หลายตัวอยู่ในแนวทางการรักษาระดับโลก แต่พอมาคิดให้เข้ากับบริบทประเทศ อาจไม่คุ้มและมีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า
4.ยาที่ดี ไม่ใช่ยาที่แพงหรือยานำเข้า ยานอกบัญชีแต่อย่างใด แต่คือยาที่ตอบโจทย์การรักษาผู้ป่วยได้ รักษาชีวิต เข้ากับวิถีชีวิต ไม่แพงจนล้มละลาย ไม่แพงจนชาติเสียหาย
5.ยาสามัญ ประสิทธิภาพไม่ได้ด้อยกว่ายาต้นฉบับ (จากข้อมูลการวิจัย) สามารถใช้ได้ รักษาได้ จริงอยู่ที่แต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน เพราะยามันไม่เหมือนกัน 100% ค่อย ๆ ปรับกันไป
6.โรคอันเป็นปัญหาหลัก ขอยกตัวอย่างโรคทางอายุรกรรมแล้วกัน เช่น กลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพาต มะเร็ง ความดันโลหิตสูง โรคติดเชื้อ โรคต่าง ๆ เหล่านี้เกือบทั้งหมดยังสามารถจัดการได้ด้วยยาในบัญชี และยาสามัญทั่วไป
7.การจัดยาที่ถูกต้อง ถูกข้อบ่งชี้ เลือกยาให้เหมาะกับคนไข้ ห่วงใยผลข้างเคียง ยังมีความสำคัญมากกว่าชื่อเสียงเรียงนามของตัวยา ถ้าเราจัดถูกต้องนั่นคือคุ้มค่า เน้นไม่แพงแต่ไม่หายก็ไม่ดี จัดแพงเต็มที่แต่ล้มละลาย ก็ไม่ดีอีก
8.ที่ผ่านมาจนปัจจุบัน ประมาณ 90% ผมก็ใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ใช้ยาสามัญ ยังจัดการคนไข้ได้ดี (ไอ้ที่แพง ๆ หายาก ก็ใช้บ้าง เฉพาะกรณีไป)
9.อยากให้พวกเราเข้าใจว่า การรักษาด้วยยาในประเทศของเรา มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และไม่แพงเกินไป ส่วนความสะดวกสบาย หรือใหม่ล่าสุด หรือตามเมืองนอก อันนี้ต้องปรับเป็นรายบุคคล
10.การจัดการยาในมือ ก็เหมือนจอมยุทธสู้จอมมารด้วยกระบี่ ถ้าจอมยุทธจบสิ้นถ้วนกระบวนวิชา กิ่งพฤกษาในมือก็ฟาดฟันจอมมารได้ และแม้กระบี่คมปานใด จอมยุทธผู้ไร้ใจก็พ่ายจอมมาร

29 สิงหาคม 2569

ตรวจฟันประจำปี

 วันนี้ไปพบทันตแพทย์มา จึงนำความหวังดีมาฝากทุกคนก่อนนอน

😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂😂
ขอกล่าวถึงชายชราหน้าวัยรุ่น
เกิดว้าวุ่นงุ่นง่านนานอยู่ไหว
ฟันกรามล่างฝั่งซ้ายไม่เป็นใจ
แตะโดนจุดทีไรเสียวทุกที
จะไก่แก่หนังเหนียวเสียวทุกคราว
จะไก่สาวเสียวสุดทุกวันวี่
ปล่อยเอาไว้เห็นจะไม่ได้ที
จรลีสามหมื่นลี้หาหมอฟัน
คุณหมอสาวผู้ช่วยสวยรุมเข้าหา
เสียวที่ฟันสั่นอุราโอ้ตัวฉัน
บอกอายอายว่าเสียวตอนโดนฟัน
สาวทั้งสองคาดคั้นให้ฉันนอน
คว้าผ้าทึบปิดตาบอกอ้ากว้าง
ฉันก็ถ่างกางองศาไม่ต้องสอน
โดนแท่งเหล็กล่วงล้ำเสียวอุทร
แตะซอกซอนถูซอกหว่างกลางซอกทนต์
ถามออกมาตรงนี้เสียวไหมคะ
ฉันก็ห้ะบอกดีไหมลุกขุมขน
เอ่ยไปว่าหมอครับเสียวสุดทน
หมอแตะวนจุดกระสันสั่นทั้งกาย
เอ่ยบอกฉันว่าลึกคอสึกมาก
อุดไม่ยากปาดลึกเอาให้หาย
เจ็บสักหน่อยเสียวสักนิดเดี๋ยวสบาย
ก็เอาวะยอมพลีกายให้พวกเธอ
เสียงจ๊าดจี๊ดกรีดกรอในหูฉัน
เสียงsuctionซู้ดซ้าดในทีเผลอ
น้ำเอ่อล้นทะลักมากเกินเบอร์
บอกพวกเธอพักก่อนผ่อนหายใจ
เธอให้หยุดสิบวิแล้วทำซ้ำ
เสียงกระหน่ำจี๊ดจ๊าดหวั่นเหลือหลาย
ไหล่เกร็งยกกลั้นใจหวิวปางตาย
แล้วสุดท้ายจบเสร็จเสียวเข็ดฟัน
เธอบอกหุบไม่ต้องอ้าเวลาพัก
ถอนหายใจหนักหนักไม่ทันฝัน
เธอให้อ้าสะกิดจุดอีกโดยพลัน
เสียวอีกไหมถามฉันฉันก็อาย
อ้อมแอ้มตอบไม่เสียวแล้วครับหมอ
พอแล้วพอรุมฉันจนฟันหาย
หมอบอกแล้วเดี๋ยวตัวเบาเดี๋ยวสบาย
ถ้าอีกซี่คงบ๊ายบายเสียวสุดทน
มาบอกเล่าให้ตระหนักอย่าเหมือนฉัน
ควรตรวจฟันทุกปีปีละหน
อย่าปล่อยให้ฟันแล้วเสียวสุดทานทน
ต้องโดนคนรุมกระหน่ำอย่างฉันเอย

27 สิงหาคม 2569

การส่งตรวจ AFP (alpha-fetoprotein) ในการตรวจสุขภาพบุคคลทั่วไป

 รับปรึกษามาสามสี่คนแล้ว

มีการส่งตรวจ AFP (alpha-fetoprotein) ในการตรวจสุขภาพบุคคลทั่วไป และในคนที่มีค่าเกินค่าปกติเล็กน้อย เกิดกังวลว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งตับ
1. AFP ไม่ควรมาใช้ตรวจคัดกรองแยกโรคมะเร็งออกจากคนปกติ เพราะไม่ไวและไม่จำเพาะ
2. AFP ใช้ตรวจช่วยวินิจฉัยมะเร็งบางชนิด ช่วยใช้ในการเฝ้าระวังมะเร็งตับในคนที่ตับแข็ง ใช้ติดตามการรักษามะเร็ง
3. AFP ไม่จำเพาะกับมะเร็งตับ hepatocellular carcinoma ถ้าถามว่าจำเพาะกับมะเร็งอะไรมากกว่า ก็มีมะเร็ง hepatoblastoma ในเด็ก, มะเร็งเซลล์สืบพันธุ์ชนิด non-seminoma,
4. มะเร็งปอด มะเร็งตับ ก็ขึ้นได้ แต่ไม่จำเพาะเลย และไม่ได้ใช้ติดตามโรคแต่อย่างใด
5. ค่าที่ใช้ตัดเกณฑ์ก็ต่างกัน ค่ายิ่งสูง ความไวการวินิจฉัยจะลดลง อย่างค่าที่ใช้มะเร็งตับเราก็จะใช้ค่าที่ 400 และมะเร็งตับในระยะต้น ค่านี้จะไม่สูง ถ้าตัดเกณฑ์ที่ 400 จะถูกแปลผลว่า ไม่มีมะเร็ง ซึ่งผิด ! (และมีอีกหลายเกณฑ์)
6. โรคอื่นก็ขึ้น เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ตั้งครรภ์
สรุป ไม่ควรใช้ในการคัดกรองสุขภาพคนปกติ ไม่ควรใช้เป็นกรณีทั่วไป ใช้เมื่อตั้งใจจะสืบค้นเฉพาะกรณี เฉพาะรายเท่านั้น

บทความที่ได้รับความนิยม