13 กันยายน 2569

การตัดสินงานวิจัย

"ผลิตภัณฑ์นี้มีงานวิจัย โดยผู้วิจัยระดับศาสตราจารย์" : แบบนี้น่าเชื่อถือใช่ไหม

1.การตีพิมพ์งานวิจัยวิชาการ เกือบทั้งหมดจะเน้นความเท่าเทียมทางวิชาการ จะเป็นนักเรียนหรือศาสตราจารย์ก็ต้องเท่าเทียม จึงไม่นิยมลงตำแหน่งทางวิชาการ จะมีแค่ชื่อและวุฒิการศึกษาเท่านั้น

2.การได้ลงตีพิมพ์ในวารวารชื่อดัง ไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณภาพเสมอไป หลายงานก็ถูกถอดออก ชื่อเสียงที่โด่งดังหมายถึง มีคนเห็นเยอะ มีคนอ้างอิงถึงมาก ไม่ได้บอกว่างานวิจัยนั้นคุณภาพดี

3.งานวิจัยจากสถาบันชั้นนำ ก็ไม่ได้หมายถึงคุณภาพของงานที่ดี และยิ่งทำให้เกิด prestige bias คือโน้มเิียงว่าสถาบันดัง งานต้องดี

4.งานวิจัยที่ดี ต้องพิจารณาเป็นรายงานวิจัย ถึงคำถามวิจัย การเลือกรูปแบบการศึกษา กระบวนการศึกษา ผลที่ได้ การประเมิน internal, external validity 

5.วารสารชื่อดัง สถาบันดัง เขาก็พยายามรักษามาตรฐานของวารสาร โดยการตั้งเกณฑ์ผ่าน การมีผู้เชี่ยวชาญมาทบทวนก่อนจะปล่อยตีพิมพ์ การตรวจสอบหลังตีพิมพ์ ดังนั้นจึงเพียงตัวคัดกรองประมาณหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายต้องอ่านเอง วิเคราะห์เอง

6.หลายงานวิจัยที่ดี แต่ผลอาจออกมาเป็นลบ วารสารหลายที่เลือกจะไม่ตีพิมพ์ (publication bias) และเช่นกันของที่ผ่านเกณฑ์วารสาร ก็มีหลายอันบกพร่อง ต้องพิจารณาเอาเอง

7.อย่าเชื่อเพียงแค่บอกว่า "มีงานวิจัยรองรับ" 
   อย่าเชื่อเพียงบอกว่า "งานวิจัยจากสถาบันชื่อดัง"
   อย่าเชื่อเพียงบอกว่า "งานวิจัยจากวารสารชั้นนำ'

8.บางผลิตภัณฑ์จะเลือกนำจุดที่เขา "ขายได้" มานำเสนอ เรียกว่าไม่ผิด แต่ไม่ครบและอาจเกิดการสรุปผิด ดังนั้นการวิเคราะห์วารสาร การวิเคราะห์งานวิจัย มีความสำคัญมากในการหาความรู้

9.ผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นเรื่องที่พูดยาก ถ้าไม่มีก็อาจจะไม่มีงานดี ๆ ออกมาเพราะไม่มีเงิน  ถ้ามีทับซ้อน เราก็กังวลว่าผลอาจจะถูกบิด ระเบียบวิธีวิจัยถูกบังคับ   ดังนั้นทักษะการสกัดความจริง กรองผลวิจัยและวิเคราะห์วารสาร จึงช่วยเราได้ดี

10.สุดท้ายคือ myself bias เราจะมีอคติเข้าข้างตัวเอง ว่าเราเข้าใจถูก คนอื่นผิด ยิ่งเก่งยิ่งกร่าง เราจึงต้องเปิดใจ เปิดหู เปิดตา มองคนอื่นมองผู้อื่นด้วยใจเป็นกลาง เอามาปรับปรุงตัวเราเอง ลด myself bias เพิ่ม humble wisdom 

🩵🩵🩵-❤️

Honda CB 400 NC42 ปี 2008


 


เท่าที่เคยขี่มา รุ่นไหนประทับใจสุด : วันนี้มาคุยกันแบบขาลุย สายนักบิด มอเตอร์ไซค์ในใจของผม

ใครติดตามมานานจะทราบว่าผมเป็นอดีตไบค์เกอร์ ตั้งแต่รถเล็กไปจนรถใหญ่ เคยมีครอบครองซื้อมาขายไป เคยลองของพรรคพวกเพื่อนฝูง ตั้งแต่ยุคสมัยรถมอเตอร์ไซค์ยังสีดำ คือ ไม่มีทะเบียนอะไรเลย มาถึงยุคสีเทาคือมีทะเบียนอะไหล่แต่มาประกอบเอง จนมายุคสีขาวคือจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
ส่วนมากจะฉายเดี่ยว หาเส้นทางใหม่ กินลาบข้างทาง นอนโรงแรมจิ้งหรีด มีออกทริปบ้างแล้วแต่โอกาสว่าง แน่นอนว่าเคยลองรถมาหลายแบบ รถสปอร์ตตัวแรงเช่น CBR 600 R, รถกึ่งวิบาก BMW F850 GS, ครุยเซอร์ HD fatboy, สายสตรีท CB 400 superfour และรถในบ้านเรา ไม่ว่า NSR 150SP proarm, kawasaki victor R, belle 100, honda nova sonic, suzuki raider 150 สุดท้ายชีวิตสงบ ใช้แค่ honda click 125i ฮ่า ๆ
ถามว่าให้เลือกคันไหน ที่จะเป็นคู่ชีวิต โดยรวมแล้วประทับใจที่สุด ขอยกให้ Honda CB 400 NC42 ปี 2008 หรือ superfour หัวฉีด เครื่องวีเทค รุ่นแรก
ตัวเครื่องตัวถังไม่ใหญ่ไป ใช้เดินทางระยะกลางได้ดี จากประสบการณ์ผมนะครับ ถนนเมืองไทย ลากยาวได้ยาก ไม่ว่าจะสภาพถนน รถรามากมาย อากาศร้อน และของอร่อยริมทางเพียบ การเดินทางระยะกลางคือครั้งละ 50-100 กิโลเมตร ผมว่ากำลังดี ไม่เหนื่อยไป ซูเปอร์โฟร์มีกำลังมากพอ และทยทาน ไม่ต้องเร่งมาก ตัวถังเป็นแบบเปลือย ไม่ร้อน และท่านั่งสบายไม่ก้มมากไปและไม่ปะทะลมจนเหนื่อย
ใช้ในเมืองก็ได้ ด้วยความที่ไม่ใช่บิ๊กไบค์ ไม่เทอะทะ ควบคุมรถตามแยก ไฟแดง ซอกซอยได้ดี หาที่จอดง่าย จอดหน้าร้านสะดวกซื้อยังได้ จึงตอบโจทย์ของผมที่ชอบเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก แวะนู่นนี่ เข้าไปที่ต่าง ๆ ซอกแซกไปเรื่อย
กำลังเร่งและความเร็ว ในย่านความเร็วปานกลาง 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซูเปอร์โฟร์ยังนิ่ง ไม่สั่น ไม่วอกแว่ก แช่ยาว ๆ ได้เลย และอัตราเร่งแซงที่ดีมากจาก 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พรวดเดียวไปที่ 120 ได้เลย ทำให้เร่งแซงหนีพี่ ๆ รถพ่วงรถบรรทุกได้ดี ใครขับขี่ทางไกลจะรู้ว่าข้อนี้สำคัญมาก และเมื่อติดระบบวีเทค พอวีเทคเปิดนะคุณ หัวตั้งเลยล่ะ
ระบบความปลอดภัยทำได้ดี ผมจำไม่ได้ว่าเบรกรถติด ABS มาหรือยัง แต่ว่าเบรกทำได้ดี ไม่เคยปัดไม่เคยล้ม ระบบกันกระแทกนุ่มมาก ไม่โยน ส่วนอัตราความสิ้นเปลืองไม่ต้องพูดกันครับ รถสี่สูบ รอบจัดจ้าน กินน้ำมันสุด ๆ แถมตอนนั้นเดิม 95 ด้วย ดีที่มีเกจ์น้ำมันมาให้ไม่งั้นลำบาก (รถรุ่นอนาล็อกเก่า ๆ ยังไม่มีนะครับ) ยุคปัจจุบันคงขายทิ้ง
การควบคุมดีมาก แฮนด์แบบสั้นไม่ต้องออกแรงเยอะ เลี้ยวง่ายไม่ต้องตั้งวงเลี้ยวมาก ศูนย์ถ่วงสูงสักหน่อยต้องตั้งสติตอนกลับรถดี ๆ ติดกันสะบัดหนึ่งตัวครับ นิ่งกริ๊บเลย
เรียกว่าทางกลางสบายมาก ทางไกลจะเหนื่อยหน่อยแต่ผมก็ไม่เคยขี่ยาวไกล ๆ อยู่แล้ว ในเมืองก็คล่องดี ขึ้นเนินขึ้นเขาสะดวก บังคับดี อยู่มือ รถรุ่นอื่นก็มีดีของมันนะครับ ตอนผมขี่สปอร์ต พอถึงจุดหมายมือชาจนไม่รู้สึกอะไรเลย และปวดหลังมาก ส่วนรถใหญ่อย่าง HD ผมรู้สึกว่าเหนื่อยไปหน่อยตอนบังคับรถครับ
และถ้าเป็นรถบ้านเรา จริง ๆ ผมรัก honda nova sonic RS super รุ่นเต๋าสมชายเป็นพรีเซนเตอร์ครับ ครบเครื่อง แรงพอควร ทนทาน ไม่จุกจิก ถ้าไม่ต้องเดินทางไกลก็คันนี้เลย ของผมสีเทาสวยมาก
มอเตอร์ไซค์คันแรกที่ฝึกขับ : yamaha belle R 100 cc
มอเตอร์ไซค์ที่ใช้ปัจจุบันและคิดว่าคงใช้ไปอีกสักพัก : honda click 125i helmet in
ถ้าจะซื้อคันใหม่แทนคันเดิม : yamaha all new aerox SP 155 cc
สุดยอดรถในฝัน และยังอยู่ในฝันตลอดไป : BMW R1200 C
เอาล่ะถึงเวลาของพวกคุณแล้ว บอกกันมา ใครชอบอะไร ใครฝันอะไร

11 กันยายน 2569

แมกนีเซียม : ช่วยนอนหลับหรือไม่ : อันตรายไหม

 แมกนีเซียม : ช่วยนอนหลับหรือไม่ : อันตรายไหม

1. ในเรื่องการนอนหลับให้ดีขึ้น มีการศึกษาขนาดเล็ก การควบคุมและวัดผลทำยาก ส่วนมากใช้การสอบถามจากความจำ ... สรุปว่าผลทำให้นอนหลับไม่ชัดเจน
2. ถ้านอนไม่หลับจะช่วยให้นอนไหม การศึกษาเพื่อตอบคำถามนี้ วัดผลยาก แปรปรวนมาก มีการศึกษาทดลองด้วย แต่สรุปว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนในการรักษาโรคนอนไม่หลับ
3. ที่น่าเป็นห่วงคือ ผลข้างเคียง ..น่าห่วงสุดคือ ไตเสื่อมแต่ได้รับแมกนีเซียม ที่ไม่ต้องมากเกินไปนะครับ แต่ก็เกิดพิษได้เพราะขับออกจากร่างกายไม่ได้ ใครเป็นโรคไต โปรดระวัง
4. น่าห่วงข้อต่อมาคือ เกินขนาด อาจจะเป็นอาหารเสริมหลายยี่ห้อพร้อมกัน หรือกินร่วมกับยาที่มีแมกนีเซียมสูง ซึ่งเกือบทั้งหมดคือ ยาระบาย
5. น่าห่วงข้อสุดท้าย คือ แมกนีเซียมจะไปตีกับยาหลายตัว ทำให้ดูดซึมผิดปกติ ที่พบบ่อยคือ
ยาฆ่าเชื้อ fluoroquinolones, doxycycline
ยากระดูกพรุน bisphosphonated
6. อาหารอุดมแมกนีเซียม คือ ถั่ว ธัญพืช เต้าหู้ ถ้ากินอาหารหลายหลายและเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเสริมแมกนีเซียม หากไม่เกิดโรคครับ

severity of disease x degree of concern = ปัญหาที่ต้อ

 คำปรารภจากผู้ป่วยรายหนึ่ง .. น่าคิด

ผู้ป่วยหญิง 68 ปี มาปรึกษาอยากตรวจติดตามค่าไต เดิมรักษา รพ.จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง คนไข้บอกว่า ค่าไตได้ 50 อยากรู้ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง จะต้องฟอกเลือดไหม กลัวมากเพราะอยู่คนเดียว
หลังพูดคุยแล้ว ก็พบว่าผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ใช้ยาประจำ ตรวจติดตามทุกปี เราคุยกันอยู่เกือบสามสิบนาที จนเข้าใจถึงหลักการการตรวจติดตาม, การใช้ค่า GFR , ผลแทรกซ้อนของโรคต่อไต
ผู้ป่วยและญาติบอกว่า ถ้าทางรพ.อธิบายจนเข้าใจแบบนี้ก็จะไม่กังวล แต่ทุกวันนี้ไปเจอหมอ เจาะเลือด รับยา คุยกันนิดเดียว ไม่ได้อธิบายให้ 'หายกลัว'
เธอจึงต้องหาคำอธิบายตามสื่ออินเตอร์เน็ตในโทรศัพท์ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ยิ่งกลัวมากขึ้น ถ้าคุณหมอและรพ. ได้พูดคุยให้เข้าใจก็คงจะดีกว่านี้ (ดีที่ไม่ถูกชักจูงซื้อผลิตภัณฑ์ใด)
คิดว่าคงแก้อะไรต่าง ๆ ได้ยาก แต่อยากมาบอกว่าปัญหาเหล่านี้ มันก็ร้ายแรงไม่แพ้ตัวโรคเช่นกัน
severity of disease x degree of concern = ปัญหาที่ต้องแก้ไข

09 กันยายน 2569

ทำไมจึงเกิดติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อย ๆ ในผู้หญิง

 มีผู้ติดตามถามว่า ทำไมจึงเกิดติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อย ๆ ในผู้หญิง (บางคน) ลองไปสืบค้นแบบเป็นระบบ พบอะไรหลายอย่าง

1.มีการศึกษาชัดเจนว่าเชื้อก่อโรค สะสมใกล้ทวารหนัก มากกว่ารอบท่อปัสสาวะ เป็นการศึกษาเชิงชีววิทยา น่าจะเป็นที่มาคำอธิบายว่าเช็ดทำความสะอาดจากหน้าไปหลังจะลดการปนเปื้อน
2.แต่หลักฐานจริง ๆ ว่าเช็ดทำความสะอาดจากหน้าไปหลังแล้ว จะลดการติดเชื้อได้จริงหรือ กลับมีการศึกษาน้อยมากและที่มีอยู่ก็สรุปไม่ได้ว่าจะน้อยลง
3.หลักฐานว่าล้างดีกว่า หรือเช็ดดีกว่า ผมพยายามค้นแล้ว ไม่พบที่ชัดเจนเลย
4.แต่มีหลักฐานชัดว่า การสวนล้างช่องคลอดเพิ่มโอกาสติดเชื้อช่องคลอดและติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มากกว่าการล้างภายนอก
5.หลักฐานเรื่องการเช็ดหรือล้างไม่ชัดเจนเลย เหมือนจะขัดกับความรู้สึกที่เราสอนกันมา แต่ก็ยังแนะนำแบบนั้นคือ เช็ดจากหน้าไปหลัง ตามหลักฐานทางจุลชีววิทยา ไม่ใช่หลักฐานทางคลินิก
6.เจอหลักฐานว่า การล้างทำความสะอาดภายนอกหลังมีเพศสัมพันธ์ ลดการเกิดการติดเชื้อซ้ำ แม้ว่าคุณภาพหลักฐานจะเป็น historical control และ case-control แต่น้ำหนักหลักฐานดีกว่า เช็ดจากหน้าไปหลัง เสียอีก
7.เคยมีคนทำรวบรวมการศึกษา พบว่าสาเหตุการเกิดการติดเชื้อซ้ำ มาจากความเปลี่ยนแปลงของเชื้อประจำถิ่น และความไวการติดเชื้อของคนคนนั้น ( ซึ่งเป็นปัจจัยที่ปรับไม่ได้) มากกว่าพฤติกรรมทางสุขอนามัย
8.แล้วเอาอย่างไร ... เมื่อหลักฐานทางคลินิกมีไม่มากพอและไม่หนักแน่น เราใช้หลักฐานทางจุลชีววิทยา และใช้คำอธิบายเชิงเหตุผลได้ จนกว่าจะมีการศึกษาที่ดีที่ตอบคำถามได้มาอธิบาย
9.สรุปว่า ควรเช็ดทำความสะอาดจากหน้าไปหลังเวลาขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ ทำความสะอาดภายนอกหลังมีเพศสัมพันธ์ งดการสวนล้างช่องคลอด
10. ค้นไปเกือบห้าชั่วโมง ทดไปอีกสิบแผ่นเอสี่ จบลงด้วย คำแนะนำตามเดิมครับ 😅😅😅😅😅😅😅😅
ใครมีข้อมูลใดก็มาเสริมได้นะครับ ค้นจนตาลาย ใช้ทั้งมือเราเองและ AI prompt สองตัว (จ่ายตังเอง) ...ยังไม่มีโอกาสลอง TH-AI passport..

บทความที่ได้รับความนิยม