แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิยาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิยาย แสดงบทความทั้งหมด

22 เมษายน 2569

เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้..จริง ๆ แล้วขงเบ้ง ไม่ได้มาช่วยรบ !

 เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้..จริง ๆ แล้วขงเบ้ง ไม่ได้มาช่วยรบ !

ตามเนื้อเรื่องสามก๊ก ครั้งโจรโพกผ้าเหลืองออกอาละวาด หนุ่มน้อยเล่าปี่ได้เห็นประกาศสมัครเข้าร่วมกู้ชาติบ้านเมือง ด้วยความที่ตัวเองมีหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์จึงฮึกเหิมอย่างแรง พอดีคุณเตียวหุยเดินผ่านมา เห็นเล่าปี่ตาเป็นประกายอยากช่วยชาติ เตียวหุยประกาศเลย งั้นเรามาเป็นพี่น้องกัน (ง่ายจังวะ) ไปลุยโจรด้วยกัน คือเล่าปี่มีแต่ใจ แต่เตียวหุยพอมีสตางค์ครับ ที่บ้านรวยเลยจัดการเรื่องยุทโธปกรณ์
เขาสองคนถูกคอถูกใจยิ่งนัก จึงไปร่ำสุราเชื่อมความสัมพันธ์ คือนิยายจีนนะครับต้องใช้สุราเชื่อมความสัมพันธ์ทุกทีไป ที่ผับแห่งหนึ่งแถวทองหล่อและไปเจอคุณกวนอูกำลังร่ำสุราเช่นกัน เกิดถูกคอถูกใจกัน จับมือร่วมรบเกิดเป็นจ๊กก๊กขึ้นมา
พอสงครามเข้มข้น ทั้งสามคนจึงไปเชิญอาจารย์จูกัดเหลียงแห่งเทือกเขาโงลังกั๋ง ที่เขาร่ำลือว่าหยั่งรู้ฟ้าดิน มองหน้ารู้ใจ อายุชราแต่หน้าหนุ่ม เพื่อมาเป็นกุนซือ และต้องไปเชิญถึงสามครั้งสามครา จูกัดเหลียงหรือคุณขงเบ้งของเราจึงยอมลงเขามาเป็นที่ปรึกษาการรบ
และนี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ผ่าม ผ่าม ผ่าม พามมม
เมื่อไปเชิญครั้งแรก เด็กรับใช้บอกว่านายท่านไปเที่ยว ซึ่งความจริงแล้วจูกัดเหลียงแกแอบอยู่ในห้องรปภ. ดูกล้องวงจรปิดอยู่ นี่คือสิ่งที่จูกัดเหลียงพบเห็นด้วยตาตัวเอง และสอดคล้องกับที่เคยรับรู้ข่าวสารมา
เล่าปี่ … หูยานถึงบ่า มือแขนยาวถึงเข่า … จูกัดเหลียงคาดว่านี่คือ marfanoid habitus ลักษณะที่พบบ่อยในโรคความผิดปกติของการสร้างเส้นใยคอลลาเจน Marfan’s syndrome ข้อต่อจะยืดไม่มั่นคง เส้นใยยืดได้ ลิ้นหัวใจก็รั่ว หลอดเลือดก็โป่งพอง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเล่าปี่ ลิ้นหัวใจเอออร์ติกรั่ว ก็จะมีอาการเหนื่อยง่าย
เตียวหุย …หน้าดุ ตาโปน อารมณ์ร้อน หงุดหงิด …จูกัดเหลียงดูกล้องแล้วเห็นคอโต ๆ ชัดเลย เตียวหุยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษและตาโปน น่าจะเป็น Graves’disease ไทรอยด์้เป็นพิษจากภูมิคุ้มกันตัวเองไปจับกระตุ้นไทรอยด์ (TSH receptor antibody) นอกจากกินยาลดฮอร์โมนแล้ว ก็ควรผ่าตัดไทรอยด์ด้วย
กวนอู … หน้าแดง แก้มแดง เป็นบ่อย จมูกแหลมยาวงุ้ม … จูกัดเหลียงสงสัยเหลือเกินว่าจะเป็นโรคหนังแข็ง scleroderma หน้าแดงแก้มแดง นี่ถ้าดูโคนเล็บก็น่าจะแดง เป็นการเรียงตัวของหลอดเลือดฝอยผิดปกติที่เรียกว่า telangiectasia ส่วนจมูกงุ้มเป็นจากหนังที่แข็งจนใบหน้าผิดรูป จมูกงุ้มลง อ้าปากน้อย มีรอยรอบปาก บนเขานี้อากาศเย็น จูกัดเหลียงซูมกล้องดูมือ โป๊ะเช้ะ มีซีด เขียว แดง เป็นปรากฏการณ์ Raynaud แสดงว่ากวนอูน่าจะเป็น scleroderma ชนิดที่เรียกว่า CREST syndrome
จูกัดเหลียงนึกในใจ หึหึ บ้านเมืองยามนี้เห็นจะมีข้าเท่านั้น ที่พอรักษาได้ แต่ถ้าเราเล่นตัวสักหน่อย อาจเรียกค่าตัวได้เพิ่ม ยุคนี้น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง บอกเด็กรับใช้ให้บอกเล่าปี่ว่า “นายท่านไปเที่ยว De Wallen ที่เนเธอร์แลนด์”
เล่าปี่ไม่ยอมแพ้ เดินทางมาครั้งที่สอง คราวนี้จูกัดเหลียงไปเที่ยวจริง ๆ เห็นว่าเดินทางไปปักกิ่ง เดินเที่ยววังต้องห้าม กำแพงเมืองจีน เอาเรื่องมาเขียนทำคอนเท้นต์ในเพจ
ครั้งที่สามเล่าปี่ออกจะหงุดหงิด นึกในใจว่า “แหม เล่นตัวชิกหัย ไม่เจอคราวนี้ก็เลิก ปรึกษาแชทจีพีทีก็ได้” แต่คราวนี้เจอ (ก็แผนของเขา) แถมจูกัดเหลียงมีข้อเสนอที่เล่าปี่มิอาจต้าน คือ …
มียากิน beta blockerและยาลดความดัน ACEI,ARB เพื่อลดอาการจากลิ้นหัวใจรั่วของเล่าปี่
มียา methimazole เพื่อควบคุมฮอร์โมนให้เตียวหุยแถมยังเอายา beta blocker มาลดอาการมือสั่นใจสั่นของเตียวหุยด้วย
ส่วนกวนอูนั้น จูกัดเหลียงมียากลุ่ม calcium channel blocker ลดอาการมือเขียวซีด และยากดภูมิ mycofenolate ช่วยชะลออาการโรคหนังแข็ง
เล่าปี่จนแต้ม ทั่วแผ่นดินจีน หาได้มีโอสถยอดเยี่ยมเยี่ยงนี้ นอกจากได้ที่ปรึกษาการรบ ยังได้คนมารักษาอีก จึงเซ็นสัญญาว่าจ้างจูกัดเหลียง ได้รับเงินเป็นรายปี ปีละ 5 ล้านหยวน โบนัสเพิ่ม 10%ทุกครั้งที่ตีข้าศึกได้ ทำฟันฟรี พักร้อนปีละ 30 วันพร้อมพ็อกเก็ตมันนี่ และไม่ต้องเสียภาษี
ตั้งแต่นั้น จ๊กก๊กก็แข็งแกร่ง เล่าปี่แทบไม่เหนื่อย เตียวหุยไม่มีอาการมือสั่น กวนอูจับทวนขี่ม้าได้คล่องนัก ซึ่งจูกัดเหลียงแนะนำอะไรในการศึกก็ได้ เพราะสามคนนี้มันเก่งแบบ OP อยู่แล้ว ชนะใส ๆ กินเงินปีกินโบนัสสบายใจเฉิบ แค่คอยให้ยา ติดตามอาการสามพี่น้องเป็นระยะ พาสาว ๆ ไปเที่ยวนั่นนี่ หาเรื่องมาเขียนลงเพจบ่อย ๆ
แล้วคุณรู้ไหมครับว่า เสื้อยืดสีขาว มีลายสกรีนสีน้ำเงินที่หน้าอก ตัวที่จูกัดเหลียงใส่ประจำ ลายสกรีนนั้นเขียนว่าอะไร

15 กุมภาพันธ์ 2569

ไขปริศนา ทำไมอรชุนจึงมิอาจน้าวศรได้ ในมหาสงครามกุรุเกษตร ในมหาภารตะ

 ไขปริศนา ทำไมอรชุนจึงมิอาจน้าวศรได้ ในมหาสงครามกุรุเกษตร ในมหาภารตะ

ที่มหาสงครามแห่งทุ่งกุรุเกษตร สุดยอดสงครามแห่งยุคระหว่างเการพและปาณฑพ รถม้าคันหนึ่งพุ่งทะยานเข้าสู่สงครามอย่างองอาจ บนรถม้านั่นคือตัวท้อปของเรื่อง อรชุน นักธนูผู้เกรียงไกร ฝีมือแม่นยำเก่งกาจ ยิงแม่นทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งภาพจริงและภาพสะท้อน เรียกว่าขอให้เห็นเป้าหมาย ลูกศรอรชุนไม่เคยพลาด
ยังไม่พอ เรื่องราวยังโกงสุดยอด พลขับรถม้านั้นคือสุดยอดนักรบแห่งยุค..กฤษณะ ที่สงครามครานี้ต่อแต้มให้คู่ต่อสู้คือพวกเการพ กฤษณะมาทำเพียงหน้าที่คนขับ แต่ถึงกระนั้นก็นับว่าโกงอยู่ดี … 100 คะแนนให้กริฟฟินดอร์
กลางสมรภูมิ กฤษณะเห็นอรชุนเหลียวใบหน้า ง้างคันธนู แต่แล้วก็ลดมือลง ไม่ยอมปล่อยลูกศร กฤษณะก็งุนงง ทำไมไม่ยิงฟระ กฤษณะจึงหยิบกล้องส่องทางไกลไปที่เป้าหมายต่าง ๆ ของอรชุน ..อ้อ เพราะว่าบรรดาขุนศึกที่ออกมาล้วนแต่เป็นคนที่อรชุนคุ้นเคย เคยร่วมหัวจมท้าย หัวเราะร้องไห้ เรียนร่วมกันมา ในสมัยที่ห้าพี่น้องปานฑพมาพักอาศัยในกรุงหัสตินาปุระของบรรดาเการพ
กฤษณะจึงบอกอรชุนว่า “ท่าน กรุณาใช้ความเป็นมืออาชีพ แยกเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัวด้วย” อรชุนจึงได้สติและนำชัยชนะมาสู่ปาณฑพ
นั่นคือสิ่งที่มหาภารตะและภควัทคีตาบอกเล่าให้คุณฟัง แต่ข้อมูลที่ผมได้สัมภาษณ์กฤษณะทางโทรศัพท์เมื่อสองสัปดาห์แตกต่างไปสิ้นเชิง และวันนี้เราจะเปิดเผยเบื้องหลังแห่งชัยชนะของอรชุน
ย้อนกลับไปที่รถม้าที่ทุ่งกุรุเกษตร
อรชุนหยิบธนูคู่ใจหกเหรียญทองโอลิมปิก น้าวศร หันคอเพื่อเล็งยิง ฉับพลันนั้นภาพที่เห็นก็มืดมัวลง อรชุนตกใจมาก จึงลดคันธนูลงและกลับมามองด้านตรง ก็พบว่าภาพกลับมาคมชัดเช่นเดิม อรชุนคิดว่า หรืออาจจะเป็นมนต์แห่งเทพที่ไม่อยากให้เราสังหารเหล่าคนรู้จัก
อรชุนจึงยกธนู น้าวศร หันคอเพื่อเล็งอีกครั้ง และเช่นเคยภาพมืดลงอีก
กฤษณะเห็นผิดสังเกต จึงตะโกนถามว่า “อรชุน ท่านไม่ยิง ที่ท่านมีดีลลับกับฝั่งตรงข้ามรึ” อรชุนจึงบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับกฤษณะ
กฤษณะได้ยินก็เข้าใจ บอกอรชุนว่า สิ่งที่ท่านเจอ หาใช่มนตราของเทพ แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า Bow Hunter syndrome อาการภาพมืดมัวลงในขณะหันลำคอ อันเนื่องจากการตีบแคบของ หลอดเลือด vertebral artery ที่วางตัวอยู่คู่ขนานกระดูกสันหลังส่วนคอ ถูกกดเบียดในขณะหมุนซ้ายขวา เพราะมีปุ่มกระดูกไปกดเบียด เมื่อหันลำคอมาท่าตรงก็ไม่ถูกกดเบียด
ขณะกดเบียด เลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองผ่าน vertebral artery ลดลง ทำให้ระบบเลือดเลี้ยงสมองส่วนหลัง (posterior circulation) ลดลง สมองส่วนนี้มีบริเวณ occipital cortex ที่แปลผลการมองภาพ จึงทำให้มืดมัวลง นอกจากนี้อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บ้านหมุนได้
ลักษณะที่ท่าทางตอนที่เกิดอาการเหมือนนายพรานที่กำลังหันลำคอยิงธนูล่าสัตว์จึงมีชื่อว่า Bow Hunter sundrome
อรชุนได้ฟังก็เข้าใจด้วยปรีชาญาณ บวกกับได้เกรด A ตอนเรียนวิชามหกายวิภาคศาสตร์ นึกภาพออกทันที จึงตะโกนกลับไปว่า “แบบนั้น ข้าก็เพียงเล็งเป้า น้าวศร แบบหน้าตรง ไม่หันลำคอ เพียงเท่านี้ก็ยิงธนูแม่นเช่นเดิม”
กฤษณะยิ้มและกล่าวออกไป “แม่นแหล่ว มันสิไปยากจังใด๋ ดังนั้น รบเถิดอรชุน”
แล้วเรื่องราวก็เป็นดังที่มหาภารตะบันทึกไว้ แต่กฤษณะก็เล่าให้ฟังว่าหลังจากเสร็จสงครามแล้ว อรชุนได้ไปรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อไม่ให้กระดูกไปกดเบียดหลอดเลือด หลังผ่าตัดอาการก็หายไป กลับมาเป็นมือธนูอันดับหนึ่งแห่งปาณฑพ
และนั่นคือเรื่องราวที่ไม่มีใครเคยเล่าให้คุณฟังมาก่อน ความลับของอรชุน

18 มกราคม 2569

นิยาย doxycycline-induced photosensitivity

 นิยายประโลมโลก

“ชาย ทำไมแกถึงไปเลือกนังนี่มาเป็นสะใภ้ฉัน” เสียงตวาดสนั่นของคุณหญิงพจมานสว่างวงศาคณาญาติ ทำเอาคุณชาย และบรรดาคนใช้ในบ้านสะดุ้ง
“นริศรานี่แหละหม่อมแม่ ที่รู้ใจ ฉลาดและเข้าใจชายอย่างแท้จริง” คุณชายตอบเสียงเรียบสงบ
ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน คุณชายพิพัฒน์ลมไร้สาย ผู้สืบสกุลและมรดกหลายหมื่นล้านของตระกูล กำลังเดินทางไปแอฟริกา ก่อนจะออกเดินทางก็บังเอิญว่ามีสุภาพสตรีสองท่านแวะมาส่งพร้อมของขวัญ คือว่าสุภาพสตรีสองท่านนี้ครับกำลังแอบปิ๊งคุณชายของเราอยู่
นริศรา หญิงสาวบ๊านบ้าน ชอบใส่เสื้อคอบัวลายดอก กระโปรงพลีท รวมผมตึงเปรี๊ยะ แว่นหนาเตอะ คุณชายเคยไปซื้อหมูย่างที่เธอขาย เลยแอบคุยและสนิทกัน
คุณโสรยาชูกำลัง บุตรสาวเจ้าสัวใหญ่ สวยเอ็กซ์เซ็กซ์อึ๋ม รู้จักคุณชายของเราผ่านงานกาล่า ก็แบบว่าแม่รวยพ่อรวย มาเจอกันแนะนำกันรู้จัก ก็แอบคุยและหวังจะดองกันในเชิงธุรกิจการเมืองด้วยแหละ
คุณโสรยาชูกำลัง ขนอุปกรณ์เดินป่าล่าสัตว์ยิงนกตกปลานั่งสมาธิดูปะการัง ขนมาหนึ่งคันรถ หวังมัดใจคุณชายและเลือกเธอเป็นเจ้าสาว คือรู้ใจรู้งาน จะไปแอฟริกานี่ จัดเต็ม
ส่วนคุณนริศรา เธอเป็นฟรีแลนซ์ขายหมูย่าง ซื้อครีมกันแดด SPF50 PA++ มาจากร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน เอามาฝากสองหลอด พร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า เอาไว้ปกป้องผิวนะคะ
วันที่สองสาวเอาของมาฝาก คุณหญิงพจมานสว่างวงศาคนาญาติยังแอบเหน็บนริศราว่า “อย่างหล่อนน่ะเรอะ จะมาเทียบคู่ลูกชายฉัน ซื้อของโลว์ โฮ๊ะ ๆ ๆ “ ป้องปากหัวเราะอย่างสะใจ อันเป็นที่น่าตบปากยิ่งนัก
แต่เหมือนพรหมลิขิต ชะตาชีวิตช่างแสนตลก จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะชะตาชีวิตไม่ใช่แจ๊ส ชวนชื่น เอาล่ะ แต่มันคดีพลิก ช่วงเวลาที่คุณชายพิพัฒน์ลมไร้สายอยู่ที่แอฟริกา คุณชายเกิดมีผื่นแดงบริเวณใบหน้าและแขน เป็นบริเวณที่โดนแสงแดด มีอาการแสบร้อนเหมือนผิวไหม้ มีตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ บริเวณผื่นแดงนั้น
คุณชายเธอหยิบไอโฟน17โปรแม็กนั่ม ขึ้นมาวิดีโอคอลมาหาคุณหมอประจำตระกูล “คุณหมอ ชายมีปัญหา” พร้อมวิดีโอคอล คุณหมอก็ถามว่าคุณชายไปทำอะไรที่ไหน สัมผัสสารอะไรบ้าง และใช้ยาอะไรนอกเหนือจากยาสามัญที่คุณหมอเตรียมให้หรือไม่ ปกติคุณหมอจะจัดเตรียมกล่องยาฉุกเฉินไว้ให้พร้อมออกเอกสารกำกับเสมอ คุณชายตอบว่า “อีกอย่างคือที่นี่เขาให้ยาป้องกันโรคมาเลเรียครับ ตัวนี้”
ตึ๊ง…เสียงเตือนข้อความดังขึ้นพร้อมกับภาพยา doxycycline เจ้ายาตัวนี้สามารถทำให้เกิดผื่นที่เรียกว่า phototoxicity ไม่ใช่แพ้แสง เนื่องจากไปมีพิษต่อเซลล์ผิวหนังโดยตรง ไม่ได้กระตุ้นผ่านระบบภูมิคุ้มกัน โดยไม่ได้มีอาการเพียงผิวหนังแต่อาจเป็นที่เล็บได้ด้วย และจะเกิดในบริเวณที่โดนแสงหลังจากได้รับยา ถึงจะพบน้อยแต่พบนะ
คุณหมอก็แจ้งว่ายาตัวนี้ทำให้เกิดผื่นได้ การรักษาก็หยุดยาและใช้ครีมกันแดดช่วยป้องกัน เดี๋ยวผื่นจะค่อย ๆ หายไป
คุณหมอถามกลับ “ได้เตรียมครีมกันแดดมาไหมครับคุณชาย” พอหมดคำถามนี้คุณชายนึกได้ทันที โอ้ว พระเจ้าจอร์จ ทำไมเธอช่างละเอียดอ่อน เตรียมของที่เหมาะกับเราจริง ๆ เธอช่างเหมาะกับตำแหน่งเจ้าสาวยิ่งนัก นริศรา โอ้ว แม่สาวน้อย”
นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คุณชายเธอเลือกนริศราและทำให้คุณหญิงแม่หงุดหงิดใจไม่น้อย ต้องเรียกเด็กนวดมาเยียวยาหัวใจอยู่หลายวัน ส่วนคุณโสรยาชูกำลังก็อกหัก หงอยเป็นหมาเหงา เปล่าเปลี่ยวหัวใจเป็นกำลัง และในขั้นตอนที่คุณชายกับนริศรากำลังเลือกหาบริษัทอีเว้นท์จัดการแต่งงาน คุณหมอของเราก็มีบทขึ้นมาอีกครั้ง ..แต่..กับนริศรา
“คำแนะนำคุณหมอนี่เด็ดขาดไปเลยค่ะ ของฝากอย่างเดียวชนะใจพี่ชายได้เลย ไม่รู้จะขอบคุณคุณหมออย่างไรดี” นริศรานี่เธอก็วางแผนนี่หว่า ไม่ได้ซื่อใสอย่างที่เห็น
“ก็คาดเดาเอาน่ะครับ ประเทศที่คุณชายไป มันมีการระบาดสูงมากและมีคำแนะนำให้ยาเพื่อป้องกันมาเลเรียด้วย ก็โอกาสสูงที่จะเกิดเหตุแบบนี้ แต่ว่าอย่าไปซีเรียสเลยคุณนริศรา เรื่องมันบังเอิญ นี่คุณมาเลือกร้านเวดดิ้งของผมก็ขอบคุณมากครับ งานใหญ่เลยจ้างตั้งสิบล้าน” คุณหมอยิ้มกริ่มแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ในใบหน้า ใช่..ก็แค่บอกคุณชายกับคุณนริศราว่า ต้องรีบแต่งแล้วเดี๋ยวคุณหญิงจะเปลี่ยนใจ งั้นมาทำที่นี่ ไม่ต้องบรี๊ฟกันมาก รู้จักโปรไฟล์บ่าวสาวดีอยู่แล้ว ทำงานได้เร็ว ก็เสมือนล็อบบี้ง่าย ๆ
หลังจากที่เลือกชุดและโลเกชั่นถ่ายภาพ ส่งคุณนริศรากลับแล้ว คุณหมอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หมุนเบอร์โทรหาโสรยาชูกำลัง ผู้ซึ่งกำลังซึม เศร้า เหงา เปลี่ยว
“คุณโสรยาชูกำลังครับ เย็นนี้ผมจะไปรับคุณครับ เตรียมชุดสวย ๆ ไปถ่ายรูปได้เลย ผมคิดว่าเกาะบาหลีช่างโรแมนติก และน่าจะทำให้คุณสดชื่นได้ โชคดีมากเลยครับ เหลือตั๋วราคาพิเศษพร้อมที่พักอยู่สองที่พอดี เราไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันนะครับ”
โชคดีกะผีน่ะสิ แกจองไว้ตั้งแต่แนะนำคุณนริศราซื้อครีมกันแดดแล้วเฟ้ย แล้วที่เลือกบาหลีเพราะแกไปส่องไอจีของโสรยาชูกำลังว่าเธออยากไปไหว้บูโรพุทโธมานานแล้ว
เย็นนั้นคุณหมอเตรียมขับรถไปรับคุณโสรยาชูกำลัง ปรับกระจกมองหลังเห็นรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ ที่เริ่มเจ้าเล่ห์มากขึ้น สวมเสื้อยืดสีขาว มีสกรีนอักษรสีน้ำเงินบนหน้าอก “อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว” …แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือเมื่อมองไปที่มือจับพวงมาลัยรถยนต์อยู่ มือนั้นกลายเป็น มือที่มองไม่เห็น ไปเสียแล้ว
จบบริบูรณ์ อย่าลืมไปรับยาช่องเบอร์หนึ่งด้วยกันอย่างถ้วนหน้านะครับ

05 มกราคม 2569

SVT destination

 SVT destination

ที่ห้องฉุกเฉิน
คุณหมอสุธีร์ หมอหนุ่มจบใหม่ไฟแรง มานั่งรอคุณพยาบาลศันสนีย์ คืนนี้คุณพยาบาลศันสนีย์อยู่เวรบ่าย ลงเวรเที่ยงคืน แน่อนว่าคุณหมอสุธีร์ที่กำลังเทียวไล้เทียวขื่อน้องศันสนีย์สุดสวย ย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะมารอรับและชวนเธอไปหาอะไรกินรองท้องก่อนนอน
ถ้าไม่มาก็คงเป็นโอกาสของอีตาหมอชราหน้าหนุ่มแผนกอายุรกรรมที่กำลังเข้าทำคะแนนน้องศันสนีย์เช่นกัน
“อีกชั่วโมงเดียว” คุณหมอสุธีร์ชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ พร้อมหาวหวอดน้ำตาไหล เมื่อคืนคุณหมอก็อยู่เวรที่นี่จนดึก ง่วงแสนง่วงแต่ก็ต้องตื๊อทำคะแนน
ทันใดนั้นประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก เตียงเข็นถูกเข็นเข้ามาพร้อมทีมกู้ชีพ “เอสวีที (supraventricular tachyarrythmia) ความดันเริ่มตก”
เสียงใครสักคนตะโกนขึ้นมา เมื่อสิ้นเสียงตะโกนคุณหมอเวรประจำวัน พร้อมทีมในห้องฉุกเฉินก็กรูเข้าไปพร้อมช่วยเหลือคนไข้ทันที คุณอุบลวรรณพยาบาลร่างกำยำ อดีตแชมป์ยกน้ำหนัก คุณสาคร ผู้ช่วยพยาบาลที่ประสบการณ์โชกโชน รวมถึงน้องศันสนีย์ที่กำลังเตรียมตัวเก็บข้าวของลงเวร
คุณหมอสุธีร์นั่งอยู่เงียบ ๆ หลังเคาน์เตอร์ เฝ้ามองดูความโกลาหลประจำวัน ตาก็เหลือบมองจอคอมพิวเตอร์ซึ่งลิ้งค์ข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจรายนั้นจากหน้าจอข้างเตียงมาที่เคาน์เตอร์ด้วย
ด้วยความที่สายตาไม่ดีนัก คุณหมอเห็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นเร็วมาก ประมาณด้วยสายตา 160 ครั้งต่อนาที ค่าความดันโลหิตจากหน้าจอ 100/50 ออกซิเจนที่ 98%
มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจตัวสูง ๆ ต่ำ ๆ ด้วย บางจังหวะก็มาไม่สม่ำเสมอเท่าไร แต่ช่างเถอะ ไม่ใช่หน้าที่ของเราในวันนี้ ว่าแล้วก็ก้มหน้าหาเพลงใหม่ในสปอติฟาย จังหวะที่กำลังเปลี่ยนเพลง ก็ได้ยินเสียงคุณหมอตะโกนเสียงดังแทรกเข้ามา “อะดีโนซีน 6 มิลลิกรัม ฉีดแบบดับเบิ้ลไซริงจ์ ขอเส้นที่ต้นแขนเลยนะ”
+การฉีดอะดีโนซีน ต้องฉีดที่หลอดเลือดดำขนาดใหญ่ใกล้หัวใจ ด้วยยาออกฤทธิ์สั้นมาก 6-10 วินาที เมื่อฉีดแล้วต้องไล่สายด้วยน้ำเกลือเพื่อผลักให้ยาเข้าสู่หัวใจให้เร็วที่สุด+
“เคสนี้คงจบเร็ว” คุณหมอสุธีร์คิดในใจ พร้อมจังหวะเพลง river flows in you คลอเบา ๆ ในหูฟังตัดเสียง สายตากำลังจะปิดลงเพื่อดื่มด่ำเสียงเพลง
แต่ก็มีเสียงดังลั่นขึ้นมาแทรกเข้ามา “เฮ้ย วีเอฟ (ventricular fibrillation) ทำไมเป็นงี้ล่ะ คุณอุบลวรรณเตรียมเครื่องดีฟิบ (defibrillator) คุณสาครผมขอเจลด้วยครับ”
เสียงนั้นทำให้คุณหมอสุธีร์ตื่นจากภวังค์ทันที หันไปที่หน้าจอมอนิเตอร์คลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็น ventricular fibrillation ทันใดก็ฉุกใจคิดได้และเหลือบไปมองหน้าจอที่ฟรีซภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจก่อนจะฉีดอะดีโนซีน ..นี่มันไม่ใช่ SVT นี่หว่า
ภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เต้นเร็วมากจริง แต่ไม่ได้เป็นจัวหวะสม่ำเสมอแบบ SVT มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ตัวสูง ตัวเตี้ย บางตัวก็มีค่า QRS complex ที่กว่าตัวอื่น อันนี้ไม่ใช่ SVT แล้ว นี่คือ atrial fibrillation ที่มีภาวะ Wolff-Parkinson-White syndrome ร่วมด้วย ภาพจึงเป็นแบบนี้ ในกรณีนี้เราให้ยา adenosine จะยิ่งไปทำให้เกิด ventricular arrythmia โดยเฉพาะ VF เพราะ adenosine จะไปหยุดการนำไฟห้าผ่านช่องทางปกติ จึงมีการนำไฟฟ้าผิดปกติผ่านเส้นใยนำไฟฟ้าช่องทางลัดของ WPW และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คาด
คุณหมอสุธีร์เงยหน้ามองไปที่วงช่วยชีวิตคนไข้ คุณหมอเวรกำลังยกแพดเดิล ชาร์จไฟ 200 จูลส์ คุณสาครบีบเจลลงบนแพดเดิ้ลและที่อกคนไข้ แต่ทว่า…หลอดเจลนั้นคงจะเก่ามาก แทนที่จะออกมาทางช่องปกติกลับทะลักออกมาทางก้นหลอด หกเลอะเทอะไปที่พื้น คุณสาครไม่ทันจะมีเวลาเอาผ้ามาคลุมเพราะต้องเตรียมขึ้นปั๊มหัวใจ ส่วนคุณอุบลวรรณเตรียมขึ้นปั๊มเรียบร้อย
“ชาร์จพร้อม ถอยออกนะครับ หนึ่ง สอง …” เสียงหมอเวรเตรียมตัวดีฟิบบริลเลชั่นผู้ป่วย และจังหวะที่ทาบแพดเดิ้ลบนอกคนไข้ คุณหมอเวรก้าวขาเพื่อโน้มตัวลงมา เท้าเจ้ากรรมดันไปเหยียบบนเจลหล่อลื่นบนพื้น และภาพต่อไปนี้เกิดขึ้นเร็วมาก
คุณหมอไถลไปด้านหน้า แพดเดิ้ลไปแปะบนตัวคุณอุบลวรรณที่อยู่อีกฝั่งคนไข้เตรียมปั๊มหัวใจ และนิ้วก็กดกระตุกไฟฟ้าพร้อมกัน
คุณอุบลรรณถูกไฟฟ้ากระตุก หงายหลังลงกับพื้นหัวฟาดพื้นอย่างแรง ขาก็ไปเตะเตียงคนไข้ล้มลง
คุณสาครพุ่งตัวออกไปเพื่อรับคนไข้ไม่ให้กระแทกพื้น จึงไปกระแทกเอาเสาน้ำเกลือล้ม
เสาน้ำเกลือล้มไปในทิศที่คุณศันสนีย์เตรียมยาอะดรีนาลีน ปลายที่แขวนน้ำเกลือพุ่งเข้าตรงจุดดวงตาขวาของคุณศันสนีย์อย่างพอดีและแรงมาก …ฉึก
คุณหมอสุธีร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ตกใจมาก หันไปมองรอบตัวช้า ๆ หายใจเข้าออกลึก ๆ ทุกอย่างปกติ นาฬิกาดิจิตอลเรือนใหญ่บนผนังชี้เวลา 23.05 เฮ้อ นี่เราฝันไปหรือนี่ เหมือนจริงเอามากทีเดียว พร้อมกับสายตาที่เลื่อนมาหยุดรอหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ..คุณหมอสุธีร์เริ่มหายใจแรงและเร็ว เพราะชื่อเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอคือ river flows in you
!?!?!?!?!?
ทันใดนั้นประตูก็ถูกผลักเข้ามา “เอสวีที ความดันเริ่มตก” คุณหมอสุธีร์แทบหยุดหายใจ ตาเบิกโพลงกว้าง เหตุการณ์ทั้งหมดเหมือนกับที่ฝันเมื่อสักครู่ ร่างกายเย็นเฉียบขนหัวลุกเกรียว ใส่แว่นสายตาแล้วจ้องมองจออย่างจริงจัง “เฮ้ย AF with WPW” คราวนี้คุณหมอไปรอช้า ปราดเข้าไปในวงกู้ชีพ ก่อนที่เหตุการณ์จะเป็นไปตามฝันบอกเหตุ
“น้องหมออนุทิน อีเคจีเหมือน AF with Wolff แบบที่พี่เจอเมื่อวานเลย”
คุณหมอเวรและทั้งวงกู้ชีพหยุดกึก รวมทั้งน้องศันสนีย์ที่กำลังดูดยาอะดีโนซีนด้วย คุณหมออนุทินตะโกนบอกทีม “ใช่ AF with Wolff ขอบคุณมากพี่ เกือบไปล่ะ คุณศันสนีย์เตรียมยา อะมิโอดาโรนมาแทน ความดันยังดีพอรอได้ ยังไม่ต้องช็อกไฟฟ้า”
คุณหมออนุทินบอกไล่หลังคุณหมอสุธีร์ที่กำลังเดินกลับ “ขอบคุณครับพี่ เกือบไปแล้ว”
หลังจากเหตุการณ์สงบ คุณหมออนุทินเดินมาขอบคุณคุณหมอสุธีร์
“ดีนะที่พี่มาบอก ถ้าฉีดอะดีโนซีน ก็มีโอกาสเกิด VF ไม่งั้นคงต้องดีฟิบคนไข้แน่เลย”
“ก่อนหน้านี้ผมเคยเจอ แต่คนไข้ผมความดันตกแล้ว ผมเลยต้อง คาร์ดิโอเวอชั่น (synchronized cardioversion) เสียดาย เราไม่เคยมี procainamide เลยไม่เคยลองใช้ตามตำรา ใช้แต่ amiodarone ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นยาตัวเลือกแรก” คุณหมอสุธีร์บอก แล้วคุยกันต่ออีกเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่อง AF with WPW พอคุยนานเข้า คุณหมอสุธีร์เริ่มเลิ่กลั่ก เดี๋ยวน้องศันสนีย์จะลงเวรไปก่อน
“ว่าแต่พี่ไม่ได้อยู่เวรนี่นา วันนี้ว่างหรือครับ อะแน่ หรือมารอน้องอุบลวรรณ พยาบาลผู้แข็งแกร่งของเรา” อนุทินแซว
“บ้า…พี่มาคอยน้องศันสนีย์ กะว่าจะพาไปกินข้าวต้มรอบดึกสักหน่อย เดี๋ยวพี่ไปรอก่อนนะ” สุธีร์เร่ง
“ศันสนีย์หรือพี่ ก่อนผมจะมาคุยกับพี่ ผมเห็นลุงหมอหน้าหนุ่มแกมารออยู่นะครับ แล้วก็บอกว่า พี่สุธีร์เก่งเรื่องคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาก ลองไปคุยขอความรู้ดูสิ โอกาสเรียนรู้จากของจริงแบบนี้มีน้อย” คุณหมออนุทินเล่าจบ ก็ยกมือปิดปากเข้าใจกลเม็ดเด็ดพรายของอีตาลุงหมอทันที นึกในใจตามหลังไว ๆ ของคุณหมอสุธีร์ที่เดินหงุดหงิดออกไป ศึกนี้น่าจะฟาดฟันกันอีกนาน
ตัดภาพมาที่ร้านข้าวต้ม
หมอชราหน้าหนุ่มนั่งกินข้าวกับสาวงามที่เขาเพิ่งรับมาหลังลงเวร โชคดีที่แอบเห็นคุณหมอสุธีร์นั่งหลับอยู่ หึหึ ช้าไปต๋อย รู้เลยว่าต้องเดินเกมอย่างไร
ยิ้มกริ่มพลางนึกในใจ ตรูก็หนึ่งในตองอูเฟร้ย
วูบบบ ลมหนาวยะเยือกพัดผ่านต้นคอหมอชราไป ทำให้กระดิ่งที่แขวนอยู่บนเสาสั่นกรุ๊งกริ๊ง
ศันสนีย์หันไปมองตามเสียง “ร้านนี้เขารู้ว่าลูกค้าคือพวกเรานะคะ ขนาดเสาแขวนกระดิ่ง ยังเอาเสาน้ำเกลือที่ไม่ใช้ เอามาทำเครื่องแต่งร้าน” เสาอยู่ด้านหลังเธอพอดิบพอดี
หมอชราเสริม “แต่ผมว่ามันเก่าไปนะ สนิมเยอะเลย กลัวว่ามันจะหักล้มไปโดนใครเข้าสักวันน่ะสิครับ”
“แต่กระอิ่งอันนี้แปลกดีนะคะ มองไปมองมาคล้ายแพดเดิ้ลเครื่องดีฟิบ” ศันสนีย์จ้องมองกระดิ่งอย่างสนใจ
…..กร๊อบบบบบ…..กรี๊ดดดด
จบบริบูรณ์

16 พฤศจิกายน 2568

คุณเคยรักใครสักคนไหม…

 คุณเคยรักใครสักคนไหม…

“คุณหมอคะ คนไข้นัดคุณหมอตอนนี้พักอยู่ห้องสังเกตอาการนะคะ” คุณพยาบาลคัดกรองผู้ป่วยเดินมาบอก
คุณหมอชราหน้าหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากจอคอมพิวเตอร์ ชำเลืองมองดูชื่อผู้ป่วยรายนั้น คุณกรองกาญจน์ และวันนี้เธอมาตามนัด “ครับ ผมจะตามไปตรวจที่จุดนะครับ”
คุณกรองกาญจน์ สุภาพสตรีอายุ 68 ปี เธอป่วยเป็นโรคหนังแข็งชนิดลุกลามเข้าอวัยวะภายใน (diffused systemic sclerosis) ปัญหาสำคัญคือปอดเป็นพังผืด หายใจลำบาก เหนื่อยตลอด ออกซิเจนในเลือดต่ำ ทำอะไรเล็กน้อยก็เหนื่อย ต้องใช้ออกซิเจนเกือบตลอดเวลา
คุณหมอชรารักษาและดูแลเธอมาห้าปี อาการเท่าเดิมแต่ร่างกายผู้ป่วยเริ่มเสื่อมถอยลง การรักษามีเพียงให้ยาโรคประจำตัวและประคับประคองจิตใจ
“สวัสดีครับ คุณกรองกาญจน์ กินอิ่มนอนหลับ นับเลขแม่นตามเดิมไหมครับ”
ผู้ป่วยกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง สายออกซิเจนคาดจมูก กองไหมพรมและไม้นิตอยู่บนตักเธอตลอด เธอหันมายิ้มและตอบช้า ๆ “มันก็เหมือนเดิมแหละค่ะ จะเป็นห่วงก็แต่คุณรุธ ระยะนี้แกสับสนไปสักหน่อย ไม่ค่อยกินข้าว”
คุณรุธ หรือ นิรุธ คือสามีของเธอที่อยู่ด้วยกันมา 40 ปี คุณรุธอายุมากกว่าเธอ8 ปีและป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ อาการช่วงนี้สงบลงแล้ว ก่อนหน้านี้ชอบเดินออกไปนอกบ้านแล้วกลับบ้านไม่ถูก เธอต้องโทรแจ้ง อบต. ให้ช่วยตามหา
“แล้วทำอะไรให้คุณรุธกินล่ะครับ” คุณหมอชราถามอาการของโรค แฝงมาในคำถามว่าสามารถทำงานที่ใช้เครื่องมือได้หรือไม่
คุณกรองกาญจน์ก้มหน้าลง “ไม่ค่อยไหวแล้วล่ะค่ะ ได้แต่สั่งอาหารมา แล้วจัดอาหารใส่จานให้” สมัยก่อนผู้ป่วยยังพอทำอาหารง่าย ๆ ได้แต่ตอนนี้สภาพโรคและสภาพร่างกายทรุดลงมาก
“อยากจะทำมะม่วงกวนให้คุณรุธ ของชอบแกค่ะ มะม่วงก็มีในสวน คุณหมอมียาบำรุงดี ๆ ไหมคะ จะได้ลุกไปทำมะม่วงกวนได้” สายตาคุณกรองกาญจน์ดูมีประกายขึ้นมาทันที เวลาที่เธอตั้งใจจะทำอะไรเพื่อคนที่เธอรัก
คุณหมอชราติดตามเธอทุกครั้ง ทุกคำถามจะเกี่ยวเนื่องกับการดูแลคุณนิรุธ เพื่อประเมินความเหนื่อย จะทำให้ได้คำตอบที่สามารถประเมินโรคได้ และคำตอบของเธอจะเต็มไปด้วยความเป็นห่วงคุณนิรุธ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคุณนิรุธแข็งแรงกว่าเธอหลายเท่า และมีลูกสาวลูกเขยช่วยดูแลอยู่ด้วย
การติดตามอาการทำทุกสี่เดือนตามความประสงค์ของคนไข้และความสะดวกของผู้ดูแล ผู้ป่วยไม่เคยขาดนัด มาตามรักษาทุกครั้ง อาการดีบ้างทรุดบ้างสลับกัน จนเมื่อวันหนึ่งลูกสาวผู้ป่วยมาติดต่อขอพบ
“คุณแม่อาการกำเริบค่ะ โรงพยาบาลใกล้บ้านใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจ high flow คุณหมอที่นั่นขอประวัติการรักษาค่ะ”
คุณหมอชรารู้ดีว่าวันนี้คงต้องมาถึง จึงนั่งเรียบเรียงประวัติทั้งหมด สรุปให้เข้าใจง่ายพร้อมส่งสำเนาภาพถ่ายรังสีให้ด้วย ลูกสาวคนไข้ขอบคุณและบอกว่า “คุณแม่รบกวนฝากคุณหมอช่วยดูแลคุณพ่อด้วยนะคะ ให้คุณพ่อมารับยากับคุณหมอ แกเชื่อคุณหมอค่ะ”
แม้แต่ในเวลาที่ตัวเองอ่อนแอที่สุดจนอาจจะเป็นวาระสุดท้ายในชีวิต คุณกรองกาญน์ก็ไม่เคยหยุดห่วงใยสามีที่รักของตน กลัวว่าหากตัวเองจากไป ใครกันเล่าจะช่วยดูแลคนรักของตัวต่อไป แม้ว่าคุณกรองกาญจน์มักจะบ่นว่าสามีให้หมอชราฟังอยู่เสมอ แต่เธอปฏิบัติต่อสามีด้วยความห่วงใย จับมือดูแลกันไปแม้แต่ในเวลาที่ตัวเองอ่อนแรงที่สุด
อ้อ..หนึ่งในสิ่งที่คุณกรองกาญจน์เคยเล่าให้ฟังคือ คุณนิรุธมักจะเดินออกจากบ้านและหลงบ่อย ลืมอะไรต่าง ๆ บ่อย แต่ก่อนนอนทุกคืนคุณนิรุธจะมานั่งคุยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในแต่ละวันให้เธอฟังเสมอ ถูก ๆ ผิด ๆ เบลอ ๆ บ้าง แต่จะมาคุยกับก่อนจะนอนทุกคืน…ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเมื่อสี่สิบปีก่อนเลย
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้
“คุณแม่เสียแล้วนะคะคุณหมอ หนูขอบคุณคุณหมอมากค่ะที่ดูแลแกมานาน” ลูกสาวคุณกรองกาญจน์มาแจ้งข่าว มีชายชราคนหนึ่งเดินไม่คล่องตามหญิงสาวเข้ามา กระพุ่มมือไหว้แล้วเดินมายื่นสิ่งหนึ่งให้กับคุณหมอ เป็นของที่ระลึกงานฌาปนกิจศพและพูดเสียงเบา ๆ แต่แววตานั้นบอกถึงความเศร้าและความรักอย่างชัดเจน
“ขอบคุณคุณหมอที่ดูแลกาญจน์มาตลอดนะครับ”
สองพ่อลูกเดินกลับออกไป พร้อมกับสายลมแห่งความรักของสุภาพสตรีท่านนั้น ที่จะโอบกอดทั้งคู่…ตลอดไป

21 พฤษภาคม 2568

ลุงหมอกับสาวงาม ที่กระท่อมน้อยบนหาดทราย (ไทรอยด์เป็นพิษ)

 ลุงหมอกับสาวงาม ที่กระท่อมน้อยบนหาดทราย

ชายชราหน้าหนุ่มเดินผ่านหาดทรายยาว ไปที่ซุ้มกระท่อมกาแฟริมหาด ที่นั่นมีบาริสต้าสาวสวย ที่อีตาลุงหมอหยอดขนมจีบไว้ เมื่อสองเดือนก่อน แต่มีภารกิจด่วนก็เลยไม่ได้ทำคะแนนต่อ ถึงกระนั้นก็ยังส่งข้อความมาหยอดทุกวัน
เมื่อได้เจอหน้าอีกหน ลุงหมอก็รู้สึกกระชุ่มกระชวย ซาบซ่านทรวงในยิ่งนัก สั่งกาแฟดำร้อนหนึ่งแก้ว
“ดูแลตัวเองดีจังเลยนะหนู หุ่นบางเพรียวยิ่งกว่าตอนเจอกันครั้งก่อนอีกนะ” ลุงหมอเริ่มขายขนมจีบด้วยประโยคที่คิดว่าสาวเจ้าจะชอบที่สุด
“แหม ป๋า หนูก็ทำงานหนักค่ะ ไม่ได้ไดเอตหรอกค่ะ ธรรมชาติ” บาริสต้าสาวยักคิ้วให้ ลุงหมอนึกในใจ ทางโล่งแล้วกรู
“ป๋าน่าจะเป็นลูกค้ารายสุดท้ายแล้วสินะ ฟ้ามืดมาแล้ว งั้นเดี๋ยวป๋ารอหนูปิดร้านนะ จะพาไปกินตือฮวนเจ้าอร่อยนะจ๊ะ” ลุงหมอรุกต่อ
“อุ๊ย ป๋ามาจีบหนูเหรอคะ หนูกินเก่งน้า เลี้ยงไหวเหรอค้าาา” พร้อมส่งสายตา
ตอนนี้ลุงหมอตายไปครึ่งตัวแล้ว หูอื้อ ตาพร่ามัว หายใจฟืดฟาด แต่ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ..เปรี้ยง
บาริสต้าร้องว้าย พร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาทันทีทันใด ตกหนักเม็ดหนาแบบมองไม่เห็นข้างหน้า ลุงหมอผู้ซึ่งมีสติเสมอ จึงตัดสินใจดันตัวบาริสต้าเข้าไปในร้าน ปิดประตูหน้าต่าง กันฝนสาด
“เข้ามาข้างในดีกว่า ฝนหนัก เดี๋ยวเปียกแล้วจะไม่สบาย” ลุงหมอเอ่ยบอกบาริสต้า ที่ส่งตาหวานอยู่ข้าง ๆ
พรึ่บ..อ้าว ไฟดับซะงั้น และไม่รู้ว่าบาริสต้าเขาจุดเทียนไว้ตั้งแต่เมื่อไร ในกระท่อมจึงมีแต่หญิงสาวสุดสวย ชายชราที่หายใจฟืดฟาด แสงเทียน และฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอก
ฟ้าเป็นใจ
ลุงหมอขยับตัวเข้าไปชิดสนิทกับตัวบาริสต้า คือ กระท่อมมันแคบน่ะครับ แถมอยู่ชิดกำแพงก็กลัวเปียก รู้สึกได้ถึงสาวสวยที่เนื้อตัวสั่นเทา …ซึ่งในใจสาวสวยก็กรี๊ดในใจ ได้แล้วเว้ย วันนี้ได้แน่
ลุงหมอรวบรวมความกล้า คว้ามือบาริสต้าสาวมากุมไว้ รู้สึกได้เลยว่าเหงื่อของเธอซึม …ในใจบาริสต้าคิด จับมือแล้ว ต้องหลบตาสักหน่อย เดี๋ยวเขาหาว่าเราอ่อย
มือของลุงหมอเริ่มอยู่ไม่สุข ฉายา octolimb ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
มือลุงหมอลูบไล้ที่ต้นคอของหญิงสาว สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นเร็วราวกับเลขไมล์ของโดมินิก ทอเร็ตโต ตึ่ก ๆ ๆ ๆ
ใบหน้าลุงหมอเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าบาริสต้าสาว ทีละน้อย ใกล้เข้า ใกล้เข้า…ในใจบาริสต้าคิด ต้องทำไงวะ อ้อ อ้อ หลับตาพริ้ม จือปาก โอเค
ริมฝีปากลุงหมอเคลื่อนชนใบหูสาวสวย ลมหายใจร้อนแรง ฟืดฟาด ฟืดฟาด กระซิบเบา ๆ
“ผมว่าคุณควรไปตรวจหาการทำงานของไทรอยด์นะครับ” พร้อมกับไฟที่ติดพรึ่บ ฝนที่หยุดตกดื้อ ๆ ซะงั้น เมฆฝนหายเกลี้ยง พร้อมกับความเหวอเฉียบพลันของบาริสต้าสาว ที่เคยครองตำแหน่ง บาริสต้าเซ็กซี่สุดในประเทศ
ลุงหมอเดินไปหยิบกระดาษออเดอร์ เขียนการส่งตรวจ free T3, free T4, TSH, EKG แล้วส่งให้บาริสต้า
“หนูน้ำหนักตัวลดลง โดยกินเท่าเดิมถึงมากขึ้น มีอาการมือสั่น ผิวเปียกชื้น โดยเฉพาะจุดฝ่ามือ เมื่อสักครู่ผมตรวจร่างกายโดยการจับชีพจร พบว่าชีพจรเต้นเร็วมาก แต่จังหวะและความแรงสม่ำเสมอ เป็นอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ฮอร์โมนไทรอยด์เกินปกติ
และแอบคลำต่อมไทรอยด์ที่คอ พบว่าโตขึ้นทั่ว ๆ สม่ำเสมอ แบบนี้สงสัยไทรอยด์เป็นพิษ ควรไปตรวจเลือดนะครับ” ลุงหมอใบหน้าสงบนิ่ง หายใจปกติ พูดเสียงราบเรียบ
คือพอเจออาการและอาการแสดงทางคลินิก ลุงหมอแกจะแปลงร่างมาเป็นร่างนี้เสมอครับ เหมือนเห็นพระจันทร์เต็มดวงนั่นแหละ
“ผมโน้ตให้แล้ว ไปตรวจต่อนะครับ โรคนี้หายได้ ผมเป็นห่วงนะครับ” แล้วเดินออกไปเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น
บาริสต้าของเราได้สติจากความเหวอ เข้าใจแล้วว่า ทำไมมันถึงโสดมาจนป่านนี้ วันก่อนเอาไม้เกาหลังมาเกาเล่นในร้าน เฮ้อ..
แต่ยังก่อน บาริสต้าของเราตะโกนเรียกด้วยเสียงน่ารัก “ป๋าขาาาา ป๋า”
ลุงหมอได้สติ เฮ้ย นี่กรูมาเผด็จศึกนี่นา เมื่อกี้เผลอตัวอีกแล้ว นี่ท่าทางหนูบาริสต้าคงให้โอกาส ถึงหันกลับไป “ว่าไงจ๊ะ หนู”
ป๋าลืมจ่ายตังค์ค่ากาแฟค่าาา
จบบริบูรณ์

07 กันยายน 2567

หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ กับ กาแฟ

 ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

สุภาพสตรีท่านหนึ่ง รูปร่างสูงสง่า ผมยาวประบ่า แต่งหน้าบาง ๆ ในชุดแซ็คพอดีตัว เดินเข้ามาในร้านกาแฟประจำ
ผู้งาม : อเมริกาโน่ร้อนเหมือนเดิมนะน้อง วันนี้ขอแบบคั่วเข้ม ดับเบิ้ลช็อต
บาริสต้าหนุ่ม : ได้เลยครับพี่ พี่นั่งรอที่เก้าอี้เดิมได้เลยครับ เดี๋ยวผมยกไปเสิร์ฟให้ครับ อ้อ เดี๋ยวเอาที่เขี่ยบุหรี่ไปให้ด้วยครับ
ผู้งาม : เอ่อ วันนี้พี่นั่งข้างใน พี่เลิกบุหรี่แล้ว
คือคุณสุภาพสตรีผู้งามนี้ เธอมาดื่มกาแฟที่ร้าน นั่งในโซนสูบบุหรี่ และดื่มกาแฟพร้อมสูบบุหรี่ และนั่งตรวจงานทุกวัน ประมาณหนึ่งชั่วโมง พนักงานในร้านทุกคนจำเธอได้ แต่ด้วยคำพูดของเธอ ทำให้พนักงานแปลกใจ
บาริสต้าหนุ่ม : โห พี่ เจ๋งอ่ะ หักดิบเลยหรือครับ
ผู้งาม : ไม่ไหวหรอกน้อง นี่พี่ไปคลินิกเลิกบุหรี่ที่เขามาวางนามบัตรตรงนี้แหละ หมอเขาอธิบายดีมากเลยนะ เสียงนุ่มเหมือนคนอายุมาก แต่หน้ายังหนุ่ม คล้าย ๆ กงยู สอนวิธีเลิก มียาช่วย คราวนี้พี่ว่า พี่น่าจะพิชิตใจได้แน่
บาริสต้าหนุ่ม : ใจใครครับพี่ ใจพี่ หรือใจคุณหมอ
ผู้งาม : ใจพี่สิคะ คุณหมอน่ะ ไม่ไหวหรอก แก่ไป
เธอไปนั่งรอที่โต๊ะมุมร้าน เอาโน้ตบุ๊กออกมากาง กดก๊อกแก๊ก ๆ แล้วหยิบหมากฝรั่งเลิกบุหรี่ขึ้นมาวางไว้ข้าง ๆ เผื่ออยากบุหรี่จะได้หยิบมาเคี้ยว เธอมุ่งมั่นมากทีเดียว แล้วเครื่องดื่มก็มาเสิร์ฟ คนเสิร์ก็หล่อ..น่ากิน
ผู้งาม : น้องมาใหม่หรือคะ
พนักงานเสิร์ฟ : ครับ
ผู้งาม : น้องเสิร์ฟผิดโต๊ะแล้วล่ะค่ะ นี่มันนมสด พี่สั่งกาแฟนะคะ
พนักงานเสิร์ฟ : ไม่ผิดหรอกครับ ผมว่าพี่ควรดื่มนมมากกว่าครับ
ผู้งาม : ขึ้นเลย : อะไรกันคะน้อง พี่เป็นลูกค้าประจำที่นี่นะคะ พี่สั่งเครื่องดื่มแบบเดียวมาตลอด กินมานานแล้วสะสมแต้มจนฟรีไม่รู้กี่แก้ว ไม่เคยสั่งนมค่ะ น้องไปทวนออเดอร์ แล้วเปลี่ยนมาใหม่ดีกว่าค่ะ
พนักงานเสิร์ฟมองหน้าคุณสุภาพสตรี แววตามั่นคง ไม่มีสั่นตามคำพูดเสียงแข็งของคุณสุภาพสตรีผู้งามคนนั้น
พนักงานเสิร์ฟ : ทราบครับ แต่ผมตั้งใจเอานมสดมาให้คุณ คุณรู้ไหมครับ ว่าไม่ควรดื่มกาแฟ
ผู้งาม : เลือดขึ้นหน้าเลย : ทำไมคะ พี่ดื่มมายี่สิบปีแล้วค่ะ แข็งแรงดี มีข้อห้ามข้อไหนที่พี่ไม่ควรดื่มกาแฟหรือคะ
พนักงานเสิร์ฟ : ก็ไม่มีข้อห้ามหรอกครับ แต่ตอนผมเดินผ่านโต๊ะพี่ ผมเห็นพี่วางหมากฝรั่งเลิกบุหรี่บนโต๊ะครับ พี่ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น กาแฟ น้ำผลไม้ ก่อนเคี้ยวครับ เพราะจะทำให้สภาพแวดล้อมในช่องปากเป็นกรด นิโคตินจากหมากฝรั่งจะแตกตัวได้ดี และดูดซึมทางเยื่อบุช่องปากลดลง ประสิทธิภาพของหมากฝรั่งนิโคตินจะลดลงมาก การใช้หมากฝรั่งอาจล้มเหลว และพี่อาจต้องกลับไปสูบบุหรี่อีก มันไม่ดีครับ มันทำให้พี่ล้มเหลว พี่อาจจะลืมข้อนี้ที่คุณหมอเขาย้ำนักย้ำหนา
ผู้งาม : อ้าปากค้าง กรูลืมจริง ๆ
ขณะที่ผู้งามกำลังสับสน มองหน้าน้องเขาก็หล่อน่ากิน วาจาน้องเขาก็เชือดเฉือนแต่เป็นจริง
พนักงามเสิร์ฟ : ผม…ผมเป็นห่วงพี่จากใจจริงนะครับ
เขาก้มหน้าแล้วรีบเดินจากไปท่ามกลางความตะลึงและขวยอายของผู้งาม และนึกในใจ กรูลืมสนิทเลย และขณะที่กำลังตะลึง บาริสต้าหนุ่มก็ยกกาแฟกรุ่น ๆ หอม ๆ มาเสิร์ฟที่โต๊ะ พร้อมรู้สึกงง ว่ามีนมสดมาบนโต๊ะได้ไง วันนี้เราทำงานคนเดียวนี่หว่า
คุณสุภาพสตรีผู้งามรีบลุกขึ้นแล้วเดินตามพนักงานเสิร์ฟคนนั้นไป อนิจจา..เธอพบแต่เพียงชุดหมีปักป้ายร้านกาแฟนั้น วิกผมและหน้ากากซิลิโคนเบ้าหน้า แจ็คสัน หวัง ที่กองไว้ในถังขยะหน้าร้านเท่านั้น เธอยืนมองไปรอบ ๆ สักพัก แล้วเดินกลับไปเคี้ยวหมากฝรั่งช้า ๆ และยกเลิกกาแฟถ้วยนั้นไป
….
….
ห้านาทีต่อมา สุภาพบุรุษท่านหนึ่งนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ ยกหมวกกันน็อคขึ้นสวม ปกปิดใบหน้าที่หล่อเข้มคมคาย ละม้ายกงยู พร้อมรอยยิ้มละลายหัวใจ กดปุ่มสตาร์ตเครื่อง เอื้อมมือปรับกระจกข้าง ของจักรยานยนต์ฮาร์ลีย์ เดวิดสัน สปอร์ตสเตอร์ ภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นเสื้อแจ๊คเก็ตหนัง ที่สวมทับเสื้อยืดสีขาว มีลายสกรีนด้วยอักษรสีน้ำเงินตรงกลางอกแน่น ๆ นั้นว่า
"อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว"

11 ธันวาคม 2566

ดอกไฮยาซินธ์ ดอกไม้แห่งเลือดและความเศร้า

 ดอกไฮยาซินธ์ ดอกไม้แห่งเลือดและความเศร้า

ดอกไฮยาซินธ์ ดอกไม้ที่มีตำนานการเกิดมาตั้งแต่ยุคโอดิสสีย์ ดอกไฮยาซินธ์จะไม่มีวันเกิดมาได้เลย ถ้าทุกคนรู้จักการปฐมพยาบาล
ในคืนเทศกาลงานเฉลิมฉลองทวยเทพ มีการละเล่นและมหรสพมากมาย โฆษกงานก็ได้เชิญแขกรับเชิญมาเล่นเกมชิงรางวัลอันเป็นไฮไลท์ของงาน การเล่นขว้างจักรแข่งกัน ในคืนนั้นมีคู่แข่งขันที่มองตาซึ้งใจ จับมือกันมาลงแข่ง
ไฮยาซินตัส กับ อพอลโล ทั้งคู่บอกผู้สื่อข่าวว่าเป็นแค่พี่น้องกันมาตลอด พี่น้องที่สนิทกันมาก ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะเซเฟียส เทพหนุ่มประจำลมตะวันตก ที่แอบค้อนหนุ่มไฮยาซินตัสและหวังครอบครองอพอลโลอยู่ตลอด
พอทั้งคู่ไปลงทะเบียนแข่งขัน โฆษกและกรรมการก็ไลน์ไปบอกเซเฟียส บอกว่าโน้มน้าวทั้งคู่ให้มาแข่งได้แล้ว อย่าลืมค่าน้ำชาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งไฮยาซินตัสเป็นเพียงทหารรับใช้ ย่อมกริ่งเกรงและไม่อยากโชว์ตัวเป็นคู่รักเทพเจ้าระดับเอบวกอย่างอพอลโล แต่ก็นะ เพราะรักจึงยอมทุกอย่าง
พอถึงคิวเล่น อพอลโลขว้างจักรออกไปด้วยความแรงเล็กน้อยเท่านั้นอย่างที่เคยซ้อมกัน แต่ครานี้ แผ่นจักรเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและแรงสูงมาก จนไฮยาซินตัสมองไม่เห็น รับไม่ทัน จักรพุ่งเข้ากระแทกศีรษะอย่างแรง เลือดพุ่งกระจาย อพอลโลตกใจสุดขีด รีบเข้าไปประคองไฮยาซินตัส
ตัดฉากมาหลังต้นไม้ เซเฟียส หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ ตรูนี่แหละที่เป่าพัดลมตะวันตกให้หนุนแรงขว้างจักรของอพอลโล ทำให้จักรเคลื่อนที่มากกว่า 340 เมตรต่อวินาที เร็วกว่าเสียง มีหรือเจ้าไฮยาซินตัสจะรับได้ ต่อไปเราจะได้มาแทนที่มัน คริคริ
อพอลโลทะยานเข้าไปประคองไฮยาซิน เลือดทะลัก และคร่ำครวญว่า อพิโธเอ๋ย ออเจ้า ใยออเจ้าจึงอับโชคเพียงนี้ คร่ำครวญจนไฮยาซินตัสเริ่มเหนื่อยและซีดลง ประเด็นคือตรงนี้ จริง ๆ แล้วสิ่งที่อพอลโลควรจะทำอย่างยิ่งคือ ใช้ผ้าสะอาดกดแผลที่ศีรษะเอาไว้ เนื่องจากหนังศีรษะจากผิวหนังถึงกระโหลก มีโครงข่ายหลอดเลือดดำที่หนาแน่นมาก หากมีแผลเลือดจะออกมากจนช็อกได้ หรือวิธีที่คุณหมอห้องฉุกเฉินนิยมใช้คือใช้ปากคีบพลิกหนังศีรษะตรงแผล ย้อนกลับ 180 องศา จะพับหลอดเลือดตรงแผลให้หยุดได้ง่ายแล้วรีบเย็บแผล
แต่อพอลโลก็ยังคร่ำครวญต่อไป ไฮยาซินตัสก็ซีดลง ซีดลง … ก็แหงล่ะ ปล่อยให้เลือดไหลออกมาขนาดนั้น นี่ยังไม่คิดว่าอาจจะมีเลือดออกใต้กระโหลกศีรษะ ที่อาจมีเลือดออกมากจนซีดและหมดสติได้อีก อพอลโลควรรีบโทร 1669 และพาไปตรวจโดยเร็ว
หลังจากที่ไฮยาซินตัสเริ่มหมดสติ อพอลโลก็ปล่อยให้หนุ่มเหน้าคอตกไปด้านหลัง ราวกับดอกไม้พับหักลง แล้วไฮยาซินตัสก็ถึงแก่ความตาย ซึ่งอพอลโลก็พลาดอย่างมหันต์ ในการปฐมพยาบาลผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุ ที่ไม่แน่ใจว่ากระดูกสันหลังส่วนคอจะบาดเจ็บหรือไม่ ในกรณีนี้แผ่นจักรของอพลอโลกระแทกศีรษะเข้าอย่างจัง โอกาสกระดูกคอหักนั้นสูงมาก สิ่งที่อพอลโลควรทำคือประคองศีรษะ อย่าให้ห้อยแบบนั้น หรือใช้หมอนไม้ประกบศีรษะอย่าให้ขยับ
หากกระดูกคอหักและไปกดทับไขสันหลัง อาจเกิดอัมพาตแขนขาและหายใจไม่ออกได้ นับเป็นสิ่งที่ต้องระวังอันตรายเป็นลำดับต้นของการปฐมพยาบาลผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุ
ด้วยแรงโศกเศร้าของเทพเจ้าอันเป็นชู้รัก สายเลือดของไฮยาซินตัส บังเกิดเป็นดอกไม้อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความโศกเศร้าและอับโชค ดอกไฮยาซินธ์ และบันทึกบนกลีบดอกเป็นอักษรแสดงเสียงแห่งความโศกเศร้าของอพอลโลต่อไฮยาซินตัส (พยายามดูหลายทีแล้ว มองไม่ออกครับ)
หลังจากนั้นอพอลโลก็ไปเรียนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และไม่เคยทำผิดการปฐมพยาบาลอีกเลย และเท่าที่ผมทราบ อพอลโลไม่เคยมีภรรยาเช่นกัน
จบตำนานพิสดารแต่เพียงเท่านี้

บทความที่ได้รับความนิยม