07 กันยายน 2569

ยาคุมกำเนิดและยากันชัก

 มีน้องผู้หญิงอายุเกือบสามสิบปี มาปรึกษาเรื่องการกินยาเม็ดโฟลิกก่อนการตั้งครรภ์ เธอตั้งใจอยากมีลูกในช่วงปีหน้าปลายปี ตอนนี้ยังขลุกขลักเรื่องงาน

ผมแนะนำว่าเมื่อไรหยุดคุมกำเนิดก็เริ่มยาได้เลย วันละเม็ด ยาไม่แพง ปฏิกิริยาก็น้อยมาก คุ้ม !!!
ช่วยลดโอกาสเกิดความพิการของกระดูกสันหลังและไขสันหลังในเด็กได้
ถามต่อว่าแล้วคุมกำเนิดด้วยวิธีใด คำตอบที่ได้คือใช้ยาคุม ผมแนะนำว่าก็สะดวกดี อยากมีจึงหยุดยา แล้วถามต่ออีกว่ามีโรคประจำตัวอื่นไหม ...
คำตอบที่ได้ คือ ปลายประสาทอักเสบ ใช้ยา carbamazepine อยู่ ผมนิ่งไปพักหนึ่ง เธอบอกว่าเธอตรวจยีนแพ้ยาแล้ว และใช้ยาแล้วไม่แพ้ โอเค นั่นดี เพราะการตรวจยีน HLA B* 15:02 ช่วยระบุโอกาสแพ้ยาได้
แต่ว่ายากันชักกับยาคุมกำเนิดเป็นสิ่งต้องคิด
ยากันชักยุคเก่า (แต่ใช้ดีอยู่นะ) เช่น phenytoin, carbamazepine, phenobarbital, primidone รวมยากลุ่มใหม่ตัวนี้คือ oxcarbazepine จะทำให้ประสิทธิภาพยาคุมกำเนิดลดลง อาจตั้งครรภ์ก่อนกำหนดที่คาดได้
ยายุคใหม่ (ผลข้างเคียงต่ำกว่า การคุมชักดีพอกัน) เช่น lamotrigine, levetiracetam, lacosamide, gabapentin จะไม่ค่อยยุ่งกับยาคุม มียายุคเก่าอีกตัวที่ไม่ค่อยยุ่งกับยาคุมกำเนิดคือ valoroate
และยาคุม อาจไปลดระดับยากันชัก lamotrigine ได้
เลยต้องคุยกันยาว....
สรุปว่า สุภาพสตรีที่มีโอกาสตั้งครรภ์ ต้องพิถีพิถันเรื่องการใช้ยากันชัก (ที่อาจจะไม่ใช่แค่เพียงรักษาชัก)หรือ เลือกวิธีคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับการใช้ยาโรคประจำตัว
ฝากไปบอกสุภาพสตรีที่ไม่ใช่ผู้ติดตามเพจนี้ด้วย เพราะส่วนมากสุภาพสตรีที่ติดตามเพจนี้ "เสี่ยงต่ำ" ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม