有志者,事竟成 : ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
รางวัล Lasker-Bloomberg Public Service award สาขาบริการสาธารณะประจำปี 2026 ได้แก่คุณไมเคิล เจ ฟอกซ์
ใช่ครับ ดาราฮอลลีวูดจากภาพยนตร์เรื่อง back to the future หนังโด่งดังไตรภาคในยุคทศวรรษ 90 ตัวเขาและภาพยนตร์โด่งดังชนิดเป็นไอคอนได้เลย เขาเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Doc Hollywood ในปี 1991 และเริ่มพบความผิดปกตินิ้วมือและหัวไหล่สั่น ไมเคิลเข้ารับการรักษาจนสุดท้ายได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคพาร์กินสัน โรคพัฒนาเร็วมากจนต้องยุติอาชีพนักแสดงในปี 1998 เขาได้รับการรักษาทั้งจากยาและการผ่าตัด
หลังจากต่อสู้กับโรคอย่างยากลำบาก จนเขาเริ่มอาการดีขึ้น เขาได้พบปะกับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันมากมาย นั่นรวมไปถึงมูฮัมหมัด อาลี นักมวยรุ่นเฮฟวีเวทชื่อดัง ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ความหวังการรักษาน้อยมาก เพราะมีตัวยา ตัวเลือกการรักษาจำกัด นั่นทำให้เขาเริ่มตั้งใจก่อตั้งมูลนิธิไมเคิลเจฟอกซ์ สำหรับการวิจัยและพัฒนาการรักษาโรคพาร์กินสัน
ไมเคิลไม่ใช่แค่ใช้ความมีชื่อเสียงตัวเองเพื่อระดมทุนเท่านั้น หลังจากที่เขาศึกษาเรื่องการรักษา ขอความรู้และข้อมูลจากแพทย์ผู้รักษา ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย บริษัทเวชภัณฑ์ รวมทั้งผู้ป่วยจำนวนมาก ทำให้ไมเคิลได้บรรลุถึงข้อเท็จจริงในการรักษา
คนไข้เองก็ยังไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ดีนัก เพราะยารักษามีข้อจำกัด ยังไม่มียาใหม่ ครั้นจะผลิตและคิดค้นยาใหม่ บรรดาบริษัทเวชภัณฑ์ไม่อยากลงทุนเพราะกำไรไม่มากกับโรคของความเสื่อม โรคของคนสูงวัยที่รักษาไม่หาย นักวิจัยจึงพลอยถูกกระทบไปด้วยเพราะไม่มีทุนวิจัย ความสนใจของโรค (และโลกในขณะนั้น) อยู่ที่การต่อสู้เชื้อเอชไอวี ศัตรูตัวใหม่ของมนุษย์โลก
มูลนิธิของเขา ได้จัดทำฐานข้อมูลและโครงสร้างงานวิจัยกลาง ที่บริษัทยาและนักวิจัยสามารถมาใช้ข้อมูลและโครงสร้างเพื่อต่อยอดงานวิจัยไปข้างหน้า ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทำให้ประหยัดต้นทุน นอกจากนี้ยังเปิดข้อมูลเป็น open source นักวิจัยทุกคนสามารถเอาไปใช้ได้ และหากได้ข้อมูลมาเพิ่มให้มารวมกันที่นี่ ไม่มีการปกปิด
มูลนิธิของเขาช่วยปิดช่องว่างการสนับสนุนทุนวิจัยที่ไม่ว่าบริษัทเอกชน บริษัทยาหรือกระทั่งรัฐบาล ที่ไม่กล้าลงทุนในงานวิจัยความคิดใหม่ ๆ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ทำให้มูลนิธิของเขาก้าวล้ำในเรื่องโรคพาร์กินสัน ผู้ป่วยทั่วโลกนับถือและศรัทธา เข้ามาร่วมให้ข้อมูลเข้ามาร่วมเป็นอาสาสมัครการศึกษาวิจัย ยิ่งทำให้ความก้าวหน้านั้นก้าวหน้าไปอีก
ไมเคิลใช้ความเป็นดาราดังของตัวเองเพื่อสานต่อความสำเร็จระดมทุนมาทำ Hub ได้ถึงสองพันล้านดอลล่าร์ บริษัทยากล้าลงทุน นักวิจัยกล้าทำ คนไข้กล้าลอง เปลี่ยนรูปแบบงานวิจัยจากต่างคนต่างทำ มาเป็นจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน ไมเคิลไม่อายที่จะเปิดเผยตัว เดินเข้าสภาคองเกรส สภาซีเนต เข้าทำเนียบขาว พร้อมกับวีรบุรุษของชาติ มูฮัมหมัด อาลี ตั้งแต่ปี 1992-2002 เพื่อเดินหน้ากฎหมายโครงการหยุดโรคพาร์กินสันที่เพิ่งบังคับใช้ในปี 2024 ที่ผ่านมา
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของไมเคิลคือการสร้างพลังร่วมในการรักษาพาร์กินสันผ่านมูลนิธิไมเคิลเจฟอกซ์ และผลงานรูปธรรมระดับมาสเตอร์พีชเช่นกันคือ
Parkinson's Progression Markers Initiative (PPMI) ซึ่งรวบรวมข้อมูลชีวภาพของผู้ป่วยนับหมื่นคน จนนำไปสู่การค้นพบ α-synuclein Seed Amplification Assay (αSyn-SAA) เป็น Biomarker สำคัญที่ช่วยให้เราตรวจพบโรคพาร์กินสันได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการทางกายชัดเจน
ยารักษาพาร์กินสันและอุปกรณ์ต่าง ๆ จดทะเบียนและอนุมัติใช้ถึง 23 รายการในช่วงเวลา 10 ปี รวมทั้งการค้นพบยีนที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคและความรุนแรงของโรค
ปัจจุบันไมเคิล เจ ฟอกซ์ ยังคงมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมใหม่ในการรักษาโรคและกระจายการรักษาไปสู่ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันทั่วโลกให้เข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น