Quand on veut, on peut : ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
รางวัล Lasker-DeBakey สาขางานวิจัยทางคลินิกประจำปี 2026 ได้แก่ Kunihiro Hattori, Takehisa Kitazawa, Tomoyuki Igawa จากบริษัท Chugai Pharmaceuticals
โรคเลือดไหลไม่หยุดฮีโมฟีเลีย A คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ใช้ควบคุมการสร้างสารกระตุ้นการแข็งตัวเลือดที่ชื่อ Factor VIII เมื่อไม่มีแฟคเตอร์แปด ผู้ป่วยจะมีปัญหาเลือดออกง่าย ไม่ว่าจะออกเองโดยเฉพาะออกในข้อต่อหรือมีแผลแล้วเลือดหยุดยาก การรักษาจึงต้องให้แฟคเตอร์แปดชดเชยทางหลอดเลือด โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและเรารู้จักกันดีในชื่อ the royal disease ของราชวงศ์โรมานอฟ
ปัญหาสำคัญของโรคคือ แฟคเตอร์แปดสำเร็จรูปไม่ได้ทำง่าย หายากและราคาแพงหรือถ้าให้เป็นพลาสมาจะต้องใช้ปริมาณมาก เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนจากการให้เลือด และถ้าให้แฟคเตอร์แปดบ่อย ๆ ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีต่อแฟคเตอร์แปด (ที่มาจากเลือดชาวบ้าน) ทำให้การให้แฟคเตอร์แปดครั้งหลัง ๆ จะไม่ได้ผล
แล้วมีอะไรที่ดีกว่าแฟคเตอร์แปดจากเลือดชาวบ้านอีกไหม
ความพยายามมาเห็นผลโดยกลุ่มนักวิจัยจากบริษัทยา เขาพบว่าการทำงานของแฟคเตอร์แปด คือไปจับแฟคเตอร์เก้าและแฟคเตอร์สิบ ด้วยมือคนละข้างเสมือนกอดคอเดินสามขา เมื่อเข้ามากระตุ้นลักษณะนี้แฟคเตอร์เก้าและสิบจึงเดินหน้าทำงานกระตุ้นการสร้างลิ่มเลือดเพื่อการแข็งตัวเลือดต่อไป
ดังนั้นถ้าเขาพัฒนาแอนติบอดีที่สามารถไปจับกับแฟคเตอร์เก้าและสิบ (ใช้หลักการแอนติบอดีจับกับโปรตีน) ทำหน้าที่เหมือนแฟคเตอร์แปดได้ เราก็จะรักษาฮีโมฟิเลียได้เหมือนกัน แถมร่างกายจะไม่สร้างแอนติบอดีมาจับทำลายเหมือนการใช้แฟคเตอร์แปดสำเร็จรูปอีกด้วย (เพราะมันไม่รู้จักโปรตีนแอนติบอดีแบบใหม่นี้)
คิดมันง่าย แต่การพัฒนามันไม่ง่าย .. ลำพังการสร้างแอนติบอดีไปจับกับโปรตีนสักตัวในร่างกายก็ยากอยู่แล้ว ที่จะไปจับตรงจุด ไม่ข้ามไปจับที่อื่น จับแล้วทำงานเสมือนของจริง ต้องพัฒนา ปรับแต่ง ทดลอง ทั้งจากเซลล์สัตว์ เซลล์มนุษย์และคนจริง แต่นี่ต้องสร้างแอนติบอดีที่จับโปรตีนทั้งสองคือแฟคเตอร์สิบและเก้า ไปพร้อมกันในเวลาเดียวกัน มันจึงหินมาก แต่นักวิจัยชาวญี่ปุ่นก็ทำได้
ทำได้เพียงอย่างเดียวมันก็คงไม่ยิ่งใหญ่จนได้รับรางวัลใช่ไหม แต่นักวิจัยทีมนี้เขาพัฒนาวิธีใหม่ ผมขอเล่าคร่าว ๆ แล้วกันนะ ปกติแอนติบอดีมันจะมีรูปร่างคล้ายตัวอักษร Y ส่วนที่ไปจับกับโปรตีนเป็นง่ามเรียกว่า heavy chain และ light chain ตอนที่สร้างแอนติบอดีนั้น ได้สร้างส่วน heavy chain ให้จับกับแฟคเตอร์เก้าและสิบได้พอดิบพอดี แต่พอแต่จะตัวจับกับโปรตีน มันทำให้โครงสร้างโมเลกุลและประจุเปลี่ยนไป กลายเป็นว่าส่วน light chain มันตีกันเองและเด้งออก
วิธีใหม่คือการพัฒนา light chain เป็นแบบร่วมกันเสียเลย จะจับกันอย่างไรก็ไม่บิดไม่เสีย นอกจากนี้ยังใช้วิธี double lock คือให้โครงสร้าง heavy chain เมื่อจับกับแฟคเตอร์เก้าและสิบ จะจับแบบเข้าไม้แน่นหนา ไม่ได้จับอ่อนแบบตีนตุ๊กแก แบบนี้ทำให้ตัวแอนติบอดีทำงานได้แม่นยำ เฉพาะจุด จับแน่นจับนาน
เกิดเป็นยาฉีดเข้าใต้ผิวหนัง emicizumab ที่สามารถใช้ป้องกันเลือดออกในโรคฮีโมฟิเลียเอ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ว่าบริษัท Chugai ไม่ได้ทำงานนี้งานแรกนะครับ เขาสะสมประสบการณ์การสร้าง specific precised antibody มาหลายอย่างแล้ว เช่น tocilizumab ในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ งานพัฒนายาร่วมกับบริษัท Roche ในการรักษาหลายโรคเช่น rituximab ในการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง, trastuzumab ในการรักษามะเร็งเต้านม, bevacizumab สำหรับรักษาเบาหวานจอประสาทตา
เขานำเทคโนโลยีมาต่อยอดต่อเนื่องได้ดี แต่เนื่องจากงานสร้าง emicizumab เป็นงานใหญ่และทุนมหาศาล ทางบริษัทจึงลงทุนร่วมกับบริษัท Roche เพื่อพัฒนายานี้ และพัฒนาเป็น engine สำหรับวิจัยและพัฒนายาในอนาคต ในการพัฒนายากลุ่มนี้ทั้งหมด เรียกว่าวิสัยทัศน์ไกลมาก จึงได้รับรางวัล Lasker award ในปีนี้ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น