เรื่องเล่า : ความรู้ที่ปลายนิ้ว : myasthenia gravis
ผู้ป่วยรายหนึ่งโทรมานัดหมายเพื่อปรึกษาเรื่องยา หมอชราจึงแปลงร่างเป็นเภสัชกรจำเป็น ที่อยากเล่าให้ฟังคือ ความตื่นรู้ของคนไข้ครับ
ผู้ป่วยหญิงวัยเริ่มทำงาน นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แฟนหนุ่มมาปรึกษา เธอเป็นผู้ป่วยโรคมัยแอสธีเนีย กราวิส (myasthenia gravis) ใช้ยา pyridostigmine เพื่อเพิ่มสัญญาณประสาท และยากดภูมิคุ้มกัน azathioprene ตอนนี้ควบคุมโรคได้ดี เธอป่วยมาตั้งแต่เรียนมัธยม และแฟนคนนี้ก็ดูแลกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม มหาวิทยาลัย จนเรียนจบมาทำงาน
สองวันก่อนเธอปัสสาวะขัด แสบ ปัสสาวะบ่อย ไม่มีไข้ ด้วยความที่เลิกงาน 1800 น. สถานพยาบาลตามสิทธิปิดบริการแล้ว เธอจึงไปร้านยา หวังผลกินยาแล้วดีขึ้น จะได้ไม่ต้องลางาน ที่ร้านยาให้ยา ciprofloxacin มารับประทาน กำชับกินยาให้หมดและดื่มน้ำมาก ๆ
เธอกินยาไปหนึ่งเม็ด วันนี้ตอนเช้าขณะที่กำลังจะกินยาเม็ดที่สอง แฟนเธอถามว่ายาอะไร จะไม่ไปตีกันกับยาเดิมหรือ และเธอก็ไม่ได้แจ้งร้านยาว่าเธอมีโรคประจำตัวใด ไม่ได้แจ้งว่ากินยาใดอยู่
หลังจากนั้นสองหนุ่มสาวค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต พบว่ายาที่ต้องระวังสำหรับผู้ป่วย myasthenia คือยาฆ่าเชื้อกลุ่ม aminoglycoside, fluoroquinolones, macrolide เพราะอาจทำให้โรค myasthenia แย่ลงจนอันตรายได้
และค้นต่อพบว่า ciprofloxacin คือยากลุ่ม fluoroquinolones ---คือตระกูล floxacin ทั้งหลายนี่แหละครับ---
ก็เลยพากันมาปรึกษาเภสัชกรจำแลงที่คลินิก
ต้องชื่นชมในสติ การระมัดระวังตัว การใช้สารสนเทศให้เกิดประโยชน์ และมาปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
โดยทั่วไปติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในสตรี เราไม่จำเป็นต้องให้ยาฆ่าเชื้อครับ ให้ดื่มน้ำบ่อย ๆ ขับออกมาก ๆ ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์ หรือในผู้ป่วยรายนี้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน จะเลือกใช้ nitrofurantoin, co-trimoxazole, fosfomycin ก็ได้ แต่ยากลุ่มนี้อาจไม่แพร่หลาย จะเลือกใช้ยา cephalosporin แบบกินแทนที่ก็ได้
ไม่ทำให้โรค myasthenia แย่ลง
และเน้นย้ำการรักษาความสะอาดท่อปัสสาวะ ทวารหนัก เวลาขับถ่าย รวมทั้งการทำความสะอาดอวัยวะเพศภายนอก หลังจากมีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงท่าทางการมีเพศสัมพันธ์ที่เสียดสีรุนแรง
น่าชื่นใจแทนผู้ป่วย ที่มีแฟนหนุ่มคอยดูแลอย่างดี และทั้งคู่มีทักษะการใช้ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตที่ดี และมาปรึกษาเมื่อไม่มั่นใจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น