08 พฤษภาคม 2569

ไม่แนะนำใช้ ยาขยายหลอดลมแบบออกฤทธิ์สั้น เพียงตัวเดียวอีกต่อไป

 ต่อไปนี้ ไม่แนะนำใช้ ยาขยายหลอดลมแบบออกฤทธิ์สั้น เพียงตัวเดียวอีกต่อไปในการรักษาโรคหืด GINA 2026

จริง ๆ แล้วตั้งแต่คำแนะนำ GINA ฉบับที่แล้วเราก็แนะนำใช้ยาขยายหลอดลมแบบออกฤทธิ์สั้น (SABA) เป็นเพียงทางเลือกเท่านั้น ในกรณีโรคไม่รุนแรงและใช้คู่กับยาสูดสเตียรอยด์ ในกรณีกำเริบไม่บ่อย
แต่ในแนวทาง 2026 นี้หลักฐานชัดเจนขึ้น และยกระดับคำแนะนำว่า ไม่สนับสนุนการใช้ SABA เดี่ยวในทุกกรณี แม้ว่าจะเป็นโรคที่ควบคุมได้ ความรุนแรงน้อย กำเริบไม่บ่อย
ปรับเป็น SABA+ICS ในทุกระยะของโรคแล้วนะครับ
เพราะ SABA เดี่ยว ไม่มีผลในการควบคุมโรคและยิ่งใช้บ่อยแสดงว่าต้องกลับมาทบทวนว่าทำไมยังคุมโรคไม่ได้
ใครยังใช้ยาสูดหรือยาพ่นขยายหลอดลมแบบเดี่ยว (blue inhaler) ใช้เวลาอาการกำเริบ ให้กลับไปทบทวนการรักษากับคุณหมอที่รักษาประจำนะครับ

07 พฤษภาคม 2569

เรื่องเล่าจากคลินิก : ความอดทน ความพยายาม เพิ่มอีกเล็กน้อย อาจเปลี่ยนชีวิตได้ : ตับแข็ง


เรื่องเล่าจากคลินิก : ความอดทน ความพยายาม เพิ่มอีกเล็กน้อย อาจเปลี่ยนชีวิตได้ : ตับแข็ง
มีผู้ป่วยชายชาวออสเตรเลียเข้ามาปรึกษาขอความเห็นและส่งตรวจ สุภาพบุรุษชาวออสเตรเลียคนนี้เป็น ‘เขยฝรั่ง’ มาพร้อมกับภรรยาชาวไทย หน้าตาดูกังวลใจระดับหนึ่ง มาพร้อมเอกสารการตรวจจากรพ.แห่งหนึ่งในภาคอีสาน
ผมพอสื่อสารกับเขาได้ ภาษาอังกฤษก็พอออกงานได้บ้าง ได้ความดังนี้ คุณออสเตรเลียเขาทำงานเก็บเงินเก็บทองได้พอควร ตั้งใจจะมาใช้ชีวิตเกษียณที่นี่ เขาแต่งงานกับภรรยามาสิบปีแล้วแต่ไม่มีลูกด้วยกัน นี่ก็จะย้ายมาประเทศไทยถาวรเลย
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เธอปวดท้องพอสมควรหลังดื่มเหล้า จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล โดยก่อนหน้านี้แข็งแรงดีและด้วยความที่แข็งแรงดี เธอดื่มเบียร์วันละไม่ต่ำกว่าสองขวดใหญ่ ดื่มไวน์ ดื่มวิสกี้ สลับกันไปมาเกือบสามสิบปี
คุณหมอที่โรงพยาบาลให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะ อาการกำเริบจากเหล้าและได้ส่งตัวไปทำอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง พบลักษณะของตับแข็ง และภรรยาให้ประวัติว่า “หมอที่ทำอัลตร้าซาวนด์บอกว่าม้ามโตมาก ต้องไปทำตรวจเพิ่มเติมนะ อาจจะเป็นมะเร็งได้” คนไข้อาจจะฟังผิดหรือถูก ไม่ทราบได้ แต่ให้ประวัติมาแบบนี้
มะเร็ง ชื่อนี้ใครก็กังวล ผู้ป่วยและภรรยาจึงมาปรึกษา
ผมถามว่า “เคยทราบเรื่องตับแข็งมาก่อนหรือไม่ และคุณหมอแจ้งว่าเป็นตับแข็งจากอะไร” ทั้งคู่ตอบมาพร้อมกันว่าเกิดจากดื่มเหล้า เพราะตัวเขาเองก็ยอมรับว่าดื่มหนัก ภรรยาเคยเตือนบ่อยแต่ไม่ฟัง จนมาพบภาพอัลตร้าซาวนด์นี้
“คุณหมอเขาตรวจเลือดเพิ่มเติมไหมครับ”
คำตอบที่ได้คือ ยังไม่ตรวจอะไรเพิ่มและแจ้งคุณหมอท่านเดิมว่าดื่มเหล้าจัด ก็น่าจะตับแข็งจากเหล้า
เมื่อชำเลืองมองรายงานผลพบว่ามีลักษณะตับแข็งที่ชัดเจน ท่อทางเดินน้ำดีปกติ ไม่มีก้อนแต่อย่างใด ผู้ป่วยและญาติปรึกษาว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ผมจึงถามว่า “คุณคิดว่าคุณเป็นตับแข็งจากสาเหตุใด” คำตอบที่ได้เหมือนเดิม ผู้ป่วยและภรรยาฟันธงว่าเหล้า เขาบอกว่าคนในครอบครัวเขาก็บอกแบบนี้
คนไข้และญาติฝังใจมาแล้วว่าตับแข็งจากเหล้า และไม่มีทางรักษา
“ตับแข็งจากเหล้า การรักษาก็แค่หยุดเหล้า ซึ่งคุณตั้งใจจะหยุดอยู่แล้ว แต่คุณทราบไหมว่าถ้าคุณมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดตับแข็ง แล้วคุณละเลยมันไปเพียงเพราะคุณยึดมั่นว่าคุณตับแข็งจากเหล้าเท่านั้น คุณจะเสียโอกาสในการรักษาและป้องกันมะเร็ง ถ้าสาเหตุอื่น ๆ อันนั้นมันรักษาได้” ผมไม่ได้พูดแบบหมอใจดีด้วยนะครับ แต่จริงจังขึงขัง เสียงดังขึ้น บอกด้วยภาษาท่าทางว่า คุณต้องฟังฉัน
หลักใหญ่ใจความคือ เข้าใจนะว่าคุณดื่มเหล้ามาก พบตับแข็งก็โทษแต่เหล้า โดยลืมสาเหตุหลักคือ ไวรัสตับอักเสบบีและซี เพราะเป็นสาเหตุของตับแข็งและมะเร็งตับที่พบมากกว่า บ่อยกว่า และแก้ไขได้
ได้ผลแฮะ…คนไข้และภรรยา ดูกังวลใจน้อยลงและเข้าสู่อารมณ์ขี้สงสัย สายตาพร้อมจะเรียนรู้ ผมจึงหยิบกระดาษเอสี่มาสองแผ่นพร้อมปากกาสามสี วาดรูป อธิบายสาเหตุหลักของตับแข็งที่พบบ่อย แนวทางการตรวจและรักษา การปะเมินภาวะตับแข็งและเฝ้าระวังมะเร็งตับที่จำเป็น
ใช้เวลา 45 นาทีถ้วน ใช้ทั้งภาษาอังกฤษชั้นมัธยม ภาษามือ อธิบายภาษาไทยให้ภรรยาเขาช่วย วาดรูปประกอบ กราฟ แผนภูมิ ไดอะแกรม ในนาทีนั้นคิดอย่างเดียวว่าเราต้องช่วยเขาให้กระจ่างให้ได้
สำเร็จ…การรักษาขั้นแรกประสบผล คนไข้และภรรยาเข้าใจอย่างดี สีหน้าคลายกังวล คนเรานะครับจะกลัวสิ่งที่ไม่รู้มากกว่ากลัวว่ารู้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เราคุยถึงแผนการตรวจ การติดตาม ถ้าเจอนี่ทำอย่างไร ถ้าไม่เจอนั่นทำอย่างไร
ก่อนกลับคนไข้ลุกขึ้นของจับมือและบอกว่า ผมได้รักษาเขาแล้ว เขาไม่กังวล ไม่ว่าจะเจออะไร เพราะมั่นใจว่าเราจะมีทางรับมือปัญหาต่าง ๆนั้น
อืม…การรักษาโรคก็เรื่องนึง การรักษาคนก็อีกเรื่องนะ ฝรั่งไทยจีนก็คนเหมือนกัน หวาดหวั่น ตกใจ เครียด ถ้าไม่รักษา 'คน' ก่อน จะยากที่จะไปรักษาโรค และถ้าใจพร้อม กายพร้อม เจอโรคอะไรก็หมดกังวล
ผลการตรวจเพิ่มเติม ส่งทำอัลตร้าซาวนด์ซ้ำก็ไม่พบก้อน การทำงานตับเข้าข่ายตับแข็งและมีผลจากการดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง ผลการตรวจ alpha-fetoprotein ไม่สูง ไม่พบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี แต่พบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี สายพันธุ์ที่ 1 ปริมาณ RNA ของเชื้ออยู่ที่ประมาณ แปดแสนตัวต่อเลือดหนึ่งซีซี
ผู้ป่วยตกลงใจรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ และต้องการเข้าสู่การเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับในระยะยาวต่อไป
ขอบคุณในความอดทนของตัวเอง

 

03 พฤษภาคม 2569

Daya's Eatery


คุณเคยกินแฮมเบอเกอร์ฉ่ำ ๆ ซ้อสเยิ้ม ๆ เนื้อนุ่ม กลมกล่อม กินแล้วหยุดไม่อยู่ไหมครับ
ร้านดาย่า ในอดีตเคยเป็นอาคารพาณิชย์เล็ก ๆ คูหาเดียวในเมือง หาที่จอดรถยาก แต่ถึงกระนั้น ก็มีคนไปไม่ขาดสาย ด้วยการตกแต่งร้านสวย มินิมอลแต่มีเอกลักษณ์
และที่สำคัญคืออาหารนี่แหละครับ สิ่งที่ขึ้นชื่อคือ แฮมเบอเกอร์ดาย่า คุณลืมแฮมเบอเกอร์ร้านแฟรนไชส์ชื่อดังไปเลย ลืมไปให้หมด
นี่คือแฮมเบอเกอร์โฮมเมด ที่ตั้งใจทำทุกอย่าง ขนมปังนุ่มอบและจี่หอม ผักสด กรอบ กร้วม ๆ กรุบ ๆ และเนื้อที่ฉ่ำ วาว ราดซ้อสเอกลักษณ์ดาย่า หอมมาก และหวานเค็มเปรี้ยว อยู่ในคำเดียว
เนื้อเยอะ ซ้อสฉ่ำ แบบไม่ต้องกลัวร้านเจ๊ง กินเมนูเดียว อิ่ม ยังมีเครื่องเคียงอีกนะ มันฝรั่งทอดเอง ชิ้นพอดี กรอบนอกนุ่มใน
กินไปยิ้มไป
และตอนนี้ร้านย้ายมาเปิดที่ใหม่ โอ่โถง เป็นร้านอาหารฟิวชั่น จัดแต่งร้านสวยกว่าเดิมร้อยเท่า ที่นั่งเพิ่ม มีสองชั้น ที่จอดรถเยอะเลย มาง่ายด้วยอยู่ในหมู่บ้านวีไอพี หลังโรงเนียนอัสสัมชัญนครราชสีมา
อาหารยังพรีเมี่ยม หอม สด อร่อย มีเมนูหลากหลายขึ้น เน้นอาหารตะวันตก แต่ก็มีเมนูอาหารไทย อาหารอีสานด้วย
วันนี้มากิน Daya's Brunch ชื่อเมนูนี้เลยนะ ขนมปังฝรั่งเศสปิ้งหอม เสริฟมาพร้อมเนย แยม กลิ่นหอมสุด ๆ
ตามมาด้วยเมนคอร์ส เบคอนชิ้นโตและหนา สุกทั่วแผ่น ไม่เหนียว ไข่ดาวสุกไข่แดงเยิ้ม จัดกันไป มะเขือเทศเอามาจี่กระทะ ตัดความมันของเบคอน และที้ด็ด มันฝรั่งบดเอามาทอด กรอบแบบในคลิป เอามีดสเตนเลสมาปาดส่วนทอดกรอบเหลืองทอง...ชิ้ง
กรอบนอก มันฝรั่งบดด้านในแทบละลายในปาก ไม่ต้องปรุงรสใด ๆ ทั้งสิ้น
กินเสร็จดื่มกาแฟคั่วสด เม็ดพรีเมี่ยม หอมจิ้บหาย
นี่แค่เมนูเดียวนะ เมนูอื่นรับประกันความปราณีต อร่อย สมกับที่ดั้นด้นตามหา (ว่าร้านใหม่อยู่ไหนนะ)
อ้อ..ร้านดาย่า มาจากชื่อคุณสุภาพสตรีเจ้าของร้าน ที่คุณสุภาพบุรุษเจ้าของร่วม ต้องให้เกียรติชื่อเธอเป็นชื่อร้าน ตามประสาพ่อบ้านใจกล้าครับ
ใครอยู่ในนครราชสีมา..เชิญ
ใครอยู่จังหวัดใกล้เคียง..เชิญ
และถ้าบอกว่า มาจากเพจอายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว เจ้าของและพนักงานในร้านจะถามกลับทันทีว่า "มันคือใคร ไม่เคยรู้จัก"
ตามนั้นครับ







 

มิวนิค 1972


มิวนิค 1972 … ถึงเวลาชงกาแฟและขนมปังมานั่งอ่านยาว ๆ แล้วครับ


ถ้าขึ้นพาดหัวแบบนี้ ทุกคนคงจะนึกถึงเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์บุกเข้าจับเจ้าหน้าที่และนักกีฬาโอลิมปิกชาวอิสราเอล  ในเช้าวันที่ 5 กันยายน 1972 มีการสังหารนักกีฬาในขณะจับเป็นตัวประกัน รัฐบาลเยอรมันตะวันตก (ยังไม่รวมเยอรมัน) ได้พยายามเกลี้ยกล่อมและแก้ไข โดยผู้ก่อการได้ยื่นข้อตกลงให้ปล่อยนักโทษปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังไว้ที่อิสราเอล 


48 ชั่วโมงผ่านไป รัฐบาลเยอรมันตะวันตกได้เจรจาพาผู้ก่อการและตัวประกันไปที่สนามบิน หลังจากนั้นกองกำลังตำรวจของเยอรมันตะวันตกได้เข้าช่วยเหลือตัวประกัน แต่เกิดข้อผิดพลาด ตัวประกันตายทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งนาย ผู้ก่อการเสียชีวิต 5 ราย ถูกจับ 3 ราย เหตุผลหลักตอนนั้นเพราะเยอรมันตะวันตกไม่มีหน่วยงานทหาร (ถูกจำกัดสิทธิหลังสงครามโลก) และไม่มีหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้าย 


เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดหน่วยงานเฉพาะต้านก่อการร้ายในหลายประเทศรวมทั้งในเยอรมันตะวันตก 


แต่สิ่งที่จะเล่าเกิดขึ้นก่อนหน้าเหตุสลดที่มิวนิคครับ 


ย้อนกลับไปเมื่อ 1 สิงหาคม 1972 มีการแข่งขันว่ายน้ำฟรีสไตล์ 400 เมตร และดาวเด่นวงการว่ายน้ำของอเมริกาคือ Rick DeMont ได้เหรียญทองไปครอง (มาร์ค สปิซท์ ราชาสระว่ายน้ำในปี 1972 ไม่ได้ลงแข่งรายการนี้) และเตรียมลงลงป้องกันแชมป์ในรายการฟรีสไตล์ 1500 เมตรต่อไป


แต่ในวันรุ่งขึ้น คณะกรรมการโอลิมปิกสากลประกาศว่า DeMont ใช้สารกระตุ้นและยกเลิกเหรียญทองนั้น !!!


โอลิมปิกปี 1972 ถือว่าเป็นโอลิมปิกที่มีการปฏิวัติวงการกีฬาหลายอย่างโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี เยอรมันตะวันตกต้องการกู้ชื่อเสียงประเทศตัวเอง หลังจากที่พรรคนาซีเคยใช้โอลิมปิกในปี 1936 เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองและการทหาร และโอลิมปิกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้ระบบการตรวจสารกระตุ้นมาตรวจจับอย่างมีหลักการ ระบุสารต้องห้าม ระบุสุขภาพนักกีฬาและข้อชี้แจงหากต้องใช้ยานั้น ระบุปริมาณยาต้องไม่เกินเท่าไรจึงจะเรียกว่าโด๊ปยา


กรรมการระบุว่าตรวจพบสาร ephidrine ในปัสสาวะของ DeMont ซึ่งเขาให้การต่อสู้ว่านี่คือยาที่เขาใช้มาตั้งแต่อายุ 16 ปีแล้วเพราะเขาเป็นโรคหืด และเขาได้แจ้งคณะกรรมการโอลิมปิกสหรัฐอเมริกาไปแล้วด้วย


ท่านที่เกิดและโตในยุคนี้อาจจะงง ทำไมใช้ยาตัวนี้รักษาหืด เขาใช้ LABA/ICS กันต่างหากล่ะ ไม่ใช่ครับ ในยุคสมัยนั้นยังไม่มี beta-2 agonist แบบสูดพ่นอย่างที่เราเห็นกัน


DeMont ใช้ยาที่มีส่วนผสมของ theophylline + ephidrine + hydroxyzine เป็นยาเม็ดในชื่อการค้าว่า Marax (ปัจจุบันเลิกผลิตแล้ว) ส่วนประกอบสองตัวแรกเป็นยาขยายหลอดลมที่ปัจจุบันใช้น้อยมาก ๆ และตัวที่สามเป็นยาแก้แพ้ที่ง่วงที่สุดในโลก  

  theophylline เป็นยาขยายหลอดลมกลุ่ม Xanthine ที่ปัจจุบันใช้เป็นทางเลือกท้าย ๆ ของการรักษาโรคถุงลมโป่งพอง ในกรณียาหลักหมดทางแล้ว เพราะยาใช้ยากมาก ช่วงการรักษาแคบกินเกินไปเล็กน้อยก็เกิดพิษ ตีกับยาอื่นมาก ระดับยาในเลือดแปรปรวนผันผวนหนัก

  hydroxyzine ยาแก้แพ้ปัจจุบันใช้บ้างในการรักษาอาการแพ้เฉียบพลัน ซึ่งถูกแทนที่ด้วยยายุคใหม่ที่ประสิทธิภาพดีกว่า แถมง่วงน้อยกว่า เบลอน้อยกว่า อาการทางระบบประสาทน้อยกว่า


  ephidrine มีสมบัติในการลดบวมจมูกและทางเดินหายใจได้ดี ยากลุ่มนี้จะไปกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวและเยื่อบุลดบวม แต่เพราะว่ายามันแรงและข้ามไปกระตุ้นระบบอื่นคือ หายใจโล่ง หัวใจเต้นเร็ว แรง การเผาผลาญกระฉูด โดยผลเหล่านี้แรงมากและไม่ได้ด้อยไปกว่าการลดบวมเลย มันจึงเป็นข้อได้เปรียบของนักกีฬาและถูกระบุเป็นสารกระตุ้น 


  คุณอาจเคยได้ยินยากลุ่มนี้มาบ้าง ยาในยุคเดิมสมัยปี 1950-1970 นอกจาก ephidrine ยังมียาดังอีกตัวคือ phenylpropranolamine (PPA) เคยเป็นส่วนผสมของยาเม็ดแก้หวัดทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ตัวนี้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงคือ หลอดเลือดสมองแตก จึงถูกถอนทะเบียนทั่วโลก ใครจำได้ในยุคหนึ่งยาเม็ดรวมแก้หวัดหายไปจากตลาด เพราะถอนยา PPA นี่เองครับ


  ยายุคหลังจึงพัฒนาให้ไปทำงานแต่ลดบวมจมูก ให้มีผลต่อหัวใจและหลอดเลือดน้อยลง คือ pseudoephidrine ใน prefix-pseudo ก็แสดงว่าเหมือนนะแต่ไม่ใช่เสียทีเดียว ปัจจุบันยานี้ก็ถูกควบคุมให้จ่ายในโรงพยาบาลเท่านั้น เพราะสามารถนำไปเป็นสารตั้งต้นการผลิตแอมเฟตามีนได้


  จนมาถึงยาที่ใช้มากในปัจจุบันคือ phenyleprine ที่ผสมในยาเม็ดรวมแก้หวัด แต่ก็ต้องบอกว่าสมบัติการลดบวมของมันก็ถูกลดไปมากเช่นกัน บางการศึกษาพบว่าไม่ต่างจากยาหลอกเลย แต่วางขายได้เพราะปลอดภัย


  ephidrine ปัจจุบันยังมีที่ใช้อยู่บ้างในห้องผ่าตัดโดยวิสัญญีแพทย์เพื่อให้กระตุ้นความดัน องค์การ WADA ที่เขาทำงานเรื่องการโด๊ปยา ให้ใช้ยา ephidrine ได้หากใช้เพื่อการรักษาโดยต้องมีเอกสารยืนยัน และระดับยาที่พบในปัสสาวะต้องไม่เกิน 10 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และจะต้องไม่ใช่ชนิดกีฬาที่ตัดสินกันด้วยเวลาใครเร็วกว่ากัน 

  WADA ออกกฏมากำกับการใช้ phenyleprine, pseudoephidrine รวมทั้งยาสูดพ่น beta-2 agonist ด้วยเช่นกัน


  ในครั้งนั้น DeMont ถูกยึดเหรียญทองและตัดสิทธิการลงแข่งฟรีสไตล์ 1500 เมตรในรายการต่อไปอีกด้วย DeMont อุทธรณ์ทันทีแต่ไม่เกิดผล โดยให้การว่าเขาแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร มีใบรับรองแพทย์พร้อมสรรพ แต่ก็ไม่เกิดผล 

  ในหลายปีให้หลัง Demont ยังอยู่ในวงการ โดยผันตัวไปเป็นโค้ช แถมก้าวหน้าเสียด้วย และในที่สุดสมาคมกีฬาว่ายน้ำและสภาโอลิมปิกสหรัฐอเมริกาได้ออกมาขอโทษ Demont เพราะเขาทำตามกฎระเบียบทุกอย่าง แต่เป็นความผิดพลาดการประสานงานกันของคณะกรรมการโอลิมปิกของอเมริกากับเยอรมันตะวันตก 


  ส่วนคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้มีมติ ‘ยึดแล้ว ยึดอยู่ ยึดต่อ’ ไม่คืนเหรียญครับ ถือว่าตัดสินแล้ว มีและเจอยาโด๊ปก็คือใช้  จบนะเดมอนต์ 


  เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เกิดการสังคายนาระบบตรวจโด๊ป กำหนดยาและขนาดยาที่ระบุเป็นโด๊ป กำหนดโทษ ในกีฬาโอลิมปิกเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและดำรงมาในทุกสมัยของโอลิมปิก พร้อมไปกับการรักษาความปลอดภัยของนักกีฬาโอลิมปิกจากเหตุการณ์ munich massacre


  ถ้า Rick DeMont เกิดในยุคนี้น่าจะได้เหรียญทองไปครอง ไม่ถูกยึดเพราะเราใช้ยาสูดพ่นที่ซึมเข้ากระแสเลือดและออกทางปัสสาวะน้อยมาก หรือเป็นสารชีวภาพที่เหมือนโมเลกุลมนุษย์เราเอง ก็จะตรวจไม่พบ (แต่มีเกณฑ์วัดระดับยาพ่น)


  สุดท้ายคือยาแก้แพ้ hydroxyzine ที่ตอนนี้ขาดตลาดอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะวิกฤตน้ำมันหรือช่องแคบฮอร์มุตซ์ แต่เพราะนักเตะทีมปีศาจแดงซื้อไปหมดตลาดและกำลังโด๊ปยาแก้แพ้ เพราะยังฝังใจไม่หายกับ  0-7 ในตำนานเล่าขานตลอดไป


01 พฤษภาคม 2569

สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026 : พ้นภาวะรีบด่วนแล้ว ยังไงต่อไป


สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026
▶️ พ้นภาวะรีบด่วนแล้ว ยังไงต่อไป
ระยะการรักษาหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันนับว่าเป็นระยะเวลาที่สั้น ต้องเร็วมต้องประสานงาน ต้องตัดสินใจ แน่นอนว่ามีสำเร็จ มีผิดพลาด มีล้มเหลว แต่ชีวิตต้องเดินต่อไปครับ หลังจากผ่านช่วงเร่งด่วนแล้วจะเข้าสู่ระยะฟื้นฟูและป้องกันการเกิดซ้ำ
ขอบอกว่าขั้นตอนการฟื้นฟู (rehabilitation) คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการหายหรือกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ การรักษาก่อนหน้านี้เพียงเพื่อเปิดหลอดเลือด (revascularization) และให้ยาเป็นเพียงเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ (secondary prevention)
1.หลังให้ยาหรือใส่สายสวนแล้ว แนะนำรอ 24 ชั่วโมงจึงประเมินซ้ำทั้งร้อยละการหายหรือโอกาสเลือดออก เราจะพิจารณาให้ยาต้านเกล็ดเลือด ยาต้านการแข็งตัวเลือด ยาเบาหวาน ความดันโลหิต ไขมันสูง ใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อทุ่มเทเวลาให้การเปิดหลอดเลือดเต็มที่ในช่วงแรกและลดโอกาสเลือดออก
2.ประเมินทำกายภาพบำบัดได้เลย หลังอาการคงที่ คุณหมอกายภาพและนักกายภาพจะเข้าถึงคนไข้โดยเร็ว มีการศึกษาว่าฟื้นฟูเร็ว โอกาสสำเร็จจะเร็ว ไม่ว่าจะประเมินกำลังกล้ามเนื้อ การพูด ความเข้าใจ การทำตามสั่ง การหายใจ โดยสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องประเมินทุกรายคือ ‘ความสามารถในการกลืนและโอกาสการสำลัก’ ผู้ป่วยอัมพาตส่วนมากจะเสียชีวิตจากภาวะสูดสำลัก และหากการกลืนแย่ ภาวะดูแลโภชนาการและการให้ยาจะลำบากมาก
3.เครื่องมือสองชนิดที่น่าสนใจและกล่าวถึงในแนวทาง คือ
หากประเมินการกลืนและฝึกด้วยวิธีมาตรฐานแล้วยังได้ผลไม่ดีพอ มีทางเลือกการใช้ pharyngeal electrical stimulation การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนคงไม่สามารถทำได้อย่างแพร่หลายในไทย ดังนั้นการฝึกกลืน ฝึกพูดตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก
อีกอย่างคือการใช้ intermittent pneumatic compression กางเกงแบบที่สูบลมเข้าออกเป็นจังหวะคอยบีบไล่เลือด เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดดำอุดตันที่ขา ในกรณีขยับไม่ได้ และเหตุผลเดียวกันกับการกระตุ้นไฟฟ้า คือหายากในไทย คำตอบจึงเหมือนเดิม การประเมินและการฝึกกายภาพจึงมีความสำคัญมาก ต้องทำเร็ว ทำถูกวิธีและทำต่อเนื่องสม่ำเสมอ
4.อันนี้เขียนมาในทุกแนวทางและหลายปีมาแล้วด้วยว่า neuroprotective agents ยาหรืออาหารเสริมหรือสารเคมีใดที่บอกว่าช่วยปกป้องสมอง ฟื้นฟูเซลล์ เพิ่มโอกาสฟื้นตัว อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ 'ไม่แนะนำ' ไม่เกิดประโยชน์ใด ในทางตรงข้ามกลับเกิดความสิ้นเปลือง โอกาสแพ้ยาหรือผลข้างเคียงและโอกาสเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นด้วย …ปรึกษากายภาพบำบัดดีกว่าครับ
5.หญิงตั้งครรภ์ สามารถใช้แนวทางนี้ได้นะครับ ให้ยาสลายลิ่มเลือด ใส่สายสวน แม้จะไม่ได้มีการศึกษาชัดเจน แต่หลักฐานเก็บข้อมูลและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญแนะนำรักษาตามปกติ เพราะหากแม่มีความพิการเกิดขึ้น ลูกน่าจะอยู่ลำบากทีเดียวครับ และควรรีบตัดสินใจ รีบคุยปรึกษาให้ดี ก่อนจะให้ยา (ต้องเร็วด้วย)
6.การใช้ยาต้านเกล็ดเลือด ยาลดไขมัน ยาป้องกันการแข็งตัวเลือด (ในบางกรณี) ถือเป็นเรื่องสำคัญ จะหยุดยา จะพักยา จะเปลี่ยนยา ปรึกษาหมอที่รักษาก่อนนะครับ และเมื่อมีหลอดเลือดสมองตีบแล้ว โรคหลอดเลือดอื่นก็ต้องประเมินด้วย เบาหวานความดัน ไตเสื่อม ยูริกเกิน หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดส่วนปลาย รักษาโรคเดิมให้ดี
จบซีรี่ส์ยาวสำหรับสิ่งที่ประชาชนน่าจะเข้าใจในแนวทางนี้ ผมคิดว่าแนวทางนี้ค่อนข้างสมบูรณ์และร่วมสมัย น่าจะอีกนานพอควรกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงระดับหลักการออกมาอีก อาจจะมีศัพท์วิชาการบ้าง ก็ถือว่าค่อย ๆ เรียนรู้กันไปครับ


 

30 เมษายน 2569

สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026 : ใส่สายสวน ผ่าตัดแก้ไข


สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026
▶️ ใส่สายสวน ผ่าตัดแก้ไข
ในระยะเวลา 10 ปีมานี้ นอกเหนือจากเทคโนโลยีการตรวจถ่ายภาพรังสีที่สามารถดูหลอดเลือดในสมองได้ ด้านหน้าด้านหลัง ด้านตื้นด้านลึก กิ่งก้านสาขาทั้งหลาย ยังสามารถบอกได้ว่าตำแหน่งแรกที่มีการตีบ (ischemic core) อยู่ตรงไหน ขนาดเท่าไร และส่วนที่กำลังจะขาดเลือดและตาย แต่ยังไม่ตายและกำลังจะช่วย (penumbra) ขนาดเท่าไร ช่วยทันหรือไม่
เทคโนโลยีการใส่สายสวนทางหลอดเลือดแดงไปสู่หลอดเลือดสมอง ไต่ไปที่จุดตีบแล้วจัดการดึงเอาลิ่มเหลือที่อุดออกมา สามารถทำได้เร็ว มีคุณหมอผู้เชี่ยวชาญสาขานี้มากขึ้น ทำให้การใส่สายสวนหลอดเลือดแดงเพื่อรักษาหลอดเลือดสมองตีบตันได้รับการบรรจุเป็นสิ่งควรทำในแนวทางนี้ด้วย
1.การประเมินการรักษา endovascular treatment จะทำตั้งแต่แรกพร้อมกับการประเมินอื่น ๆ ไม่ว่าการถ่ายภาพ การติดต่อประสานงานหรือส่งต่อไปสถาบันที่ช่วยได้ การประสานงานตำรวจจราจรช่วยเปิดทาง แต่จะไม่รอให้การรักษาให้ยาทางหลอดเลือดดำเสร็จสิ้น เรียกว่าทำพร้อมกันเพื่อรักษาเวลา และหากต้องประเมินก็จะทำต่อไปแม้แต่การให้ยาทางหลอดเลือดดำยังไม่จบสิ้น
2.ในต่างประเทศยังทำได้น้อย ในประเทศไทยก็น้อยมากเช่นกัน ส่วนมากสถาบันที่ทำได้คือโรงเรียนแพทย์หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน (แน่นอนว่าแพงมาก) แต่หากคนไข้มีโอกาส แนะนำให้ทำครับ หลักฐานทางการแพทย์ต่าง ๆ แนะนำเป็นระดับ Ia ประโยชน์มากกว่าโทษอย่างชัดเจน ด้วยความหนักแน่นหลักฐานระดับสูงสุด
3.สิ่งที่จะมาพิจารณาทำการรักษานี้ นอกจากความพร้อมของทีมและอุปกรณ์แล้ว คือ เงื่อนไขของผู้ป่วยครับ ขออธิบายให้เรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจแนวทางกันเล็กน้อยดังนี้
ระยะเวลา 0-6 ชั่วโมง จะต้องมีเอ็กซเรย์หลอดเลือด CT angiogram หรือ MRA
6-24 ชั่วโมง ต้องเพิ่ม perfusion scan ซึ่งต้องฉีดสารทึบรังสี ไม่ว่าจะเป็น CT หรือ MRI เข้าโปรแกรมตรวจ perfusion ซึ่งต้องระบุจุดที่สงสัยจะตีบด้วย
ต้องเป็นการตีบของหลอดเลือดขนาดใหญ่ (large vessel occlusions : LVO) ทราบได้จากการตรวจร่างกายทางประสาทวิทยาเช่น มืออ่อนแรงด้วยพร้อมกับพูดสับสน หรือมีอาการแสดงของผิวสมองพิการ (cortical lobe signs)
LVO ก็จะเห็นได้จากพื้นที่เสียหายจากภาพ MRI หรือ CT เป็นการยืนยัน เช่นพื้นที่ขาดเลือด หรือ mode ต่าง ๆ ของเครื่อง MRI เช่น DWI,FLAIR
4.ข้อมูลที่ได้ก่อนหน้านี้คือ
NIHSS ระดับคะแนนที่บอกความพิการความรุนแรงของอัมพาตที่เกิด ระดับคะแนนยิ่งสูงยิ่งรุนแรง ในการรักษาด้วยหัตถการหลอดเลือดมักจะต้องมี NIHSS ตั้งแต่ 6 คะแนนครับ จึงคุ้มค่าและมีประโยชน์
ระบบคะแนนคือ mRS ระบบคะแนนที่บอกถึงผลกระทบต่อชีวิต คะแนนยิ่งต่ำหมายถึงต้องพึ่งพาคนอื่นในการดำรงชีวิต ช่วยเหลือตัวเองลำบาก การรักษาหัตถการหลอดเลือดมักจะมี mRS กำหนดไม่เกิน 1
ASPECTs (Alberta Stroke Program Early CT scores) คะแนนคิดเริ่มต้นจากเต็ม 10 หากมีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากหลอดเลือดตีบมากแค่ไหนก็ลบออกไปเรื่อย ๆ (มีโปรแกรมคำนวณและเอไอช่วย) เช่น การทำ EVT ภายใน 6 ชั่วโมง นอกจากมีภาพเอ็กซเรย์หลอดเลือดแล้ว ระดับคะแนน ASPECTs ต้องอยู่ที่เกิน 3
จะเห็นว่าแม้ข้อมูลชัดเจน แต่กว่าจะครบเกณฑ์ก็ยากมาก เป้าหมายให้ยาทางหลอดเลือดดำจึงเป็นจริงในทางปฏิบัติมากกว่า
5.มีการผ่าตัดแก้ไขรักษาหลอดเลือดตีบเฉียบพลันเช่นกัน ตามปกติเมื่อให้ยาหรือทำหัตถการ จะมีการแจ้งศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองให้ทราบไว้เลย เพราะอาจเกิดเหตุที่ต้องปรึกษาแก้ไขทุกเวลา โดยการผ่าตัดจะทำในกรณี เลือดออกหลังให้ยาสลายลิ่มเลือดแล้วไม่หยุดและเริ่มอันตราย (พบน้อยมาก) ที่พบมากกว่าคือ เนื้อสมองส่วนที่ตีบเริ่มมีอาการบวม ขยายขยาดจนไปกดเบียดสมองส่วนที่ดี หมอผ่าตัดจะเปิดกะโหลกออกและใส่สายระบายความดัน เพื่อช่วยเหลือชั่วคราว แต่ชั่วคราวนี้คือ รักษาชีวิตได้นะครับ


 

29 เมษายน 2569

สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026 : ให้ยาสลายลิ่มเลือด ให้ได้ไหม เสี่ยงดีไหมนะ


 

สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026
▶️ ให้ยาสลายลิ่มเลือด ให้ได้ไหม เสี่ยงดีไหมนะ
สำหรับประเทศไทยแล้ว นับว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด หรือแม้แต่ในโลกนี่ก็คือทางเลือกแรก ถ้าเรามาทันเวลาใน 4.5 ชั่วโมงให้คิดการรักษานี้ไว้ก่อนเสมอ เร็ว ง่าย ได้ผล ในประเทศไทยเรามี thrombolytic drugs ทุกจังหวัดครับ
ข้อสำคัญในแนวทางนี้ที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือการพิจารณาความพิการและผลกระทบต่อการใช้ชีวิต (disability) คือแม้เสียการทำงานเพียงจุดเล็กน้อยแต่หากมันส่งผลยิ่งใหญ่กับชีวิต ก็ควรให้ยา เช่น เป็นนักวาดรูปแล้วอัมพาตมือที่ถนัด อันนี้จบข่าวเลย และในทางตรงข้ามในกรณีอาการไม่รุนแรง และความพิการไม่ส่งผลต่อชีวิต แบบนี้ไม่ให้ยาสลายลิ่มเลือดแต่ใช้ยาต้านเกล็ดเลือดแทน
อย่างที่สองคือ ยกระดับยาสลายลิ่มเลือด tenecteplase ให้มาใช้เป็นยาตัวแรกได้ มันมีข้อดีที่ฉีดพรวดเดียวได้เลย เร็ว โอกาสผิดพลาดน้อย การเตรียมยาไม่ยุ่งยากเหมือนตัวเดิมคือ alteplase ที่ต้องฉีดก่อน 10% และหยดตามที่เหลือ เรามีใช้ก่อนหน้านี้ในโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน สำหรีบประเทศไทยน่าจะค่อย ๆ พัฒนาไปครับ
1.อย่ารอ อย่าเสียโอกาส ผลเลือดการทำงานไต การแข็งตัวเลือดยังไม่ออก สามารถให้ยาได้ก่อน (ถ้าผิดปกติรุนแรงค่อยหยุด) กินยาต้านเกล็ดเลือดสองตัวพร้อมกันก็ให้ได้ กินยาป้องกันเลือดแข็งตัวใหม่ (DOACs) ก็ให้ได้
2.สองสิ่งที่ต้องทำก่อนให้ยาคือ อธิบายข้อดีข้อเสียและโอกาสอันตรายให้ญาติฟัง และหากความดันโลหิตสูงกว่า 180/105 ให้ฉีดยาลดความดันลงมาแล้วให้ยาสลายลิ่มเลือด นอกจากนั้นให้ก่อน แก้ทีหลัง หรือหยุดเมื่อต้องหยุดเช่น อาเจียนรุนแรง ซึมลง เลือดออก
3.มีโอกาสเลือดออกหลังให้ยาได้ ต้องบอกแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ไม่เสียชีวิต เพราะยาสลายลิ่มเลือดมันทำงานสั้นมาก เดี๋ยวก็หมดฤทธิ์และสามารถให้สารการแข็งตัวเลือดไปแก้ไขได้ จากการศึกษาคนที่ต้องให้ยา ก็มีคนที่เลือดออกเช่นกัน แต่เกือบทั้งหมดไม่ตายและสามารถแก้ไขความพิการได้
4.ถ้าต้องตรวจต่อ ให้ทำต่อได้เลยไม่ต้องรอยาหมด ถ้าไม่เข้าข่ายตรวจต่อ ต้องประเมินอาการและเอ็กซเรย์ซ้ำใน 24 ชั่วโมง รวมทั้งเฝ้าระวังอื่น ๆ น้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต เลือดออกตามจุดต่าง ๆ ปกติจะชะลอการให้ยากันเลือดแข็งใน 24 ชั่วโมงแรกหลังได้ยา ชะลอการใส่สายสวนต่าง ๆ ใน 24 ชั่วโมง ยกเว้นจำเป็นจริง ๆ
5.การให้ออกซิเจน การลดความดัน การควบคุมน้ำตาล ทำเมื่อจำเป็นและอันตรายถึงชีวิตเท่านั้น ในช่วงร่างกายเปลี่ยนแปลงแบบนี้ เราแค่ตรวจจับให้เร็วและรักษาเท่าที่จำเป็น ผู้ป่วยต้องอยู่ใน ICU หรือ Stroke Unit นะครับ ผลการควบคุมที่ดี มีความสำคัญไม่แพ้การคัดเลือกคนไข้มาให้ยา
6.เรื่องข้อห้ามเด็ดขาดการให้ยา ทางรพ.จะมีเช็คลิสต์เลยครับ ถ้าไม่มีข้อห้ามต่าง ๆ เหล่านี้ จะให้ยาเป็นปรกติ จะไม่ให้เมื่อมีข้อห้ามเด็ดขาด ส่วนข้อห้ามแบบ ‘’ต้องระวัง’ ก็สำคัญครับ เพียงแต่จะเลือกให้ยาก่อนแล้วเฝ้าระวัง ดังนั้นข้อมูลพื้นฐาน คนไข้ผ่าตัดอะไรเมื่อไร เคยประสบอุบัติเหตุทางศีรษะหรือไม่ โรคหลอดเลือดที่เป็น ยาที่ใช้ บางทีทาง รพ.จะถามตั้งแต่เดินทางมาถึงเลย
ความร่วมมือและการประสานงานของ รพ. ทีมคนไข้ ทีมรับส่งต่อ เป็นประเด็นสำคัญของความสำเร็จการรักษา

28 เมษายน 2569

แนวทางที่แนะนำเพื่อใช้เลิกบุหรี่

ตอบคำถามหลายคนนะครับว่า ผมใช้ตำราหรือคู่มือใดเป็นหลักในการเลิกบุหรี่

ผมใช้ 3 guidelines คือ NICE ของสหราชอาณาจักร, ATS สมาคมแพทย์โรคปอดอเมริกา และ WHO ทุกอันจะมีกรอบ แนวคิด ไปในทางเดียวกันจะมีต่างกันบางจุด

NICE จะเป็นแนวทางที่มีความสมเหตุสมผล คือคิดถึงเหตุผลแห่งความเป็นไปได้ เรื่องโอกาสเข้าถึง ทรัพยากร และเงินทุน 

ATS อันนี้เหมาะกับการสอบมาก แน่นไปด้วยหลักฐาน เปเปอร์ ความหนักแน่น เอาข้อมมูลเชิงวิชาการเป็นธงนำ จะทำได้จริงหรือไม่ก็ไปปรับเอาเอง

WHO จะออกมาในรูปกรอบการปฏิบัติในวงกว้าง ลงรายละเอียดน้อยกว่าสองอันแรก แต่มีเรื่องการจัดการมากกว่า และเท่าที่อ่านจะเอียงไปทางประเทศ limited resources ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของโลก

ทั้งสามแนวทางจะมีอ้างอิงไปถึงการศึกษาส่วนมากก็เป็นอ้างอิงเดียวกัน เป็น landmark studies ทั้งสิ้น เพียงแต่หยิบมาใช้ในเหตุผลและบริบทต่างกัน  และสำหรับใครที่อยากเลิกทำคลินิกเลิกบุหรี่นะครับ ผมแนะนำแนวทางของ WHO เล่มนี้เป็นหลักก่อน แล้วค่อยขยับอ่านเพิ่มขึ้น เนื้อหาที่ต้องไปลงรายละเอียดจริง ๆ (ดูในอ้างอิงของแนวทางได้) คือเรื่องการทำ motivative counselling การหยิบสิ่งที่ผู้จะเลิกบุหรี่ประสบทุกเมื่อเชื่อวัน มาปรับเป็นแรงบันดาลใจในการเลิกบุหรี่

สองเรื่องที่ผมอยากให้คนที่จะทำเลิกบุหรี่เน้นมากเป็นพิเศษคือ การค้นหาแรงจูงใจสูงสุดในการเลิก และ การติดตามผลหลังเลิกสำเร็จเพื่อป้องกันการสูบซ้ำ

ปล. ทุกเล่มแจกฟรี ผมโหลดมาแล้วมาเย็บเล่มเอาเองครับ

สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026 : ไปถึง รพ. จะเกิดอะไรบ้าง


 

สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026
▶️ ไปถึง รพ. จะเกิดอะไรบ้าง
โรงพยาบาลจะคาดหวังเต็มที่ ว่าได้ข้อมูลมาล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวเตรียมทีม ตั้งแต่พนักงานรักษาความปลอดภัยจัดช่องทางเดินรถเวรเปลเตรียมรอ เอ็กซเรย์เตรียมเตรียมเครื่อง โทรปลุกหมอ ดังนั้นการส่งข้อมูลสำคัญมาก แค่เพียงช้าลงขั้นตอนละ 10 นาที ก็อาจเสียเวลาช่วยคนไข้เป็นชั่วโมง
1.ทีมการรักษาจะมามะรุมมะตุ้มคุณ เข็นรถไปเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ พร้อมเจาะเลือด เตรียมยา ทำทุกอย่างพร้อมกัน ญาติก็จะได้รับข้อมูลความเสี่ยง ประเมินสิทธิการรักษา คำแนะนำผมคือ ทำไปเลยครับ อย่ารอ (ถึงให้เตรียมตัวจากบ้าน)
2.เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์แบบไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี ทำทันทีเพื่อแยกเลือดออกในสมองกับหลอดเลือดตีบเฉียบพลัน ถ้าเลือดออกในสมองหรือมีก้อนจะรีบไปแผนกศัลยกรรม ตอนนี้ผลการตรวจน้ำตาลจะออกมาแล้ว และถ้าน้ำตาลต่ำ คุณหมอจะรักษาแล้วด้วย
แต่หากน้ำตาลต่ำและฉีดกลูโคสแล้วไม่ดีขึ้น คำแนะนำให้รักษาอัมพาต ให้ยาสลายลิ่มเลือดนะครับ ไม่ต้องกลัวมีการศึกษาชัดเจนว่า เลือดไม่ได้ออกมากขึ้นกว่าการให้ยารักษาอัมพาตทั่วไป แต่ช่วยชีวิตได้จริงหากเป็นหลอดเลือดตีบจริง ๆ
3.นอกจากแยกเลือดออกกับเลือดตีบแล้ว ภาพเอ็กซเรย์ที่ได้จะได้รับการประเมินพื้นที่ของการขาดเลือดที่เรียกว่า ASPECTs โดยรังสีแพทย์หรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วย ระบบ AI เช่น RAPID ได้รับการรับรองใช้จากองค์การอาหารและยาสหรัฐ
ระบบคะแนน ASPECTs จะช่วยตัดสินว่าควรทำการรักษาทางสายสวนต่อจากการให้ยา หรือถ้าเวลาเกิน 4.5 ชั่วโมงแล้วจะทำการสวนสายหรือไม่ (ทั้งหมดทำในเวลาเดียวกันกับข้อ 2)
4.ข้อมูลจากการประเมินก่อนหน้านี้และระยะเวลา จะบอกได้แล้วว่าควรให้ยาสลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำหรือไม่ ถ้ามีประโยชน์ชัด “ให้ยาเลยโดยไม่ต้องรอตรวจเพิ่มและผลเลือดที่เหลือ” ในเวลาที่ให้ยาจะดำเนินการต่อเนื่องทันที
ว่าหากผู้ป่วยอยู่ในข่ายที่จะได้ประโยชน์จากการทำ endovascular treatment ก็จะตรวจเอ็กซเรย์หลอดเลือดสมองต่อไปทันทีโดยไม่รอให้ยาหมด หรือถ้ามีประโยชน์จากการทำ perfusion เพื่อจะใส่สายสวนใน 24 ชั่วโมง ก็จะทำต่อทันที หรือส่งไปทำทันที ไม่รอให้ยาหมดเช่นกัน (ทั้งหมดคิดและทำพร้อมข้อ 3)
แต่…แต่ ในประเทศไทย มีสถานที่จะทำเอ็กซเรย์เหล่านั้นได้น้อย มีหมอที่จะใส่สายสวนได้น้อย และยังมีเรื่องการเบิกจ่ายตามสิทธิประโยชน์อีกครับ อย่าลืมว่านี่คือแนวทางการรักษาของอเมริกา
5.ข้อมูลคร่าว ๆ สำหรับประชาชนควรรู้คือ
💉ภายใน 4.5 ชั่วโมง ถ้าให้ได้ ถ้าไม่มีข้อห้ามเด็ดขาด ให้ยาทางหลอดเลือดดำทันที
💉4.5-6 ชั่วโมง อาจพิจารณาให้ยาทางหลอดเลือดดำ ถ้าสามารถทำเอ็กซเรย์หลอดเลือดแล้วพบว่าน่าจะได้ประโยชน์
💉ภายใน 6 ชั่วโมง ในกรณีอาการที่พบแสดงถึงการตีบของหลอดเลือดขนาดใหญ่ และภาพเอ็กซเรย์หลอดเลือดยืนยัน ส่งไปทำ endovascular treatment ต่อทันที
💉6-24 ชั่วโมง หรือบางเงื่อนไขเช่น ตื่นมาแล้วอัมพาต ตอนเข้านอนยังดี ในกรณีอาการที่พบแสดงถึงการตีบของหลอดเลือดขนาดใหญ่ และมีผลเอ็กซเรย์ perfusion ยืนยันว่ายังพอช่วยได้ ส่งไปทำ endovascular treatment ต่อทันที
หลอดเลือดตีบที่ก้านสมองและส่วนหลังของสมอง (posterior ciculation) ส่งเอ็กซเรย์และทำ endovascular treatment ใน 24 ชั่วโมง ยังเกิดประโยชน์ในกรณีอาการรุนแรง ความพิการรุนแรง
แนวทางนี้จึงเน้นทำเร็ว ทำต่อเนื่อง ไม่รอ และตัดสินในพร้อมประสานงานเป็น real-time การจัดการหลังบ้านของโรงพยาบาล มีความสำคัญไม่แพ้การรับมือคนไข้ต่อหน้า

27 เมษายน 2569

สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026 : รีบรู้ รีบไป ไปที่ไหน อย่างไร

 


สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026
▶️ รีบรู้ รีบไป ไปที่ไหน อย่างไร
สำหรับการดูแลรักษาหลอดเลือดสมองตีบนั้น “ความเร็ว” ยังเป็นประเด็นสำคัญ ในครั้งแรกที่เรามีเกณฑ์การให้ยา เราตัดสินที่ 3 ชั่วโมงนะครับ แต่ตอนนี้ตัวเลือกการรักษามีมากขึ้น 4.5, 6, 24 ชั่วโมง ก็ยังมีทางเลือกการรักษา
1.หลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน อาการก็จะเฉียบพลัน ไม่ว่าสังเกตได้ชัดเจนนับจุดเวลาได้ชัดเจน หรือตอนหลับยังปกติแต่ตื่นมาแล้วอัมพาต หรือเมื่อเช้ายังเห็นดีอยู่ เข้ามาตอนเย็นเปลี่ยนไป ..อย่างไรก็ขอให้รีบไปประเมินที่ รพ. จะใช่หรือไม่ใช่ ก็อีกเรื่อง อย่าเสียเวลาเสียโอกาส
2.ถ้าเรารู้ว่า รพ.ใดที่ใกล้ที่สุดที่สามารถ CT และรักษาให้ยาอัมพาตเฉียบพลันได้ให้ไป รพ.นั้นเลย หรือถ้ารู้ด้วยว่า รพ.ที่เราเล็งไว้นี้ นอกจากเอ็กซเรย์เร็ว ให้ยาได้ ยังสามารถใส่สายสวนหัตถการหลอดเลือดสมองได้ทันที ให้มุ่งหน้าไป รพ.นั้นเลย (ถ้าเขาทำได้ เขาจะมีระบบการรับมือครับ) แต่ถ้าไม่รู้ว่ารพ.ไหนทำได้ หรือถึงรู้ก็ไปไม่ทัน ให้ไป รพ.ที่ใกล้ที่สุดครับ ปัจจุบันทุก รพ. มีระบบรับมือ วินิจฉัยและส่งต่อ ที่จะทำให้เร็วที่สุด ส่วนมันจะทันหรือจะได้หรือเปล่า อีกเรื่องหนึ่ง ต้องได้เวลาก่อน
3.ไม่ว่าคุณจะไปเองหรือใช้ระบบรถฉุกเฉิน ต้องส่งข้อมูลไปล่วงหน้าเลย เพื่อการตัดสินใจที่เร็วและแม่นยำ บอกไปเลยว่าใคร อายุ อาการที่สังเกตกี่โมง อาการที่ดีที่สุดเห็นกี่โมง ตอนนี้ผิดปกติอะไร รู้ตัวไหม พูดได้ไหม มีโรคประจำตัวอะไร ยาที่ใช้ขนไปให้หมด ข้อมูลโรคเดิมที่มี การผ่าตัดอุบัติเหตุในช่วง 6 เดือนนี้ จะได้ส่งข้อมูลไปเตรียมรอท่า ที่รพ.ปลายทาง
4.มีอะไรใช้ให้หมด ระบบการปรึกษา การรักษาออนไลน์ ทางไกล เริ่มต้นตั้งแต่หน้าบ้าน ในรถโรงพยาบาล ที่ต้องทำแน่นอนและทำได้เลยคือตรวจน้ำตาลครับ เพราะน้ำตาลสูงหรือต่ำ สามารถมีอาการเหมือนอัมพาตเฉียบพลันได้ และรักษาพร้อมแยกโรคได้ทันที รพ.ทุกโรงพยาบาลมีระบบแพทย์เวร แพทย์เวรปรึกษา ส่งภาพเอ็กซเรย์ออนไลน์ เพื่อให้ระยะเวลาสั้นที่สุด
ถึงแม้ว่าแนวทางใหม่นี้จะมีคำแนะนำระดับ Ia คือได้ประโยชน์ชัดเจนด้วยหลักฐานทางการแพทย์ที่หนักแน่น ว่าการรักษาด้วยการใส่สายสวน endovascular treatment (EVT) มีประโยชน์ชัดเจนถึงแม้จะเลย 4.5 ชั่วโมงของการให้ยาทางหลอดเลือดดำ หรือไปจนถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่เห็นว่าผู้ป่วยยังปรกติดี แต่ว่าต้องอาศัยการเอ็กซเรย์หลอดเลือด (หลัก ๆ คือ MRA) หรือการประเมิน perfusion กับสัดส่วนเนื้อสมองที่ยังดี ที่ใช้ MRI-perfusion ในการพิจารณาว่ายังสามารถกู้เนื้อสมองส่วนที่เหลือ
ไม่ว่าการเอ็กซเรย์พิเศษหรือทีมคุณหมอที่จะใส่สายสวน ที่สามารถทำได้ 7 วันต่อสัปดาห์และ 24 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะนี้ประเทศไทยยังทำไม่ได้ อเมริกาก็ยังทำไม่ได้ขนาดนั้น ผมจึงเห็นว่าการให้ยาทางหลอดเลือดดำภายใน 4.5 ชั่วโมงยังเป็นทางรักษาที่ดีที่สุด ข้อมูลทางการแพทย์ก็กล่าวเช่นนั้น ว่าอย่าให้มีสิ่งใดมาขัดขวางไม่ให้ผู้ป่วยได้รับยาใน 4.5 ชั่วโมง
รีบรู้ รีบไป รีบติดต่อ เป็นทางรอดที่ดีที่สุดของเราในเวลานี้ครับ

22 เมษายน 2569

เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้..จริง ๆ แล้วขงเบ้ง ไม่ได้มาช่วยรบ !

 เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้..จริง ๆ แล้วขงเบ้ง ไม่ได้มาช่วยรบ !

ตามเนื้อเรื่องสามก๊ก ครั้งโจรโพกผ้าเหลืองออกอาละวาด หนุ่มน้อยเล่าปี่ได้เห็นประกาศสมัครเข้าร่วมกู้ชาติบ้านเมือง ด้วยความที่ตัวเองมีหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์จึงฮึกเหิมอย่างแรง พอดีคุณเตียวหุยเดินผ่านมา เห็นเล่าปี่ตาเป็นประกายอยากช่วยชาติ เตียวหุยประกาศเลย งั้นเรามาเป็นพี่น้องกัน (ง่ายจังวะ) ไปลุยโจรด้วยกัน คือเล่าปี่มีแต่ใจ แต่เตียวหุยพอมีสตางค์ครับ ที่บ้านรวยเลยจัดการเรื่องยุทโธปกรณ์
เขาสองคนถูกคอถูกใจยิ่งนัก จึงไปร่ำสุราเชื่อมความสัมพันธ์ คือนิยายจีนนะครับต้องใช้สุราเชื่อมความสัมพันธ์ทุกทีไป ที่ผับแห่งหนึ่งแถวทองหล่อและไปเจอคุณกวนอูกำลังร่ำสุราเช่นกัน เกิดถูกคอถูกใจกัน จับมือร่วมรบเกิดเป็นจ๊กก๊กขึ้นมา
พอสงครามเข้มข้น ทั้งสามคนจึงไปเชิญอาจารย์จูกัดเหลียงแห่งเทือกเขาโงลังกั๋ง ที่เขาร่ำลือว่าหยั่งรู้ฟ้าดิน มองหน้ารู้ใจ อายุชราแต่หน้าหนุ่ม เพื่อมาเป็นกุนซือ และต้องไปเชิญถึงสามครั้งสามครา จูกัดเหลียงหรือคุณขงเบ้งของเราจึงยอมลงเขามาเป็นที่ปรึกษาการรบ
และนี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ผ่าม ผ่าม ผ่าม พามมม
เมื่อไปเชิญครั้งแรก เด็กรับใช้บอกว่านายท่านไปเที่ยว ซึ่งความจริงแล้วจูกัดเหลียงแกแอบอยู่ในห้องรปภ. ดูกล้องวงจรปิดอยู่ นี่คือสิ่งที่จูกัดเหลียงพบเห็นด้วยตาตัวเอง และสอดคล้องกับที่เคยรับรู้ข่าวสารมา
เล่าปี่ … หูยานถึงบ่า มือแขนยาวถึงเข่า … จูกัดเหลียงคาดว่านี่คือ marfanoid habitus ลักษณะที่พบบ่อยในโรคความผิดปกติของการสร้างเส้นใยคอลลาเจน Marfan’s syndrome ข้อต่อจะยืดไม่มั่นคง เส้นใยยืดได้ ลิ้นหัวใจก็รั่ว หลอดเลือดก็โป่งพอง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเล่าปี่ ลิ้นหัวใจเอออร์ติกรั่ว ก็จะมีอาการเหนื่อยง่าย
เตียวหุย …หน้าดุ ตาโปน อารมณ์ร้อน หงุดหงิด …จูกัดเหลียงดูกล้องแล้วเห็นคอโต ๆ ชัดเลย เตียวหุยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษและตาโปน น่าจะเป็น Graves’disease ไทรอยด์้เป็นพิษจากภูมิคุ้มกันตัวเองไปจับกระตุ้นไทรอยด์ (TSH receptor antibody) นอกจากกินยาลดฮอร์โมนแล้ว ก็ควรผ่าตัดไทรอยด์ด้วย
กวนอู … หน้าแดง แก้มแดง เป็นบ่อย จมูกแหลมยาวงุ้ม … จูกัดเหลียงสงสัยเหลือเกินว่าจะเป็นโรคหนังแข็ง scleroderma หน้าแดงแก้มแดง นี่ถ้าดูโคนเล็บก็น่าจะแดง เป็นการเรียงตัวของหลอดเลือดฝอยผิดปกติที่เรียกว่า telangiectasia ส่วนจมูกงุ้มเป็นจากหนังที่แข็งจนใบหน้าผิดรูป จมูกงุ้มลง อ้าปากน้อย มีรอยรอบปาก บนเขานี้อากาศเย็น จูกัดเหลียงซูมกล้องดูมือ โป๊ะเช้ะ มีซีด เขียว แดง เป็นปรากฏการณ์ Raynaud แสดงว่ากวนอูน่าจะเป็น scleroderma ชนิดที่เรียกว่า CREST syndrome
จูกัดเหลียงนึกในใจ หึหึ บ้านเมืองยามนี้เห็นจะมีข้าเท่านั้น ที่พอรักษาได้ แต่ถ้าเราเล่นตัวสักหน่อย อาจเรียกค่าตัวได้เพิ่ม ยุคนี้น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง บอกเด็กรับใช้ให้บอกเล่าปี่ว่า “นายท่านไปเที่ยว De Wallen ที่เนเธอร์แลนด์”
เล่าปี่ไม่ยอมแพ้ เดินทางมาครั้งที่สอง คราวนี้จูกัดเหลียงไปเที่ยวจริง ๆ เห็นว่าเดินทางไปปักกิ่ง เดินเที่ยววังต้องห้าม กำแพงเมืองจีน เอาเรื่องมาเขียนทำคอนเท้นต์ในเพจ
ครั้งที่สามเล่าปี่ออกจะหงุดหงิด นึกในใจว่า “แหม เล่นตัวชิกหัย ไม่เจอคราวนี้ก็เลิก ปรึกษาแชทจีพีทีก็ได้” แต่คราวนี้เจอ (ก็แผนของเขา) แถมจูกัดเหลียงมีข้อเสนอที่เล่าปี่มิอาจต้าน คือ …
มียากิน beta blockerและยาลดความดัน ACEI,ARB เพื่อลดอาการจากลิ้นหัวใจรั่วของเล่าปี่
มียา methimazole เพื่อควบคุมฮอร์โมนให้เตียวหุยแถมยังเอายา beta blocker มาลดอาการมือสั่นใจสั่นของเตียวหุยด้วย
ส่วนกวนอูนั้น จูกัดเหลียงมียากลุ่ม calcium channel blocker ลดอาการมือเขียวซีด และยากดภูมิ mycofenolate ช่วยชะลออาการโรคหนังแข็ง
เล่าปี่จนแต้ม ทั่วแผ่นดินจีน หาได้มีโอสถยอดเยี่ยมเยี่ยงนี้ นอกจากได้ที่ปรึกษาการรบ ยังได้คนมารักษาอีก จึงเซ็นสัญญาว่าจ้างจูกัดเหลียง ได้รับเงินเป็นรายปี ปีละ 5 ล้านหยวน โบนัสเพิ่ม 10%ทุกครั้งที่ตีข้าศึกได้ ทำฟันฟรี พักร้อนปีละ 30 วันพร้อมพ็อกเก็ตมันนี่ และไม่ต้องเสียภาษี
ตั้งแต่นั้น จ๊กก๊กก็แข็งแกร่ง เล่าปี่แทบไม่เหนื่อย เตียวหุยไม่มีอาการมือสั่น กวนอูจับทวนขี่ม้าได้คล่องนัก ซึ่งจูกัดเหลียงแนะนำอะไรในการศึกก็ได้ เพราะสามคนนี้มันเก่งแบบ OP อยู่แล้ว ชนะใส ๆ กินเงินปีกินโบนัสสบายใจเฉิบ แค่คอยให้ยา ติดตามอาการสามพี่น้องเป็นระยะ พาสาว ๆ ไปเที่ยวนั่นนี่ หาเรื่องมาเขียนลงเพจบ่อย ๆ
แล้วคุณรู้ไหมครับว่า เสื้อยืดสีขาว มีลายสกรีนสีน้ำเงินที่หน้าอก ตัวที่จูกัดเหลียงใส่ประจำ ลายสกรีนนั้นเขียนว่าอะไร

บทความที่ได้รับความนิยม