สิ่งที่ประชาชนควรรับทราบ สำหรับการรักษาหลอดเลือดสมองตีบ “เฉียบพลัน” ปี 2026
ในระยะเวลา 10 ปีมานี้ นอกเหนือจากเทคโนโลยีการตรวจถ่ายภาพรังสีที่สามารถดูหลอดเลือดในสมองได้ ด้านหน้าด้านหลัง ด้านตื้นด้านลึก กิ่งก้านสาขาทั้งหลาย ยังสามารถบอกได้ว่าตำแหน่งแรกที่มีการตีบ (ischemic core) อยู่ตรงไหน ขนาดเท่าไร และส่วนที่กำลังจะขาดเลือดและตาย แต่ยังไม่ตายและกำลังจะช่วย (penumbra) ขนาดเท่าไร ช่วยทันหรือไม่
เทคโนโลยีการใส่สายสวนทางหลอดเลือดแดงไปสู่หลอดเลือดสมอง ไต่ไปที่จุดตีบแล้วจัดการดึงเอาลิ่มเหลือที่อุดออกมา สามารถทำได้เร็ว มีคุณหมอผู้เชี่ยวชาญสาขานี้มากขึ้น ทำให้การใส่สายสวนหลอดเลือดแดงเพื่อรักษาหลอดเลือดสมองตีบตันได้รับการบรรจุเป็นสิ่งควรทำในแนวทางนี้ด้วย
1.การประเมินการรักษา endovascular treatment จะทำตั้งแต่แรกพร้อมกับการประเมินอื่น ๆ ไม่ว่าการถ่ายภาพ การติดต่อประสานงานหรือส่งต่อไปสถาบันที่ช่วยได้ การประสานงานตำรวจจราจรช่วยเปิดทาง แต่จะไม่รอให้การรักษาให้ยาทางหลอดเลือดดำเสร็จสิ้น เรียกว่าทำพร้อมกันเพื่อรักษาเวลา และหากต้องประเมินก็จะทำต่อไปแม้แต่การให้ยาทางหลอดเลือดดำยังไม่จบสิ้น
2.ในต่างประเทศยังทำได้น้อย ในประเทศไทยก็น้อยมากเช่นกัน ส่วนมากสถาบันที่ทำได้คือโรงเรียนแพทย์หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน (แน่นอนว่าแพงมาก) แต่หากคนไข้มีโอกาส แนะนำให้ทำครับ หลักฐานทางการแพทย์ต่าง ๆ แนะนำเป็นระดับ Ia ประโยชน์มากกว่าโทษอย่างชัดเจน ด้วยความหนักแน่นหลักฐานระดับสูงสุด
3.สิ่งที่จะมาพิจารณาทำการรักษานี้ นอกจากความพร้อมของทีมและอุปกรณ์แล้ว คือ เงื่อนไขของผู้ป่วยครับ ขออธิบายให้เรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจแนวทางกันเล็กน้อยดังนี้
ระยะเวลา 0-6 ชั่วโมง จะต้องมีเอ็กซเรย์หลอดเลือด CT angiogram หรือ MRA
6-24 ชั่วโมง ต้องเพิ่ม perfusion scan ซึ่งต้องฉีดสารทึบรังสี ไม่ว่าจะเป็น CT หรือ MRI เข้าโปรแกรมตรวจ perfusion ซึ่งต้องระบุจุดที่สงสัยจะตีบด้วย
ต้องเป็นการตีบของหลอดเลือดขนาดใหญ่ (large vessel occlusions : LVO) ทราบได้จากการตรวจร่างกายทางประสาทวิทยาเช่น มืออ่อนแรงด้วยพร้อมกับพูดสับสน หรือมีอาการแสดงของผิวสมองพิการ (cortical lobe signs)
LVO ก็จะเห็นได้จากพื้นที่เสียหายจากภาพ MRI หรือ CT เป็นการยืนยัน เช่นพื้นที่ขาดเลือด หรือ mode ต่าง ๆ ของเครื่อง MRI เช่น DWI,FLAIR
4.ข้อมูลที่ได้ก่อนหน้านี้คือ
NIHSS ระดับคะแนนที่บอกความพิการความรุนแรงของอัมพาตที่เกิด ระดับคะแนนยิ่งสูงยิ่งรุนแรง ในการรักษาด้วยหัตถการหลอดเลือดมักจะต้องมี NIHSS ตั้งแต่ 6 คะแนนครับ จึงคุ้มค่าและมีประโยชน์
ระบบคะแนนคือ mRS ระบบคะแนนที่บอกถึงผลกระทบต่อชีวิต คะแนนยิ่งต่ำหมายถึงต้องพึ่งพาคนอื่นในการดำรงชีวิต ช่วยเหลือตัวเองลำบาก การรักษาหัตถการหลอดเลือดมักจะมี mRS กำหนดไม่เกิน 1
ASPECTs (Alberta Stroke Program Early CT scores) คะแนนคิดเริ่มต้นจากเต็ม 10 หากมีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากหลอดเลือดตีบมากแค่ไหนก็ลบออกไปเรื่อย ๆ (มีโปรแกรมคำนวณและเอไอช่วย) เช่น การทำ EVT ภายใน 6 ชั่วโมง นอกจากมีภาพเอ็กซเรย์หลอดเลือดแล้ว ระดับคะแนน ASPECTs ต้องอยู่ที่เกิน 3
จะเห็นว่าแม้ข้อมูลชัดเจน แต่กว่าจะครบเกณฑ์ก็ยากมาก เป้าหมายให้ยาทางหลอดเลือดดำจึงเป็นจริงในทางปฏิบัติมากกว่า
5.มีการผ่าตัดแก้ไขรักษาหลอดเลือดตีบเฉียบพลันเช่นกัน ตามปกติเมื่อให้ยาหรือทำหัตถการ จะมีการแจ้งศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองให้ทราบไว้เลย เพราะอาจเกิดเหตุที่ต้องปรึกษาแก้ไขทุกเวลา โดยการผ่าตัดจะทำในกรณี เลือดออกหลังให้ยาสลายลิ่มเลือดแล้วไม่หยุดและเริ่มอันตราย (พบน้อยมาก) ที่พบมากกว่าคือ เนื้อสมองส่วนที่ตีบเริ่มมีอาการบวม ขยายขยาดจนไปกดเบียดสมองส่วนที่ดี หมอผ่าตัดจะเปิดกะโหลกออกและใส่สายระบายความดัน เพื่อช่วยเหลือชั่วคราว แต่ชั่วคราวนี้คือ รักษาชีวิตได้นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น