eunuchs in Palace Museum : เหล่าขันทีแห่งพระราชวังต้องห้าม
เดิมทีเรียกว่า forbidden palace เพราะว่าเป็นสถานที่เฉพาะให้คนที่เกี่ยวข้องเข้าได้เท่านั้น และยิ่งไปกว่านั้นในพระราชวังชั้นใน ห้ามสุภาพบุรุษเข้าไปอีกด้วย
ในยามค่ำคืนจะมีแต่จักรพรรดิเท่านั้นที่เป็นชายและเหล่าขันที (ตัดอัณฑะ) ออกแล้ว นอกจากเหตุผลด้านความปลอดภัยของจักรพรรดิแล้ว เหตุผลอีกอย่างคือรักษาความบริสุทธิ์แห่งสายเลือดจักรพรรดิ
ก่อนจะไปที่ขันที ขอแวะตรงนี้สักนิด ในวังชั้นในเป็นที่อยู่ของมเหสีและเหล่าคังคุไบ บรรดานางสนมของฮ่องเต้ที่ต้องรับหน้าที่มีเซ็กซ์กับฮ่องเต้ในแต่ละคืน บรรดาคังคุไบไม่ได้คัดจากหน้าสวย หุ่นอึ๋ม แต่อย่างใด แต่มาจากเหตุผลทางอำนาจ การเมือง ลูกเจ้าเมืองนั้น ลูกนายพลนี้ หวังในผลประโยชน์จากอำนาจฮ่องเต้
ฮ่องเต้หลายคนก็เซ็ง มีบันทึกว่าแอบปลอมออกไปนอกวังเพื่อไป ‘ผ่อนคลาย’ แถวย่านเฉียนเหมิน เพราะว่าจักรพรรดิจะต้องเก็บสะสมพลังหยิน คือ น้ำอสุจิ เพื่อเอาไว้กำเนิดทายาทแห่งสวรรค์กับมเหสี ที่มีโอกาสปั่มปั๊มกันเดือนละครั้ง ส่วนอีก 29 วันที่เหลือเป็นหน้าที่ของสนมที่มีหน้าที่คอยสั่งสม ‘หยิน’ ให้จักรพรรดิ แต่ห้ามปล่อยหยินออกมา
ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นหากมีผู้ชายชาตรี เตะปี๊บดังสนั่น ไกลเป็นกิโล อย่างลุงหมออยู่ คงยากที่จะรักษาความบริสุทธิ์แห่งสายเลือดจักรพรรดิได้ จึงต้องใช้ขันที
ขันทีส่วนมากถูกตัดอัณฑะออกตั้งแต่วัยรุ่นหรือก่อนวัยรุ่น (แถมเก็บของตัวเองไว้เป็นหลักฐานด้วยนะ) จึงเกิดภาวะ primary hypogonadism พร่องฮอร์โมนเพศชาย ถ้าเราตรวจฮอร์โมนของขันทีจะพบว่า testosterone ต่ำมาก โดยเฉพาะ dihydrotestosterone ส่วนฮอร์โมน LH จากต่อมใต้สมอง (luteininzing hormone) จะสูงมาก
สภาพร่างกายของขันทีจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างที่เราเห็นในรูปภาพ
ปลายกระดูก epiphyseal plate จะปิดช้า ทำให้ดูแขนขายาวเก้งก้างเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ตัดอัณฑะ
กล้ามเนื้อเล็ก ไขมันมาพอกตรงกลางตัว อ้วนกลม มีลักษณะเพศหญิงชัดขึ้น
เสียงเล็ก ไม่ห้าวทุ้มนุ่มลึก
ขน ผมในร่างกายขึ้นน้อย และมักจะ ‘หัวล้าน’
โรคภัยเกิดง่าย เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนเช่น มีโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจเกิดมากขึ้น
แต่ขันทีบางคนยังมีอารมณ์ทางเพศทั้งกับหญิงและชาย บางคนอวัยวะเพศยังใช้งานได้ หากการตัดอัณฑะเกิดหลังจากผ่านการเจริญเติบโตทางเพศมาแล้ว
แล้วใครถึงอยากเป็นขันทีกัน โดนตัด โดนแยกจากครอบครัวเดิม เป็นคนรับใช้จักรพรรดิตลอดชีวิตและตลอดเวลา
จักรพรรดิฝู้อี๋ จักรพรรดิองค์สุดท้ายบันทึกไว้ว่า ไม่มีเวลาใดในวังต้องห้ามที่พระองค์เดินไปไหนตามลำพังได้ โดยปราศจากขันทีห้อมล้อมหน้าหลัง
แต่ขันทีคือการเข้าสู่อำนาจ เงินทอง ยอมตายเพื่อให้ครอบครัวสบาย และขันทีบางคนมีอำนาจมากจนสามารถ ‘เป่าหู’ จักรพรรดิได้เช่น เว่ย จงเสียน (ขออภัยถ้าผมถอดเสียง pin yin ผิด)
อีกหนึ่งเกร็ดเล็กน้อยจากพระราชวังต้องห้าม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น