เจาะเลือดเจอเกาต์ ….เมื่อเอาผลแล็บนำทาง
เช้าวันเสาร์อันร้อนระอุ ลูกจ้างรายวันของคลินิกไปเปิดร้านตามเวลา ในตอนนั้นมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งรอบนบันไดทางขึ้นในร่มชายคาของร้าน
“สวัสดีครับ มาหาหมอใช่ไหมครับ เข้ามารอด้านในก่อน”
“ขอบคุณครับ” ฝ่ายชายตอบรับ
หลังจากเชื้อเชิญเข้ามานั่งรอ เปิดไฟ เปิดพัดลม เปิดแอร์ ด้วยความที่อากาศร้อน ลูกจ้างรายวันจึงนำน้ำดื่มมาให้ทั้งคู่ แล้วแจ้งว่ารอสักครู่ อีกไม่นานเจ้าหน้าที่ก็เรียกไปทำประวัติและตรวจสัญญาณชีพเบื้องต้น
“พาภรรยามาปรึกษาคุณหมอครับ ไปหาหมอมาแล้วไม่ดีขึ้น” ฝ่ายชายแจ้งแล้วให้ฝ่ายหญิงมาให้ประวัติ
สุภาพสตรีเป็นชาวต่างชาติประเทศเพื่อนบ้าน พูดไทยไม่ชัด อายุ 30 ปี เข้ามาทำงานแบบถูกกฎหมายและตกลงอยู่กับฝ่ายชายมาสักพัก ช่วยกันทำงาน เช่าบ้านหลังเล็ก ๆ มีอาชีพเสริมทำอาหารขายคนงาน ไม่ได้สบายแต่ก็ไม่ถึงกับอดมื้อกินมื้อ วันนี้นั่งรถไฟเที่ยวเช้ามาจากจังหวัดใกล้เคียงและจ้างสามล้อเครื่องมาส่งที่คลินิก
ฝ่ายหญิงมีอาการปวดตามข้อทั้งสองข้าง อาการเป็นหนักบ้างเบาบ้าง วันที่เป็นหนักถึงกับหยิบจับสิ่งของไม่ได้และบวม กินยาแก้ปวดก็ทุเลา อาการมักเป็นทั้งสองข้างพร้อมกัน ตื่นเช้ามาบางวันข้อนิ้วข้อมือขยับยาก มีอาการอยู่ประมาณสามเดือน จึงพากันไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน ไปรักษามาสามครั้งแล้ว
หลังจากนั้นพยาบาลก็เรียกเข้าไปหาหมอในห้องตรวจ คุณหมอที่หน้าตาคล้ายลูกจ้างรายวันคนเมื่อสักครู่นี้ ให้คนไข้นั่งแล้วถามประวัติ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะฝ่ายหญิงฟังและพูดไทยไม่ชัด ไม่ชัดเอาเสียเลย ฝ่ายชายต้องคอยช่วยแปลและอธิบายตลอด ลูกจ้างรายวันคนนั้นรู้สึกชื่นชมในความเอาใจใส่ของฝ่ายชาย
“กินยาที่คลินิกอยู่สามรอบค่ะ อาการเท่า ๆ เดิม ครั้งสุดท้ายนี้คุณหมอเขาเจาะเลือดบอกว่าเป็นเกาต์” ฝ่ายหญิงอธิบาย
“เจาะเลือดตรวจอะไร พอทราบไหมครับ มีรายละเอียดไหม” ลูกจ้างช่างขี้สงสัย
“หมอไม่ได้บอกว่าตรวจอะไรนะครับ แค่เจาะเลือดปลายนิ้วแล้วก็ให้ยาเกาต์มากิน” ฝ่ายชายช่วยอธิบาย
หมอที่หน้าตาคล้ายลูกจ้างเริ่มขมวดคิ้ว ประวัติไม่เหมือนเกาต์เลย ไม่ได้ปวดข้อเดี่ยว ไม่มีอาการซ้ำ ปวดข้อนิ้วแบบสมมาตร แถมข้อติดตอนเช้า เหมือนข้ออักเสบจากระบบภูมิคุ้มกัน เช่น รูมาตอยด์ หรือติดเชื้อหลายข้อ หรือจากยา หรือภูมิแพ้ ยิ่งเป็นผู้หญิงและไม่มีประวัติยาแปลกปลอม ขอแทงหวยข้ออักเสบรูมาตอยด์ เอสแอลอี โรคภูมิคุ้มกันอื่น ๆ
อีกอย่างเจาะปลายนิ้วหายูริก มันเหมาะกับการติดตามผู้ป่วยยูริกในเลือดสูงแล้วทำการรักษา ติดตามระดับเป็นประจำ ไม่ใช่เพื่อการวินิจฉัยในครั้งแรก และไม่ใช่ว่าปวดข้อเมื่อไร ยูริกขึ้นเป็นอันจบเป็นเกาต์เลย มันต้องใช้ประวัติและการตรวจร่างกายเสมอ
ซักประวัติหาโรคที่ทำให้ยูริกสูงและการดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่พบ ดูยาที่คู่ชายหญิงนำมาให้ดูมียา colchicine allopurinol ibuprofen paracetamol เอาล่ะต่อไปก็ตรวจร่างกาย
“อันนี้เจ็บค่ะ” ฝ่ายหญิงมีอาการเจ็บข้อ บวมเล็กน้อย ร้อน บริเวณข้อนิ้วข้อต้นของนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง ทั้งสองข้าง ส่วนก้อยกับนางก็เจ็บแต่ไม่มากนัก ตรวจร่างกายไม่พบ SLE ไม่พบ scleroderma ไม่มีก้อนเกาต์
“ผมคิดว่าเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ครับ อาจต้องส่งตรวจเลือดเพื่มเติมเพื่อยืนยันและแยกโรคอื่นบ้าง ส่วนเกาต์ขอเก็บไว้ก่อน อย่างไรก็จะตรวจเลือดเพื่อดูสาเหตุอื่นของยูริกสูง ซึ่งยูริกสูงไม่เท่ากับเป็นเกาต์” ลูกจ้างรายวันที่พอรักษาได้บ้าง อธิบายคนไข้
“ผมก็คิดว่าไม่ใช่เกาต์ครับ เพราะคุณพ่อกับคุณลุงของผมเคยเป็น มันไม่เหมือนแบบนี้ ลองหาอ่านในเน็ตก็ไม่เหมือนเกาต์” ฝ่ายชายอธิบาย
“ผมขอหยุดยาปวดเกาต์ ยาลดกรดยูริกไปก่อนนะครับ ส่งตรวจเพิ่มแล้วนัดมาฟังผล” ลูกจ้างปิดจ๊อบ
ฝ่ายชาย…เอ่อ แต่ว่า…
คิดว่าทุกคนน่าจะเดาได้ ชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้เดินทางมาพอสมควร เสียเวลาชีวิตในการทำมาหากินเพื่อมาหาหมอ ค่ารถโดยสารไม่ถูก นี่นั่งรถไฟมาเดี๋ยวก็จะไปรอนั่งกลับ ถ้าพลาดจะต้องเสียเงินอีกหลายทอดกว่าจะถึงบ้าน อีกอย่างก็เสียค่ารักษาไปพอสมควรกับคลินิกเอกชน
ฝ่ายหญิงมีนายจ้าง เข้าเมืองถูกกฎหมาย ไม่ขาดใบอนุญาต ผมจึงแนะนำสิทธิประกันสังคมใกล้บ้าน อธิบายว่าเขามีสิทธิการรักษา และเขียนบันทึกหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่ ส่งให้คุณหมอที่รพ.ตามสิทธิ์
“ค่ารักษาเท่าไรครับหมอ” ฝ่ายชายถามขึ้น แต่คิดว่าเขาคงรู้แล้วล่ะ เพราะที่คลินิกติดป้ายราคาค่ารักษา ค่าปรึกษาโรคที่ชัดเจนและเขาก็อ่านตั้งหลายครั้งแล้วด้วย
ลูกจ้างรายวันหน้าหนุ่ม ๆ ที่พอรักษาคนได้บ้าง ยิ้มเบา ๆ “....บาทครับ”
เมื่อรถรับจ้างผ่านแอปมารับชายหญิงไป ก็ไม่รู้ว่าอนาคตของชายหญิงนี้จะเป็นอย่างไร ดีขึ้น แย่ลง หายขาด กลับประเทศหรือกลายเป็นเจ้าของร้านอาหาร
…
…
รู้แต่ว่ากาแฟหนึ่งถ้วยในมือ แม้ราคามันจะไม่ได้แพง ราคาเท่ากับค่าตรวจรักษาเมื่อครู่ แต่มันช่างหอม ชื่นใจ ที่กาแฟหนึ่งแก้วช่วยคลายทุกข์คนได้ถึงสองคน

