สำหรับท่านที่ไปตรวจสุขภาพตามโปรแกรมแล้วมีให้ทำอัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง (ซึ่งไม่น่าจะมีในโปรแกรมคัดกรอง) แล้วบอกว่ามีไขมันเกาะตับ
ไหน ๆ ท่านก็ไปเสียเงินทำมาแล้ว (ซึ่งไม่ควรเสีย) ผมจะมาแนะนำคร่าว ๆ แล้วกัน จะไม่ได้ต้องตกใจคิดมาก
1.ผลอัลตร้าซาวนด์ มีความไวที่ดีในการตรวจไขมันเกาะตับก็จริง นั่นคือถ้าตรวจพบว่าสะท้อนเสียงมากขึ้น (increase liver echogenicity) มีโอกาสเป็นไขมันเกาะตับ แต่ก็เป็นโรคอื่นที่ทำให้ตับเกิดพังผืดอีกหลายโรคได้เช่นกัน
2.ถ้าคุณมีความเสี่ยงไขมันเกาะตับ แล้วผลอัลตร้าซาวนด์ออกมาดังข้อ 1 ต้องบอกว่าโอกาสสูงทีเดียวที่จะเป็นไขมันเกาะตับของจริง พบบ่อยมากคือจากการดื่มเหล้า รองลงมาคือจากโรคเมตาบอลิกที่เราเรียกว่า MASLD = metabolic dysfunction-associated steatotic liver disease
3.ความเสี่ยง MASLD คือความเสี่ยงการเกิดโรคเมตาบอลิกหนึ่งในห้าข้อ ถ้ามีความเสี่ยง โอกาสที่จะเป็นไขมันเกาะตับของจริงจะสูงมาก
3.1 น้ำหนักเกิน BMI > 23
3.2 เป็นเบาหวาน หรือ น้ำตาลบกพร่อง
3.3 ไตรกลีเซอไรด์เกิน 150 หรือใช้ยาลดไขมันอยู่
3.4 HDL ต่ำ ชายต่ำกว่า 40 หญิงต่ำกว่า 50
3.5 ความดันเลือดเกิน 130/85 หรือใช้ยาลดความดัน
4.พูดถึงโอกาสทั้งนั้น แต่จะวินิจฉัยที่แท้จริงต้องมีประวัติ ตรวจร่างกาย ผลเลือดและเจาะชิ้นเนื้อที่ตับไปตรวจซึ่งเป็นการวินิจฉัยที่รุกล้ำมาก เราจึงพัฒนาวิธีอื่นเพื่อประเมินก่อนจะต้องไปตรวจวิธีอื่น
5.และนี่คือบทบาทของ FIB-4 score สูตรก็ตามที่ผมใช้ Copilot ทำให้ในภาพประกอบ ค่าต่าง ๆ อยู่ในผลตรวจสุขภาพของท่านในมือแล้ว เอามาคำนวณได้ ค่า FIB-4 บอกถึง “โอกาส” การเกิดพังผืดแบบ advance ไม่ได้บอกว่าพังผืดมากน้อย ไขมันมากน้อย
6.ถ้าตัวเราเป็นผู้มีความเสี่ยงไขมันเกาะตับและอัลตร้าซาวนด์พบตามข้อ 1 หากคำนวณ FIB-4 แล้วต่ำกว่า 1.3 หมายความว่าโอกาสเกิดพังผืดระดับ advance โอกาสไม่มากนัก เราแค่ติดตามผลก็พอ ไม่ต้องไปตรวจอย่างอื่น ยกเว้นมีข้อมูลอื่นว่าควรตรวจเพิ่ม
7.แต่ถ้าค่าเกิน 1.3 โดยเฉพาะหากเกิน 2.6 แสดงว่าโอกาสเกิดพังผืดแบบ advance จะเริ่มสูงแล้ว เมื่อโอกาสมันสูง ให้ตรวจด้วยวิธีอื่นที่มีความจำเพาะมากขึ้น แน่นอนว่าแพงขึ้น รุกล้ำมากขึ้น เช่น elastogram, MR elastogram
8.ส่วนการเลิกเหล้า ลดอาหารมัน ลดของผัดทอด คุมน้ำหนักตัว ลดของหวาน ออกกำลังกาย … มันต้องทำอยู่แล้วนะ ไม่ต้องไปตรวจอะไร ไม่ต้องรอให้ผลตรวจมันดุเรา เราทำได้เลย
9.ดังนั้น การคำนวณค่า FIB-4 จึงช่วยแยกคนที่โอกาสเกิดโรคสูง เอาไปตรวจเพิ่มเติม ส่วนโอกาสเกิดโรคต่ำจะใช้การติดตามต่อเนื่องไปก่อนได้ … อ้อ FIB-4 อาจมีค่าสูงกว่าปกติในคนอายุมากกว่า 65 หรือคนที่ตับอักเสบจากเหล้า
10.และยังย้ำว่า การตรวจหน้าที่การทำงานของตับ, การอัลตร้าซาวนด์ตับ ไม่ใช่การตรวจที่ดีนักที่จะแยกคนเป็นโรคออกจากคนปกติ เพราะความไวการแยกโรคต่ำไป ควรเป็นการตรวจประเมินเมื่อเสี่ยงหรือใช้เพื่อวินิจฉัยเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น