แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลิกบุหรี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลิกบุหรี่ แสดงบทความทั้งหมด

27 สิงหาคม 2569

ปริมาณการสูบบุหรี่ไฟฟ้า

 


ปริมาณการสูบบุหรี่ไฟฟ้า : ต่อเนื่องเรื่องบุหรี่
ปริมาณการสูบบุหรี่มวน เรามีมาตรฐานวัดการสูบบุหรี่ที่มีการศึกษาว่าตัวเลขปริมาณเหล่านี้ยิ่งมาก ยิ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคที่เพิ่ม ฃและการติดบุหรี่ที่สูง และยังใช้เป็นหน่วยวัดมาตรฐานสากลเกี่ยวกับเรื่องบุหรี่
▶️ CPD : cigarette per day : กี่มวนต่อวัน นับหมดนะครับ ไม่ว่าจะหนึ่งมวนเต็ม ครึ่งมวนทิ้ง
▶️ packyears : ซองปี นับเทียบปริมาณว่าสูบวันละกี่ซอง หนึ่งซองมี 20 มวน เทียบสัดส่วนเอาว่าต่อวันกี่ซอง และสูบมากี่ปี
ยาสูบอื่น ๆ ไม่มีหน่วยวัดที่ชัดเจน จะมีแต่เปรียบเทียบกับบุหรี่มวน เช่น ยาเส้นมวนเอง ซิการ์ มาเทียบหน่วยกับบุหรี่มวน ซึ่งพอเทียบได้เพราะเป็นยาสูบ เผาไหม้รูปแบบเดียวกัน แล้วถ้าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าล่ะ
บุหรี่ไฟฟ้า ใช้น้ำยาบุหรี่จากการสังเคราะห์ที่ความเข้มข้นและโครงสร้างเคมีแตกต่างกันมาก หลากหลายจนบอกยาก (บุหรี่มวนมีกฎหมายควบคุมการผลิต) และพฤติกรรมการสูบที่ไม่ได้นับมวนแต่นับเป็น puff หรือนับเป็น “คำ” ในภาษาผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า จึงยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานสากลเหมือนบุหรี่มวน
ในหมู่ผู้รักษาโรคจากบุหรี่ไฟฟ้าต้องประมาณปริมาณการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเอาเอง ทำให้สื่อสารไม่ตรงกัน มีผู้พยายามนำเสนอหน่วยวัดให้พูดตรงกันบ้างครับ
1. American Association for Physician Leaderships ลงบทความในเว็บไซต์ตัวเองเมื่อ กุมภาพันธ์ 2020 ว่าความเห็นผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเสนอใช้ e-years
🔴 e-year = ปริมาตรน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าต่อวัน (mL) x ปีที่สูบ 🔴
ไม่ได้มีหลักฐานหรืออ้างอิงว่าสูตรนี้จะสัมพันธ์กับโรคหรือการติดบุหรี่อย่างใด
2. จากการศึกษาแบบ retrospective เรื่องผลของสารเคมีที่พบหลังเปลี่ยนบุหรี่มวนเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ลงตีพิมพ์ใน Tobaaco-Incuced Diseases เดือนมกราคม 2023 เห็นว่าควรเปรียบเทียบกับปริมาณบุหรี่มวนที่เราทราบผลของสุขภาพอยู่แล้ว เรียกว่า puff-equvalent year ประมาณว่าสูบ 10 puff เท่ากับบุหรี่มวนหนึ่งมวน บุหรี่หนึ่งซองจึงเท่ากับ 200 puff
🔴 puff-equivalent year = (puff per day/200) x ปีที่สูบ 🔴
ไม่มีการศึกษาตัวเลขนี้ว่ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับโรคหรือการติดบุหรี่ แต่คำนวณและอนุมานว่าเทียบเท่ากับ packyears เพราะการคำนวณหลักการเดียวกัน
ตัวเลขข้อสองนี้มีการศึกษาเปรียบเทียบว่า 1 puff-years เพิ่มโอกาสการเกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจคิดเป็น 11 เท่า เทียบกับผู้ที่ไม่สูบอะไรเลย และโอกาสนี้ประมาณเท่ากับการสูบบุหรี่มวน 1 packyears
ทั้งสองตัวเลขยังไม่มี validation study ออกมานะครับ สิ่งที่นำเสนอมานี้เป็นแค่การประมาณปริมาณการสูบให้สื่อสารตรงกันเท่านั้นครับ

26 สิงหาคม 2569

ถามประวัติการสูบบุหรี่ : สูบหรือไม่ คงไม่พอ

 ถามประวัติการสูบบุหรี่ : สูบหรือไม่ คงไม่พอ : หลายที่แค่ทำ check mark แต่ผมว่าไม่พอ

ใช้บุหรี่หรือผลิตภัณฑ์นิโคติน : เพราะปัจจุบันไม่ได้มีแต่บุหรี่มวน มีทั้งบุหรี่ไฟฟ้า นิโคตินแบบเหน็บ ยาเส้นมวนเอง
ปัจจุบันยังใช้หรือไม่ : ต้องถามจริงจัง บางคนบอกเลิกสูบ แต่เลิกมาสัปดาห์เดียว คำถามที่ผมมักใช้คือ สูบครั้งสุดท้ายเมื่อไร
ใช้มานานเท่าไร : รวมทุกรอบที่สูบ ๆ เลิก ๆ ถ้าสูบประจำก็ถามว่า สูบตั้งแต่อายุเท่าไร
เลิกไปนานหรือยัง สูบใหม่ไหม : เพื่อประเมินโอกาสการกลับมาสูบซ้ำ และคำนวณปริมาณการสูบรวม บางคนเลิก ๆ สูบ ๆ หลายรอบ ก็ต้องมาคิดระยะเวลารวมกัน
ปริมาณการสูบ : วันละกี่มวน ทั้งบุหรี่ซองหรือบุหรี่มวนเอง ถ้าสูบไฟฟ้าก็ประมาณวันละกี่ครั้ง (puff per day) มาคำนวณปริมาณอันตราย
ถ้าใช้บุหรี่ไฟฟ้า : ให้ถามชนิดด้วย เป็นแท้งค์เติมน้ำยา เป็นแบบสำเร็จใช้แล้วทิ้ง ปริมาณนิโคตินเท่าไร มีทั้งบอกเป็นปริมาณต่อซีซี และเปอร์เซ็นต์
ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์อื่น : ซิการ์ก็กี่มวน นิโคตินเหน็บกี่ซองต่อวัน
ใช้แบบใด : มีบุหรี่ไฟฟ้าหลายชนิดเช่น C-pod คือ ผสมน้ำมันกัญชา, K-pod ผสมสารเคตามีน, Zombie-pod ผสมยาอีโทมิเดต (ใช้เวลาดมยาสลบ) หรือแบบนิโคตินล้วน
ทุกครั้งจะบอกว่าเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการรักษา ไม่เปิดเผยและเป็นความลับ แล้วเราก็ห้ามเปิดเผยด้วยนะครับ
ในกรณีโรคระบบทางเดินหายใจคงต้องถามละเอียดมากกว่านี้อีก หากตัวผู้ป่วยไม่สูบก็ต้องลงรายละเอียดไปถึงควันบุหรี่มือสอง ควันบุหรี่มือสาม สถานที่ทำงานว่ามีบุหรี่ไหม หรือแม้แต่ในบ้าน ข้างบ้าน
การสอบถามแค่ใช้หรือไม่ใช่บุหรี่อาจไม่ได้คำตอบ และคำตอบว่าใช้บุหรี่ ก็คงไม่พอในการประเมินการติดบุหรี่ และโรคจากบุหรี่อีกต่อไป

28 เมษายน 2569

แนวทางที่แนะนำเพื่อใช้เลิกบุหรี่

ตอบคำถามหลายคนนะครับว่า ผมใช้ตำราหรือคู่มือใดเป็นหลักในการเลิกบุหรี่

ผมใช้ 3 guidelines คือ NICE ของสหราชอาณาจักร, ATS สมาคมแพทย์โรคปอดอเมริกา และ WHO ทุกอันจะมีกรอบ แนวคิด ไปในทางเดียวกันจะมีต่างกันบางจุด

NICE จะเป็นแนวทางที่มีความสมเหตุสมผล คือคิดถึงเหตุผลแห่งความเป็นไปได้ เรื่องโอกาสเข้าถึง ทรัพยากร และเงินทุน 

ATS อันนี้เหมาะกับการสอบมาก แน่นไปด้วยหลักฐาน เปเปอร์ ความหนักแน่น เอาข้อมมูลเชิงวิชาการเป็นธงนำ จะทำได้จริงหรือไม่ก็ไปปรับเอาเอง

WHO จะออกมาในรูปกรอบการปฏิบัติในวงกว้าง ลงรายละเอียดน้อยกว่าสองอันแรก แต่มีเรื่องการจัดการมากกว่า และเท่าที่อ่านจะเอียงไปทางประเทศ limited resources ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของโลก

ทั้งสามแนวทางจะมีอ้างอิงไปถึงการศึกษาส่วนมากก็เป็นอ้างอิงเดียวกัน เป็น landmark studies ทั้งสิ้น เพียงแต่หยิบมาใช้ในเหตุผลและบริบทต่างกัน  และสำหรับใครที่อยากเลิกทำคลินิกเลิกบุหรี่นะครับ ผมแนะนำแนวทางของ WHO เล่มนี้เป็นหลักก่อน แล้วค่อยขยับอ่านเพิ่มขึ้น เนื้อหาที่ต้องไปลงรายละเอียดจริง ๆ (ดูในอ้างอิงของแนวทางได้) คือเรื่องการทำ motivative counselling การหยิบสิ่งที่ผู้จะเลิกบุหรี่ประสบทุกเมื่อเชื่อวัน มาปรับเป็นแรงบันดาลใจในการเลิกบุหรี่

สองเรื่องที่ผมอยากให้คนที่จะทำเลิกบุหรี่เน้นมากเป็นพิเศษคือ การค้นหาแรงจูงใจสูงสุดในการเลิก และ การติดตามผลหลังเลิกสำเร็จเพื่อป้องกันการสูบซ้ำ

ปล. ทุกเล่มแจกฟรี ผมโหลดมาแล้วมาเย็บเล่มเอาเองครับ

25 กุมภาพันธ์ 2569

smokeless tobacco : มะเร็งช่องปาก

 smokeless tobacco : มะเร็งช่องปาก : ยาสูบอีกชนิดที่มีข้อมูลมาฝากกัน

บทความตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อ 15 มกราคม 2026 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับ smokeless tobacco และมะเร็งช่องปาก โดยนักวิจัยจาก national cancer institute และ international agency of cancer research
smokeless tobacco ยาสูบไร้ควัน คือการเสพนิโคตินแบบไม่ต้องจุดสูบใด ๆ ใช้ยาสูบมาผ่านกระบวนการพิเศษเพื่อให้ดูดซึมผ่านเยื่อบุช่องปากได้ดี หรือใช้นิโคตินสังเคราะห์มาผ่านกระบวนการเพื่อเพิ่มการดูดซึมเช่นกัน ความจริงผลิตภัณฑ์แบบนี้มีมาเป็นสิบปีแล้วนะครับ นำโดยกลุ่มประเทศทางยุโรปเหนือ ที่ใช้ชื่อว่า SNUS (ใบยา) ตอนนี้พัฒนามาเป็นนิโคตินสังเคราะห์แล้ว เป้าหมายหลักคือลดอันตรายจากควันและสารเผาไหม้ ในกรณีที่คนนั้นไม่สามารถเลิกนิโคตินได้ถาวร หรือยังไม่พร้อมในการเลิกนิโคติน
*ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเลิกบุหรี่ ไม่สามารถทดแทนการเลิกนิโคตินถาวรได้* ปัจจุบันมีวางจำหน่ายแบบถูกกฎหมายในประเทศไทยแล้วทั้งคู่
จริงอยู่ครับ มันสามารถลดอันตรายจากสารเผาไหม้ต่าง ๆ (tobacco harm reduction) แต่ยังไม่หมดอันตราย ในช่วงแรกของการใช้นั้น มีรายงานการเกิดเยื่อบุช่องปากอักเสบจากการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้พอสมควร เมื่อเก็บข้อมูลมากขึ้น และระยะเวลายาวนานพอ ก็พบความสัมพันธ์กับมะเร็งช่องปาก
ข้อมูลจาก IARC สถาบันที่เป็นมาตรฐานในการกำหนดกลุ่มสารก่อมะเร็งของ WHO พบว่ามะเร็งช่องปากกำลังเพิ่มสูงมากขึ้น ถ้ามองภาพรวมทั่วโลกแล้ว 30% ของผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก มีความสัมพันธ์โดยตรงกับผลิตภัณฑ์ยาสูบไร้ควัน (ไม่ได้หมายความว่าใช้แล้วต้องเป็นนะครับ มันมีปัจจัยเสี่ยงอื่นอีก)
และมาโฟกัสในภูมิภาคที่ใช้ยาสูบไร้ควันปริมาณมาก คือกลุ่มเอเชียใต้ พบว่าประมาณ 50% ของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากนั้นมีความเกี่ยวข้องกับยาสูบไร้ควัน หรือถ้าไปมองประเทศพัฒนาแล้วที่เขาใช้ผลิตภัณฑ์แบบนี้ไม่มากนักอย่างในสหรัฐอเมริกา พบตัวเลขที่ 4%
ปัจจุบัน IARC จัดผลิตภัณฑ์ยาสูบไร้ควันเป็นสารก่อมะเร็ง คือมีหลักฐานเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ แถมในบางภูมิภาคยังมีการผสมสารอื่นเพื่อเพิ่มการดูดซึมหรือเสริมฤทธิ์ ตัวอย่างเช่นในเอเชียใต้มีการผสม “หมาก” ที่ตัวหมากเองก็จัดเป็นสารก่อมะเร็ง class I อยู่แล้วด้วย
เหมือนกับผลิตภัณฑ์ harm reduction ทุกประเภทที่เรายังไม่สามารถบอกผลระยะยาวได้แน่ชัดเนื่องจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ ต้องใช้ระยะเวลาติดตามและจำนวนประชากรมาก อีกทั้งการติดตามข้อมูลปัจจุบันจะยากขึ้นเพราะมีการใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจริงแล้วจากการเก็บข้อมูลมาเป็นสิบปีและจากการศึกษาทดลองคือ
ผลิตภัณฑ์ tobacco harm reduction .. less toxic .. เมื่อเทียบกับบุหรี่
แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ .. still toxic .. เมื่อเทียบกับการเลิกขาดทุกผลิตภัณฑ์
และต้องเพิ่ม .. new toxic .. เข้ามาอีกด้วย

20 ตุลาคม 2568

SNUS

 เดินแถวท่าแพ : เจอ snus

ย่านประตูท่าแพ เรียกว่าเป็นจุดสำคัญของนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร์ เกสต์เฮ้าส์ เช่ามอไซค์ ผับ บาร์
และผมก็เจอป้าย SNUS
หลายคนไม่รู้จัก SNUS คือ การเอาใบยาสูบมาผ่านกระบวนการเพื่อให้นิโคตินละลายออกมาเมื่อผ่านการอมในปาก
มีทั้งแบบใบยา หยิบแล้วไปซุกที่เหงือก หรือแบบบรรจุซองแบบชา
ต่างจาก Zyn ที่เป็นนิโคตินสังเคราะห์ ที่ดูดซึมเร็วกว่า
แม้จะไม่มีควัน ไม่มีเผาไหม้ เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยงจากควัน แต่ก็ยังอันตรายจากนิโคตินและระคายเคืองเยื่อบุช่องปากอยู่ดี
ที่สำคัญ SNUS ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายที่พบได้ทั่วไปในบ้านเราครับ

01 มิถุนายน 2568

cytisine cystinicline

 ยา cytisine ยาเลิกบุหรี่ที่องค์การเภสัชกรรมของเราผลิตเอง

นอกเหนือจาก varenicline (ที่กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง) และ Bupropion SR (ที่หายากมาก)
ตอนนี้เรามี cystinicline ที่ใช้ในการอดบุหรี่ ประสิทธิภาพดีในการอดบุหรี่เผาไหม้และบุหรี่ไฟฟ้า ประสิทธิผลไม่ด้อยไปกว่า varenicline อีกทั้งผลิตและจำหน่ายในประเทศ
ยาเม็ดขนาด 1.5 มิลลิกรัม มีวิธีกินยาสองแบบ ทั้งสองแบบมีการวิจัยรับรองดังนี้
วิธีแรก ยุ่งยากมากแต่เป็นวิธีมาตรฐาน กินยาครั้งละ 1 เม็ดในตอนเช้านะครับ นับเวลาช่วง 12 ชั่วโมงจากเช้าจรดเย็น ตะวันขึ้นยันตะวันตก
วันที่ 1-3 กินยาครั้งละ 1 เม็ด ทุก 2 ชั่วโมง วันละ 6 เม็ด
วันที่ 4-12 กินยาครั้งละ 1 เม็ด ทุก 2.5 ชั่วโมง วันละ 5 เม็ด
วันที่ 13-16 กินยาครั้งละ 1 เม็ด ทุก 3 ชั่วโมง วันละ 4 เม็ด
วันที่ 17-20 กินยาครั้งละ 1 เม็ด ทุก 5 ชั่วโมง วันละ 3 เม็ด
วันที่ 21-25 กินยาครั้งละ 1 เม็ด ทุก 6ชั่วโมง วันละ 2 เม็ด
วิธีสำรอง (แต่ผมเลือกใช้อันนี้) กินง่ายกว่ามาก คือ สองเม็ด วันละ 3 เวลา เป็นเวลา 25 วันเท่ากัน
โดยเริ่มยาก่อนจะถึงวันหยุดบุหรี่ เราจะหยุดบุหรี่ในวันที่ 5 ของการกินยา ทั้งสองวิธี
ปริมาณยาที่ใช้ทั้งสองวิธีพอกัน ผลข้างเคียงพอกัน ที่พบบ้างคือ คลื่นไส้ วิงเวียน ไม่รุนแรง การกินยาแนะนำกินจนครบ 25 วัน (ส่วน varenicline ผมอาจให้คนไข้หยุดได้เมื่อเลิกได้) และใช้ร่วมกับหมากฝรั่งหรือแผ่นแปะนิโคตินได้ หากเลิกไม่สำเร็จให้กลับมาทบทวนปัจจัยที่ยังค้างคาแล้วค่อยเริ่มคอร์สใหม่
อีกหนึ่งทางเลือกของการเลิกบุหรี่
ขอให้ประสบความสำเร็จทุกท่านนะครับ

30 พฤษภาคม 2568

31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก

 31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก (บ่น)

หลายครั้งที่อยากจะเลิกรณรงค์เรื่องนี้ครับ รู้สึกไปต่อยากเหลือเกิน
คนที่จะเลิกบุหรี่ได้ ต้องตั้งใจจริงและแน่วแน่มาก ซึ่งมีคนแบบนี้อยู่ไม่ถึง 10% ครับ คนกลุ่มนี้ไม่ต้องช่วยก็เลิกเองได้
คนอีก 50-60% ที่อยากเลิก แต่พลังใจไม่พอ ไม่มีคนช่วย กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เราต้องช่วยเขา บอกวิธี สอนการรับมือ ปรับพฤติกรรม ให้แรงใจ หาแนวร่วม พร้อมให้คำปรึกษา มียาช่วย คนกลุ่มนี้มีเกินล้านคนแน่นอน
ภาคเอกชน หรืออาสาสมัครรายเดี่ยวแบบผม ไปไม่ถึงไหนหรอกครับ มันต้องมีภาครัฐ มีนโยบาย มีเงิน มีผู้ปฏิบัติ มาทำเลิกบุหรี่
บางประเทศ คนที่รณรงค์ก็ทำไป คนรักษาก็ทำไป คนออกนโยบายก็ทำไป คนควบคุมก็ทำไป แต่ทำคนละหนทางกัน
คนที่เขาอยากจะเลิก แต่ขั้นตอนจากเริ่มไปสำเร็จ ไม่สอดคล้อง ไม่รวดเร็ว ไม่สมกับที่เขาพร้อมจะมาเลิกเอาเสียเลย
บางประเทศมีกระบวนการเลิกวิธีเดียว กี่สิบร้อยคนก็วิธีนี้ เลิกครั้งแรกเลิกครั้งที่ร้อยก็วิธีนี้ เคี้ยวหมากฝรั่งจนแก้มโตก็ยังเลิกไม่ได้
ก็เข้าใจว่า คนคนนั้นสูบเอง ก็ต้องเลิกเอง ทุ่มเทเอง จ่ายเงินเอง หาสถานที่เอง แต่ถ้าประเทศนั้นอยากให้คนเลิกบุหรี่ หรือโรคจากบุหรี่ลดลง หรือ ไม่ให้เยาวชนเข้าหาบุหรี่ ก็ต้องลงทุนมากขึ้น
บางประเทศมียาอดบุหรี่ในบัญชียาหลักเพียง nortriptyline กระบวนการเลิก ยาเลิก ก็มีราคาแพง หรือไม่ได้หาได้ง่าย
แต่บุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า หาได้ง่ายกว่าเยอะ ไม่เชื่อคุณลองไปหาดูสิ บุหรี่กับอุปกรณ์ช่วยเลิก อะไรหาง่ายและราคาถูกกว่า
ของพวกนี้ต้องเริ่มที่ระดับนโยบายลงมาถึงระดับปฏิบัติการ หลายประเทศมีนโยบายและงบ แต่บางประเทศไม่พบบรรจุในงบประมาณเลย
สายด่วน 1600 มีคนทราบน้อยมาก สื่อชักชวนเลิก วิธีเข้าถึง จุดบริการเลิกบุหรี่ ‘ที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ’ มีน้อยมาก
ใครที่สูบบุหรี่อยู่ ตั้งใจแน่วแน่เถิดครับ เลิกได้แน่ อย่าเพียงคิดว่าจะลองดู ทำให้จริงจัง ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำให้คุณเลิกบุหรี่ได้ นอกจากตัวเอง
ใครเลิกแล้ว ไม่มีใครบังคับคุณกลับมาสูบได้ คุณกำหนดชีวิตตัวเองได้
ไม่ว่าบุหรี่ ยามวน ซิการ์ บุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่ไม่เผาไหม้ ใบยาเหน็บเหงือก หรือ นิโคตินสังเคราะห์แปะเหงือก …ล้วนใช้ใจที่มุ่งมั่นในการเลิกบุหรี่
จากที่ทำเลิกบุหรี่ รณรงค์ บทความ รักษา มา 15 ปี ผมสรุปการเลิกบุหรี่ในยุคปัจจุบันนี้ได้เลยว่า ‘ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’

25 เมษายน 2568

ยาเลิกบุหรี่ varenicline ก็สามารถมาใช้เลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้นะครับ

 ยาเลิกบุหรี่ varenicline ก็สามารถมาใช้เลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้นะครับ

ยาเลิกบุหรี่มาตรฐานที่นับว่าทรงประสิทธิภาพมากคือ varenicline ที่ออกฤทธิ์ทั้งกระตุ้น คือ หยุดยั้งอาการลงแดงบุหรี่ และยับยั้ง คือ ทำให้การเสพนิโคตินไม่สำราญเหมือนเคย อัตราความสำเร็จที่ 30-50%
แต่ทว่าผลการศึกษาส่วนมากทำในบุหรี่เผาไหม้ การศึกษาในบุหรี่ไฟฟ้ายังมีน้อย และส่วนมากเป็นการศึกษาทดลองที่ไม่ได้เป็น RCTs จึงยังพูดไม่ได้เต็มปากว่า ให้ใช้ยา varenicline ในการเลิกบุหรี่ไฟฟ้า
ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนกำลังพุ่งสูงในสหรัฐอเมริกา นักวิจัยจึงศึกษาทดลองแบบ RCT เพื่อศึกษาผล ของการใช้ยา varenicline มาใช้เลิกบุหรี่ไฟฟ้า เทียบกับยาหลอก และเทียบกับการไม่ใช้ยาใด ว่าจะสามารถทำให้เลิกได้จริงไหม น่าสนใจนะครับ เพราะตอนนี้บุหรี่ไฟฟ้าเต็มเมืองจริง ๆ
นักวิจัยทำการศึกษาในอเมริกาช่วงปี 2022-2023 นั่นคือบุหรี่ไฟฟ้าในการศึกษาส่วนมากเป็น POD เน้นกลุ่มอายุ 16-25 ปี ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้สูบบุหรี่เผาไหม้หรือเลิกใช้มานาน (มีผลการตรวจยืนยัน)
ไม่เคยได้รับยาเลิกบุหรี่ใดมาก่อนโดยที่กลุ่มตัวอย่างนี้ 🔴มีความสนใจและเจตนาที่จะเลิก🔴 ประเด็นนี้สำคัญนะครับ ยาเลิกบุหรี่ทุกชนิดทำการศึกษาในคนที่เต็มใจพร้อมใจเลิกทั้งสิ้น
จำนวนผู้เข้าร่วมศึกษาประมาณเกือบสามร้อยคน แบ่งเป็นสามกลุ่มประมาณ 88 คน
กลุ่มทดลองให้ยา varenicline ปรับขนาดตามปกติ
กลุ่มต่อมาให้ยาหลอกที่เหมือน varenicline เป๊ะ
กลุ่มควบคุมให้การอบรมและติดตามผลอย่างเข้มงวด เรียกกลุ่มนี้ว่ากลุ่มควบคุม เพราะตอนนี้วิธีการเลิกบุหรี่ไฟฟ้ามาตรฐานคือการคุยกันนี่แหละ
ศึกษาให้ยาเป็นเวลา 8 สัปดาห์ แล้ววัดผลต่อเนื่องไปอีก โดยผลการศึกษาหลักคือ การเลิกบุหรี่ไฟฟ้าที่สัปดาห์ที่ 12 ซึ่งมีการตรวจทางชีวเคมียืนยัน และมีผลการศึกษารองคือ ดูผลยาวไปที่หกเดือนเลย
**งานวิจัยนี้มีค่าตอบแทนให้กับผู้ที่อยู่จนครบการศึกษาด้วยนะครับ อาจเป็นสาเหตุที่อัตราการยุติการศึกษาของผู้ร่วมทดลอง อยู่ในระดับต่ำมาก แตกต่างจากการศึกษาอื่น ๆ ที่ drop out เยอะมากจริง**
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ได้ varenicline เลิกบุหรี่ได้มากกว่ายาหลอกชัดเจน 51% เทียบกับ 14% ค่า odd ratio ต่างกันหกเท่าและมีนัยสำคัญ หรือไปมองที่หกเดือน แม้อัตราการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าจะลดลงแต่ยังมากกว่ากลุ่มยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ
และถ้าไปเทียบกับการให้ความรู้อย่างเดียวก็แตกต่างอย่างนัยสำคัญอีก ส่วนการให้ความรู้และติดตาม สามารถเลิกได้มากกว่ากลุ่มยาหลอกเล็กน้อย แต่ไม่มีนัยสำคัญ (14% เทียบกับ6%)
ผลข้างเคียงและความปลอดภัยในทั้งสามกลุ่มพบเท่า ๆ กันในอัตราที่ต่ำมาก และยา varenicline สามารถลดอาการลงแดงบุหรี่ไฟฟ้าได้มากกว่ายาหลอกได้จริงตามทฤษฏีด้วยนะครับ
เราทราบอะไรบ้าง สรุปเลยนะ สำหรับคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวและต้องการเลิก การใช้ยาอดบุหรี่มาตรฐาน varenicline มาเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ไฟฟ้า สามารถทำได้ดีไม่แพ้ในบุหรี่เผาไหม้เลย โดยใช้ขนาดและวิธีตามเดิมที่เราเคยใช้กัน
ทุกคนคงพอทราบว่าผมทำคลินิกเลิกบุหรี่ ผมใช้ทั้งยา vareniclineและ cystinicline และสารทดแทนนิโคติน เพื่อเลิกบุหรี่ไฟฟ้ามาสักพัก ก็ประสบความสำเร็จนะครับ ปัจจัยสำคัญคือ กายพร้อม ใจพร้อม ครอบครัวพร้อม และต้องสู้ไปด้วยกัน อย่ายอมแพ้
ใครอยากเลิกบุหรี่ไฟฟ้า ก็มีตัวช่วยแล้วนะครับ
Evins AE, Cather C, Reeder HT, et al. Varenicline for Youth Nicotine Vaping Cessation: A Randomized Clinical Trial. JAMA. Published online April 23, 2025. doi:10.1001/jama.2025.3810

18 มีนาคม 2568

financial incentive program

 financial incentive program : เลิกแล้วรวย !!

หนึ่งในคำแนะนำการเลิกบุหรี่ของ GOLD คือ การใช้ FIP เพื่อช่วยจูงใจในการเลิกบุหรี่
ในอดีตมีการศึกษามากมายเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ที่ได้รับการสนับสนุนเงิน เช่น การแจกคูปองเพื่อนำไปรับหมากฝรั่งอดบุหรี่
การสนับสนุนเงินค่าเดินทางเพื่อมาติดตามผลการเลิกบุหรี่ การแจกเงิน…ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกนะ…เพื่อให้ไปรับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นวิธีใด ก็ช่วยในการเลิกบุหรี่ แต่คำถามคือ อะไรที่ช่วย เงิน หรือสิ่งที่เงินเอาไปซื้อหา
มีการศึกษาต่อมาเปรียบเทียบการเลิกบุหรี่มาตรฐานเทียบกับการเลิกมาตรฐานเช่นกันแต่มีการมอบเงินรางวัลถ้าสามารถทำได้เป้าหมาย เช่น แจก 100 ดอลล่าร์หากครบกำหนดตรวจติดตามแล้วไม่พบคาร์บอนมอนอกไซด์ในลมหายใจ หรือให้เงินสามงวดตามระยะเวลาการติดตาม โดยแต่ละงวดเงินจะเพิ่มขึ้นหากถึงเป้าหมาย
รวมทั้งมาตรการการลดเงินหรืองดจ่ายเงิน หากตรวจพบหลักฐานการสูบบุหรี่เกิดขึ้น (ตรวจทางชีวเคมี)
สรุปว่าการแจกเงิน …เรียกใหม่ดีกว่า เดี๋ยวจะมีคนมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรียกว่า FIP ส่งผลเพิ่มโอกาสการเลิกบุหรี่ได้จริง ซึ่งมีหลายแบบนะ ทั้งแจกรายบุคคล แจกแบบโบนัสกลุ่ม แจกแบบค่อย ๆ เพิ่ม
มีการศึกษาเรื่องการนำไปใช้ในชีวิตจริงพบว่าสามารถเพิ่มการเลิกบุหรี่ได้ เพิ่มความต่อเนื่องของการรักษาได้ และพบว่ายิ่งจำนวนเงินมาก โอกาสเลิกได้มากกว่า พบว่าจ่ายบ่อย แบบเงินน้อยจ่ายบ่อย เลิกได้มากกว่าเงินหนักจ่ายทีเดียว
ยังไม่มีการศึกษาแยกกลุ่มรายได้ของผู้เลิกบุหรี่ แต่จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มที่ด้อยโอกาสทางสังคม เขาใช้คำนี้ชอบมาก socioecomonic disadventages จะชื่นชอบมาตรการนี้และอยู่ต่อเนื่องกับมาตรการนี้มากกว่าคนมีสตางค์ แถมยังมีบทวิเคราะห์อีกว่า คนที่มีสตางค์ก็จะต้องการ FIP ที่สูงกว่าคนด้อยโอกาส
มีการศึกษาทำเรื่องนี้ในกรุงเทพ พบว่าการใช้ FIP เพิ่มความสำเร็จการเลิกบุหรี่ได้จริง (แต่เฉพาะบางวิธี) และตัวเลขเงินที่ส่งผลในการศึกษานี้เมื่อปี 2015 คือ 40 ดอลล่าร์สหรัฐต่อคนต่อหนึ่งคอร์สสิบสองสัปดาห์
เอาจริง ๆ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการแจกเงิน ..เอ้ย..FIP แบบเงินสด แต่ผมอยากให้เป็นส่วนลดภาษี หรือคูปองซื้อของจำเป็น ส่วนลดเงินส่งประกันสังคม อะไรประมาณนี้มากกว่าครับ

01 มีนาคม 2568

ความเห็นเกี่ยวกับข่าวบุหรี่ไฟฟ้าไม่กี่วันมานี้ : มุมมองส่วนบุคคล จากที่ติดตามและเฝ้าดูมาตลอด

 ความเห็นเกี่ยวกับข่าวบุหรี่ไฟฟ้าไม่กี่วันมานี้ : มุมมองส่วนบุคคล จากที่ติดตามและเฝ้าดูมาตลอด

ประมาณทศวรรษ 1960 เริ่มมีคำเตือนจากสมาคมแพทย์ต่าง ๆ ถึงอันตรายจากบุหรี่ เพราะมีหลักฐานที่ชัดเจน ก่อนหน้านี้ก็มีคำเตือน แต่ก็ไม่มีหลักฐานชัดขนาดนี้
จากจุดเวลานั้น จึงเกิดการศึกษา แนวทาง การพัฒนาเพื่อเลิกบุหรี่ คำแนะนำทางการแพทย์ทุกแห่ง กล่าวถึงการเลิกบุหรี่ มีพัฒนาการวิธีเลิกบุหรี่ ยาอดบุหรี่
แต่บุหรี่ยังเป็นสินค้าถูกกฎหมายและทำเงินมหาศาล มีความต้องการ มีการผลิตจำนวนมาก การเลิกบุหรี่จึงทำไม่ง่ายเลย
องค์ความรู้เนื่องอันตรายจากบุหรี่พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่คนก็ยังเลิกไม่ได้ ความต้องการบุหรี่ยังสูงขึ้น จึงมีการคิดค้นการนำส่งนิโคติน โดยไม่ผ่านบุหรี่
ประมาณปี 2005-2006 ได้มีการคิดค้นการนำส่งนิโคตินเหลว ผ่านความร้อนเป็นไอเข้าสู่ร่างกาย นั่นคือบุหรี่ไฟฟ้าตัวแรก ที่ประเทศจีน
ภายหลังการล่มสลายของกำแพงเบอลินและการโค่นสลายของโซเวียต โลกเข้าสู่ยุคไร้พรมแดน โดยเฉพาะข้อมูลความรู้ ทำให้บุหรี่ไฟฟ้า ได้รับการคิดค้นและพัฒนาเป็นรุ่นต่าง ๆ ออกมามากมาย
แต่จุดมุ่งหมายแรกของการใช้คือทำมา ‘ทดแทน’ บุหรี่ โดยตัดขาดบุหรี่เดิม ไม่ใช้คู่กัน และไม่ใช่เริ่มต้นด้วยบุหรี่ไฟฟ้า
การแพร่หลายของบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น จนหลายประเทศในโลกต้องหันมาศึกษาวิจัยถึงผลดี ผลเสีย อันตราย การควบคุม เกิดผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ทางคลินิก ทางสังคม ทางเศรษฐศาสตร์
นำมาซึ่งการควบคุม มาตรการ ของบุหรี่ไฟฟ้าที่ต่างกันในแต่ละประเทศ รวมทั้งมีการใช้ที่หลากหลาย เช่น ใช้คู่กับบุหรี่ เริ่มสูบไฟฟ้า มีผลิตภัณฑ์หลายหลาย หลายสี หลายกลิ่น
ผลการศึกษาวิจัยจึงหลากหลายมาก
ตัวเปลี่ยนเกมคือการมาของ JUUL บุหรี่ไฟฟ้าชนิดพร้อมใช้ ไม่ต้องมีวิธีการยุ่งยาก อุปกรณ์เล็ก พกง่าย และมีหลายแบบหลากกลิ่น
การโตอย่างไร้ขอบเขตของ JUUL ทำให้หลายชาติ หลายองค์กรหันมาศึกษาอย่างจริงจัง เพราะอันตรายเริ่มคืบมาถึงเยาวชนที่เริ่มต้นด้วยการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพิ่มมากขึ้น
ปี 2018 National Academy of Sciences Engineering and Medicine ได้ออกผลการศึกษารวบรวมงานวิจัยทั้งหมดของบุหรี่ไฟฟ้าออกมา สรุปว่า ‘less toxic but still toxic’
สารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนมากอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ แต่ก็มีบางอย่างที่อันตรายกว่า และบางอย่างที่พบเฉพาะในบุหรี่ไฟฟ้า
แนะนำให้เลิก ไม่แนะนำใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกบุหรี่ และหากใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ควรใช้คู่กับบุหรี่ ที่สำคัญคือ อุปกรณ์และน้ำยาต้องได้มาตรฐาน การควบคุมภาครัฐต้องดีพอ
ในประเทศไทยช่วงนั้น มีความพยายามจากกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า อยากให้ทางรัฐบาล ออกกฎหมายมาควบคุมให้ดี มีมาตรฐาน ป้องกันเยาวชน ยกสินค้าใต้ดินมาบนดิน มีการถกเถียงมากมาย
และเริ่มควบคุมไม่ได้
มีการใช้ ขาย ดัดแปลง ไม่ว่าจะอุปกรณ์หรือน้ำยากันอย่างมากมาย ทั้งในไทยที่ผิดกฎหมาย และในต่างประเทศที่ถูกกฎหมาย ทั้งที่ผลการศึกษาของ NASEM ระบุชัดเจนว่าอันตรายสูงสุดของบุหรี่ไฟฟ้าเกิดจากน้ำยาและอุปกรณ์ที่ไม่ได้ควบคุม ไม่มีมาตรฐาน
หนึ่งปีหลังจากการประกาศของ NASEM มีรายงานอันตรายสูงสุดของการใช้บุหรี่ไฟฟ้า คือ EVALI คือ ปอดอักเสบรุนแรงและหายใจล้มเหลวจากบุหรี่ไฟฟ้า มีการตั้งเกณฑ์การวินิจฉัยและเก็บข้อมูลทั่วโลก พบว่าตัวเลขสูงทีเดียว
สาเหตุเกิดจากการดัดแปลงน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มีการผสมวิตามินอี น้ำมันกัญชา และสารอื่น ๆ
การศึกษาทั่วโลกเริ่มระบุได้ชัดเจน จากอันตรายบุหรี่ไฟฟ้า เพราะใช้เยอะ ใช้มาก อันตรายเกิดเร็ว ร่วมกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรวดเร็วของวงการแพทย์
คำเตือนบุหรี่ไฟฟ้าชัดเจนว่า ควรเลิก
พิษภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าจางลงหลังปี 2020 จากการมาถึงของไวรัสโคโรนาในระดับ Global Pandemic
รายงานอันตรายเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มที่เป็น first vapers กลุ่มที่ไม่เคยเห็นการรณรงค์เลิกบุหรี่ กลุ่มที่ไม่เคยทราบว่า ต้นกำเนิดบุหรี่ไฟฟ้ามาได้อย่างไร
และคงมีตัวเลขมากขึ้นเรื่อย ๆ หากพวกเราไม่จัดการอะไรเลย
ดังเช่นเด็กฝึกงานของผู้วิเศษ (the sorcerer’s apprentice) ที่ ยูวัล โนอาห์ แฮร์รารี่ กล่าวไว้ในหนังสือ NEXUS ที่เด็กฝึกเวทมนตร์เสกไม้กวาดให้ยกถังน้ำแทนเขา แต่ไม้กวาดยกน้ำเรื่อย ๆ จนน้ำท่วม เพราะเด็กฝึกงานรู้วิธีเสกมนต์ แต่ไม่รู้วิธีควบคุมมนต์อันนั้น

24 กันยายน 2567

งานวิจัยเปรียบเทียบการใช้บุหรี่ไฟฟ้าหรือยา varenicline ในการเลิกบุหรี่

 นี้มีน้อยมากครับ และใช้เวลานานกว่าจะทำได้

บุหรี่ไฟฟ้ายังไม่ใช่วิธีตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น นิโคติน 0% ก็ตาม
เพราะยังมีอันตรายอื่นจากบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้การใช้ยายังดีกว่า และเลิกได้ในระยะยาว รวมทั้งไม่เกิดการเปลี่ยนรูปแบบจากการสูบบุหรี่ธรรมดา กลายเป็นบุหรี่ไฟฟ้า
Tuisku A, Rahkola M, Nieminen P, Toljamo T. Electronic Cigarettes vs Varenicline for Smoking Cessation in Adults: A Randomized Clinical Trial [published correction appears in JAMA Intern Med. 2024 Aug 1;184(8):993. doi: 10.1001/jamainternmed.2024.3981]. JAMA Intern Med. 2024;184(8):915-921. doi:10.1001/jamainternmed.2024.1822


































บทความที่ได้รับความนิยม