02 มกราคม 2560

เตือนสติ ปีใหม่

สิ่งที่ผมพบพานทุกปีใหม่ ส่งมาให้เตือนทุกคน

..หมอ..มีเคสปรึกษาให้มาปรับตั้งเครื่องช่วยหายใจ อุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ชน ซี่โครงหัก เลือดออกช่องอก

..หมอ..มีคนไข้ด่วนมา เป็นตับแข็ง ดื่มเหล้ามากช่วงปีใหม่ นอนสลบ น้ำตาลในเลือดต่ำมาก ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย

..หมอ..คนไข้จะต้องผ่าตัดกระโหลก ถูกรถชน อุบัติเหตุ ห้องผ่าตัดพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติมากเลย

..หมอ..ศัลย์กระดูกปรึกษา คนไข้มอเตอร์ไซค์ล้มกระดูกหักสองวัน ตอนนี้ชัก ประวัติดื่มเหล้าหนัก ดื่มมากปีใหม่

..หมอ..ช่วยแฟนหนูด้วยนะคะ เราขับรถมาดีๆ คันหลังซิ่งมาชน ถ้าเขาเป็นอะไรไป ครอบครัวเราคงแย่ ช่วยหน่อยนะคะ

..หมอ..เลือดที่จองเอาไว้ไม่ได้นะคะ ตอนนี้คลังเลือดขาด กาชาดก็ขาด อุบัติเหตุเยอะมาก คงต้องรอคำตอบพรุ่งนี้ค่ะ

..หมอ..เตรียมสาย central line เคสกินเหล้าอาเจียนเป็นเลือด เรียบร้อยแล้วค่ะ ใส่เลยไหมคะ ตอนนี้น้องๆพร้อมแล้ว

..หมอ..พี่ปรึกษาเคสดูเรื่อง ARDS หน่อยสิ คนไข้เทกระจาดวันนั้นแหละ จมน้ำ ตอนนี้กระดูกคอน่าจะปลอดภัยแล้ว แต่หายใจแย่มากเลย

..กริ๊งงงง...เหนื่อยไหมลูก พักบ้าง ดูแลตัวเองบ้างนะ พ่อกับแม่เข้าใจดี ไว้หลังปีใหม่เราค่อยมาเจอกัน พ่อกับแม่อยู่บ้านไม่ได้ไปไหนหรอก เห็นลูกบอกว่า ถ้าไม่จำเป็นช่วงนี้ก็อย่าเดินทาง ดูข่าวแล้วน่ากลัวนะ มีแต่เมา มีแต่ซิ่ง เฮ้อ..อย่ลืมกินข้าวบ้างนะ ที่เป็นข้าวจริงๆ ไม่ใช่ซาลาเปา กับ แซนด์วิชทูน่าในเซเว่น..แล้วเจอกันนะลูก

  รักและห่วงใยทุกคน เดินทางอย่างมีสติ อย่าลืมเหล้าถ้าต้องขับรถ ฝากเตือนกันทุกคนนะครับ

white lie

ตกลงผมเป็นมะเร็งใช่ไหมครับ..หมอ ?

   หยุดเฟรม ..ย้อมกลับไปเหมือนในหนัง.... เมื่อ 5 วันก่อนในห้องปรึกษา

ลูก : คุณหมอครับ พวกเราลูกๆไม่อยากให้คุณพ่อทราบว่าท่านเป็นมะเร็งปอด คุณหมออย่าเพิ่งบอกแกนะครับ ผมกลัวว่าแกจะหมดกำลังใจและทรุดลง

หมอ : จากข้อมูลที่คุณนำมา ก็เป็นมะเร็งปอด ระยะลุกลาม การรักษาตอนนี้คงต้องใส่สายระบายเอาน้ำในช่องปอดออกมาก่อนครับ คนไข้จะหายใจไม่ไหว ระบบหัวใจจะล้มเหลว เรื่องการแจ้งข่าวให้คนไข้อาจจะระงับไว้กอนครับ แต่ผมว่าจริงๆแล้วพวกคุณควรจะตกลงกันว่าจะแจ้งเมื่อไร

ลูก : คิดว่าคงจะไม่บอกนะครับ เราอยากดูแลแกอย่างดีที่สุด ให้แกมีความสบายที่สุด

หมอ : การรักษาที่เกิดมันจะอันตรายและมีความเสี่ยงครับ คนไข้คงจะนึกสงสัยว่าทำไมต้องทำแบบนี้ คุ้มค่าไหม และพวกคุณก็พาท่านไปหลายที่แล้ว ท่านคงสงสัยว่า ทำไมปอดอักเสบหายยากจัง

    คุณหมอตัดสินใจใส่ท่อระบายน้ำปริมาณมากนั้นออกจากช่องปอด สังเกตการหายใจ ปรับการรักษา ระบายน้ำออกจนหมด พิจารณาปัจจัยต่างๆแล้วตัดสินใจใส่ยาเพื่อเชื่อมเยื่อหุ้มปอดให้ติดกัน จะได้ลดโอกาสการเกิดน้ำในช่องปอดอีก  ตอนนี้คนไข้หายใจเองได้ ไม่เหนื่อย ไม่มีการติดเชื้อซ้ำซ้อน ขณะที่คุณหมอกำลังทำการใส่ยาเพื่อเชื่อมปอด ก็ได้พูดคุยเพื่อลดความกังวลกับคนไข้

  คนไข้ : คุณหมอครับ ทำแบบนี้แล้วจะหายหรือครับ

  หมอ  :  แค่ลดโอกาสที่จะเกิดน้ำมาอยู่ในช่องปอดน่ะครับ เพราะสองครั้งที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมากจนดันหัวใจไปด้านขวาเลย คุณลุงจึงเหนื่อยมากครับ

  คนไข้ : การอักเสบนี่มันเรื้อรังมากเลยครับ มันไม่มีสาเหตุหรือครับ

  หมอ : การอักเสบส่วนใหญ่มีสาเหตุนะครับ ถ้าเราจัดการสาเหตุได้ การอักเสบลดลง ร่างกายก็สบายขึ้น อย่างการอักเสบของคุณลุงนี่ ก็เกิดจาก..เกิดจาก..เอ่อ..เยื่อหุ้มปอดไม่ดีครับ

   คนไข้ : ผ่านมาหลายที่ เจาะมาสามรอบ ผมยังสงสัยว่าตัวเองเป็นมะเร็งนะหมอ ตรวจสารพัดอย่างก็ไม่พบ ถ้ามีสาเหตุรักษาได้อย่างที่หมอว่า ก็จะได้รักษา แต่ถ้าเป็นมะเร็งและมันรักษาไม่ได้ ลุงก็จะได้เข้าใจทำใจ ไม่ต้องมาเครียดกังวลว่าเป็นอะไรกันแน่ จะรักษาอย่างไร นี่ผ่านมาสี่หมอห้าหมอแล้ว ยังไม่ได้คำตอบเลย

  หมอ : ที่ลุงกังวลคือ อยากทราบว่าตัวเองเป็นอะไร..อย่างนั้นหรือครับ

  คนไข้ : ใช่แล้ว ลุงอายุปูนนี้แล้วนะ จะตายวันตายพรุ่งมันก็ค่าเท่ากัน ถ้าเราได้รู้ทันปัจจุบัน จะได้เตรียมตัวปฏิบัติตัวถูก ไม่ได้เสียดายเวลาในอดีต และไม่ต้องคาดหวังสิ่งที่ไม่รู้ในอนาคต คุณหมอก็มีชื่อเสียงโด่งดัง ลูกเลยพามาที่นี่...ตกลง..ผมเป็นมะเร็งใช่ไหมครับ..หมอ ?

  หมอ : ...ความจริงคือ..

*** ถ้าคุณเป็นหมอคนนี้ คุณ..จะ..บอก..อะไร..***

29 ธันวาคม 2559

ข้อจำกัดการเข้าถึง อินซูลิน

ฉีดอินซูลิน ไม่แย่อย่างที่คิด อย่าไปยึดติดกับสิ่งที่รู้เดิมๆ

ยาฉีดอินซูลิน จริงๆแล้วเป็นยาที่ทรงประสิทธิภาพมากในการลดระดับน้ำตาล ไม่มีเพดานบนในการใช้ยา มีการศึกษายืนยันด้วยว่าถ้าเราใช้อินซูลินตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยใหม่ๆ ก็ลดความเสื่อมของเซลที่สร้างอินซูลินธรรมชาติได้ แต่การฉีดอินซูลินไม่เป็นที่นิยมมากนักด้วยข้อจำกัดทั้งข้อจำกัดทางกายและข้อจำกัดทางใจ
   ข้อจำกัดทางกายก่อน คือข้อด้อยของอินซูลินที่ไม่สามารถมีแบบกินได้ ปัจจุบันในประเทศไทยมีแต่แบบฉีดนั้น และถามว่าใครฉีด ก็จะต้องเป็นตัวคนไข้หรือผู้ดูแลมาฝึกการใช้ยาฉีดครับ ข้อสองคือ อินซูลินทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ผู้ป่วยเบาหวานต้องการลดน้ำหนักแต่ผลข้างเคียงอันหนึ่งของอินซูลินคือน้ำหนักเพิ่ม แต่จริงๆแล้วน้ำหนักที่เพิ่มในส่วนนี้ไม่มีผลมากนักครับ ถ้าเคร่งครัดเรื่องอาหารและการออกกำลังกายดีๆก็ไม่น่ากังวลครับ  ข้อด้อยข้อที่สามที่เป็นข้อด้อยทางกายที่แย่ที่สุด คือ อินซูลินทำให้เกิดน้ำตาลต่ำครับ

   ปัญหาน้ำตาลต่ำการการฉีดอินซูลิน เกิดจากยาฉีดเองและเกิดจากการควบคุมอาหารที่อาจจะไม่เข้ากับเวลาการฉีด จริงอยู่ว่าน้ำตาลต่ำจะทำให้เกิดอันตรายได้มาก โดยเฉพาะต่ำในเวลากลางคืน หรือไปเกิดกับคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคอื่นๆร่วม แต่ถ้าเราจัดอาหารที่พลังงานเพียงพอ มีมื้ออาหารว่า ไม่ปล่อยทิ้งช่วงอาหารยาวนาน โอกาสน้ำตาลต่ำก็น้อยลง และควรมีเครื่องมือตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว เพื่อตรวจสอบเรื่องน้ำตาลต่ำนี่แหละครับ ถ้าสงสัยก็เจาะพิสูจน์เลยหรือติดตามสม่ำเสมอเพื่อดูแนวโน้มการเกิดน้ำตาลต่ำ
  ข้อจำกัดด้านเทคนิค อันนี้ก็สำคัญครับ เดิมเราจะต้องฉีดอินซูลิน เช้าเย็นหรือสามมื้อ ต้องพกเข็ม กระติกน้ำแข็ง แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันการออกแบบอุปกรณ์ฉีดอินซูลิน เป็นแบบปากกาพกพาหมดแล้วครับ เพื่อความสะดวก หมุนปลายปากกาที่เป็นตัวเลขให้ได้ปริมาณที่เราต้องการ เดี๋ยวนี้ตัวเลขก็ใหญ่เห็นชัด แถมแต่ละยูนิตก็มีเสียงคลิกๆให้เราได้นับ เผื่อว่าตาไม่ดี ปลดปลอกปากกา จะมีเข็มเล็กๆเท่าเส้นผม ถ้าเจ็บแสดงว่าฉีดจนมันไม่คมแล้ว ให้เปลี่ยนหัวเข็ม ทำความสะอาดผิวหนัง จิ้มแล้วกด เป็นอันเสร็จพิธี  ตัวยาก็บรรจุในหลอดคล้ายๆไส้ปากกา หลอดที่บรรจุในปากกาแล้วก็พกพาได้ ไม่ต้องแช่เย็น (เพราะท่านจะฉีดหมดหลอดก่อนมันเสื่อมอายุแน่นอน) ขึ้นเครื่องบินก็ได้ ส่วนหลอดยาที่ยังไม่บรรจุปากกาให้เก็บไว้ในตู้เย็นจะได้เก็บได้นานๆ หรือเป็นปากกาแบบบรรจุเสร็จ หมดแล้วทิ้งเลยไม่ต้องเปลี่ยนไส้หลอดยาก็มี

   ส่วนยาอินซูลินเองก็มีการพัฒนาให้การออกฤทธิ์เหมาะสมและเหมือนกับการหลั่งอินซูลินตามธรรมชาติมากที่สุด มีอินซูลินที่ออกฤทธิ์ยาวครอบคลุม 24 ชั่วโมงโดยฉีดแค่หนึ่งครั้งต่อวัน ค่อยๆปล่อยอินซูลินช้าๆตลอดวัน ไม่มีการออกฤทธิ์สูงสุดที่จะทำให้น้ำตาลต่ำเกินไป ที่เรียกว่า basal insulin คนไข้บางคนใช้แค่ basal insulin วันละครั้งก็พอ
   แต่สำหรับคนไข้ที่ต้องการอินซูลินเพิ่มหลังมื้ออาหารเพื่อจัดการอาหารมื้อนั้นๆด้วย (prandial insulin) เนื่องจากคุมน้ำตาลได้ยากนั้น ปัจจุบันยาได้พัฒนาไปมาก ออกฤทธิ์เร็วและหมดฤทธิ์เร็วไม่ค่อยมีปัญหาน้ำตาลต่ำ ที่เรียกว่า insulin analogues ในอดีตต้องฉีดยาก่อนอาหาร 30 นาที เพื่อรอออกฤทธิ์และกะเวลาหมดฤทธิ์ แต่ของใหม่นี่ฉีดพร้อมๆกินอาหารได้เลย
    หรือเป็นแบบผสมทั้งออกฤทธิ์คุมทั้งวันและออกฤทธิ์จัดการมื้ออาหารที่เรียกว่า premix insulin ที่ฉีดวันละสองครั้ง พร้อมอาหารเช้าเย็น ในส่วนที่ออกฤทธิ์ตอนเย็นก็ไม่เกิดลักษณะที่ออกฤทธิ์ทันทีสูงปรี๊ดจนน้ำตาลต่ำตอนนอน และ ไม่ออกฤทธิ์น้อยไปจนน้ำตาลสูงตอนเช้า โดยทั้งหมดมีเป็นแบบปากกาหมดแล้ว เพิ่มความสะดวกมาก

  ถามว่าอินซูลินแบบใหม่ๆนี้จะประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นเก่าหรือไม่ คำตอบคือ..ไม่..แต่ออกแบบมาให้ใช้ง่าย สะดวก และหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงสำคัญคือน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่เป็นประเด็นสำคัญที่จะคาดเดาอัราการเสียชีวิต เมื่อหมอและคนไข้สะดวก ไม่กังวลเรื่องการใช้ยาและน้ำตาลต่ำ ก็ใช้ยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลของการรักษาจึงดี ควบคุมฮีโมโกลบินเอวันซีได้ตามเป้าประสงค์ ผลลัพทธ์จึงเสมือนว่าดีกว่ายารุ่นเดิม

   ข้อจำกัดสุดท้ายคือข้อจำกัดทางใจ คนไข้ก็มักจะคิดว่าการใช้ยาฉีดคือโรครุนแรงแล้ว ใกล้จะแย่แล้ว  ขอให้คิดใหม่ว่าการฉีดยาก็เพราะระดับน้ำตาลไม่สามารถควบคุมได้แม้ใช้ยากินแล้วก็ตาม ที่ว่าแย่ก็จะแย่จากการควบคุมน้ำตาลไม่ได้ต่างหาก  ขอให้สลัดภาพและความเชื่อเก่าๆออกไปให้หมดครับ
    ส่วนกำแพงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ขวางกั้นคนไข้ออกจากยาอินซูลิน...คือ ตัวหมอผู้รักษาเองครับ..มีการศึกษาทำในอังกฤษว่าหมอเป็นคนชะลอการให้อินซูลินเสียมาก แม้แต่ระดับน้ำตาลเฉลี่ยถึงเกณฑ์ที่จะต้องให้อินซูลินมาเป็นปีแล้วก็ตาม  การให้คำปรึกษา คำแนะนำการให้ยาและการติดตาม จะลดโอกาสเกิดโทษของอินซูลินโดยเฉพาะน้ำตาลต่ำลงได้มาก และช่วยให้คนไข้ได้ประโยชน์จากอินซูลินได้อีกมาก

   แค่เรียนที่จะรู้จักและรักที่จะเข้าใจ สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ครับ

ที่มา : ADA 2017, 2015

27 ธันวาคม 2559

Edwin Smith Papyrus

คุณคิดว่า ตำราทางการแพทย์เล่มไหนเก่าแก่ที่สุด Cecil medicine, Harrison Medicine หรือ Oxford Medicine ... ผิดแล้ว !! คำตอบคุณผิดแน่

   Cecil ในปี 1927 Harrison ในปี 1950 Oxford ในปี 1983 โอ้..ผมเกิดก่อน oxford อีกหรือเนี่ย  ก่อนหน้านี้มีตำราเก่าแก่แน่ๆ ผมไม่ใข่โรเบิร์ต แลงดอน ที่จะไปคุ้ยได้ทุกที่ แต่นั่งจิ้มๆ วิเคราะห์ค้นหา  ก็คิดว่า นี่น่าจะเป็นบันทึกที่ใกล้เคียงกับตำราที่เก่าแก่ที่สุด Edwin Smith Papyrus

   ชื่อเป็น papyrus ใช่แล้ว อยู่บนกระดาษปาปิรัส กระดาษที่เก่าแก่มากในสมัยโบราณที่ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมแห่งอียิปต์โบราณ เป็นสิ่งที่เปลี่ยนโลกสิ่งหนึ่งแทนที่จะเขียนบันทึกบนแผ่นหนัง แผ่นหิน แสดงว่าตำรามีมาตั้งแต่ยุคอียิปต์..ใช่แล้วครับ จริงๆอาจมีมาก่อนหน้านั้น แต่ไม่พบ (ผมไม่พบนะครับ คนอื่นที่หาเก่งกว่าอาจจะพบ)
   ตำราแผ่นนี้ อยู่บนม้วนกระดาษปาปิรัส ยาว 4.6 เมตร ปัจจุบันเป็นของ New York Academy of Medicine รักษาไว้อย่างดี น่าสนใจมากนะครับ เพราะกระดาษอายุเกือบสามพันปี ยังอยู่รอดมาได้พ้นปากมอดปากปลวกมาได้อย่างเหลือเชื่อ ที่ว่าเก่ามากเพร่ะมีการประมาณอายุของมันอยู่ที่ ราชวงศ์ที่สิบหก แห่งอียิปต์  (1600 ปี ก่อนคริสตกาล)
   ขยายความนิดนึง  อียิปต์แบ่งเป็นยุคเก่า ยุคใหม่ สามราชวงศ์แรกจะเป็นยุคเก่าครับ ยังไม่มีการสร้างปิรามิดใหญ่โตใดๆ ไม่มีการล่าทาสใดๆ สมัยนั้นค่อนข้างสวย มั่งคั่ง ปิรามิดยักษ์เพิ่งมาเริ่มสร้างสมัยราชวงศ์ที่สี่  แสดงว่าความรู้ทางการแพทย์มีมานานมากทีเดียว

   ม้วนกระดาษปาปิรัสแผ่นอื่นๆที่เกี่ยวกับการแพทย์จะเป็นการอ้างอิงถึงศาสตร์มืด เวทมนตร์คาถา เทพเจ้า เช่น มะเร็งนั้น ไม่สามารถต้านทานได้เพราะมันคือคำสาปเทพเจ้า..(จริงๆมันก็คล้ายๆอย่างนั้นนะ)
  แล้วมันเป็นตำราวิชาอะไร..คำตอบคือ เป็นตำราศัลยกรรมครับ รวบรวมแบบมีแบบแผน อาการ การตรวจพบ การรักษา  แผ่นด้านหน้ามีตัวอย่างผู้ป่วย 48 รายพร้อมวิธีการรักษา การเย็บแผล การพันแผล การตรึงยึดเวลากระดูกหัก การใช้น้ำผึ้งเป็นยาฆ่าเชื้อ..(ใช้ได้จริงนะครับ)  แผ่นด้านหลังเก็บสูตรยาต่างๆ รวมทั้งคาถาช่วยหาย..อันนี้น่าสนใจนะเนี่ย

  มีการบรรยาย กระดูกที่หัก กระโหลก สมอง เยื่อหุ้มสมอง การบาดเจ็บของสมองส่วนต่างๆที่จะไปมีผลต่อร่างกายส่วนต่างๆ คล้ายๆกับวิชาประสาทกายวิภาคในปัจจุบัน หลักฐานทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าน่าจะเป็น surgical manual คู่มือภาคสนามเวลาออกรบครับ
    ผมไปอ่านจากที่นั่น ที่นี่ มาเล่าให้ฟังดูง่ายนะครับ แต่เราต้องอย่าลืมว่าต้นฉบับเขียนด้วยอักษรภาพเฮียโรกลิฟฟิกของอียิปต์ คุณเอ็ดวิน สมิธ เป็นนักอียิปต์วิทยาชาวอเมริกัน ซื้อม้วนกระดาษนี้มาจากเมืองประวัติศาสตร์ของอียิปต์คือ เมือง luxor และได้รับการแปลอย่างสมบูรณ์โดย James Henry Breasted ศาสตราจารย์ทางโบราณคดีอิยิปต์ที่โด่งดังมาก ตั้งพิพิธภัณฑ์หลายที่ สะสมมัมมี่ และเป็นหนึ่งในผู้ขุดค้นพบหลุมศพครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์.. หลุมศพแห่งฟาโรห์ตุตันคามัน.. ร่วมกับ โฮเวิร์ด คาร์เตอร์

  การแปล Edvin Smith Papyrus ถือเป็นการแปลเฮียโรกลิฟฟิกมาเป็นภาษาปัจจุบันที่สมบูรณ์แบบอันหนึ่งเลย
   ด้วยหลักฐานต่างๆเหล่านี้ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นตำราทางการแพทย์ที่เก่าแก่มากที่สุดเท่าที่บันทึกไว้ครับ  ปัจจุบันตั้งโชว์ไว้ที่ " the Met" ครับใช่แล้ว พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยและโบราณ หนึ่งในที่ที่ต้องไปดูก่อนตายของพวกแอนทีค ทั้งหลาย Metropolitan Museum of Art มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ที่มา ..อ่านไปเรื่อยๆ ปะติดปะต่อ จนน่าจะได้ข้อมูลที่ดี น่าเชื่อ

โรคเท้าช้าง

โรคเท้าช้าง .. โรคที่ห่างหายไปนานจากผู้คน  ที่ห่างนานเพราะเราไม่ค่อยพบ แต่วันนี้ วันที่แรงงานต่างด้าวเต็มเมือง..เขาอาจจะพา "ช้าง" กลับมา

   โรคเท้าช้างเป็นโรคที่เกิดจากปรสิตที่อาศัยในหลอดเลือดและท่อน้ำเหลือง ชื่อของปรสิตที่พบมากในประเทศเราทั้งสองอย่างคือ Wuchereria bancrofti และ Brugia malayi  ปรสิตนี้ตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่ในหลอดน้ำเหลือง สร้างบ้านแปงเมือง สร้างอาณาจักรแผ่ขยายไปตามท่อน้ำเหลืองและต่อมน้ำเหลือง จนอุดตันท่อหลอดน้ำเหลืองไปหมด สิ่งที่เห็นคืออวัยวะส่วนนั้นจะบวมเรื้อรัง แข็ง เพราะสารน้ำส่วนเกินที่ร่างกายจะดูดกลับทางท่อน้ำเหลืองนั้น ตีบตันเสียแล้ว สารน้ำจึงคั่งมาก ขาบวม อัณฑะบวม  เจ้าปรสิตนี้เมื่อมันออกไข่ออกลูก ลูกจะเป็นหนอนตัวเล็กๆเรียกว่า microfilaria ในช่วงเด็กๆเขาจะไปอาศัยอยู่ในหลอดเลือดครับ เราจึงสามารถตรวจพบ microfilaria หรือชิ้นส่วนของ micrifilaria ได้จากการเจาะเลือดตรวจ
    แต่ก็ไม่ได้มีแต่นักเทคนิคการแพทย์เท่านั้นที่รู้ว่า microfilaria อยู่ในเลือดและจะพบได้ เอาไปตรวจได้  ยุงก็รู้เช่นกัน ยุงก็มากัดคนทำให้ microfilaria ไปกับยุงและเมื่อไปกัดคนอื่น เชื้อปรสิตก็จะเข้าร่างกายคนอื่นได้ (บางตำราบอกว่า เชื้อมันไชเข้าผิวหนังผ่านทางรอย้จาะเลือดของยุง) ถ้าร่างกายคนๆนั้นต่อต้านไม่ได้ ก็จะติดเชื้อเท้าช้างต่อไป

    ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีเท้าข้างหมดนะครับ การติดเชื้ออาจมีแค่หลอดน้ำเหลืองอักเสบเป็นรอยแดงๆ หรือขายังไม่บวมแต่ตรวจพบ microfilaria ด้วยวิธีต่างๆ จนถึงขาบวมแข็งอย่างที่เราเคยเห็น  ตรงนี้คือปัญหาครับ ถ้าบวมชัดเจนก็คงเดินไปหาหมอ แต่ถ้าติดเชื้อไม่มีอาการก็จะไม่ทราบ ทำให้เป็นแหล่งโรคและแพร่กระจายต่อไปได้นั่นเอง เรามาดูทีละอย่าง
   ถ้ามีอาการชัด บวม แข็ง เรื้อรัง บางครั้งอาจเจาะเลือดไม่พบเชื้อปรสิตแต่ถ้าเราตรวจปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ (circulating filarial antigen) หรือทำ PCR (ตรวจสารพันธุกรรม)ก็จะพบได้ อันนั้นก็ต้องรักษาครับ ถ้าเป็นมาไม่นานนักอาจยุบบวมได้ การให้ยาก็อาจเกิดปฏิกิริยาได้มากจึงต้องดูแลดีๆ ยาที่ใช้คือ diethylcarbamazine, ivermectin, doxycycline, albendazole สูตรยารักษาจะต่างจากการปูพรมที่จะกล่าวต่อไปนะครับ
  ส่วนถ้าไม่มีอาการล่ะ..คนไข้ก็ไม่ทราบ ไม่รู้ตัว จะทำอย่างไร ปัจจุบันทางองค์การอนามัยโรคแนะนำว่า ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แจกยาเลยครับ แจกเลย..ใช้ diethylcarbamazine ขนาด 6 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ราวมกับยา albendazole ขนาด 400 มิลลิกรัม กินคนละครั้ง ปีละครั้ง ปูพรมไปเลย องค์การอนามัยโลกประมาณผู้ติดเชื้อ 120 ล้านคน ซึ่ง 57% อยู่ในอาเซียนเรานี่เอง อีก 37% อยู่ในแอฟริกา

    องค์การอนามัยโลกประมาณการว่าด้วยมาตรการการปูพรมแบบนี้ (MDA : mass drug administration)  ลดโอกาสเป็นโรคไป 96 ล้านคนแล้ว และก็ต้องมาเก็บตกคนเป็นโรคอีกให้หมด (MMDP : morbidity management and disability prevention) จะช่วยควบคุมโรคเท้าช้างได้อย่างดี ร่วมกับการควบคุมกำจัดและป้องกันยุงก็จะควบคุมได้เฉกเช่นมาเลเรีย ไข้เลือดออก
   สำหรับประเทศไทย ได้มีการควบคุมโรคในกลุ่มคนอาศัยตามตะเข็บชายแดนภาคตะวันตกและภาคใต้บางบริเวณที่พบการระบาด และในกลุ่มแรงงานต่างชาติชาวเมียนมาร์ที่เข้ามาทำงาน..อย่างถูกต้อง..ในประเทศ โดยการตรวจเลือดและรับประทานยาแบบ MDA

   ..ไม่เกี่ยวอะไรกับ..ช้าง..แต่ประการใด..

ที่มา ..
1.WHO
2.Jaijakul S, Nuchprayoon S. Treatment  of lymphatic filariasis: An update.” Chula Med  J. 2005; 49: 401-421. (in Thai)
3.โรคเท้าช้าง  (Lymphatic filariasis) วิชา  Cardiovascular System II (3000378) 21  ตุลาคม  2551  รศ.พญ.ดร.สุรางค์ นุชประยูร

บทความที่ได้รับความนิยม