09 พฤษภาคม 2568

บุหรี่ไฟฟ้ากับการเกิดโรคถุงลมโป่งพอง

 กำลังทำอินโฟกราฟฟิก ทำไปทำมา ปวดตาเมื่อยมือ ก็เลยลงแบบนี้แล้วกันนะครับ

ปรับปรุงจากฉบับบงานบรรยาย มาให้พวกเราได้เข้าใจ
แบบนี้ก็ต้องพัก
หาอาหารตา (ปวดตา)
และนวดแผนใจ (เมื่อยมือ)
อะแฮ่ม












08 พฤษภาคม 2568

เรื่องเล่าจากคลินิก : คติธรรมจากคนไข้ : ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา

 เรื่องเล่าจากคลินิก : คติธรรมจากคนไข้

หวังว่าคุณคงจำผู้ป่วยรายนี้ได้ สุภาพสตรีวัย 70 ปี ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ผมสอนให้เธอวัดค่าความดันและบันทึกมาให้ เธอมาติดตามอาการทุกสามเดือน พร้อมบันทึกค่าความดันแบบนี้มาเป็นชุด ชุดละหนึ่งสัปดาห์
ผมแนะนำให้เธอออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที และเธอก็ปฏิบัติตาม พร้อมบันทึกระยะเวลาและอัตราการเต้นหัวใจมาด้วย
สมัยที่เธอยังสาว เธอป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ที่อาการรุนแรงพอควร ต้องกินยาตลอดเพื่อควบคุมอาการ และเจอผลข้างเคียงมากมายจากการใช้ยา เธอจึงตั้งใจจะรักษาตัวเองให้ดีที่สุดโดยที่ไม่ใช้ยา
1.เธอบอกผมว่า เธอตั้งใจจริงที่จะทำแบบนี้ โดยสร้างเครื่องมือมากำกับตัวเอง คือ ตารางเวลาและตารางผลลัพธ์ โดยมีเป้าหมายว่าต้องส่งการบ้านผมทุกสามเดือน
2.เธอควบคุมอาหารอย่างจริงจัง ช่วงแรก ๆ ถ่ายภาพมื้ออาหารมาด้วย เราคุยกันจนตกผลึกว่าอะไรไม่ควรกิน อะไรควรควบคุมและอะไรกินได้ เธอตัดสินใจทำอาหารเอง ควบคุมเกลือและเครื่องปรุงได้เบ็ดเสร็จ เมื่อตั้งใจ ศึกษาและทำตาม ปรับปรุงตลอด ตอนนี้ทำได้จนเป็นกิจวัตร
3.แรกเริ่ม ความดันโลหิต 150/80 ตอนนี้ก็อย่างที่เห็น เนื่องจากไม่มีโรคแทรกซ้อนหรือข้อบ่งชี้อื่นที่ต้องใช้ยา อันนี้ผมหยุดยาไปสองปีครึ่งแล้วครับ ตรงตามเป้าของเธอคือใช้ยาให้น้อยที่สุด
4.น้ำหนักตัวเธอคงที่มาตลอดสามปี เธอใช้น้ำหนักตัวเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นทุกวัน เธอบอกว่า เธอประสบความสำเร็จในชีวิตทุกวัน ทุกครั้งที่ชั่งน้ำหนักตอนเช้า เมื่อประสบความสำเร็จหนึ่งอย่างแล้ว ก็มีแรงใจที่จะทำอย่างอื่นต่อไป
5.ผมบอกเธอว่า ไม่ต้องวัดความดันทุกวันก็ได้ และการออกกำลังกายให้ประมาณค่าเอาก็พอ เธอบอกว่า มันก็มีบางครั้งที่ลืม แต่ถ้าไม่ตั้งใจบันทึกทุกวัน คงไม่ได้ผลการบันทึกครบถ้วนและดีแบบนี้
6.ผมเคยตรวจไขมันในเลือด และประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดให้ พบว่าเสี่ยงประมาณ 7-8% ในสิบปี เราคุยกันเรื่องยาลดไขมัน เธอถามว่า ถ้าเธอจะทำแบบนี้แล้วประเมินไปเรื่อย ๆ หากเสี่ยงมากกว่านี้จึงกินยาได้ไหม ผมตอบว่า ถ้าคุณเชื่อมั่น มีวินัย และศรัทธา ก็ติดตามได้ครับ ผลแห่งการปฏิบัติตัวก็มีคุณค่าไม่ด้อยไปกว่ายา
7.คนไข้ของผม เธอยิ้มแย้มตลอด แม้จะอายุ 70 กว่า แต่มองกันภายนอกก็คือ "หญิงชราหน้าสาว" ท่าเดินยังสง่างาม หยิบจับคล่องแคล่ว และขับรถมาเองจากจังหวัดข้างเคียง
การดูแลตัวเอง ไม่มีใครมาบังคับคุณได้ครับ คุณต้องทำด้วยตัวเอง เรียนรู้และปรับปรุงด้วยตัวเอง เชื่อมั่นและศรัทธาตัวเองว่าทำได้ แล้วลงมือทำเลย อย่ารอรี
ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา

04 พฤษภาคม 2568

รายงานผล การลดขยะ

 รายงานผล การลดขยะ

หลังจากเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน ผมได้มาโพสต์สอบถามการกำจัดขยะ และนำไอเดียหลายอันมาใช้
ปรากฏว่า ขยะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนน่าตกใจ โดยมีข้อรายงานดังนี้ และเชิญชวนทุกท่าน ช่วนกันลดขยะ
1.ขยะเศษอาหาร ตอนแรกใช้เข่ง เพราะมีรูพรุนอยู่แล้ว ปูด้วยใบไม้แห้ง โรยดินและปุ๋ยคอก สลับเศษอาหาร พบว่ายังมีกลิ่นพอสมควร และชอบมีแมวจรมาเขี่ย
2.ตัดสินใจสั่งซื้อถังหมักง่ายมาใช้ เพราะมีฝาปิด มีระบายอากาศ มีรูเปิดระบายน้ำหมัก ปิดจุดอ่อนกลิ่น และแมวมาเขี่ยเล่น
3.เศษอาหาร จะกรองเอาน้ำทิ้งไปก่อน ตัวเศษอาหารบนตะแกรงจะล้างน้ำครั้งหนึ่ง ก่อนเทลงหมัก แบบนี้กลิ่นแทบหายไปเลย
4.แยกขยะขายได้ กล่องนม ขวดพลาสติก ขวดแก้ว โฟม ภาชนะบรรจุอาหาร พวกนี้จะล้างก่อน แล้วรวมกันไปขาย (ต้องมากพอที่จะชั่งได้ด้วย)
5.กระดาษ ลัง วัสดุเหลือใช้ แยกออกและมัดรวมกัน ใส่ถุงพลาสติกใส ผมให้เขาไปแยกเอง
6.ขยะแห้ง..เหลือน้อยมาก เช่น ทิชชู พลาสติกห่อของ เศษผ้า รวมไว้ทิ้ง กว่าจะเต็มถัง เกือบสองสัปดาห์ แถมเก็บนานได้เพราะไม่มีกลิ่นเลย
7.พอไม่มีกลิ่น ก็แทบไม่เจอแมวมาคุ้ย ส่วนหนู ผมยังไม่เคยเจอนะ ไม่มีร่องรอยการกัดแทะด้วย ถ้ารำคาญแมลงหวี่ ก็จะพ่นยาฆ่าแมลงสักที
8.พอหมักขยะเต็ม เอามาผึ่งแดด แล้วใช้ได้เลย ผมไม่ได้ใช้เองนะครับ พอดีสาวข้างบ้านเขาชอบปลูกต้นไม้ เลยฝากให้เขาไว้ปลูกต้นรัก
9.แปลกมาก พอทำแบบนี้ทุกวัน ก่อนจะซื้ออะไร มันถามตัวเองอัตโนมัติเลยว่า แล้วจะเกิดขยะไหม จะกำจัดแบบไหน เรียกว่าคิดจบเลย และหลายครั้งก็ไม่ซื้อเพราะไม่จำเป็น
10.ชวนทุกคนมาทำ สอนที่บ้าน สอนลูกหลาน ถ้าเราค่อย ๆ ทำไปทีละน้อย ทีละคน นานไปประเทศเราคงน่าอยู่มากขึ้นครับ

03 พฤษภาคม 2568

อาหารฮาลาล

 วันนี้ลองอาหารฮาลาล

อาหารฮาลาล เป็นอาหารของมุสลิมที่เชื่อว่าบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งสกปรกตามหลักศาสนา ไม่มีสุรา
ในมุมมองทางโภชนาการ อาหารฮาลาลจะมีไฟเบอร์มาก มีถั่ว ธัญพืช ได้พลังงานสูง เนื้อสัตว์มักจะได้เนื้อปราศจากมัน เนื้อวัว เนื้อไก่
ตามหลักการทำจะใช้อาหารที่ไม่ใส่สารกันเสีย สด ก็จะมีประโยชน์ในกรณีแปรรูปน้อย
ที่สำคัญ..อร่อย
มีซุปแกงถั่ว ...ข้น มีเนื้อถั่วเคี่ยวนุ่ม ใส่เครื่องเทศหอม ไม่ฉุนเหมือนฝั่งอินโด กินกับแป้งนาน (ไม่ใช่โรตีนะ) กับเครื่องเคียงหอมใหญ่ ตัดมันเลี่ยน
ข้าว..เม็ดข้าวเขายาวมาก ผัดเม็ดมะม่วง เหมือนมีอินทผลัมด้วย กินกับแกงเนื้อ หอมกรุ่นเครื่องเทศ กินแล้วมันฟุ้ง ๆ ในจมูกถึงลำคอ
โยเกิร์ต ผสมอะไรไม่รู้ เนื้อเด้งมาก มีรสคาราเมลอ่อน ๆ ผลไม้เปรี้ยวคอยตัดรสหวาน กินกับครีมสด อร่อยมาก ๆ ครับ

01 พฤษภาคม 2568

suzetrigine

 ฝากกันมาให้คิดและให้ความเห็น : ยาแก้ปวดตัวใหม่ในรอบ 20 ปี

เมื่อเดือนมกราคม 2568 องค์การอาหารและยาสหรัฐ ยักษ์ใหญ่ที่สุดขององค์การควบคุมยาใดในโลกหล้า ได้อนุมัติการใช้และจำหน่ายยาแก้ปวดตัวใหม่ ยาแก้ปวดตัวแรกในรอบ 20 ปีที่ไม่ได้มาจากอนุพันธุ์ของฝิ่นและมอร์ฟีน คือยา suzetrigine ยายับยั้ง sodium channel ที่เส้นประสาทส่วนปลาย โดยไม่เข้าระบบประสาทส่วนกลาง จึงไม่มีผลข้างเคียงต่อสมอง
ทำไมต้องสรรหายาตัวใหม่ด้วย – ก็เพราะอเมริกาประสบปัญหาอย่างมากในการควบคุมยาแก้ปวดที่เป็นสารโอปิออย (opioids) อนุพันธุ์จากฝิ่นและมอร์ฟีน ทั้งการติดยาและผลข้างเคียงจากยา ไอ้ครั้นจะไม่ใช้ก็ใช่ที่ เพราะยาแก้ปวดที่มีอยู่ ไม่ตอบสนองความต้องการ องค์การอาหารและยาจึง “ร่วมลงทุน” กับบริษัทเอกชนเพื่อคิดยาตัวใหม่
การอนุมัติใช้ยาเกิดขึ้นในเดือนมกราคม โดยอ้างอิงการศึกษาทางคลินิก 2 การศึกษา “ที่ไม่ได้ตีพิมพ์” และการศึกษาในเฟสสองที่ได้รับการตีพิมพ์ แต่ไม่ได้มีการปกปิดยาในการทดลอง ผู้เข้ารับการทดลองอาจโน้มเอียงได้ หากรู้ว่าอันไหนยาจริงอันไหนยาหลอก
การศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ เป็นการใช้ยาเพื่อรักษาอาการปวดผู้ป่วยหลังผ่าตัด พบว่าการใช้ยา suzetrigine ขนาด 100 มิลลิกรัมแล้วต่อด้วยกินขนาด 50 มิลลิกรัมเช้าเย็น สามารถลดคะแนนปวดได้ดีกว่ายาหลอกในกลุ่มคนที่ตอบสนอง แต่อีกครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้ตอบสนองดีนัก ยังไม่มีข้อมูลว่าต้องทำอย่างไร
ส่วนการทดลองทางคลินิกในเฟสสาม (เป็นการทดลองเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพและผลข้างเคียง ซึ่งมีความสำคัญมากในการขออนุมัติ) ทำการศึกษาเพื่อลดปวดในผู้ป่วยหลังผ่าตัดเทียบกับยาหลอก ชื่อการศึกษา navigate 1 และ navigate 2 ผลออกมาลดปวดได้ดีเช่นกัน และผลข้างเคียงน้อยกว่ากลุ่ม opioid
แม้ทั้งสองการศึกษานี้ไม่ได้รับการตีพิมพ์ แต่ทางองค์การอาหารและยาสหรัฐใช้การศึกษาสองอันนี้เป็นฐานในการรับรองอนุมัติใช้ยา
ถ้าว่ากันจากข้อมูลทางคลินิกที่มี ยานี้ควรใช้ลดปวดในผู้ป่วยหลังผ่าตัดเท่านั้น การปวดจากเหตุอื่นอาจไม่มีข้อสนับสนุน และอาจต้องพิจารณายาแก้ปวดตัวอื่นร่วมด้วย เพราะแม้ตัวมันจะลดปวดได้ดีแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะตอบสนอง และยังต้องเฝ้าระวังผลข้างเคียงต่อไป และด้วยราคายา 15.5 ดอลล่าร์ต่อเม็ด วันละ 1034.49 บาท
ถ้าเป็นแบบนี้ คุณจะใช้ไหม คุณจะสั่งจ่ายไหม อาจจะรู้สึกขัดใจว่า ทำไมไม่ทำการศึกษาให้ดีก่อน ศึกษาผลข้างเคียงให้นานพอ ศึกษาความคุ้มค่าคุ้มทุน จะรีบอนุมัติอะไร ... ถ้าในประเทศบางประเทศคุณอาจสงสัยในความโปร่งใสขององค์กร
ในแง่ความสมบูรณ์ของยาคงยังไม่พร้อม แต่ถ้าเรามองในแง่ของ FDA เขาก็มีเหตุผลที่จะใช้ยานี้ และอนุมัติแบบด่วน fast track เหมือนตอนอนุมัติวัคซีนโควิด การอนุมัติด่วนจะเกิดขึ้นในกรณี
👉เป็นภาวะที่รุนแรงและน่ากังวล ซึ่งอาการปวดก็เป็นหนึ่งในนั้นนะครับ
👉เป็นปัญหาที่หาทางยังแก้ไม่ได้ อย่างในกรณีนี้คือยากลุ่มโอปิออยเริ่มไม่ตอบโจทย์แต่ยังไม่มียาใหม่มาแก้ไข
👉มีผลการศึกษาหลายอันไปในทางเดียวกันและผลการศึกษาออกมาค่อนข้างดี อันนี้ถ้าด่วนก็อนุมัติไปก่อนได้ ไม่ต้องเป็นการศึกษาสมบูรณ์เต็มรูป แต่ต้องมีการศึกษาต่อเนื่องและการเฝ้าระวังผลเสียต่อเนื่องเช่นกัน
เพราะการอนุมัติด่วนยังมีคำถามค้างคือ ยังไม่นานพอหรือกลุ่มตัวอย่างไม่มากพอที่จะเจอผลเสีย ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ใช้อนุมัติไม่มากพอทำให้ประโยชน์ที่เห็นสูงกว่าความเป็นจริง จึงต้องบังคับทำการศึกษาให้สมบูรณ์ และเมื่อการศึกษาสมบูรณ์ออกมาแล้ว อาจอนุมัติเต็มขั้น หรือถอนการอนุมัติได้ (ยา umbralisib รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง อนุมัติด่วนปี 2020 ถอนออกในปี 2022)
ยา suzetrigine ยังทำการศึกษาในเฟสสามต่อเนื่อง รวบรวมการปวดที่ไม่ใช่หลังผ่าตัด มีการศึกษาติดตามผลข้างเคียงระยะยาว และต้องจับตาดูว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนยาเกิดขึ้นหรือไม่เมื่อการศึกษาเสร็จสมบูรณ์

บทความที่ได้รับความนิยม