26 กรกฎาคม 2569

โรคเรื้อน Hansen’s disease

 



นอร์เวย์ ไม่ได้มีแค่ Erling Haaland แต่ที่นอร์เวย์ยังมีเรื่องราวทางการแพทย์ที่สำคัญ

ศตวรรษที่ 19 เกิดเรื่องราวมากมาในยุโรปตั้งแต่การล่มสลายของราชอาณาจักรต่าง ๆ หลังจากสงครามนโปเลียนก่อให้เกิดพรมแดนรัฐที่ชัดเจน การปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดชนชั้นนายทุน ชนชั้นกลาง การผลิตเพื่อส่งออก แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดในยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันตก ถ้าเรามองขึ้นไปด้านบน ที่คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ทุกอย่างยัง “slow life”
ประเทศนอร์เวย์ในช่วงศตวรรษที่ 19 ยังคงอยู่ในสังคมเกษตร ประมง การปกครองยังอยู่ภายใต้ระบบกษัตริย์ร่วม ร่วมกับใคร คือร่วมกับสวีเดนครับ ด้วยความที่ประเทศติดกัน ทรัพยากรเหมือนกัน วัฒนธรรมคล้ายกัน จึงมีกษัตริย์ร่วมกันได้ใช่ไหม…ไม่ใช่ครับ เกิดจากความขัดแย้งหลังสงครามนโปเลียนและความพ่ายแพ้ของนอร์เวย์ในการทำสงครามกับสวีเดนในปี 1814 และนั่นคือการอยู่ร่วมกันแต่ในนามเท่านั้น คลื่นใต้น้ำและความต้องการแยกตัวออกเป็นอิสระมีมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นความร่วมมือและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจึงแตกต่างกันมาก นอร์เวย์ไม่ได้รับโอกาสเพื่อการพัฒนามากนักเมื่อเทียบกับสวีเดน
การพัฒนาอันโดดเด่นในยุคปี 1780-1850 มีสองอย่างคือการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการผลิตเพื่อจำหน่าย เกิดชนชั้นแรงงาน ชั้นนายทุน ทำให้เกิดปัญหาจากโรงงานอุตสาหกรรม สารเคมี สุขอนามัยของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นบ่อเกิดของการพัฒนาที่โดดเด่นอีกประการคือ การแพทย์และการสาธารณสุข ไม่ว่าจะเรื่องการกักกันโรค การล้างมือ การจัดการน้ำเสีย ทำให้ยุโรปก้าวล้ำนำภูมิภาคอื่นจนได้เป็นจ้าวอาณานิคมทั้งโลก แต่นั่นไม่ใช่กับนอร์เวย์
นอร์เวย์ในยุคต้นศตวรรษที่ 19 ต้องเผชิญโรคร้ายอันหนึ่งคือโรคเรื้อน โรคที่ทำให้สูญเสียทรัพยากร แรงงาน บุคลากรไปมากมาย ทางการนอร์เวย์มีมาตรการหลายอย่างทั้งการกักกัน แยกส่วนผู้ป่วยและทำการศึกษาปัญหานี้อย่างมาก แต่ด้วยทรัพยากรที่ไม่มากพออย่างที่กล่าวไป จึงไม่สามารถรับมือได้ดี ความยากลำบากในการรับมือเกิดขึ้นเช่นกันกับคุณหมอ Gerhard Hendrik Armauer Hansen ขอเรียกสั้น ๆ ว่าคุณหมอ Hansen
คุณหมอแฮนเซ่น เธอเกิดที่เมือง Bergen เมืองใหญ่อันดับสองของนอร์เวย์และเป็นเมืองท่าสำคัญ เมืองใหญ่ระดับนี้แต่ที่นี่มีปัญหาโรคเรื้อนอันดับหนึ่งของประเทศ คุณหมอแฮนเซ่นรับรู้และอยู่กับปัญหานี้มาตั้งแต่เกิด คุณหมอไปเรียนวิชาแพทย์ที่เมือง Christensen ต่อมาคือกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศ ตั้งใจจะกลับมาช่วยประชาชน
ความเชื่อเดิมในยุคนั้นเชื่อว่าโรคเรื้อนมีสาเหตุสารพัดอย่าง ในยุคก่อนคริสตศักราช เชื่อว่าเกิดจากการส่งถ่ายสิ่งเลวร้ายจากพ่อแม่สู่ลูกหรือเครือญาติ หลังจากนั้นมีความเชื่อว่านี่คือบทลงโทษคนบาปของพระเจ้า ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเชื่อว่าเกิดจากอากาศที่ไม่สะอาดและไม่ถ่ายเท และไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด การรักษาโรคเรื้อนตั้งแต่อดีตคือการกักกันผู้ป่วยมาอยู่ใน “นิคมโรคเรื้อน” เพราะข้อสังเกตว่าถ้าปล่อยไปโลกภายนอก คนที่ปกติจะพาลเป็นโรคเรื้อนไปด้วย
เอาจริง ๆ ข้อสังเกตนี้ก็คือข้อสังเกตของโรคติดต่อนั่นเอง คุณหมอแฮนเซ่นเชื่อว่าโรคนี้ไม่ได้เกิดจากบาปแต่เกิดจากการติดต่อ ทำให้เวลากักกันโรคแล้วอุบัติการณ์ของโรคจะลดลง แล้วจะพิสูจน์การติดต่อหรือตัวการแห่งการติดต่ออย่างไร
ในปี 1873 คุณหมอแฮนเซ่นประกาศทฤษฎีว่าโรคเรื้อนที้เป็นปัญหาอยู่นี้ เป็นโรคติดต่อ เป็นโรคติดเชื้อ ด้วยรูปแบบการแพร่ระบาดและการกักกันโรค แต่แทบไม่มีใครเชื่อเลย เนื่องจากคุณหมอแฮนเซ่นไม่สามารถหาตัวการสำคัญที่จะมาสนับสนุนทฤษฎีนี้ได้คือ “ไหนล่ะตัวเชื้อที่แพร่ระบาด” คุณหมอแฮนเซ่นหมดหนทางที่จะไปต่อในนอร์เวย์จึงเดินทางมาที่ศูนย์กลางความเจริญทางการแพทย์ในยุคนั้น จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ที่เวียนนาและบอนน์
หลุยส์ ปาสเตอร์และโรเบิร์ต คอคช์ ได้คิดค้นและพิสูจน์ตัวกลางแห่งการติดต่อคือเชื้อโรค ในช่วงปี 1860 ทฤษฎีนี้ได้รับการยอมรับ มีการศึกษาค้นคว้าทดลองมากมายและได้ข้อสรุปว่า โรคติดต่อเกิดจากเชื้อโรคและพิสูจน์เห็นตัวเชื้อโรคเรียบร้อย ในจังหวะเดียวกันกับการประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์สมัยใหม่และเทคโนโลยีการย้อมสีเชื้อโรค ทำให้ Vienna Medical School คือแหล่งกำเนิดความรู้ทางการแพทย์โรคติดเชื้อที่ยิ่งใหญ่มาก และที่นี่คือจุดหมายของคุณหมอแฮนเซ่น มาศึกษาความรู้ที่นี่เพื่อหวังผลจะไปสนับสนุนแนวคิดโรคเรื้อนคือโรคติดเชื้อที่ตัวเองคิดค้นขึ้นมา
น่านับถือมากนะครับ มีความปรารถนาและมุ่งมั่น หาหนทางที่จะพิสูจน์แนวคิดของตัวเองโดยการไปศึกษาเพิ่มเติมสิ่งที่จะมาช่วยสนับสนุนความคิดของตัวเอง
แต่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ถ้าคุณจำได้ ในปี 1873 คุณหมอแฮนเซ่นพยายามพิสูจน์ตัวเชื้อก่อโรคแต่ทำไม่ได้สักที จนต้องไปเรียนเพื่อหาวิธีพิสูจน์ เบื้องหลังความมุ่งมั่นนั้นมันมีความขัดแย้งในเชิงวิชาการอยู่ด้วย
คุณหมอแฮนเซ่น ส่งชิ้นเนื้อเพื่อไปตรวจหาตัวเชื้อโรคกับ Albert Neisser นักวิจัยชาวเยอรมันที่ประยุกต์ใช้การย้อมสีเชื้อโรคจนได้สูตรอันเป็นแบบฉบับของตัวเอง ผลงานสร้างชื่อของเขาคือการย้อมเชื้อหนองใน แบคมีเรียรูปกลมติดสีแดง เชื้อหนองในจึงได้รับการตั้งชื่อตาม albert neisser ว่า Neisseria (Neisseria gonorrhea)
ข้อมูลในยุคนี้บอกว่า Albert Neisser เล่นไม่ซื่อกับคุณหมอแฮนเซ่นโดยการแอบอ้างว่าตัวเองนี่แหละเป็นผู้ค้นพบเชื้อโรคก่อโรคเรื้อน ก็ชื้นเนื้ออยู่กับเขา ตัวเชื้อก็อยู่ในมือเขา เขานี่แหละคนค้นพบ (ด้วยข้อมูลของภาพตัวเชื้อเท่านั้น ไม่มีข้อมูลการระบาดและรูปแบบการระบาด)
โลกยุคนั้นเป็นยุคแห่งการค้นพบนะครับ ใครก็อยากมีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ทั้งนั้น การเล่นไม่ซื่อ การแทงด้านหลัง เป็นเรื่องที่เกิดบ่อยมาก แน่นอนว่าแฮนเซ่นไม่ยอมและต่อสู้ แต่ด้วยพลังที่ด้อยกว่า คุณหมอแฮนเซ่นจึงใช้วิธีนี้
คุณหมอแฮนเซ่นทำการศึกษาทางการแพทย์นำเข็มที่สะกิดเชื้อจากแผลโรคเรื้อนจากผู้ป่วยรายหนึ่ง ไป ‘ปลูกถ่าย’ บนผิวหนังของสุภาพสตรีรายหนึ่งโดยแอบทำไม่ให้สุภาพสตรีรายนั้นทราบว่าเขากำลังทดลองทางการแพทย์อยู่นะ ผลการทดลองนี้ได้พิสูจน์ว่า เชื้อโรคจากโรคเรื้อนมีจริง สามารถติดต่อได้จริง ก่อโรคจริง ตรวจพบทั้งจากรอยโรคและการเพาะเชื้อ ตีพิมพ์ผลงานแสดงให้เห็นว่าเขานี่แหละที่ค้นพบจะพิสูจน์เชื้อโรคเรื้อน
มันเลยทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบเชื้อโรคเรื้อน mycobacterium laprae และเรียกโรคเรื้อน (leprosy) ตามชื่อคุณหมอแฮนเซ่นว่า Hansen’s disease แต่สิ่งที่ตามมากลับโด่งดังกว่าการค้นพบของแฮนเซ่น คือ การฟ้องร้องของสุภาพสตรีรายนั้น ฟ้องร้องแฮนเซ่นว่ามาทำการทดลองทางการแพทย์โดยเธอไม่รู้และไม่ได้ยินยอม และผลปรากฎว่าสุภาพสตรีเธอชนะคดี แฮนเซ่นถูกปรับและถูกริบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทำได้เพียงการศึกษาวิจัยโรคเรื้อนต่อไป
ผลจากคดีนี้ทำให้เกิดกฎสำคัญว่าด้วยการให้ความยินยอมของผู้เข้ารับการวิจัย โดยต้องทำเป็นเอกสารหลักฐาน โดยการบังคับนี้เกิดในนอร์เวย์ก่อนและได้รับความสนใจในหลายประเทศ สุดท้ายก็ได้รับการบรรจุในหลักการจริยธรรมเพื่อการวิจัย หลังจากชำระคดีที่นูเรมเบิร์ก (การทดลองในมนุษย์ในค่ายกักกันเอาชวิตช์) และการก่อเกิด Declaration of Helsinki ข้อตกลงสากลว่าด้วยจริยธรรมการวิจัยในคน เราอาจจะเคยเห็นในคำประกาศสิทธิผู้ป่วยว่าต้องได้รับคำอธิบายครบถ้วนและมีอิสระอย่างเต็มที่ในการเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการวิจัยในคน ในอดีตเคยมีงานวิจัยที่ถูกถอนออกเพราะเอกสารคำยินยอม (inform consent) ไม่ครบถ้วน
ที่นอร์เวย์ แต่มาสำเร็จที่ฟินแลนด์
เริ่มที่ฮาลันด์ แต่มาจบที่ infrom consent

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม