Capillary คือหลอดเลือดฝอยที่กระจายอยู่รอบตัว เป็นทางเชื่อมของหลอดเลือดแดงและดำ เป็นจุดที่ผนังหลอดเลือดบางมากจนสารเคมี เกลือแร่และสารน้ำ สามารถแพร่ผ่านเยื่อบาง ๆ นี้ได้ เมื่อมันมีพื้นที่มหาศาล การเปลี่ยนแปลงของมันก็ส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดมากมายเช่นกัน
การประเมินระบบไหลเวียนเลือด โดยเฉพาะในภาวะช็อกจะประเมินสองอย่าง หนึ่งคือระบบ macro-circulation ระบบทางหลวงไหลเวียน เช่น ความดันโลหิต ชีพจร แรงดันหลอดเลือดดำ สองคือระบบ micro-circulation ระบบที่จะส่งออกซิเจนไปที่เนื้อเยื่อ มีความพยายามจะใช้ตัวชี้วัดทางอ้อมหลายชนิดเช่น ระดับ lactate ในเลือดที่บ่งชี้การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนของเซลล์ หรือ SVO2 ที่บ่งชี้การนำส่งออกซิเจนไปสู่เซลล์ แต่วิธีทั้งหลายต้องเจาะ ต้องใส่สาย ต้องรอผล จึงมีการพัฒนาใช้ capillary refill ที่ตรวจเร็วและง่าย มาช่วยตัดสินในรักษาภาวะช็อก
Capillary refill time เราจะใช้กระจกสไลด์ใหม่ นำมาทาบบนนิ้วผู้ป่วยด้านตรงข้ามกับเล็บมือ ออกแรงกดจนสีเลือดที่เห็นนั้นหายไปเกลี้ยงเลย แล้วปล่อยและจับเวลา จากการศึกษาพบว่าที่เวลาเกิน 3 วินาที บ่งชี้ว่าการไหลเวียนระดับ micro-circulation ยังไม่ดี
จากการศึกษาผู้ป่วยในภาวะช็อกติดเชื้อ ชื่อการศึกษา ANDROMEDA SHOCK-1 และ ANDROMEDA SHOCK-2 วัดผลการใช้ capillary refill time มาใช้ในช็อกก็พบว่าใช้ได้ดี สามารถลดระยะเวลาในการอยู่ไอซียู ลดการใช้ยากระตุ้นความดันและยากระตุ้นหัวใจลงได้ โดยที่ไม่มีอันตรายต่อผู้ป่วย
โดยวิธีตามการศึกษาคือ เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยสารน้ำและยากระตุ้นความดันจนได้ระดับ mean arterial pressure ไม่น้อยกว่า 65 mmHg ที่เราถือว่าเพียงพอในการส่งเลือดไปถึงอวัยวะต่าง ๆ เราสามารถใช้ capillary refill time มาประเมินต่อไปได้ ถ้า capillary refill น้อยกว่า 3 วินาทีจะใช้วิธีคงการรักษาเดิมและติดตาม แต่ถ้าเกิน 3 วินาทีต้องมาประเมินภาวะสารน้ำ การปรับยากระตุ้นหัวใจ หรือตัดสินใจทำหัตถการเพื่อวัดค่าต่าง ๆ เรียกว่าสะดวกขึ้น เร็วขึ้น ลดการทำงานที่ไม่จำเป็นลงได้
ข้อจำกัดสำคัญของ capillary refill time คือ เทคนิคการกด การนับเวลา สีผิวผู้ป่วย โรคหลอดเลือดที่มีอยู่เดิม และข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ การวัดค่าทั้งหลายเป็นเพียงส่วนประกอยในการประเมิน ไม่สามารถใช้ค่าเดียวเป็นตัวแทนได้ ต้องประเมินต่อเนื่องและใช้สติไตร่ตรองในการประเมินอยู่เสมอ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น