มะเร็งตับ : การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี : ความหวังใหม่กับยา bepirovirsen
สาเหตุการเกิดมะเร็งตับในภูมิภาคเอเชียมาจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีประมาณครึ่งหนึ่ง นอกจากมะเร็งตับแล้วยังเป็นสาเหตุสำคัญ 20-30% ของการเกิดตับแข็งอีกด้วย แล้วถ้านับโรคตับเรื้อรังทั้งหลายแล้ว สาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีถือเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดโรค
การรณรงค์ตรวจสถานการณ์ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเพื่อการดูแลป้องกัน การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันโรคจากการติดเชื้อนี้ แต่จะยังมีผู้ติดเชื้อต่อเนื่องและรายใหม่ต่อไป ยังมีผู้ป่วยที่ต้องรักษาต่อไป ด้วยวิธีการติดต่อมันติดต่อง่ายทางเพศสัมพันธ์
ปัจจุบันเรามียาเพื่อรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่สองแบบคือ ยาอินเตอเฟอรอนเพื่อทำให้ภูมิคุ้มกันของเราเก่งขึ้นทำลายเชื้อได้ อีกตัวคือยา nucleotide และ nucleside analogue ยับยั้งการผลิตดีเอ็นเอของไวรัส ผลการรักษาที่ได้คือการควบคุมปริมาณไวรัสไม่ให้ทำร้ายเราได้ แม้จะยังเจอแอนติเจนของเชื้ออยู่ก็ตาม
แต่ถ้าถามว่าจะเกิด functional cure หมายถึงปริมาณดีเอ็นเอไวรัสต่ำมาก และตรวจไม่พบแอนติเจนของไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) ที่เป็นเป้าหมายที่ดีมากกว่าแค่กดปริมาณไวรัส เพราะลดโอกาสการเกิดมะเร็งตับและการเกิดตับแข็งได้มากกว่าเพียงลดปริมาณ เพราะไปควบคุมถึงเซลล์ต่าง ๆ ที่ถูกไวรัสเข้าจู่โจมด้วย ยากินในปัจจุบันทำให้เกิด functional cure ได้ไม่เกิน 1% เท่านั้น
ยา bepirovirsen เป็นยาที่ไปจับกับดีเอ็นเอไวรัส เมื่อจับกับดีเอ็นเอไวรัสแล้วจะไปทำลายรูปแบบของการสร้างดีเอ็นเอของไวรัสตับอักเสบบี ทำให้สร้างใหม่ไม่ได้ เปิดประตูให้ภูมิคุ้มกันของเราทำลายไวรัสได้ และจากการศึกษาก่อนหน้านี้ ยาสามารถลดปริมาณดีเอ็นเอจนแอนติเจนลดลง จึงพัฒนาไปทำการศึกษาทางคลินิกที่ชื่อว่า B-Well 1 และ B-Well 2 แตกต่างกันเล็กน้อยที่ HBeAg และปริมาณไวรัส
ผู้ป่วยที่เข้ารับการศึกษาจะได้รับยาต้านไวรัสมาจนคงที่แล้ว มาให้ยาฉีด bepirovirsen เทียบกับยาหลอกเป็นเวลา 6 เดือนแล้วหยุดและยังรับยาต้านเดิมต่อไปอีกหกเดือน แล้วไปวัดผล functional cure ที่ 72 สัปดาห์ ปรากฏว่ากลุ่มได้รับ bepirovirsen ทำได้ที่ 20% ส่วนกลุ่มยาหลอกแทบจะ 0% (ก็คืออัตราปกติ) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นยาตัวแรกที่ประสบความสำเร็จ ส่วนยาตัวอื่นกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนา
การฉีดยาใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้งเพียงแค่ 6 เดือนเพิ่มจากยากินเดิม แล้วเกิด functional cure ได้ถึง 20% ลดการเกิดมะเร็งตับและตับแข็งได้มากขึ้นกว่าเดิม และยังมีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติมไปมากกว่านี้
ข่าวน่าตื่นเต้นจาก EASL congress 2026 ลงฉบับเต็มใน NEJM น่าสนใจดีจึงหยิบมาเล่าให้ฟังครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น