24 มิถุนายน 2569

คำแนะนำการใช้ยาเพื่อลดน้ำหนัก จาก วิทยาลัยอายุรแพทย์อเมริกา (American Colleges of Physician) มิถุนายน 2026

 คำแนะนำการใช้ยาเพื่อลดน้ำหนัก จาก วิทยาลัยอายุรแพทย์อเมริกา (American Colleges of Physician) มิถุนายน 2026

การศึกษายาลดน้ำหนัก GLP-1a based ผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความรู้เกี่ยวกับยาลดน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากมาย เมื่อมีองค์ความรู้ออกมามากขึ้น แน่นอนว่าต้องตามมาด้วยการจัดการความรู้ การทบทวนและออกคำแนะนำตามหลักฐานทางการแพทย์ ACP ได้ออกคำแนะนำออกมาดังนี้
1.การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดและเป็นวิธีแรกที่ ‘ต้องทำ’ การใช้ยาทุกชนิดเป็นการรักษาร่วม เมื่อการควบคุมอาหารไม่สำเร็จ
2.เกณฑ์ของโรคอ้วนโดยใช้ค่า BMI ยังเป็นเกณฑ์ที่ใช้แพร่หลายที่สุด แม้ว่าจะมีวิธีที่ละเอียดกว่านี้แต่วิธีต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ได้ง่ายดาย ถ้าเราใช้เกณฑ์โดยละเอียด จะมีคนมากมายที่ขาดโอกาสและวินิจฉัยล่าช้า ทำให้เิกดโรคแทรกซ้อนจากความอ้วนได้
3.เกณฑ์อ้วน คือ BMI เกิน 30, หรือ BMI เกิน 27 ในคนที่มีโรคทางเมตาบอลิกหรือหลอดเลือด แต่นี่คือแนวทางอเมริกา และตัวเลขที่เห็นเป็นตัวเลขที่ใช้สากลสำหรับการศึกษายาลดน้ำหนัก ข้อบ่งชี้และการจดทะเบียนยาจะจดทะเบียนตามตัวเลขนี้ แต่ตัวเลขนี้อาจไม่เท่ากันในแต่ละชาติ โดยเฉพาะในเชื้อชาติเอเชีย
4.ยาตัวแรกที่แนะนำใช้เพื่อลดน้ำหนัก คือ semaglutide หรือ tirzepatide ด้วยเหตุผลสำคัญคือ เมื่อทำการควบคุมอาหารเต็มที่แล้ว เราฉีดยาจริงเทียบกับยาหลอก จะลดน้ำหนักได้มากกว่ายาหลอก (คือคุมอาหารอย่างเดียว) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
5.ข้อมูลการใช้ semaglutide และ tirzepatide ในการลดน้ำหนัก คนที่น้ำหนักลดลง ระยะเวลาที่น้ำหนักลด ผลข้างเคียง ทำได้ไม่ต่างกัน แต่…แต่ ข้อมูลที่ต่างกันคือ semaglutide สามารถลดโอกาสผลรวมเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยที่ tirzepatide ไม่มีข้อบ่งชี้นี้ ตามการศึกษา SELECT (ลด MACE ในคนที่เป็นโรคหลอดเลือดแล้ว)
ได้ข่าวว่า tirzepatide ก็ทำการศึกษาเช่นกัน คือ SURMOUNT-MMO ในคนอ้วนที่ไม่มีโรคอื่น และการศึกษา SURPASS-CVOT เทียบกับยา dulaglutide ในเบาหวานที่มีโรคหลอดเลือดแล้ว ต้องติดตามในการทบทวนคำแนะนำในฉบับต่อไป
6.ยาที่อาจจะใช้ได้ลำดับรองลงมาคือ phentamine-topiramate (ยาเม็ดรวม) เพราะมีเพียงข้อมูลระยะสั้น ลดน้ำหนักได้น้อยกว่ายากลุ่มแรก และต้องระวังในผู้ป่วยต้อหิน ผู้ป่วยได้รับยา MAOi ผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ และที่สำคัญคือไม่มีข้อมูลลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ ไม่มีข้อมูลลดอัตราตาย
7.ยาลำดับที่ 4 ที่อาจเลือกใช้คือ Naltrexone-Bupropion (ยาเม็ดรวม) เพราะประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักไม่สูงนัก ไม่มีผลการศึกษาเรื่องลดอัตราการเสียชีวิตหรืออัตราการเกิดโรคหัวใจ ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคลมชัก ในประเทศไทยไม่มีใช้ ยาคู่สองตัวนี้คือยาเลิกเหล้าจับคู่กับยาเลิกบุหรี่ ที่ผมอยากใช้มาก (แต่ไม่ได้ใช้ลดน้ำหนักนะ)
8.ข้อควรระวังสำคัญของยา GLP1a คือมะเร็งไทรอยด์ชนิด medullary cell และเนื้องอกต่อมไร้ท่อชนิด MEN2 เอกสารกำกับยาระบุชัดเจนว่าห้ามใช้ในคนที่เป็นโรคหรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรค (สองโรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้มาก) แต่ว่าข้อมูลสนับสนุน มาจากการเกิดเนื้องอกในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีรายงานความสัมพันธ์การเกิดเนื้องอกชนิดนี้ในคน และจากข้อมูลการรายงานพบเนื้องอกไทรอยด์มี detection bias ค่อนข้างมาก
9.การใช้ยาลดน้ำหนักทุกชนิดต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์เท่านั้น และการลดน้ำหนักโดยการไม่ใช้ยา แนะนำปฏิบัติภายใต้การดูแลของทีมโภชนาการและทีมรักษาลดน้ำหนัก
10.ที่แนวทางนี้ออกมา นอกจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังใช้ผลการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขด้วย ว่าถ้าปล่อยให้อ้วนโดยรักษาไม่เข้มงวดมากพอ จะมีความสูญเสียทางสุขภาพและเศรษฐกิจมากมาย เทียบกับการลงทุนใช้ยาที่แม้ว่าราคาจะสูง แต่เมื่อเทียบกับการลดอันตรายจากโรคอ้วน ถือว่าคุ้มค่าและคุ้มทุนทั้งแง่คุณภาพชีวิตและด้านเศรษฐศาสตร์ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม