21 มิถุนายน 2569

มาร์ค วิเวียน โฟเอ้ 23 มิถุนายน 2003 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนโลกฟุตบอลไปตลอด


23 มิถุนายน 2003 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนโลกฟุตบอลไปตลอด
ฟุตบอลคอนเฟดเดเรชั่นส์ คัพ รอบรองชนะเลิศระหว่างแคเมอรูนกับโคลัมเบีย ในนาทีที่ 72 ตำแหน่งวงกลมกลางสนาม ปรากฏว่ามาร์ค วิเวียน โฟเอ้ ล้มลงฉับพลันทันที หมดสติหัวใจหยุดเต้น เจ้าหน้าที่สนามได้เข้ามากู้ชีวิตอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตของโฟเอ้ได้
ผลการชันสูตรของโฟเอ้ ซึ่งต้องพิสูจน์สองรอบจึงทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดในวันนั้นคือ หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากโรคที่ชื่อว่า hyperthophic obstructive cardiomyopathy โรคหัวใจที่เกิดจากการจัดเรียงตัวใยกล้ามเนื้อหัวใจบกพร่อง ทั้งหนาผิดปกติ ทั้งบิดเบี้ยว ทำให้เวลาหัวใจบีบตัวใจบางจังหวะ การหนาและบิดเบี้ยวของหัวใจเกิดภาวะปิดล็อกไม่ให้เลือดไหลเวียนออกจากห้องหัวใจได้ มันก็คือเทียบเท่าหัวใจหยุดเต้นนั่นเอง นับเป็นโรคหัวใจที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นในขณะออกแรงของนักกีฬา เพราะมักจะเกิดเหตุเวลาออกแรงหนักต่อเนื่อง (ก็คือเล่นกีฬา)
โรคนี้เกิดอาการได้สองแบบคืออาการค่อย ๆ มากขึ้นจนหัวใจล้มเหลวเรื้อรังหรือแบบอาการเฉียบพลันเสียชีวิตจากเลือดออกจากหัวใจไม่ได้หรือเกิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติทันทีจนหัวใจทำงานไม่ได้
เกือบทั้งหมดเราจะรู้ว่าเป็นโรคเมื่อเกิดอาการ และนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ ไม่ว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจคลื่นความถี่สูง การตรวจ MRI การตรวจหายีนผิดปกติหรือกระทั่งการตรวจศพ
แต่เราก็ไม่ต้องการรู้ว่าเป็นโรคนี้เมื่อเสียชีวิตเหมือนอย่างที่โฟเอ้ประสบเหตุ เราอยากรู้ก่อนหน้านั้นเพื่อจะป้องกันหรือลดความสูญเสียให้มากที่สุด
สมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) จึงได้ออกมาตรการการตรวจและเฝ้าระวังเพื่อลดความสูญเสียที่ชื่อว่า PCMA (pre-competition medical assessment) เป็นการตรวจร่างกายในหลายระบบอวัยวะ สำหรับโรคหัวใจจะมีการตรวจ EKG ประจำปี, ตรวจ echocardiogram อย่างน้อยหนึ่งครั้ง, stress test สำหรับอายุ 35 ปีขึ้นไป และถ้าจำเป็นให้ทำการตรวจต่อเนื่องต่อไป
นักกีฬาที่บังคับตรวจคือ ทีมชาติชุดใหญ่ทั้งชายและหญิง ทีมเยาวชนทีมชาติที่ลงแข่งในรายการของฟีฟ่า, นักกีฬาฟุตบอลอาชีพในความดูแลของฟีฟ่าที่จะลงแข่งแมตช์นานาชาติระหว่างประเทศ นักกีฬาที่เราคุ้นหูกันและแขวนสตั๊ดเพราะความเสี่ยงโรคหัวใจจากการตรวจคัดกรองแบบนี้คือ ocsar กองหน้าบราซิลเลียน อดีตทีมเชลซียุคแกร่ง
นอกเหนือจากการคัดกรองนักกีฬาแล้ว ฟีฟ่ายังกำหนดมาตรการมีเครื่องกู้ชีพ AED ประจำสนามแข่ง (ทั้งส่วนผู้เข้าชมและส่วนของนักกีฬา) และการอบรมการกู้ชีพให้กับพนักงานในสนาม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ของโฟเอ้ ทำให้เหตุการณ์หมดสติในสนามในยุคต่อมา นักกีฬารอดจากความตายได้เช่น คริสเตียน อีริคเซ่น แห่งทีมชาติเดนมาร์ก, เซอจิโอ อากูเอวโร่ แห่งทีมชาติอาร์เจนตินา
การพัฒนามากขึ้นไปถึงการใส่ smart patch, ECG vest กับนักกีฬาที่แม้ตรวจผ่านแต่ยังมีความเสี่ยงการเกิดโรคเฉียบพลัน ส่งสัญญาณจากนักกีฬามาที่ Live Telemetry AI ข้างสนาม ตรวจจับการเกิดหัวใจเต้นผิดปกติและรักษาได้ทันที ไม่ได้ใส่เฉพาะนักกีฬานะครับ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ผู้ตัดสินในสนามก็ได้รับการดูแลและปกป้องเช่นกัน
นี่คือตัวอย่างการ “ถอดบทเรียน” ที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงตามมา ขอแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณของมาร์ค วิเวียน โฟเอ้ ผู้ล่วงลับ


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม