โกงข้อสอบ : เรื่องเล่าที่ไม่น่าเอาอย่าง
ช่วงนี้กระแสข่าวการโกงข้อสอบกำลังดัง มันทำให้เรื่องนี้แว่บขึ้นมาในความทรงจำ แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานแต่ยังจำได้ไม่รู้ลืม
ตอนที่ผมเรียนชั้นมัธยมปลายชั้น ม.6 จะมีนักเรียนในห้องอยู่แค่ประมาณ 20-25 คนเท่านั้น ในยุคสมัยผม นักเรียนนิยมสอบเทียบเอาวุฒิม.6 จากกรมการศึกษานอกโรงเรียน แล้วเอาไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อน ๆ ส่วนหนึ่งจึงเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก่อนใคร มันเป็นค่านิยมในสมัยนั้น กลุ่มที่ยังเหลืออยู่คือ ไม่รู้จะไปสอบอะไร สอบเอ็นทรานซ์ยังไม่ติด และบางส่วนแบบผมคือ ไม่ได้สอบเทียบ
กลุ่มเพื่อนของผมในชั้นม.6 นั้น เกือบทั้งหมดวางแผนจะสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ซึ่งการคิดคะแนนของการสอบเข้าจะไม่มีการคิดคะแนนวิชาชีววิทยา แน่นอนพวกเขาเลือกที่จะ 'ทิ้ง' วิชาชีววิทยา เอาเวลาไปอ่านติววิชาอื่น แต่ว่าการ 'ทิ้ง' มันทิ้งได้แค่ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนการสอบม.6 คุณจะมีติดศูนย์หรือติด ร. ไม่ได้มันไม่จบ
วิธีการเอาตัวรอดด้วย 'โพย' เวลาสอบจึงเป็นทางเลือก
ลุงหมอสมัยนั้นเรียนทุกวิชาครับ ชอบอ่านและทำข้อสอบเก่า การสอบทุกวิชาก็เตรียมตัวพร้อมทุกครั้ง รวมทั้งการสอบครั้งนี้ (ปลายภาคเรียนที่ 1) เพื่อนคนหนึ่งของผม เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ ม.1 ก็มาร้องขอให้ผมทำโพยคำตอบส่งให้ เขาไม่ได้อ่านมา
"กูขอแค่สามสิบข้อหลังก็พอ น่าจะผ่านได้ มึงทำสามสิบข้อเสร็จส่งโพยมาเลยนะ ข้าวมื้อนึงเว้ย"
เทคนิคของพวกเราคือ ทำสามสิบข้อแรกอย่างไม่มีพิรุธ มันจะมีแต่ผมคนเดียวที่ทำจากหลังขึ้นมาหน้า เวลามันจะได้สมกันพอดี ผมทำครึ่งล่าง มันทำครึ่งบน เสร็จแล้วส่งโพย วัตถุสื่อสารคือกระดาษสมุดขนาดแบ๊งค์ร้อยพับครึ่ง คำตอบ ก ข ค ง จะเปลี่ยนเป็นรหัส 5 6 7 8 ไม่เขียนเลขข้อ
ส่วนจังหวะการส่งมอบ ไปว่ากันหน้างาน
เมื่อถึงชั่วโมงสอบ ทุกอย่างเป็นปกติ ข้อสอบสมัยนั้นมีชุดเดียว เลขข้อตรงกัน ห้องเดียวกันเพื่อนกันนั่งสอบใกล้กัน ช่างเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการโกงอย่างยิ่ง พอกระดาษคำตอบมาวาง กระบวนการก็เริ่ม ผมเริ่มทำจากหน้าไปหลัง เมื่อผ่านไปสี่สิบนาทีตามกำหนดนัดหมาย โพยก็พร้อมส่ง ในรหัส encrypt เรียบร้อย (ซึ่งมาคิดย้อนหลังก็ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม ยุ่งยากมากขึ้นอีก)
ตึง...!! เสียงเก้าอี้อีกฝั่งของห้องกระแทกพื้นเสียงดัง ทุกคนหันไปมอง ยกเว้นคนสองคน ผมรู้ทันทีว่าไอ้เพื่อตัวแสบของผม มันนัดให้อีกคนสร้างเสียงดังเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อสร้างจังหวะการส่งโพยและสำเร็จเสียด้วย ไม่ถึงสองวินาที การส่งมอบวัตถุสื่อสารก็เรียบร้อย ทุกอย่างดำเนินไปต่อเหมือนกับไม่เกิดอะไรขึ้น
หลังจากสอบเสร็จ เจ้าเพื่อนตัวแสบมาพร้อมกับเพื่อนอีกคน ใช่ครับ มันส่งโพยนั้นไปให้อีกคนด้วยโดยที่ผมไม่รู้ แบบนั้นควรจะได้ข้าวสองจานสินะ
"เรียบร้อย งานหวาน แต่ที่สงสัยคือ มึงจะเขียนมาเกินข้อหนึ่งทำไม" เพื่อนผมถาม
"เกินอะไรวะ ก็สามสิบข้อตามตกลง ข้อสามสิบถึงหกสิบไง" ผมตอบไปแบบไม่คิดอะไรเลย
"เฮ้ย เดี๋ยวนะ สามสิบข้อหลัง มันต้องเป็น สามสิบเอ็ดถึงหกสิบ ซิ" เพื่อมผมเริ่มเสียงสั่น
เรือหายแล้ว ผมเริ่มทบทวนเหตุการณ์ ผมทำข้อสอบจากข้อหกสิบมาถึงประมาณข้อ ยี่สิบกว่า ๆ เมื่อเห็นใกล้ถึงเวลาส่งโพย ผมก็จัดการเขียนคำตอบตามรหัสเรียงข้อ ..ใช่ ผมเขียนเริ่มที่ข้อ 30!!! ในหัวตอนนั้นครึ่งหลังคือสามสิบข้อ แต่ผมดันไปเริ่มที่ข้อ 30 มันเลยเป็น 31 ข้อ โดยที่ผมไม่รู้ตัว
"แล้วมึง...ฝนคำตอบจากหลังไปหน้าไหม" ผมเริ่มรู้สึกหวั่น
"ไม่สิ กูทำสามสิบข้อแรก แล้วก็ลอกโพยมึงจากข้อ 31"
ครับ เพื่อนผมลอกผิด เคลื่อนยกแผง มันบอกว่าพอเห็นตัวเลขสุดท้าย มันคิดว่าผมใส่มาเพื่อลวงครู หากถูกจับได้ (มึงก็คิดได้เนอะ) พอจะส่งต่อให้เหยื่อรายที่สอง มันก็เลยปรับแต่งโพยให้อ่านง่าย โดยลบตัวเลขข้อสุดท้ายทิ้งไป เหยื่อรายที่สองจึงเคลื่อนสมบูรณ์แบบ
"เรือหาย" เราสามคนตะโกนพร้อมกัน
ผลสอบครั้งนั้นตกอยู่สองคนครับ คุณครูบอกว่าข้อสอบอยู่ในตำรา แค่อ่านก็ทำได้แล้ว แต่ไอ้สองคนนี่มันไม่อ่านไงครับ แถมไอ้คนทำโพยก็เซ่อเหลือเกิน สุดท้ายก็กลายเป็นผมเองที่ต้องเสียค่าข้าวให้มันทั้งสองคน เป็นการเลี้ยงปลอบใจวันซ่อม
แต่เรื่องนี้นึกทีไรก็ยิ้มทุกที คนที่สอบตกวันนั้น ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนเหยื่อรายที่สองปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยอยู่ที่สหรัฐอเมริกาครับ สำหรับคนทำโพยก็อยู่ร้านกาแฟแถวนี้แหละ
การโกงข้อสอบ สุดท้ายมันไม่เกิดผลดีกับใครเลยน


