03 มกราคม 2561

ข่าวสั้น ทันสมัย ง่ายนิดเดียว pill sensor system

ข่าวสั้น ทันสมัย ง่ายนิดเดียว
วันนี้วารสาร JAMA ได้ลงความคืบหน้าของระบบติดตามการกินยา ที่เรียกว่า pill sensor system ที่ทางองค์การอาหารและยาสหรัฐได้อนุมัติให้ใช้ได้ เป็นการอนุมัติทั้งระบบของยา aripiprazole ยาทางจิตเวชที่จะมีการใส่ metal sensor tract system และระบบการติดตามการกินยาของบริษัท Proteus Digital Health Inc และ Otsuka Pharmaceuticals
sensorจะทำงานเมื่อสัมผัสน้ำย่อยในกระเพาะ ส่งข้อมูลไปยังระบบติดตามแบบ web-based ให้คนไข้ คนดูแล และแพทย์ได้ติดตามการกินยาของคนไข้ ดูได้จากสมาร์ทโฟนเลย
เพราะ aripiprazole นั้นได้รับการเตือนว่าอาจมีอันตรายหากใช้เกินขนาดหรือผิดแบบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่ได้บอกว่าการใช้ระบบนี้จะทำให้คนไข้ดีขึ้น เพียงแต่เป็นระบบติดตามการกินยาอย่างแม่นยำในยุคดิจิตัลนั่นเอง
แอดมินคิดเอง..ถ้ากินแล้วอาเจียนออก ผลจะเป็นอย่างไร
แอดมินคิดเอง..คนไข้ตัดต่อกระเพาะจะทำอย่างไร
แอดมินคิดเอง..เกิดเน็ตมันกาก ตกลงจะรายงานว่าอะไร
..
..คนไข้ตอบ ...ก็ถามตัวคนไข้สิครับ ง่ายกว่าเยอะเลย

ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจากการดื่มเหล้า

ปวดจุกแสบแน่นท้องหลังดื่มเหล้า บางครั้งก็ไม่ใช่โรคกระเพาะอาหาร สิ่งที่ต้องคิดถึงอีกประการคือ ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจากการดื่มเหล้า
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจากการดื่มเหล้าถือเป็นสาเหตุของตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันเป็นลำดับที่สองรองจากนิ่ว และถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดตับอ่อนอักเสบเรื้อรังและมะเร็งตับอ่อน เอธานอล หรือแอลกอฮอล์ที่เราดื่มนั้นถือเป็นสารก่อมะเร็งที่ชัดเจน (class I ) จากองค์การ international agency for research of cancer องค์กรที่ศึกษาและวิจัยสารก่อมะเร็งที่เชื่อถือได้มากที่สุด และ class I เป็นระดับเดียวกับสารก่อมะเร็งในบุหรี่
เมื่อเราดื่มเหล้านั้น แอลกอฮอล์จะถูกจับทำลายส่วนหนึ่งที่ตับอ่อน ปฏิกิริยาการจับทำลายนั้นเกิดอันตรายต่อเซลตับอ่อนได้ เซลนั้นคือ pancreatic stellate cell ที่อาจถูกทำลายและบาดเจ็บได้หลายกลไก เกิดเป็นตับอ่อนอักเสบโดยตรงจากการดื่มเหล้า
และถ้าการอักเสบนี้เป็นบ่อยๆเข้า เรื้อรัง แทนที่มันจะหายอย่างสมบูรณ์แบบตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน มันก็ไม่หายสักที กลายเป็นการอักเสบเรื้อรังได้ (การอักเสบเรื้อรังต้องมีปัจจัยอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม เชื้อชาติ โรคร่วม)
เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปก็จะมีโอกาสเกิดตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน อาการเหมือนโรคกระเพาะเลย ปวดจุกแสบแน่นท้อง บริเวณลิ้นปี่ เป็นอาการที่พบมากที่สุด บางคนอาจมีอาการที่บ่งชี้ตับอ่อนเช่น นอนลงแล้วปวดมากขึ้น หรือเอนตัวมาด้านหน้าแล้วปวดลดลง หรือปวดร้าวทะลุหน้าไปหลัง แต่ว่าอาการเฉพาะเจาะจงนี้พบไม่มาก
เราวินิจฉัยจากประวัติดื่มเหล้า .. การให้ประวัติดื่มเหล้ากับหมอมีความสำคัญมากนะครับ.. อาการปวดเฉียบพลัน ตรวจร่างกาย และตรวจระดับ amylase ในเลือดพบขึ้นสูง ก็สามารถวินิจฉัยได้ แต่อย่าลืมว่าอาการและผลทั้งหมดมันไม่ได้เฉพาะเจาะจงต้องสังเกตอาการและแยกโรคอื่นๆด้วย
...ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การแยกโรคอื่นๆ ปัญหาอยู่ที่ไม่ค่อยคิดถึงภาวะนี้มากกว่า..
ดื่มเหล้าเท่าไรจึงจะเกิดอาการ หลายๆวารสารและตำราบอกว่ามันไม่ค่อยสัมพันธ์กับปริมาณเท่าไร ไม่เหมือนตับแข็งจากเหล้าที่สัมพันธ์กับปริมาณการดื่ม ตับอ่อนอักเสบหลายคนเชื่อว่าแค่ดื่มไม่ว่ามากแค่ไหนก็เกิดได้ ตัวเลขจากงานวิจัยหลายที่บอกว่าประมาณ 5 ดื่มมาตรฐานหรือ 50 กรัมของแอลกอฮอล์ต่อวัน
วิสกี้หรือเหล้าขาว 40 ดีกรี แค่ 5 ช้อนโต๊ะ เบียร์แค่สามกระป๋องครึ่ง ..คือ 5 ดื่มมาตรฐาน
และก็อาจเกิดร่วมกับกระเพาะอาหารอักเสบ เลือดออกทางเดินอาหารส่วนต้น ที่อาการคล้ายๆกันด้วย ดังนั้น อาการปวดท้องหลังดื่มเหล้าสามารถเป็นไปได้หลายโรค ไม่ใช่แค่แสบท้องโรคกระเพาะเท่านั้น
การรักษาคือ การให้สารน้ำให้พอ (lactated ringer's is preferred) ให้ยาแก้ปวด รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ ลดอาการอาเจียน ถ้าอาการไม่รุนแรงก็มักจะหายเอง
การรักษาโดยละเอียดเคยเขียนไว้แล้วหนึ่งครั้ง ว่างๆจะรีวิวใหม่ให้นะครับ อ่านดูที่นี่
ส่วนการป้องกันที่ดีที่สุดคือ เลิกเหล้า เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครับ
เครดิตภาพ : specialty.mims.com
ที่มา
J Gastroenterol Hepatol. 2010 Dec;25(12):1816-26
J Gastroenterol Hepatol. 2009 Oct;24 Suppl 3:S51-6
World Journal of Gastroenterology : WJG. 2013;19(5):638-647

02 มกราคม 2561

การแก้ปวดเฉียบพลัน เกาต์

หลังปีใหม่แบบนี้ ต้องระวังเพื่อนเก่าของท่านมาตามหาท่าน ..เก๊าต์
ทำไมเก๊าต์จะต้องมาหลังปีใหม่ จริงอยู่ว่าโรคเก๊าต์มันกำเริบได้ตลอดทั้งปีโดยไม่จำเป็นต้องมีความเสี่ยงใดๆ แต่หลังงานเฉลิมฉลองนั่นสิ่งที่พบบ่อยๆคือ อาหารมื้อหนักกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารที่มีสารพิวรีนสูงเช่น เนื้อสัตว์ เครื่องใน สัตว์ปีก ซีฟู้ด อาหารที่ใช้ในเทศกาลไม่ว่าจะเป็นปิ้ง ย่าง ดื่มกับเหล้าเบียร์ ที่เป็นตัวกระตุ้นการเกิดโรคเก๊าต์ชั้นดี สองแรงแข็งขันช่วยกันเกิดเก๊าต์
ก็อาจจะเกิดเป็นครั้งแรกได้ โดยเฉพาะที่ข้อหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือท่านที่เป็นอยู่แล้ว เคยเป็นแล้วสงบแล้วก็กำเริบได้ เกือบทั้งหมดตัวกระตุ้นก็อันเดิมแบบเดิมครับ
อาการของโรคกำเริบหรือเป็นใหม่นี่ก็ชัด ข้อบวม ปวด แดง ร้อน ขยับหรือกดแล้วปวดมาก เดินแทบไม่ได้ อาการเป็นเร็วในหนึ่งวัน พวกที่เคยเป็นแล้วส่วนมากก็มักจะเป็นข้อเดิมๆ เป็นแต่ละครั้งหนึ่งถึงสองข้อ อาจเป็นหลายข้อได้นะครับแต่โอกาสเกิดแบบนั้นไม่มากเท่าไร
สำหรับพวกที่เคยเป็นแล้วหรือเป็นอยู่แล้ว มักจะวินิจฉัยได้ไม่ยาก อาการเกิดขึ้นคล้ายๆเดิม ข้อเดิมๆ ไม่มีข้อสงสัยว่าเกิดจากภาวะอื่น และให้ยารักษาเก๊าต์แล้วตอบสนองเร็ว แต่สำหรับคนที่เป็นครั้งแรกนั้นก็ต้องแยกโรคอื่นๆด้วยที่สำคัญคือ การติดเชื้อเฉียบพลันในข้อ
คนที่เป็นครั้งแรก หรือคนที่เคยเป็นมาหลายครั้งแต่สงสัยและต้องแยกโรคจากโรคอื่น สิ่งที่เราใช้เป็นมาตรฐานคือการเจาะตรวจน้ำในข้อ (synovial fluid analysis) นะครับ ไม่ใช่การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาระดับกรดยูริกแต่อย่างใด การเจาะเลือดดูกรดยูริกใช้เพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของกรดยูริกและสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ใช่เพื่อวินิจฉัยเก๊าต์
***ขอย้ำอีกครั้ง การตรวจพบกรดยูริกในเลือดสูง ไม่ใช่โรคเก๊าต์***
การตรวจเอกซเรย์ ถ้าปวดครั้งแรกหรือเฉียบพลันอาจไม่พบการเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่ถ้าเป็นระยะที่มีก้อนเก๊าต์ตามตัว (chronic tophaceous gout) อาจพบความผิดปกติได้ ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ทุกรายนะครับ
อาจมีการตรวจหาสาเหตุที่เก๊าต์ขึ้น หรือยูริกขึ้น เช่น ไตเสื่อมลง เบาหวานคุมไม่ดี ตรวจดูการทำงานของไตก่อนให้ยา (อันนี้ไม่รวมถึงพวกที่เราคิดไว้แล้วว่ายูริกจะสูง เช่น tumor lysis syndrome ภาวะที่เซลมะเร็งแตกตัวพร้อมๆกันหลังให้ยา)
แล้วก็ทำการรักษาและติดตามการตอบสนองเสมอ โดยเฉพาะหากไม่ได้เจาะข้อเพื่อแยกโรคติดเชื้อในข้อ (จริงๆการปวดข้อเฉียบพลันหนึ่งถึงสองข้อ เป็นข้อบ่งชี้การเจาะข้อนะครับ แต่เท่าที่ถามคุณหมอโรคข้อและที่เจอเอง ผู้ป่วยมักไม่ค่อยอยากเจาะ) การรักษาที่จะเน้นกันวันนี้คือการแก้ปวดเฉียบพลัน ส่วนการควบคุมกรดยูริก เคยเขียนไปหลายครั้งแล้ว และย้ำเรื่องการแพ้ยา allopurinol ที่พบมากในคนไทยด้วย
การรักษาก็ให้ยาแก้ปวดลดอาการอักเสบ NSAIDs ซึ่งต้องดูข้อห้ามใช้ดีๆ โดยเฉพาะเลือดออกทางเดินอาหาร ไตเสื่อม และ โรคหัวใจ ปรกติก็ให้ 3-5 วัน จะใช้ conventional COX diclofenac, naproxen, indomethacin หรือ COX2 inhibitors เช่น celecoxib, etoricoxib ก็ได้
ยาที่ใช้รักษาเก๊าต์เฉียบพลันอีกชนิดคือ colchicine ยาตัวนี้ใช้ในการวินิจฉัยแบบ therapeutic diagnosis ได้ถ้าอาการดีขึ้นก็น่าจะเป็นเก๊าต์ (โรคเก๊าต์เทียมก็ดีขึ้นนะ) ใช้กิน 2-4 เม็ดต่อวัน ใช้ได้ในกรณีมีข้อห้ามใช้ NSAIDs หรือทั่วไปก็ใช้เป็นยาตัวแรกได้ ข้อควรระวังคืออาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หากให้ยาในขนาดสูงและถ้ามีอาการแบบนี้ให้คิดว่าอาจกินยาขนาดสูงแล้ว ต้องระมัดระวังผลเสีย
การฉีดยาสเตียรอยด์หรือกินยาสเตียรอยด์ใช้เมื่อมีข้อห้ามอย่างอื่นๆหมดแล้ว และต้องระวังผลจากสเตียรอยด์ด้วย
ขณะที่มีอาการปวดมักจะยังไม่ลดกรดยูริก เพราะการเปลี่ยนแปลงของกรดยูริกในเลือดขึ้นลง อาจส่งผลต่อการตกตะกอนในข้อได้ หลังจากนั้นคุณหมอจะสืบหาว่าเหตุใดจึงกำเริบ เกี่ยวพันกับกรดยูริกหรือไม่ จำเป็นต้องลดหรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องลดก็จะลดหลังจากอาการปวดดีขึ้นและยังต้องกินยา colchicine ต่อไปก่อนระยะหนึ่งในขณะเริ่มยาลดกรดยูริกเพื่อลดโอกาสการเกิดซ้ำในระยะแรกที่ลดกรดยูริก ในขนาดหนึ่งเม็ดต่อวัน
ปล่อยข้อที่ปวดให้ได้พัก ไม่ต้องประคบ นวด คลึงเคล้าเค้น ใดๆทั้งสิ้น ดื่มน้ำมากๆ หยุดเหล้าเป็นโอกาสดีที่จะเลิก ลดอาหารยูริกสูง ..หน่อไม้ ยอดผัก สัตว์ปีก เครื่องใน เหล้า ..ห้ามกิน เครื่องในไก่ผัดเหล้าใส่หน่อไม้เด็ดขาด
"อยากแซ่บให้กินเรา อยากเก๊าต์ให้กินเบียร์"
ที่มาจาก Harrison Principle of internal medicine และ การดูแลโรคเก๊าต์ โดย อ.อัจฉรา กุลวิสุทธิ์ ในหนังสือกลยุทธ์การบริบาลผู้ป่วยนอก

JAK kinase

ปีใหม่แบบนี้ เราก็มาทำความรู้จักกับ Janus เทพเจ้าสองหน้า ต้นกำเนิดชื่อเดือน January เดือนแรกของปี ผมขอเรียกแบบไทยๆว่า ยานัตถุ์
นานหลายปีที่มนุษย์เรารู้จักโรคมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาว ฟังแล้วน่าตกใจนะ น่ากลัวทีเดียว เพราะในอดีตเราแทบไม่มีวิธีรักษา จนเมื่อเราได้ค้นพบยาเคมีบำบัดที่มาทำลายเซลมะเร็งและการปลูกถ่ายไขกระดูก เราสามารถรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันได้ดีมาก
แต่สำหรับมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง ที่เราไม่รู้ว่าเกิดมาตั้งแต่เมื่อไร และส่วนมากจะเกิดในผู้ใหญ่ กว่าจะรู้ก็คือเป็นโรคพอสมควรแล้ว อาการที่มักจะพบคือ ตับม้ามโต เม็ดเลือดขาวมากและมีครบถ้วนทุกรูปแบบ ทุกระยะทั้งตัวอ่อนตัวแก่
การรักษาโดยการปลูกถ่ายไขกระดูกทำได้ยากในคนอายุมากแล้ว และหากไม่ทำการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังก็จะกลายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน และเสียชีวิต ระยะเวลาจากทราบว่าเป็นมะเร็งเรื้อรังจนเสียชีวิตประมาณ 4 ปี
ในปี 1959 David A. Hungerford และ Peter Novel ได้ทำการศึกษาโรคนี้และได้พบปรากฏการณ์พลิกโลกแห่งทศวรรษ คือ พบว่า โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมมนุษย์คู่ที่ 9 และคู่ที่ 22 มันมาไขว้กันและสลับตำแหน่งกัน เรียกว่า translocation 9,22 ตั้งชื่อโครโมโซมนี้ว่า Philadelphia chromosome ตามชื่อเมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย
Philadelphia เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของอเมริกา ที่ตั้งของ independent Hall สถานที่ประกาศอิสรภาพอเมริกา และบ้านของเบนจามิน แฟรงคลิน รัฐบุรุษของเขา
นำพาไปสู่การค้นพบยาที่สามารถไปยับยั้งโรค เมื่อเกิด Philadelphia chromosome จะทำให้โปรตีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาวทำงานอย่างไร้ขอบเขต เจ้าตัวยา Imatinib เป็นยาที่สามารถทะลุทะลวงไปยับยั้งโปรตีนตัวนี้ที่เรียกว่า tyrosine kinase นอกจากยับยั้งแล้วยังทำให้เซลมะเร็งที่มี philadelphia chromosome ตายอีกด้วยโดยไม่ไปยุ่งกับเซลอื่นๆ
ผู้ป่วยโรคนี้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ จากที่เคยมีชีวิตแค่ 4 ปี ตอนนี้ก็ยืนยาวไปจนครบอายุขัย และบางคนนั้นก็ไม่พบ philadelphia chromosome อีกเลย
จากความสำเร็จอันนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาโครโมโซมหรือยีนที่ผิดปกติในกลุ่มโรคการแบ่งตัวผิดปกติของเม็ดเลือดอีก 3 โรค คือเม็ดเลือดแดง polycythemia vera, เกล็ดเลือด essential thrombocythemia, และเนื้อเยื่อไขกระดูก primary myelofibrosis
ทั้งสามโรคนี้มีการแบ่งตัวของเม็ดเลือดที่ผิดปกติในไขกระดูกเช่นกันแต่ไม่มี philadelphia chromosome เราหวังว่าจะพบโครโมโซมหรือยีนที่ผิดปกติและแก้ไขได้เฉกเช่นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เพราะโรคทั้งหมดนี้ (myeloproliferative neoplasia) จะเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันในตอนท้าย
คราวนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ค้นพบ protein kinase อีกชนิดที่ผิดปกติและทำให้เกิดโรค ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อ เรียกว่า Just Another Kinase (JAK kinase) ก็ตัวเดียวกับ Janus Kinase จากเทพสองหน้า Janus แห่งโรมันที่ถูกหยิบยืมชื่อมาใช้
เทพยานัตถุ์ เป็นเทพที่มีสองหน้ามองด้านตรงข้าม เชื่อว่าเทพจะเป็นรอยต่อของการทำสิ่งใหม่เพราะ ใบหน้าด้านหนึ่งจะมองสิ่งที่จบไปและใบหน้าอีกด้านจะมองสิ่งที่กำลังจะเกิดใหม่ ใช้เป็นตัวแทนการเริ่มใหม่ของสรรพสิ่ง จึงนำมาเป็นชื่อเดือนแรกแห่งปี january เพื่อเริ่มสิ่งใหม่
ยานัตถุ์ เป็นเทพโรมันขนานแท้ คือ ไม่มีเทียบเคียงหรือกร่อนมาจากกรีกเลย เทพโรมันหลายๆท่านมีที่มาจากกรีกเช่น เทพจูปิเตอร์ นายกของเหล่าเทพ ก็มาจากเทพกรีกคือ เทพประยุ.. เอ้ย เทพซูส เป็นต้น ตำนานต่างๆจึงอิงเรื่องราวของความยิ่งใหญ่ของชนชาติโรมัน ไม่ค่อยสนุกเท่าไร
เอ้า...กลับมา JAK kinase นี้มันมีสองโดเมน หรือเรียกว่าสองจุดการทำหน้าที่ คือ JH1 และ JH2 โดย jh1 จะกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลเมื่อมีสารมากระตุ้น (คือ erythropoietin กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และ thrombopoietin กระตุ้นการสร้างเกล็ดเลือด) โดยมี jh2 คอยยับยั้ง jh1 ไม่ให้ทำงานมากเกิน เรียกว่าเป็นคนสองคนที่ทำหน้าที่ตรงกันข้ามกันเลยเมื่อมีสารมากระตุ้น เกิดเป็นสมดุลการควบคุมการสร้าง คล้าย Janus เรียกว่า JAK-STAT pathway
จึงเปลี่ยนจาก Just Another Kinase เป็น JAnus Kinase หรือ JAK kinase นั่นเอง ดีนะที่ไม่ได้รับการค้นพบที่เกาหลี ไม่งั้นได้ชื่อ yin-yang kinase แน่ๆ
โรคที่เหลือจากมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง พบว่าสัมพันธ์กับการกลายพันธุ์ของยีนที่ควบคุมการสร้าง JAK 2 และปัจจุบันเราก็สามารถผลิตยาที่ไปออกฤทธิ์จำเพาะที่ JAK2 ได้แล้วคือ tofaclitinib ที่ใช้ในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และสะเก็ดเงิน (มี janus kinase) roxulitinib ในการรักษา primary myelofibrosis และ polycythemia vera
ยังมี ตัวยายับยั้งJAK2 อีกเป็นสิบตัวที่กำลังออกมาเพื่อรักษาโรคต่างๆมากมายที่มี JAK2 mutation ท่านอาจเห็นการตรวจหา JAK2 ในหลายๆโรคเพราะสาเหตุนี้แหละครับ พบแล้วมันรักษาได้มันเปลี่ยนการดำเนินโรคได้นั่นเอง
เป็นไงครับ โดนหลอกให้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังและการรักษาแห่งทศวรรษ โดยมี Janus อยู่ย่อหน้าเดียว ถ้ารู้สึกคับแค้นที่พลาดท่าเสียทีแอดมิน ให้ระบายความรู้สึกนั้นด้วยการเดินไปปิดไฟที่ไม่ใช้คนละดวงแล้วบอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนใหม่ ไม่เปิดไฟที่ไม่ใช้และปิดมัน เป็นการเลิกสิ่งเก่าทำสิ่งใหม่ เฉกเช่น Janus

01 มกราคม 2561

ยาแก้แพ้เนี่ยมันรักษาอาการหวัดได้จริงหรือ

"คุณ..น้ำมูกไหล เป็นหวัดนี่ เอายาลดน้ำมูกไหมผมมีติดตัวมาเยอะเลย" ประโยคที่ได้ยินเมื่อวาน ทำให้เกิดความสงสัยว่ายาแก้แพ้เนี่ยมันรักษาอาการหวัดได้จริงหรือ
มีการศึกษาแบบ meta analysis หลายอันที่ศึกษาเรื่องนี้ และกล่าวไปในทางเดียวกันทุกอัน ผมยกของ Cochrane Review พฤศจิกายน 2015 มาเล่าให้ฟังประกอบกับ Harrison Internal Medicine 19 th หนังสือที่พกติดตัวมาเล่มเดียว
โรคหวัดเป็นโรคติดเชื้อ ตัวก่อโรคคือไวรัสโดยเฉพาะ Rhinovirus และ Adenovirus ติดต่อและก่อโรคที่ทางเดินหายใจส่วนบน มีอาการไข้ครั่นเนื้อครั่นตัว ไอ มีน้ำมูก จาม เชื่อว่ากลไกที่ทำให้มีน้ำมูกและจมูกบวม ออกจะคล้ายๆปฏิกิริยาของภูมิแพ้จมูกผ่าน type I hypersensitivity reaction
จึงมีการใช้ยาแก้แพ้ในการลดอาการ ยาแก้แพ้ที่ว่าคือยาต้านฮิสตามีน ปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนิดที่หนึ่งเช่นคัดจมูกน้ำมูกไหลเฉียบพลัน ผื่นคันลมพิษ พวกนี้แสดงผลผ่านทางการฮิสตามีน ถ้าเราใส่ยาที่ออกฤทธิ์ต้านฮิสตามีน น่าจะส่งผลดี
นอกจากนี้ ยาต้านฮิสตามีน ยังมีฤทธิ์ต้านสารสื่อประสาทโคลิเนอร์จิก ระบบประสาทอัตโนมัติของร่างกายทำให้มีอาการปากแห้ง จมูกแห้ง (ก็เลยหยิบมาใช้ลดน้ำมูก) ตาลาย ท้องผูก ขับปัสสาวะยาก และหน้ามืดล้มเวลาลุกนั่งซึ่งข้อสุดท้ายนี้อันตรายมากสำหรับผู้สูงวัย
ยาต้านฮิสตามีนรุ่นแรกเช่น คลอร์เฟนิรามีน ไฮดรอกซีซีน จะผ่านเข้าไปออกฤทธิ์ในสมองทำให้ง่วงซึมด้วย ส่วนยาต้านฮิสตามีนรุ่นหลังๆเช่น cetirizine loratadine fexophenadine desloratadine จะผ่านเข้าสมองลดลง ทำให้ง่วงซึมน้อยกว่า แต่ก็จะมีผลต้านโคลิเนอร์จิกน้อยกว่า ลดน้ำมูกได้ไม่ดีเท่ารุ่นเก่าๆ
อันนี้คือข้อมูลทางการแพทย์ที่เราใช้ยาต้านฮิสตามีนมาใช้ลดน้ำมูกในโรคหวัด ทั้งๆที่การศึกษาส่วนมากเขาทำในโรคภูมิแพ้ เราลองมาดูซิว่าหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ใช้ยาต้านฮิตามีนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ในการรักษาโรคหวัดมันดีจริงหรือ
การศึกษานี้ได้รวบรวมการศึกษาทดลองทางการแพทย์ที่เรียกว่า randomised controlled trials 18 การศึกษาที่ดี ป่วยเป็นโรคหวัดมีน้ำมูกอาการไม่นาน ไม่ใช่ภูมิแพ้ เอามาดูซิว่าผลการลดน้ำมูกดีไหม แต่ต้องบอกก่อนว่า ผลการลดน้ำมูกส่วนมากวัดเป็นการสอบถามและความรู้สึก ส่วนหนึ่งโรคมันจะดีขึ้นเองอยู่แล้วด้วย และเมื่อกินยาเข้าไปจะมี placebo effects คือ "รู้สึก" ว่าดีขึ้นอีกส่วนหนึ่งด้วย ได้กลุ่มคนมา 4,300 กว่าคน เป็นการศึกษาในเด็ก 200 กว่าคน พบดังนี้
1. ยาจะช่วยลดอาการได้จริงตามความรู้สึก ในสองวันแรกเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะไม่แตกต่างกับการไม่ใช้ยา (OR 0.74 95%CI 0.60-0.92)
2. ยากลุ่มเก่าที่ว่าง่วงๆ ลดอาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูกได้ดีกว่ายากลุ่มใหม่เล็กน้อย แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (หรือมันหายเองก็ไม่ทราบได้)
3. ผลการง่วงซึม พบกว่ายากลุ่มใหม่ง่วงซึมน้อยกว่ายากลุ่มเก่า แต่ก็ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (แต่อย่าลืมว่าเขาใช้ยาช่วงสั้นๆเองนะ)
4. ข้อมูลในเด็ก พบว่ายากลุ่มเก่าและยากลุ่มใหม่ ไม่มีประโยชน์หรือโทษที่แตกต่างกันเลย และ ไม่ได้มีประโยชน์มากไปกว่าไม่ได้ยาด้วยนะ
ผลสรุปสี่ข้อ ออกมาว่าก็ไม่ได้สนับสนุนให้ใช้โดยเฉพาะในเด็ก และ ในผู้ใหญ่ต้องระมัดระวังผลข้างเคียงให้ดี ข้อห้ามใช้ให้ดี สำหรับการรักษาอาการจมูกบวมจากหวัด
ถ้าทนได้ก็ให้สั่งน้ำมูก ดื่มน้ำ โรคจะหายเอง หรือถ้ารำคาญอาจเลือกวิธีล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสะอาด และถ้าไม่ไหวจริงๆอาจเลือกใช้ยาได้ ในช่วงสั้นๆครับ
อาการเย็น รักษาสุขภาพด้วย
เป็นห่วงทุกคน รักนะ
แอดมิน

บทความที่ได้รับความนิยม