คุณหมอคะ ฉีด PRP รักษาข้อเสื่อมดีไหมคะ
ดีหรือไม่ คุณตัดสินใจเองนะครับ ผมไปค้นข้อมูลมาพอควรและสรุปมาให้แบบชาวบ้านเข้าใจดังนี้
1.Platelet-Rich Plasma คือการเอาเลือดเรามาผ่านกระบวนการเพื่อให้ได้น้ำเลือด (plasma) ที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือด ปกติเราจะแยกเออกจากกันไปใช้งานต่างกัน แต่ที่เราคัดเอาเกล็ดเลือดมาเพราะว่า โปรตีน สารกระตุ้นการเจริญเติบโต และสารต้านการอักเสบ มันไปเข้าได้กับสารเคมีต่าง ๆ ในข้อเข่าที่มีบทพิสูจน์ “ทางหลอดทดลอง” ว่าช่วยลดการอักเสบได้
2.เราจึงผลิต PRP ขึ้นมาและฉีดเข้าข้อหรือจุดเกาะเส้นเอ็น หวังผลจะลด “อาการจากความเสื่อม” เช่น ปวด ขยับยาก และที่ใช้ PRP เพราะมันคือผลผลิตจากร่างกายเราเอง ไม่ใช่สารเคมีภายนอก อยู่ได้นาน 4-6 เดือน ดูปลอดภัยมากกว่าสารอื่น
3.ก่อนจะไปดูผลการศึกษาจริง ต้องย้ำก่อนว่า PRP ไม่ใช่ยาที่จะไปปรับการดำเนินโรค คือ ชะลอความเสื่อมไม่ได้ และมวลกระดูกอ่อนผิวข้อก็ไม่ได้เพิ่มจนเปลี่ยนแปลงโรค หลักการคือ ลดปวด ต้านการอักเสบ โดยใช้ผลผลิตตัวเอง
4.ผลการศึกษาสำคัญมากที่สุด เรียกว่าเป็น landmark study คือ RESTORE ลงตีพิมพ์ใน JAMA 2021 เทียบ PRP กับน้ำเกลือและควบคุมกระบวนการศึกษาดีมาก พบว่า การลดปวด การอักเสบ ไม่ต่างจากฉีดน้ำเกลือ
5.มีการศึกษาหลายอันทำเป็น meta-analysis เทียบกับการฉีด hyaluronic acid หรือการฉีดสเตียรอยด์ พบว่า
- PRP มีผลลดปวดที่ดีกว่า hyaluronic แต่ว่าไม่มากนักและการศึกษามีผลหลากหลายไม่ไปทางเดียวกัน และการลดปวดของ hyaluronic มันก็ไม่ได้มากมายอะไรอยู่แล้วด้วย
-ส่วนการฉีดสเตียรอยด์จะหายปวดเร็วกว่าและกลับมาปวดใหม่เร็วกว่าด้วย เพราะ PRP มันทำงานช้ากว่านั่นเอง แต่ระดับการปวดไม่ต่างกัน
6.ผลการศึกษาทั้งหลายเหล่านี้รวมกันเป็น evidence-based ที่ออกมาเป็นคำแนะนำการรักษาข้อเสื่อมระดับชาติและระดับนานาชาติ เช่น OARSI, ACR, AAOS, NICE ไปหาตัวเต็มเอาเอง แต่ที่ยกมาคือตัวตึงตัวท้อปของวงการเข่าเสื่อมโลก เขาแนะนำว่า จะฉีดก็ได้ ประโยชน์ไม่เด่นชัด ส่วนโทษแทบไม่มี แถมไม่ใช่เป็นทางเลือกแรกของทุกแนวทาง
7.เรื่องความปลอดภัย อันนี้ค่อนข้างปลอดภัยเลยเพราะมันคือผลิตภัณฑ์เราเอง (ถ้ากระบวนการทำปลอดเชื้อได้มาตรฐาน) และผลการศึกษาออกมาก็ปลอดภัยมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ส่วนความปลอดภัยระยะยาวคงต้องรอติดตามต่อไป เพราะยาเพิ่งใช้ไม่นาน
8.สรุปว่า ฉีดได้ เป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาลดปวด ไม่ได้ทำให้ข้อเข่าที่เสื่อมเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้น อันตรายจากยามีน้อย แต่ต้องระวังมาตรฐานการผลิตและเทคนิคการฉีด ที่สำคัญคือ ราคาแพง (หลายคำแนะนำไม่แนะนำจาก cost-effective analysis)
9.ไม่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีด การรักษาเข่าเสื่อมโดยการ ลดน้ำหนักตัว ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อรอบเข่า ยังคงต้องทำเสมอ การรักษาภาวะโภชนาการที่ดีของแคลเซียม หากไม่พอต้องใช้ยา สุดท้ายถ้าปวดมากคงต้องผ่าตัดรักษา
10.เอาล่ะ จะฉีดหรือไม่ ขึ้นกับตัวคุณครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น