เรื่องเล่าจากคลินิก : น้ำมันมะกอกวันละช้อน
มีผู้ป่วยเข้ามาปรึกษาพร้อมขวดน้ำมันมะกอกขวดใหญ่ที่เขาเพิ่งซื้อมา สุภาพบุรุษท่านนี้อายุ 57 ปี เขาเป็นโรคไขมันในเลือดผิดปกติ LDL 166 แต่เมื่อคำนวณความเสี่ยงโรคหัวใจแล้ว สูงพอที่จะกินยาลดไขมัน ด้วยความที่เป็นคนใส่ใจสุขภาพและเข้าถึงเทคโนโลยี ฟีดข้อมูลเรื่องไขมันจึงเต็มหน้าจอ และหนึ่งในนั้นคือคำแนะนำเรื่องกินกินน้ำมันมะกอกวันละช้อน ช่วยลดไขมันเลว เพิ่มไขมันดี ลดโรคหัวใจ ตับดี
เขาลงทุนไปซื้อยี่ห้อที่ทางสื่อนั้นแนะนำมา เอามาให้ผมดูและปรึกษา ในใจคิดว่า แหม..มาปรึกษากันก่อนก็ได้ น้ำมันมะกอกสกัดเย็นขวดนั้น กินข้าวได้หลายมื้อทีเดียว
ผมเข้าใจดีว่าความเข้าใจเรื่องนี้มีหลากหลาย ผมขอให้ความเห็นตามข้อเท็จจริงวิชาอายุรศาสตร์ก็แล้วกันนะครับ
1.น้ำมันมะกอก (แบบที่กินได้นะครับ ไม่ใช่เอาไว้ใส่เส้นผม) จะมีองค์ประกอบเป็นไขมันไม่อิ่มตัวประมาณ 80-85% และมีไขมันอิ่มตัวคือ palmitic acid ประมาณ 15% ถ้ากินน้ำมันมะกอกหนึ่งช้อนโต๊ะ จะได้ไขมันอิ่มตัวประมาณ 2 กรัมแล้วนะครับ ไขมันตามธรรมชาติทุกชนิดบนโลกจะมีทั้งกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวเสมอ
2.การรับประทานน้ำมันมะกอกเพิ่มเข้าไปหนึ่งช้อนโต๊ะต่อวัน ยังเป็นการเพิ่มปริมาณไขมันโดยรวม คำแนะนำการกินอาหารคือ “ลดปริมาณ” ให้ไม่เกิน 20-30% ของพลังงานที่ได้ในแต่ละวันหรือประมาณ 60-75 กรัมของไขมันต่อวัน อาหารและวัตถุดิบตามธรรมชาติของคนที่กินอาหารปกติ มันก็เกินแล้วครับ จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มไขมัน ทางตรงข้ามควรจะจำกัดปริมาณด้วยซ้ำ ปริมาณมีความสำคัญก่อนชนิดครับ ถ้ากินน้ำมันมะกอกวันละช้อนโต๊ะ เดือนหนึ่งจะมีพลังงานเพิ่ม 3600 กิโลแคลอรี่นะครับ
3.แม้จะมีการศึกษาในเชิงผลลัพธ์แบบ intermediate outcomes ว่าไขมันไม่อิ่มตัวที่มีมากในน้ำมันมะกอก เป็นไขมันที่ต้านการอักเสบและลดการสร้าง LDL (เพราะวัตถุดิบคือ VLDL มันลดลง) แต่ยังไม่มีหลักฐานที่เรียกว่า hard clinical outcomes ถึงความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการกินน้ำมันมะกอกกับการเกิดโรคหลอดเลือด โดยเทียบกับยาหลอกหรือการไม่กินน้ำมันมะกอก จึงยังไม่สามารถกล่าวได้ว่า “น้ำมันมะกอกสัมพันธ์กับการลดโรคหัวใจและหลอดเลือด”
4.การศึกษาที่มักจะได้รับการอ้างถึงเสมอคือ PREDIMED เทียบการกินอาหารเมดิเตอเรเนียน (ที่มีน้ำมันมะกอกประมาณ 4 ช้อนโต๊ะต่อคนต่อวัน) กับอาหารไขมันต่ำ พบว่าอาหารเมดิเตอเรเนียนลดการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่นั่นคือ อาหารเมดิเตอเรเนียนทั้งจานนะครับ มันมีถั่วเมล็ดแข็ง ผัก ปลา และอื่น ๆ อีกมาก ไปอ้างน้ำมันมะกอกเป็นเดอะแบกไม่ได้ และหากใครไปวิเคราะห์ PREDIMED ให้ดีจะพบว่ากลุ่มไขมันต่ำที่เป็นตัวเปรียบเทียบเขาต่ำไม่จริง และกลุ่มที่กินอาหารเมดิเตอเรเนียนได้สนับสนุนน้ำมันมะกอกฟรีหนึ่งลิตรต่อครัวเรือนต่อเดือน เป็นจริงสำหรับอาหารทั้งก้อน ไม่ใช่เฉพาะน้ำมันมะกอก
5.คำแนะนำที่ดีคือ ลดไขมันอิ่มตัวให้น้อยกว่า 10% ของไขมันที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละวัน และอ่านดี ๆ นะครับ ในส่วนที่ลดลงนี้ควรทดแทนด้วยไขมันไม่อิ่มตัว นั่นคือใช้น้ำมันมะกอกมาแทนน้ำมันชนิดอื่นในการปรุงอาหารนั่นเอง ไม่ใช่เอามาเพิ่มหรือเอามากินสด …ใครที่ปรุงอาหารจะรู้ว่าน้ำมันมะกอกมันแทนน้ำมันทั่วไปได้ในบางกรณี เพราะน้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันที่จุดเกิดควันต่ำมาก จะผัดจะทอดอะไร น้ำมันจะสุกและระเหยไปก่อนอาหารจะสุก เรียกว่าทำกินเองพอได้ ทำขายจะขาดทุนเพราะต้องใช้เยอะมาก (ใช้เยอะมาก ปริมาณก็เยอะมากจ้ะ) และราคาแพงมากด้วย
6.แล้วมันล้างไขมันเลวได้หรือ เอาล่ะถ้าเรากินไขมันลดลงและทดแทนไขมันอิ่มตัวด้วยไขมันไม่อิ่มตัว จะทำให้การสร้าง LDL ลดลงเพราะวัตถุดิบการสร้างน้อยลง นั่นคือ สร้างใหม่ลดลง แต่ของเดิมต้องรอร่างกายสลายเพิ่มออกไป แต่ว่าไขมันจากอาหารมีผลต่อระดับไขมัน cholesterol และ lipoprotein อย่าง LDL,HDL แค่ประมาณ 10-15% เท่านั้นครับ ส่วนมากมีผลต่อไขมันที่พุงเสียมากกว่า (adipose tissue) คนส่วนใหญ่ที่ไขมันสูงเกิดจากความผิดพลาดของยีนและการสังเคราะห์ไขมันครับ
7.”ระดับไขมัน LDL ที่ลดลง” เป็นตัวชี้วัดที่ง่ายเพราะแค่เจาะเลือด ไม่ต้องงดอาหารด้วย ที่จะบอกว่าการลดไขมันด้วยวิธีนั้นสามารถลดความเสี่ยงได้ มีอีกหลายวิธีแต่ทำยากเช่นการวัดความหนาหลอดเลือดด้วยหัวอัลตร้าซาวนด์ที่ปลายสายสวนหลอดเลือด หรือวัดอุณหภูมิของตะกรันไขมันในหลอดเลือด และระดับ LDL ที่ลดลง มีงานวิจัยที่รับรองชัดเจนว่าลดอัตราการเสียชีวิต ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง เป้าหมายการลดความเสี่ยงจึงใช้ระดับ LDL ที่ลดลงนี่แหละบอกว่า เฮ้ย วิธีนี้มันดี ควรทำต่อ
8.การจัดการอาหารทั้งหมด รวมทั้งข้อ 5 ด้วย รวม ๆ กันจะลด LDL ได้ 10-15% ซึ่งมันไม่พอในการปกป้องที่ต้องการ ต่ำสุด 30% หรือ อย่างน้อย 50% ในคนที่เป็นโรคแล้ว การกินน้ำมันมะกอก “เพิ่ม” หรือกินเพื่อ “ทดแทน” จึงไม่สามารถลด LDL ได้ระดับนั้น อีกทั้งไม่มีการศึกษาโดยตรงของน้ำมันมะกอกอีกด้วย ดังอธิบายในข้อสองและสาม
9.การกินน้ำมันมะกอกสกัดเย็นวันละหนึ่งช้อน จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ที่จะบอกว่าลดโรคหัวใจ ไล่ไขมันเลว ตับไตดีขึ้น อีกทั้งหากไม่ใช่คนที่ควบคุมพลังงานและแลกเปลี่ยนอาหารที่ดีแล้วไซร้ การกินเพิ่มเข้าไปอาจเพิ่มพลังงาน น้ำหนักตัว ไขมัน อีกด้วย ลดอย่างเดียวคือ เงินในกระเป๋า ส่วนข้อดีอื่นของน้ำมันมะกอกมันก็เยอะนะครับ แต่ในแง่โรคหัวใจและไขมันมันก็เป็นแบบนี้
คนไข้ที่มาปรึกษา เราคุยกันถึงความเสี่ยงโรคหลอดเลือด การกินอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยา ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายเขาจะเลือกกินยาหรือไม่ จะกินอาหารแบบใด จะกินน้ำมันมะกอกหรือเปล่า แต่สิ่งที่ผมทำได้คือ แนะนำข้อดี ข้อเสีย แยกข้อเท็จจริงจากข้อคิดเห็น แยกงานวิจัยออกจากประสบการณ์ส่วนตัวของคนไข้แต่ละคน ทุกอย่างทำด้วยสติ ไม่มีอารมณ์เห็นด้วยหรือเห็นต่าง สุดท้ายต้องตัดสินใจเองครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น