25 ตุลาคม 2563

APACHE สุดยอดเครื่องจักรสังหาร

 APACHE สุดยอดเครื่องจักรสังหาร

ในสาขาเวชบำบัดวิกฤต APACHE (อะ-พ้า-ชี่) คือระบบคะแนนที่ใช้วัดความเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในช่วงเวลาที่ป่วยวิกฤต บอกถึงการพยากรณ์โรคได้ แต่ในโลกภายนอก APACHE (ขอเรียก อาปาเช่แล้วกัน) คือสุดยอดเฮลิคอปเตอร์รบที่เคยมีในโลกนี้

อาปาเช่ เป็นส่วนร่วมของการผลิตอาวุธจากหลาย ๆ บริษัทชั้นนำ นำโดยบริษัทโบอิ้งที่ผลิตเครื่องบินนั่นแหละครับ ด้วยโจทย์ที่ต้องการคอปเตอร์ที่สามารถปฏิบัติงานรบต่อสู้รถถังของโซเวียตในยุคสงครมเย็นได้ ด้วยความที่โซเวียตมีการพัฒนาอาวุธไปมากมายและเครื่องคอปเตอร์คอบร้าก็ล้าสมัยไปแล้ว

อาปาเช่ เป็นคอปเตอร์รบยุคใหม่ที่มีน้ำหนักเบา แต่กำลังเครื่องดีมาก ด้วยเคริ่องยนต์คู่จากโบอิ้ง ขนาด 1700 แรงม้า พิสัยการบินไกลถึง 480 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 284 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถบินสูงถึง 21,000 ฟุต สามารถบรรทุกและแขวนอุปกรณ์ทางยุทโธปกรณ์ได้ แต่ว่า เป้าสำคัญคือการรบ

ปืนกลหนักขนาด 30 mm ติดที่ส่วนหน้าของเครื่อง ระบบการป้อนกระสุนที่รวดเร็วอัตโนมัติ และโยงการควบคุมมาที่หน้าจอหมวกกันน็อค ให้รายละเอียดของปืนและสามารถควบคุมหันตามนักบินได้

ปืนกลที่ด้านข้างอีกสองกระบอก ขนาด 12.7 มม. ใช้ยิงเป้าหมายที่ไม่แข็งแรงมากนัก ประกบคู่กับ มิสไซล์ขนาด 2.75 นิ้ว ยิงจากอากาศสู่พื้น แน่นอนว่าอุปกรณ์ของอย่างเอาไว้เพื่อต่อสู้รถหรือกลุ่มคนติดอาวุธ แต่ว่าอาวุธเด็ดของอาปาเช่คือ เฮลไฟร์

เฮลไฟร์ ขีปนาวุธจากอากาศสู่พื้น ติดหัวรบได้หลายชนิด ออกแบบมาต่อสู้รถถังโดยเฉพาะตามวัตถุประสงค์แรกเกิดของมัน ทำให้ความสามารถของอาปาเช่สามารถทำการรบได้ในทุกภาวะกับทุกยานรบ แต่ยังไม่พอ

การอัพเกรดอาปาเช่ เกิดขึ้นหลังจากออกรบในภารกิจในปานามา ปี 1989 ต่อด้วยภารกิจสร้างชื่อคือ สงครามอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ทราบจุดบอดของอาปาเช่ จึงได้พัฒนามันขึ้นมาอีกด้วยการเสริมเขี้ยวเข้าไป

การติดเลเซอร์ช่วยเล็ง และการมองผ่านกล้องมองกลางคืน ทำให้การล็อกเป้าหมายด้วยปืนกลและจรวด ขีปนาวุธต่าง ๆ ของอาปาเช่แทบไม่มีข้อผิดพลาด รวมถึงสามารถใช้ชี้เป้าให้กับขีปนาวุธพิสัยไกลอีกด้วย

ติดตั้งจรวดต่อสู่จากอากาศสู่อากาศ "สติงเกอร์" พร้อมระบบชี้เป้าและนำวิถีอีกด้วย ทำให้สามารถรบกับเฮลิคอปเตอร์ด้วยกันรวมถึงเครื่องบินอีกด้วย ยังไม่พอ หากมันสามารถนำวิถีโจมตีลำอื่นได้ มันย่อมถูกโจมตีจากจรวดนำวิถีอื่นได้ การอัพเกรดในรุ่น AH-64 D จะคิดตั้ง ALQ-144a "disco ball" ไว้เหนือใบพัดอีกด้วย เจ้าบอลนี้จะรบกวนสัญญาณอินฟราเรดนำวิถี รบกวนระบบติดตามความร้อนของขีปนาวุธ และปัดมันไปในทิศทางอื่น

นอกจากระบบป้องกันด้วย ดิสโก้บอล ตัวห้องโดยสารยังห่อหุ้มด้วยวัสดุกันกระสุนและต้านแรงระเบิด โบรอนโบรไมด์และวัสดุเคฟล่าร์ ที่มีทั้งความแกร่ง ความเหนียว และน้ำหนักเบา ทำให้นักบินอาปาเช่มีความมั่นใจมากขึ้นเวลาออกปฏิบัติงาน

อาปาเช่ กำลังจะพัฒนารุ่นต่อไป เพื่อให้ต่อสู้กับอากาศยานไร้คนขับและตัวมันเองก็สามารถควบคุมอากาศยานไร้คนขับด้วยระบบคอมพิวเตอร์และดาวเทียมจีพีเอส เพิ่มพิสัยและความแม่นยำในการโจมตี

สุดยอดวิทยาการและเทคโนโลยีนี้ จะยิ่งใหญ่แค่ไหน หากนำมาใช้เพื่อสร้างสรรค์ หาใช่นำมาเพื่อคิดอาวุธประหัตประหารกัน ... ขอให้โลกนี้สงบสุข

ภาพคือ APACHE 64 D "longbow"

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

24 ตุลาคม 2563

ย้ำอีกรอบสำหรับการช่วยชีวิต CPR 2020

 ขอแค่สองนิ้ว แต่ต้องอึดและทนและลีลาดี

ย้ำอีกรอบสำหรับการช่วยชีวิต CPR 2020

1. เมื่อพบคนหมดสติ เรียกไม่ตื่น ไม่หายใจหรือหายใจเฮือก และไม่พบชีพจรที่ชัด ๆ แบบที่เราคลำได้ เริ่ม "กระบวนการ" กู้ชีพได้ พบว่ากู้ชีพคนที่ไม่ arrest อีนตรายน้อยกว่า ไม่กู้ชีพคนที่ arrest

2. ดูตาม้าตาเรือ และเคลื่อนที่ตัวเองและผู้หมดสติมาที่ปลอดภัย อย่าไป CPR บนรางรถไฟ หรือ บนทางด่วน

3. กระบวนการให้ทำสองอย่างพร้อมกัน เสร็จในชั่วพริบตา คือ ขอความช่วยเหลือ ให้คนรอบข้างช่วยเรา ช่วยโทร พร้อมฟังและทำตามศูนย์ช่วยเหลือ นึกอะไรไม่ออกโทร 1669 และเข้าช่วยทันที

4. ให้ผู้หมดสตินอนหงาย เราไปคุกเข่าข้างตัว ประสานมือสองข้าง ประทับที่กลางหน้าอก แขนเหยียด แล้วเริ่มกดหน้าอก ให้ทรวงอกยุบลงประมาณสองนิ้วฟุต แล้วถอนมือขึ้นมาให้ทรวงอกเด้งคืน แล้วกดไปใหม่ เห็นไหม.. ลีลาต้องดี

5. ข้อ 4 คือ ภาพสโลว์โมชั่น ของจริงต้องกด 100-120 ครั้งต่อนาที อย่างต่อเนื่องจนกว่าการช่วยเหลือจะมาถึง ต้องอึด ทน ถ้าไม่ไหวก็หาคนมาสลับ

6. ถ้ามีเครื่อง AED ให้ใช้เครื่องทันที แล้วกดต่อไป จนกว่าคนที่เขาผ่านการอบรมหรือทีมช่วยเหลือจะมา เราก็ฉากหลบไปข้างหลัง คอยช่วยเหลือเขาต่อไป

สำหรับประชาชนทั่วไป ช่วยได้ระดับนี้ถือว่าสุดยอดแล้วครับ หากเราเคยอบรมหรือเรียนรู้มาก่อนจะทำได้ดียิ่งขึ้นครับ

ในภาพอาจจะมี 3 คน, สถานที่กลางแจ้ง, ข้อความพูดว่า "อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว ชุด ...สั้น ช่วงนีเราเล่าเรืองยาวไป มีคนขอมาบอกว่า อกว่า สั้น อืม..็ได้ อืม ..ก็ได้"

23 ตุลาคม 2563

ข่าวน่าสนใจเรื่องสถานการณ์ของบุหรี่ไฟฟ้าของอเมริกา

 ข่าวน่าสนใจเรื่องสถานการณ์ของบุหรี่ไฟฟ้าของอเมริกา

จากการสำรวจในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้พบว่า เยาวชนอเมริกามีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าลดลง ไม่ว่าจะเป็นไฮสกูลหรือชั้นที่เล็กกว่า เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ในไฮสกูล จาก 27.5% เป็น 19.6% ลดลงประมาณหนึ่งล้านคน

FDA แจ้งว่า หลังจากพบว่าความนิยมใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ส่วนใหญ่มาจากกลิ่นเมนทอล กลิ่นผลไม้และลูกกวาด เมื่อได้ทำการประกาศเตือน ควบคุมการใช้ และควบคุมการจำหน่ายของบริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาต พบว่า ยอดการใช้บุหรี่ไฟฟ้าลดลง

ความเห็นส่วนตัวของผมคือ นอกจากการควบคุมเคร่งครัด และแบนสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานแล้ว ข้อมูลจากปีก่อนเรื่อง EVALI ที่โด่งดังมาก น่าจะมีผลให้การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนลดลง แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเลขการใช้ยาสูบแบบอื่นจะเพิ่มหรือไม่ โดยเฉพาะบุหรี่เผาไหม้แบบดั้งเดิม แต่เท่าที่ติดตามกราฟ ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ออกแนวคงที่

จากสองปีก่อน ความนิยมในบุหรี่ไฟฟ้าแบบ JUUL สูงมาก เมื่อควบคุมได้ดี อัตราการใช้ก็ลดลงจริง

ไปค้นต่อได้ที่นี่
Jaklevic MC. Youth e-Cigarette Use Drops, More Warnings Issued. JAMA. 2020;324(15):1490. doi:10.1001/jama.2020.20154

ในภาพอาจจะมี 3 คน, สถานที่กลางแจ้ง, ข้อความพูดว่า "อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว ชุด ...สั้น ช่วงนีเราเล่าเรืองยาวไป มีคนขอมาบอกว่า อกว่า สั้น อืม..็ได้ อืม ..ก็ได้"

การวัดความแข็งของเนื้อตับ (transient elastography : FibroScan)

 มารู้จักการวัดความแข็งของเนื้อตับ (transient elastography : FibroScan)

การตรวจประเมินระยะและการพยากรณ์โรคของเนื้อตับ เพื่อวัดความแข็ง (stiffness) ของเนื้อตับนั้น มาตรฐานสูงสุดคือ การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับแล้วนำไปตรวจ แต่ว่าการเจาะตรวจชิ้นเนื้อนี้มีการรุกล้ำ ทำให้เกิดอันตรายได้ อีกทั้งผู้ที่สามารุเจาะตรวจและแปลผลได้ มีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศ อีกหนึ่งวิธีที่เป็นตัวเลือกคือ การตรวจ fibroscan

ใช้หลักการความเร็วของคลื่นเสียงความถี่ 50 เมกะเฮิร์ตส์ส่งเข้าไปและตรวจหา shear wave velocity แล้วมาแปลผลเป็นค่าแรงดันต่อพื้นผิว ในหน่วย กิโลปาสคาล (kPa) เจ้าค่านี้สามารถเทียบประเมินความแข็งเนื้อตับในโรคตับเรื้อรังและตับแข็งได้ครับ

การตรวจก็ไม่ยุ่งยาก นอนตรวจและใช้อุปกรณ์คล้าย ๆ หัวตรวจอัลตร้าซาวด์ตรวจบริเวณชายโครงขวา (ไม่ใช่เครื่องอัลตร้าซาวดนืทั่วไปนะครับ) เพื่อเก็บอ่านข้อมูลของตับในส่วนต่าง ๆ แล้วอ่านค่าโดยรวมออกมาเป็นตัวเลข kPa นี่อาจจะเป็นจุดที่เหนือกว่าการเจาะตรวจเนื้อตับเพราะได้เห็นภาพรวมมากกว่าการเจาะตรวจที่เจาะจงเฉพาะจุด หากเจาะผิดจุดก็อาจอ่านค่าผิดพลาดได้

ข้อควรระวังที่อาจมีการแปลผลพลาด เกิดจากฉนวนคลื่นเสียงที่มากเกิน คือ อ้วนมาก มีน้ำในช่องท้อง สภาพของตับที่ยังบวมและอักเสบมาก หรือมีการคั่งของน้ำดี

**เราไม่ใช่เพื่อตรวจสุขภาพเนื้อตับนะครับ ไม่ทำในคนที่ไม่มีข้อบ่งชี้**

แต่จะใช้เพื่อประเมินความแข็งของเนื้อตับในโรคตับเรื้อรังเช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี และการแปลผลด้วย elastography นี้จะต้องใช้ร่วมกับการตรวจอื่น ๆ โดยเฉพาะการตรวจร่างกายและตรวจเลือด ไม่สามารถใช้ค่า transient elastography ที่เป็นค่าเดียวมาวินิจฉัยหรือพยากรณ์โรคตับได้

** เช่นกัน ไม่สามารถใช้การอัลตร้าซาวนด์ตับ เพียงอย่างเดียวมาวินิจฉัยโรคใด ๆ ได้**

ตัวเลขจากการรวบรวมข้อมูลและศึกษา พบว่าในผู้ที่ไม่มีโรคตับเรื้อรังใด ๆ นั้น เมื่อนำมาคำนวณทางสถิติแล้ว ค่าเปอร์เซนไทล์ที่ 95 คือ 7.0 kPa หรืออาจจะพูดเป็นภาษาง่าย ๆ ว่ากว่า 95% ของคนปรกตินั้นมีค่า transient elastography น้อยกว่า 7.0 kPa ในทางการแพทย์จะใช้ว่าหากมีโรคตับเรื้อรังแล้วไปวัด transient elastography แล้วค่าต่ำกว่า 7.0 คือยังไม่น่ามีภาวะตับแข็ง

และจากการศึกษาที่ไปเทียบกับการตรวจชิ้นเนื้อตรวจพบว่า ผลชิ้นเนื้อตับแข็งจะสัมพันธ์กับค่าที่มากกว่า 14.0 kPa คือผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังและสงสัยภาวะตับแข็ง แล้วไปวัดค่า elastography แล้วได้ค่าที่เกิน 14.0 น่าจะสนับสนุนการวินิจฉัยตับแข็งได้ **อย่าลืม ต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกายและผลเลือดร่วมด้วยเสมอ**

อีกหนึ่งวิทยาการที่ก้าวหน้า เพื่อลดอันตรายและการตรวจที่รุกล้ำ แต่ได้ข้อมูลที่เทียบเคียงกับการเจาะตรวจชิ้นเนื้อครับ

ในภาพอาจจะมี อาหาร

22 ตุลาคม 2563

สิ่งที่ประชาชนควรทราบเกี่ยวกับแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนประเทศไทยปี 2563

 สิ่งที่ประชาชนควรทราบเกี่ยวกับแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนประเทศไทยปี 2563

1. ความสำคัญของโรคคือ มีอาการของสิ่งที่ไหลย้อนกลับจากกระเพาะ (ส่วนมากคือกรด) อาการที่ค่อนข้างจำเพาะคือ อาการแสบแน่นยอดอกและเรอเปรี้ยว และอีกสิ่งที่สำคัญคือ อาการนี้ต้องรบกวนชีวิตประจำวันด้วย และหากซักประวัติและตรวจร่างกายแล้วไม่พบอาการเตือนพิเศษใด ๆ สามารถวินิจฉัยและรักษาจากอาการนี้ได้เลย

2. อาการเตือน คือ กลืนลำบาก มีเลือดออกทางเดินอาหาร โลหิตจาง อาเจียนมาก กลืนเจ็บ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ อาการเหล่านี้อย่างไรก็ควรได้รับการพิจารณาส่องกล้องทางเดินอาหารก่อนจะวินิจฉัยโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน

3. หากอาการเข้าได้ ไม่มีอาการเตือนและไม่มีโรคอื่น ๆ สามารถให้การรักษาด้วยยาลดกรดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยด้วยเลย รักษาประมาณสองสัปดาห์เพื่อดูการตอบสนองได้ **ไม่ได้ส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มแล้วนะครับ**

4. ประเด็นที่สำคัญก่อนที่จะบอกว่าการรักษาไม่ได้ผลและต้องไปสืบค้นต่อคือ การปฏิบัติตัวที่เหมาะสมและการใช้ยาที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องการใช้ยาที่ถูกต้องสำหรับยาลดกรดชนิด PPI คือ จะต้องกินก่อนอาหารประมาณ 30 นาทีเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ขณะเซลล์หลั่งกรดทำงานตอนย่อยอาหารและคำนึงถึงปฏิกิริยาระหว่างยา (อันนี้ต้องให้คุณเภสัชกรช่วยดูแลให้)

5. จากข้อ 4 นอกจากการใช้ยาที่เหมาะสมถูกต้องแล้ว การปฏิบัติตัวเพื่อรักษายังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญและต้องทำเสมอ คือ การลดน้ำหนัก เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ งดการกินอาหารมื้อหนักอย่างน้อยสามชั่วโมงก่อนนอน และควรนอนยกศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อย

**ขอนอกเรื่องนิดนึง คือ ทำบทความเรื่องความรู้ให้ทุกท่านมากว่า 5 ปี พบว่าคำแนะนำ ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ คือคำแนะนำมาตรฐานอันดับหนึ่งในทุก ๆ โรคเลยครับ **

6. หลังจากปฏิบัติตัวและใช้ยาขนาดมาตรฐานแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ใช้ยาลดกรดในขนาดสูง คือเพิ่มจากกินวันละครั้งเป็นวันละสองครั้งเช้าเย็น หรือจะส่องกล้องตรวจก็ได้เพื่อแยกเหตุอื่น และ หากกินยาในขนาดสูงประมาณ 8-12 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้นควรส่องกล้องตรวจหรืออาจวัดความเป็นกรดในหลอดอาหารหรือวัดการเคลื่อนที่หลอดอาหารร่วมด้วย แต่การวัดสรีรวิทยาของหลอดอาหารนี้ ทำได้เพียงบางที่เท่านั้นนะครับ ยังเป็นข้อจำกัดอีกมาก

7. การใช้ยาอื่นๆ ร่วมกับยาลดกรด PPI มีวัตถุประสงค์หลักคือ ลดอาการของโรค จึงใช้ยาอื่นในการร่วมรักษากับยาลดกรด PPI เท่านั้น เช่น mosapride, acitiamide, alginate, tricyclic antidepressant, rebamipide

8. อาการอื่น ๆ ของกรดไหลย้อนที่อยู่นอกระบบทางเดินอาหาร เช่น ไอ กล่องเสียงอักเสบ ฟันกร่อน หืด หากคิดว่ามีที่มาจากโรคกรดไหลย้อน ก็สามารถใช้ยาลดกรด PPI และมาตรการการรักษาข้างต้นได้เช่นกัน

9. สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีข้อควรระวังการใช้ยา PPI แนะนำใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่ได้แก่ ยาน้ำลดกรด หรือ ยากลุ่ม alginate จะปลอดภัยกว่ายาลดกรดทั้ง PPI และ ยาต้านฮีสตามีน ยาน้ำลดกรดก็เช่นยา alum milk ส่วนยากลุ่ม alginate คือโปรตีนที่สกัดจากสาหร่าย อันมีคุณสมบัติในการควบคุมภาวะกรดด่างในกระเพาะได้คล้าย ๆ ยาน้ำลดกรดที่เป็นเกลือแมกนีเซียมหรืออลูมิเนียม

10. สำหรับผู้ป่วยที่รักษาและควบคุมอาการพอได้และไม่มีโรคอย่างอื่น อาจเปลี่ยนมาเป็นการใช้ยาเมื่อมีอาการได้ และหากเป็นกลุ่มที่มีอาการรุนแรงต่อเนื่อง ก็แนะนำให้ใช้ยาลดกรดในระยะยาว โดยการใช้ยาในระยะยาวต้องติดตามผลข้างเคียงแทรกซ้อนของยาที่อาจจะเกิดด้วย คุณหมอและคุณเภสัชจะช่วยดูแลจุดนี้ให้ครับ

11. ยา PPI ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดคือ omeprazole, lansoprazole, esomeprazole, pantoprazole, rabeprazole, dexlansoprazole โดยยาที่บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติคือ ยากิน omeprazole และยาฉีด pantoprazole ข้อสำคัญที่สุดของการใช้ยากลุ่มนี้คือ ปฏิกิริยาระหว่างยาครับ ทั้งปฏิกิริยาทางชีวเคมีและปฏิกิริยาจากสภาวะกรดที่เปลี่ยนแปลงไป

เอาสั้น ๆ ประเด็นที่น่ารู้และเพื่อเข้าใจการรักษา คนไข้กับคุณหมอได้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกันครับ

ท่านสามารถดาวนโหลดฉบับเต็มมาอ่านได้ฟรีที่นี่ครับ
http://www.gastrothai.net/th/guideline-detail.php…

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

บทความที่ได้รับความนิยม