27 กรกฎาคม 2562

NAMSAL ยา DTG/TDF/FTC

เริ่องใหม่ ๆ เกี่ยวกับการรักษาเอชไอวี

จากงานแถลงนโยบาย เอ้ย..ประชุม international AIDS society ก็จะมีการศึกษาออกมาให้เราได้อ่าน..ฟรี นั่นแหละครับที่ผมติดตามเพราะจะเกี่ยวของฟรีมาอ่าน ตัวเองไปเองไม่ได้ (ทรัพยากรจำกัด) วารสารฉบับเต็มในอีกสักพักก็เข้าถึงลำบาก (ทรัพยากรจำกัดอีกแหละ) ดังนั้นเรามาอัพเดตกับโอกาสดี ๆ กัน (เวลามีคนมาขอค่าเทอม ทรัพยากรเกิดไม่จำกัดเสียอย่างนั้น)

การศึกษาชื่อ NAMSAL ANRS 12313 เป็นการศึกษาการใช้ยาต้านไวรัสในกลุ่มประเทศยากจน ในการศึกษานี้เลือกประเทศคาเมอรูน ในทวีปแอฟริกา ด้วยสาเหตุที่ว่าเจ้าเศรษฐานะและสังคม มันส่งผลต่ออัตราการติดเชื้อและรักษาจริง ๆ ที่ผ่านมาทำการศึกษาในยุโรปบ้างล่ะ อเมริกาบ้างล่ะ ผลมันก็อาจนะดีนะ ทุ่มไม่อั้นนี่นา ลองมาดูสถานการณ์จริงบ้าง

ยุคนี้ตอนนี้ยาที่แนวทางการรักษาแนะนำจะเป็นยาที่ราคายังสูง ยาที่เป็นตัวเลือกหลักสำหรับราคา แต่เป็นตัวเลือกรองสำหรับแนวทางคือยาเม็ดรวม TDF/FTV/EFV (tenofovir 300mg, emtricitabine 200mg, efavirenz 600mg) ที่ว่าเป็นยารองไม่ใช่ว่าประสิทธิภาพไม่ดี แต่เพราะมันมีผลข้างเคียงต่อระบบจิตประสาทมากกว่าตัวอื่นและอาจดื้อยาได้บ้าง แต่ถ้าเทียบประสิทธิภาพที่ดีในราคาที่จ่ายได้ มันเลยใช้มากมาย (ไทยก็ใช้มากนะ)

ตัวยาที่มีผลข้างเคียงคือ Efavirenz จึงมีการศึกษาลดขนาดจาก 600 mg เป็น 400mg ก็พบว่าประสิทธิภาพในการรักษายังดีอยู่ และลดผลข้างเคียงลงด้วย ยึงมีการใช้ยาสูตร EFV400 อีกหนึ่งสูตร

ตอนนี้มีการพัฒนายาตัวใหม่ขึ้น ใช้กลไกต่างจากของเดิมเรียกว่า integrase inhibitor คือยับยั้งการควบสารพันธุกรรมของเรากับไวรัส ไม่ให้มันฟีเจอริ่งกัน มันจะได้ไม่แพร่พันธุ์ เช่นยาชื่อ raltegravir elvitegravir และตัวใหม่ขึ้น dolutegravir ที่ใช้ในการศึกษานี้ เพราะว่าประสิทธิภาพสูง ผลข้างเคียงน้อย โอกาสดื้อยาลดลงมาก และที่สำคัญสามารถทำราคาได้ต่ำลงจนประเทศที่ไม่ร่ำรวยพอจ่ายได้ แล้วประสิทธิภาพของจริงดีไหม นี่แหละเรามาดูกัน

การศึกษานำผู้ติดเชื้อ HIV ที่ยังไม่เคยรักษามาเข้ารับการรักษา ส่วนมากเป็นหญิง อายุประมาณ 35-40 ปี ยังไม่มีอาการใด ๆ และส่วนมากปริมาณไวรัสในตัวเกิน 100,000 copies/mL (เกณฑ์การรับเข้าศึกษานับที่มากกว่า 1,000) แบ่งกลุ่มให้ยาดังนี้

กลุ่มควบคุมใช้ ยาเม็ดรวม TDF300/FTC200 กับ EFV400  กลุ่มทดลองใช้ dolutegravir 50 มิลลิกรัม กับยาเม็ดรวม TDF300/FTC200  เมื่อเริ่มยาแล้วติดตามความสม่ำเสมอการกินยาและผลข้างเคียง วัดผลหลักที่ 48 สัปดาห์ โดยนับว่าจำนวนคนที่สามารถควบคุมปริมาณไวรัสไม่เกิน 50 copies/mL ว่าไม่ได้ต่างจากยาสูตรควบคุมเกิน 10% และหากสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ด้อยไปกว่าแล้วจะมาพิสูจน์ต่อว่าเหนือกว่าหรือไม่

จำนวนคนที่เข้ามาในการศึกษา 616 คนแบ่งสองกลุ่มพอ ๆ กันและสามารถติดตามกินยาไปจนจบการศึกษาได้เกือบทั้งหมด  ผลปรากฏออกมาว่าในสัปดาห์ที่ 48 นั้น

กลุ่มควบคุมมีจำนวนผู้ป่วยที่สามารถควบคุมไวรัสให้ต่ำกว่า 50 copies/mL 69%
กลุ่มทดลองมีจำนวนผู้ป่วยที่สามารถควบคุมไวรัสให้ต่ำกว่า 50 copies/mL 75%

ความแตกต่างกันประมาณ 5% เมื่อคิดทางสถิติแล้วพบว่าถึงเกณฑ์ที่สามารถบอกว่าไม่ด้อยกว่า แต่เมื่อไปคิดว่าเหนือกว่าหรือไม่พบว่า ไม่เหนือกว่าเช่นกัน เสมอกัน

แล้วสิ่งที่คิดคือผลข้างเคียงน้อยกว่าจริงหรือไม่ (คงจำได้ว่า non-inferiority study ออกแบบว่ายอมรับการรักษาใหม่ที่อาจจะด้อยกว่าเดิมในขอบเขตที่รับได้ แลกกับประโยชน์บางอย่าง ในที่นี้คือผลข้างเคียงต่อจิตประสาท)  พบว่ากลุ่มยา dolutegravir มีผลข้างเคียงต่อระบบจิตประสาทน้อยกว่าจริง ส่วนการดื้อยาพบว่าตอนนี้ยังไม่ต่างกัน (เพราะระยะการให้ยายังไม่นานและยังติดตามการกินยาดีมาก)

ทุกคนก็บอกว่า เอ..กดไวรัสได้แค่ 70% เองรึ น้อยไปหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าส่วนมากผู้ป่วยเริ่มต้นด้วยปริมาณไวรัสสูงเกือบทั้งสิ้น และหากเรามาดูการวิเคราะห์ย่อยจะพบว่ากลุ่มที่เริ่มรักษาด้วยตัวเลขปริมาณไวรัสน้อยกว่ามีตัวเลขคนที่ควบคุมไวรัสได้สูงกว่า บ่งชี้ว่าการรักษาตั้งแต่ระยะต้น ๆ ดีกว่าปล่อยให้ไวรัสมาก ไปในทางเดียวกันกับการศึกษาการให้ยาในยุคปัจจุบัน

และถ้าหากเรานับจุดตัดค่าไวรัสที่ไม่เกิน 200 แสดงว่าการรักษาได้ผลดีจะพบว่ามีผลดีถึงเกือบ 90% ทั้งคู่ เช่นกันก็บ่งชี้ว่าลดไวรัสได้ดีมากและโอกาสดื้อยาไม่สูงเท่าไร (แต่ระยะติดตามยังสั้นไปและเชื้อไม่มากพอจะวิเคราะห์การดื้อยา)

โดยรวมแล้วเมื่อเราคิดจะใช้ยาตัวใหม่ Dolutegravir เมื่อเทียบกับสูตรมาตรฐานแล้ว ไม่ได้ด้อยกว่าจนรับไม่ได้และได้ผลดีคือลดอาการข้างเคียงระบบประสาทและลดโอกาสการดื้อยา ก็นับว่าไม่ได้ด้อยกว่าตามวัตถุประสงค์แห่งการทดลอง

ประเด็นในปัจจุบันคือ integrase inhibitor ในปัจจุบันยังราคาสูงมาก ทั้ง ๆ ที่บรรจุในแนวทางนานาชาติว่าเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง ณ ปัจจุบัน ยังไงคงต้องเรียนแจ้งท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาปัญหานี้เป็นหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนของประเทศเราด้วยครับ อย่าตัดโอกาสการรักษาและอย่าให้ถึงกับต้องตัดพี่ตัดน้องกันเลย ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ
#ลุงหมอก็เป็นคนตลก

อ่านฟรีที่นี่
https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa1904340?query=TOC

รวบรวมบทความที่เคยเขียนลงในวารสาร rabbit today

รวบรวมบทความที่เคยเขียนลงในวารสาร rabbit today

ไมเกรน
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/migraine?fbclid=IwAR2Jb0yVlziOEfm5e6Cb8lTfnls3rjHPzSeYZuN8bM3QrkyRjkveiOW6Q7g

กินหวานแล้วจะเป็นเบาหวาน
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/diabetes-mellitus?fbclid=IwAR2LgWL9hBY820VKTVA8kHXIXtaRogQr4n3uMPyri_jnXHT05n6ro3c7frk

ไข้เลือดออก
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/dengue?fbclid=IwAR0te50Px2FdxhKNwGDm5LnQs4a4J7yO7QtObSNdBM_eAoiyw_YSPLUxY_Y

ลดความเสี่ยงหัวใจ ตอนที่ 4 เลิกบุหรี่
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/reducing-coronary-artery-disease-4?fbclid=IwAR1rHapp2bS0vusRfjtSwNlSCqnohjyvR4TJCI-y9lCBYhOcWnES1-KkLvA

ลดความเสี่ยงหัวใจ ตอนที่ 3 คุมน้ำหนัก
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/reducing-coronary-artery-disease-3?fbclid=IwAR0m_ZeHVpnFq-Cvf3iWTBlOTnmeTLObRkeA81w2jNxgE-RSNHoYr-ROSJ0

ลดความเสี่ยงหัวใจ ตอนที่ 2 ออกกำลังกาย
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/reducing-coronary-artery-disease-2

ลดความเสี่ยงหัวใจ ตอนที่ 1 คุมอาหาร
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/reducing-coronary-artery-disease-1?fbclid=IwAR2Cvqz6FrCEpG1VWdYLf1VCsh-i1FtjvPHFrecmuLc_IX728vR5E1r3ggA

ยาแก้ปวดแบบต่าง ๆ
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/painkiller?fbclid=IwAR0xxA-u7gduApK7MM98gHZ8DIVKlh3urOB6LHYoSOHOVa-qWN4q-izw3D4

การคัดกรองมะเร็งเต้านม
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/breast-cancer-screening?fbclid=IwAR38X08Pf_xgVrDvDEAkjPeyQvXpRBGI615XY7WSgF-_PJO6Asqfe8j6J48

ปริมาณดื่มมาตรฐาน
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/standard-drink?fbclid=IwAR3gAQXWTEM2ite6PZEegXi0tdJv9J6WjUH88xE9HBlFdeoPN0P0-x02dIQ

เกลือแร่ในการรักษาท้องเสีย
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/ors?fbclid=IwAR0FjHjxYOI3zsoLw3ldAsJv4paLfZQcAdFTHQlqMPBFBdseqnVzqwlnA7I

ภาวะฉุกเฉินที่ควรรู้
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/fast-track?fbclid=IwAR04ObiWwC353epjiFlmb9qu5hl1OKhNTR8eShtYmcI0hh89j6fAfV0FRhY

ยาต้านการอักเสบ COX-2
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/nsaids?fbclid=IwAR0_mfa3tHxPJNv7FbBhp-g2zkvoNlfHQe-ts0fhFncqjY5b8DRosAyx9oM

การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/preventing-sexually-transmitted-diseases?fbclid=IwAR0P-FVY71umr791d10XSDDN_0BUANl5UH9r-mAPPSqjBKl_rBD3Nm3jOwY

การตรวจชีพจรด้วยตัวเอง
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/take-the-pulse?fbclid=IwAR3rGBNjcSBk2UPgY3kPSal8dCN57grf-DAJKIhnLJtSpw5Nzb7fN7dut0E

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/tdap-vaccine?fbclid=IwAR2XM7u7vsal-IuPVEG1zMc4zgk9VB41Y-sM9Dx3xKV21WuATvV1drrZPK0

สำรวจสีอุจจาระ
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/poop-colors?fbclid=IwAR2c_UyMnkFYoc0rwDNDEJBbT5yQeulHJYbK0shEmcvviQEo-odDxr2f7tI

สำรวจสีปัสสาวะ
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/urine-color?fbclid=IwAR1L-ECOuPrIAn-fDuolrU9f1EslIEZo9ycTPLUdKjZ-IRxxZNzoqiisomk

การรักษาพยาบาลกับการประกัน
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/health-insurance?fbclid=IwAR3Nt2HMy73IVypca1W4js0j75UD4QeTxj3F6RpRwZK_atfWRwOgufzMaNE

การลดไขมันในเลือดแบบไม่ใช้ยา
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/reduce-dyslipidemia?fbclid=IwAR3pznUEx74k-UswYHTFPWEI7lBDPY35Lfi4NuiklZLyxYiPpEwO-O9i8mM

โรคโลหิตจาง
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/anemia?fbclid=IwAR1fiHOT2y-4MQC07CZ7eXQHwqlP8v59wjoEq7vuuayD3b2pTigFkG2LdIo

ยาแก้แพ้กับการง่วงซึม
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/antihistamines-side-effects?fbclid=IwAR2R_Dc-aGophN3xK_IhdDh9dkzoU-23CGWo79xWtmfVz56FohmXl4cP1Q4

น้ำตาลสะสมในการติดตามเบาหวาน
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/hemoglobina1c?fbclid=IwAR0_POKu-bA4WxFgibH-AAQ90jqYq4FK1W5mrTd_mj2EOQgD0tzlP3gHaaU

ของขวัญปีใหม่เพื่อสุขภาพ
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/healthy-gift-for-new-year?fbclid=IwAR2KcuuFAWwbdRXuPmEUlr4ma4mGX7SGWf-NzpKxRo74IvRpFBglV3-yCoQ

ยาไขมันที่ควรรู้
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/lipid-lowering-drug?fbclid=IwAR2MEbIKknfFxXR8iBzJ4tkA4Tg8-Db1wzHd9goI2QhaJ_jmx9qVan7u_3I

ความเข้าใจเรื่องไขมันในเลือด
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/hyperlipidemia?fbclid=IwAR2F9TyrSc_XIE-Q656Xm9-m4Ztrtn_GZrPw_ZUfp4Hy1RxiT6sfWbwXZ5U

โรคเก๊าต์
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/gout-internal_medicine?fbclid=IwAR2YxK0ac5S1QZEoiVBbnLZEoqC7DR9_5Ayb-DWUJeAbe6HoWfZ-GVnmebU

ผลแทรกซ้อนจากการเป็นอัมพาต
https://www.rabbittoday.com/th-th/articles/health-sport/paralysis?fbclid=IwAR2aSiKOKrP7fiw9Fd1pLMs3JtkSEe4IeSCJeSU8UNE8QBCOJkIKc5ZDY9E

ปวดท้องต้องส่องกล้องทุกคนไหม
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/dyspepsia?sc_camp=F01366D9-2BAC-4C65-9A47-D8F66A56615D&fbclid=IwAR3nd68bgGvsGesN3cbsDGTCeIDT3lVmQucJ06ecyrNW_vt5tALC3nCr9jE

สิ่งที่ควรเตรียมตัวเวลาไปหาหมอ
https://www.rabbittoday.com/articles/health-sport/preparing-to-meet-your-doctor?fbclid=IwAR3M3fjEVzmnN9xrtZ0Jjaf-PLsAR2tcuEW2c1CmwuY4MqH-kxh8faQs5eA

26 กรกฎาคม 2562

การรักษาที่ผมแนะนำให้คุณทำได้เลยและไม่ควรจะทำเลย

การรักษาที่ผมแนะนำให้คุณทำได้เลยและไม่ควรจะทำเลย ระหว่างที่เดินทางไปหาหมอ ใครมีข้อแนะนำเพิ่มเติมเขียนมาในคอมเม้นต์ได้นะครับ
ควรทำ
1.ไข้สูง : เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิปรกติ รับประทานยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัมครั้งละหนึ่งเม็ด และดื่มน้ำบ่อย ๆ
2.ถ่ายเหลว : ผสมน้ำเกลือแร่สำหรับอาการท้องเสีย (อย่าใช้แบบสำหรับนักกีฬา อ่านข้างซองให้ดี) ชงดื่มทีละน้อยแต่ให้ดื่มบ่อย ๆ อย่างน้อยประมาณเท่าปริมาณอุจจาระที่ถ่ายออกไป

3.คัดจมูก น้ำมูกมากจากอาการหวัด : ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
4.ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาการน้ำตาลต่ำหรือตรวจพบน้ำตาลต่ำ : ถ้ายังรู้ตัวดีให้ดื่มน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้ หนึ่งแก้ว

5.บาดแผลถลอก ฉีกขาด ของมีคม : ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด น้ำประปาหรือน้ำดื่มก็ได้ ล้างมาก ๆ โดยเฉพาะเศษสกปรกต่าง ๆ
6.แผลสัตว์กัด : ล้างน้ำสะอาดและฟอกสบู่หลาย ๆ ครั้ง

7.อาเจียน สำลัก : ให้นอนตะแคงไปทางใดทางหนึ่ง กันการสำลักลงปอด
8.เลือดออกในจุดที่กดได้ : เอาผ้าสะอาดหลายชั้นวางบนบาดแผลแล้วกดให้แน่น
9.ปวดสารพัดปวด : ใช้ยาเม็ดพาราเซตามอลตามฉลากยา

ไม่ควรทำ
1.ใช้วัตถุใด ๆ งัดปากคนที่ชักเกร็ง แค่ปล่อยไว้และจับตะแคงตัวก็พอ

2.ชันชะเนาะรัดเหนือแผลเวลาถูกงูกัด แค่ให้ส่วนที่ถูกกัดอยู่นิ่ง ๆ แล้วรีบนำส่งรพ.
3.ไปทำการ "เป่า" เวลาเป็นงูสวัด
4.กลืนไข่ กลืนสารพัดอย่าง เวลาเผลอดื่มสารแปลกปลอมหรือกรดด่าง แค่อย่าทำให้สำลักแล้วพาส่งรพ.

5.ซื้อยาหยุดถ่ายอุจจาระมากินเวลาถ่ายเหลว โดยไม่ไปรักษาก่อน
6.ใช้ยาสีฟันทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
7.ยาชุด ยาลูกกลอน ไม่ว่าจะรักษาอาการใด ๆ และยาปฏิชีวนะถ้าไม่มีข้อบ่งชี้
8.ดื่มเหล้าแก้อาการวิงเวียนหน้ามืด ..อันนี้ไม่น่าให้อภัย
9.บีบนวดเวลาปวดข้ออักเสบจากเก๊าต์ แค่อยู่นิ่ง ๆ หรือประคบอุ่นก็พอ

25 กรกฎาคม 2562

Pre Exposure Prophylaxis หรือ PrEP แบบฝัง

ข่าวน่ารู้
ตอนนี้กำลังมีงานประชุม international AIDS society แน่นอนว่าจะมีข่าวสารออกมาใหม่ ๆ ให้เราว้าว นี่คือหนึ่งในข่าวสารนั้น
การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีโดยการให้ยาในกลุ่มเสี่ยง (Pre Exposure Prophylaxis หรือ PrEP) นับว่าเป็นวิธีการที่ทรงประสิทธิภาพมากเมื่อให้ร่วมกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเช่น อาชีพทางเพศ กลุ่มชายรักชาย คู่นอนหลายคน วิธีที่นิยมที่สุดคือการกินยา tenofovir ไม่ว่าจะกินตลอดเวลาหรือกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ (อันนี้คือต้องวางแผน) ผลจะดีมาก..ถ้ากินยา อีกวิธีคือการใช้อุปกรณ์ฝังยา เช่นฝังอุปกรณ์เคลือบยาในช่องคลอด
ปัญหาสำคัญคืออัตราการใช้ต่อเนื่อง น้อยมาก ไม่สะดวก รำคาญ แม้แต่ในการศึกษาเอง การกินยาต่อเนื่องสูงสุดอยู่ที่ 40-50% เท่านั้น ทำให้วิธีนี้ยังไม่ดีนัก แต่ถ้านับเฉพาะคนที่กินยาหรือใช้อุปกรณ์เคร่งครัด อันนี้ดีจริง
นักวิจัยจาก Merck จึงได้คิดค้น ยาต้านไวรัสแบบฝัง ..คล้ายการฝังยาคุมกำเนิดเลย เป็นหลอดเล็ก ๆ เท่าไส้ปากกาลูกลื่น ยาวเท่าก้านไม้ขีด ฝังไว้ที่ต้นแขน ยาจะค่อย ๆ ปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา เอ๊ะ..น่าจะดี
การศึกษาที่เป็นระยะแรก ทำในอาสาสมัคร 16 คน แบ่งเป็นกลุ่มฝังยา islatravir หลอด 52 หรือ 64 มิลลิกรัม กับอีกกลุ่มฝังยาหลอก แล้วติดตามระดับยา..ย้ำติดตามระดับยา ไม่ใช่อัตราการติดเชื้อ เมื่อฝังยาและเมื่อฝังยาครบ 12 สัปดาห์แล้วเอายาออก ยังวัดระดับต่อไปอีก 4 สัปดาห์
ผลออกมาว่า ไม่ว่าจะหลอดยาขนาดใด วัดเมื่อไร หรือวัดที่สัปดาห์ที่ 16 คือ 4 สัปดาห์หลังถอดออก ระดับยาในเลือดยังสูงกว่าระดับที่คาดว่าจะปกป้องการติดเชื้อได้ดี
ว้าวไหม..กำลังทำโปรเจ็กต์ต่อว่า ออกแบบหลอดที่ออกฤทธิ์ 1 ปีจะเป็นอย่างไร และสุดท้ายต้องไปวัดที่ประสิทธิภาพการป้องกันโรคจริง ว่าติดเชื้อมากน้อยเพียงใด
หลาย ๆ ท่านคิดว่า ทำไมจะต้องยุ่งยากด้วย ก็แค่มีผัวเดียวเมียเดียว หรือสวมถุงยางทุกครั้งมันก็โอเค มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น ในความเป็นจริงมีความหลากหลายของพฤติกรรม มีความลำบากในการเข้าถึงถุงยาง มีการเผอเรอ ความเสี่ยงอื่น ๆ สารพัด ถ้าเราอุดช่องโหว่ได้ เราจะได้ไม่ต้องมารับมือโรคในระยะท้าย ถือว่าป้องกันดีกว่ารักษา และไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก เพราะไม่ว่าวิธีเลี่ยงบาลีแบบใดก็ยังเสี่ยง ถ้าไม่ป้องกัน
การรักษาตัว มีเพศสัมพันธ์ปลอดภัย สวมถุงยางอนามัย #อย่าพาตัวไปหาความเสี่ยง ยังสำคัญกว่า พาตัวเข้าสู่ความเสี่ยงแล้วป้องกัน
"ไม่เข้าสู่สงครามดีกว่า แต่ถ้าจะเข้าสงครามเพราะเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องมีเกราะมีโล่ อย่าเข้าไปตัวเปล่าเล่าเปลือย แม้ชนะแต่ก็บอบช้ำ"
คิดได้ไงฟระ หล่อมาก
อ่านมาจากที่นี่
https://www.medscape.com/viewarticle/915997…

การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบในหญิงตั้งครรภ์

การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบในหญิงตั้งครรภ์

เมื่อวานวารสาร JAMA ได้ลงสรุปคำแนะนำของ US preventive services task force เรื่องนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจจึงขอมาขยายให้ฟังง่าย ๆ สักหน่อย ความสำคัญของเรื่องนี้ตามการศึกษาเขาให้เหตุผลว่าจะลดเด็กที่ต้องติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้มากมาย แต่ผมคิดว่าเราน่าจะมีอะไรได้มากกว่านั้น

อย่างแรก เจ้าโรคไวรัสตับอักเสบบี มันเป็นสาเหตุสำคัญมากของตับแข็งและมะเร็งตับในประเทศไทย จริง ๆ ก็ทั่วทุกที่ในโลกด้วย เราสามารถป้องกันและลดโอกาสการติดต่อได้ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การจัดการแม่ผู้ติดเชื้อ การฉีดวัคซีน และแม้แต่เมื่อติดเชื้อแล้วก็ยังสามารถดูแลได้ดีเพื่อลดการเกิดผลแทรกซ้อนไม่ว่าการใช้ยากิน (lamivudine, tenofovir, entecarvir) หรือยาฉีด (interferon alpha) 

หากยังไม่ตั้งครรภ์ ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน คือยังไม่เคยติดเชื้อหรือไม่ได้วัคซีน หรือได้วัคซีนแล้วภูมิไม่ขึ้น อันนี้แนะนำให้ฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น มีคู่นอนมากกว่าหนึ่ง อาชีพแพทย์พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ ผู้ชายก็ควรฉีดเช่นกันครับ หากติดเชื้อให้เข้าติดตามการรักษาตลอดนะครับ ที่ผมเจอบ่อย ๆ คือติดเชื้อแต่ไม่มีอาการเลยปล่อยตามเลย

เอาล่ะคราวนี้มาถึงคำแนะนำแล้ว สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นครรภ์ที่เท่าไร เคยตรวจมาแล้วว่าไม่ติดก็ตามที ทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ใหม่ต้องตรวจเสมอ ตรวจให้เร็วที่สุดเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ เพราะแม้ครั้งที่แล้วเราไม่ติด ครั้งนี้เราท้อง...เราต้องซั่ม เราต้องสด แน่นอนเราจะมีโอกาสติดเชื้อครับ

ผลเลือดที่ใช้ตรวจคือ HBsAg ใช้วิธี immunoassays ที่มีความไวและความจำเพาะสูงมาก เรามากล่าวถึงกรณีไม่ติดเชื้อ สำหรับเด็กให้ฉีดวัคซีนตามปรกติครับ สำหรับแม่ให้พิจารณาฉีดวัคซีนในกรณีเป็นกลุ่มเสี่ยงข้างต้น หรือจะฉีดไว้ก็ได้ เลือกฉีดตอนตั้งครรภ์หรือหลังตั้งครรภ์ก็ได้

ในกรณีผลเป็นบวก สำหรับลูก คุณหมอจะให้ฉีดวัคซีนและอิมมูโนโกลบูลิน (โปรตีนที่จับทำลายเชื้อ) ใน 12 ชั่วโมงแรกหลังคลอดและจะฉีดวัคซีนลูกให้ครบคอร์สในแปดเดือน มีการตรวจติดตามว่าการป้องกันในลูกสำเร็จไหมเมื่ออายุประมาณ 1 ปี  สำหรับแม่จะต้องทำการตรวจอีกหลายอย่าง ตัวที่สำคัญที่สุดคือ ปริมาณเชื้อไวรัสที่เรียกว่า HBV DNA viral load และพูดคุยตัดสินใจกับหมอ เรื่องการกินยาต้านไวรัสเพื่อลดปริมาณไวรัสให้น้อยที่สุดเพื่อลดโอกาสติดไปสู่ลูก คำแนะนำให้ใช้ยา tenofovir  เมื่อปริมาณไวรัสมากกว่า 200,000 IU/mL 

ทำไมต้อง 2 แสน จากเอกสารอ้างอิงหมายเลข 4-6 (ใครอยากอ่านภาพรวมแนะนำวารสารหมายเลข 4) ของวารสารนี้มีการศึกษาการให้ยา tenofovir ที่ตั้งกลุ่มที่จะให้ยาที่ 2 แสนที่ทางผู้วิจัยเรียกว่า ปริมาณเชื้อมาก ผลปรากฏว่าหากให้ยาและใช้มาตรการการฉีดวัคซีนและอิมมูโนโกลบูลินร่วมด้วยแล้วนั้น สามารถลดโอกาสที่ทารกจะติดเชื้อจากแม่ได้อย่างมีนัยสำคัญและลดลงมากเสียด้วย  เพราะการใช้ยาที่เราเคยรู้ ๆ กันนั้นมาจากการศึกษาการติดเชื้อเมื่อเรื้อรังและค่าการทำงานของตับสูงกว่าปรกติ แต่ในหญิงตั้งครรภ์ไม่ได้มาสนใจระยะของโรคหรือค่าการทำงาน มุ่งเป้าทีี่ลดปริมาณไวรัสเพื่อลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกนั่นเอง

อ่านฉบับเต็ม ฟรี

บทความที่ได้รับความนิยม