19 เมษายน 2560

หัวใจล้มเหลว 1

หัวใจล้มเหลว ... ไม่ได้หมายถึงอกหักหรือรักไม่เป็น แต่เรากำลังพูดถึงภาวะที่หัวใจทำงานได้ไม่ดี จนทำให้ร่างกายมีความผิดปกติ

หัวใจล้มเหลวเป็นภาวะ คำว่าภาวะ คือมีหลายๆอาการ หลายๆอย่างมารวมกันเรียกว่ากลุ่มอาการหัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจมีต้นกำเนิดจากโรคใดโรคหนึ่งหรือหลายๆโรคก็ได้ ผมยกตัวอย่าง ผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจส่วนนั้นก็จะหยุดทำงาน หัวใจปั๊มเลือดไม่ได้ หรือว่าไม่เต็มที่ ... หน้าที่การทำงานบกพร่องแล้ว จนเกิดสารน้ำคั่งค้างในตัว อย่างนี้ก็คือ หัวใจล้มเหลวจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

หัวใจล้มเหลว มีทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง เฉียบพลันก็คือเกิดเหตุการณ์ปัจจุบันขึ้น แล้วหัวใจรับภาวะนั้นไม่ไหว เช่นหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือมีเลือดออกในเยื่อหุ้มหัวใจจนบีบอัดหัวใจขยับไม่ได้
แบบเรื้อรัง ก็คือการทำงานที่บกพร่องลง แต่ว่าร่างกายยังสามารถ "จัดการได้" โดยการใช้ระบบประสาทและฮอร์โมนต่างๆ มาช่วยพยุงการทำงานของหัวใจ เมื่อใดก็ตามที่ระบบการพยุงมันล้มเหลวไป ก็จะกลายเป็นหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันไปนั่นเอง

กล่าวว่าหัวใจล้มเหลวเป็นภาวะปลายทางของการทำงานต่างๆของหัวใจที่บกพร่องไปนั่นเอง และกลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของหลายๆโรค อย่างเช่นโรคเบาหวานส่วนมากก็เสียชีวิตจากโรคหัวใจ ก็เพราะโรคเบาหวาน ทำให้หลอดเลือดหัวใจผิดปกติ ทำให้ตีบ ตีบเสร็จกล้ามเนื้อก็ตาย หัวใจก็วาย วายมากๆก็เสียชีวิต
การดูแลรักษาโรคหัวใจวาย จึงเป็นการดูแลโรคต้นกำเนิดให้ดี และประคับประคองไม่ให้หัวใจทำงานหนักเกินไปจนแย่ ...ยังจำที่กล่าวตอนต้นได้ไหมครับ ร่างกายใช้ระบบฮอร์โมนและระบบประสาท เพื่อกระตุ้นให้หัวใจทำงานต่อได้ แต่การกระตุ้นนี้นานไปจะทำให้หัวใจผิดรูปและทำงานแย่ลง (cardiac remodeling) จึงต้องใช้ยามาปรับให้สมดุล

ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ควรมีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง การออกกำลังกาย แน่ล่ะว่าด้วยสภาพหัวใจคงออกกำลังกายหนักมากไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่เฉยๆก็ยังเหนื่อย แต่ว่าจะต้องออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพโรค ต้องปรึกษาแพทย์ที่รักษาอยู่นะครับ สภาพโรคนั่นก็เป็นพลวัติ คือเปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งดีขึ้นและแย่ลง ก็ต้องมีการปรับการออกกำลังกายตามนั้นด้วย

การกินอาหาร ก็ต้องปรับพลังงานให้เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน เพราะเมื่อเราออกแรงน้อยลง พลังงานที่เข้าไปก็ต้องน้อยลงด้วย ขืนยังกินมากๆเท่าเดิมก็จะอ้วน น้ำหนักขึ้น การรักษาหัวใจวายจะยากขึ้น ที่เน้นคือการลดเกลือครับ ตามมาตรฐานคือบริโภคเกลือ น้อยกว่า 2300 มิลลิกรัมต่อวัน เรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่าจืดสนิทและต้องทำกับข้าวเอง แต่ถ้าทำไม่ได้ ให้งดเครื่องปรุงและอาหารแปรรูปครับ
ถามว่าต้องจำกัดน้ำหรือไม่ ในผู้ป่วยโรคหัวใจเรื้อรังนั้นให้ดื่มน้ำตามปกติครับ โดยทั่วไปก็ 1.5-2.0 ลิตรต่อวัน การจำกัดน้ำจะกระทำเมื่อผู้ป่วยมีภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ หรือ หัวใจวายเฉียบพลันครับ

การสังเกตอาการที่บ่งบอกว่า น่าจะ..น่าจะ..นะครับ เพราะอาการของโรคหัวใจวายเรื้อรังไม่ได้เฉพาะเจาะจงมากเท่าไร ต้องสังเกตอาการเป็น เมื่อเริ่มแย่ลงก็ต้องรีบทำการแก้ไขก่อนที่จะกลายเป็นหัวใจวายเฉียบพลัน (acute decompensated heart failure) ดังนี้ สังเกตอาการเหนื่อย ว่าถ้าทำกิจกรรมเท่าเดิมแต่เริ่มเหนื่อยมากขึ้น หรือไม่ทำอะไรก็เหนื่อย การสังเกตอาการบวม แม้ว่าอาการบวมอาจเกิดได้หลายสาเหตุ อาจไม่ใช่จากหัวใจวายก็ได้ แต่ถ้าบวมมากขึ้นก็ต้องระวัง สังเกตง่ายๆที่หลังเท้า หน้าแข้ง หรือถ้านอนติดเตียงก็ดูที่ก้นกบ ส่วนมากจะไม่ค่อยพบหน้าบวมตาบวม อาการนอนไม่ได้ นอนราบระดับหัวใจแล้วเริ่มหอบ บางคนหอบจนต้องนั่งหลับ หรือตื่นมาหอบ..ตื่นมาหอบนะครับ ไม่ใช่ว่าตื่นมาจากสาเหตุอื่นแล้วจึงหอบ เช่น ฝันเห็นลุงตู่

น้ำหนักตัวก็เป็นสิ่งที่สังเกตง่ายๆ ชั่งน้ำหนักทุกๆวัน ถ้าหนักขึ้นเรื่อยๆ เร็วๆ เช่น วันละครึ่งกิโลกรัม ต้องระวังแล้ว บางคนก็มีอาการบวมที่ท้อง คนไข้บางคนก็จะมีหลอดเลือดดำที่คอโปางพองอย่างชัดเจน

เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ต้องรีบไปพบแพทย์นะครับ
ตอนต่อไปเรามาดูเรื่องยาและการรักษากัน

18 เมษายน 2560

decusstio pyramidum

เคยนึกสงสัยคำพูดของหมอไหมครับ .. หลอดเลือดแดงที่สมองด้านซ้ายตีบตัน ทำให้ร่างกาย "ซีกขวา" เป็นอัมพาต ทำไมถึงไขว้กัน

การเรียนการศึกษากายวิภาคของมนุษย์ทำให้เราทราบทางเดินกระแสประสาทว่ามีความซับซ้อนมาก สมองใหญ่ซีรีบรัม เป็นต้นทางของชุดคำสั่งการเคลื่อนที่ของร่างกาย เช่น เรากำลังจะไปถอนหมุดออกจากถนน ร่างกายจะผลิตชุดคำสั่งว่าจะต้องใช้กล้ามเนื้อมัดใด ออกแรงสลับกับมัดใด เพื่อให้เดินไปข้างหน้า แกว่งแขน บังคับทิศทาง รักษาสมดุล โดยยิงชุดคำสั่งออกมาเร็วมาก เร็วกว่าการทำงานของกล้ามเนื้อเป็นร้อยๆเท่า

ชุดคำสั่งนี้ เดินทางด้วยกระแสไฟฟ้า ไปสั่งงานกล้ามเนื้อ ผ่านจากผิวสมองใหญ่ ลงมาตามมัดเส้นประสาท (tract) ผ่านก้านสมองเพื่อจะลงไปสู่ไขสันหลัง ไปสั่งงานหน่วยปฏิบัติงานที่ไขสันหลัง ที่ใกล้และรู้ใจกล้ามเนื้อมากกว่าเบื้องบน ให้ทำงานตามสั่งต่อไป
ก่อนที่ชุดคำสั่งจะลงมายังไขสันหลัง ที่ก้านสมองส่วนสุดท้ายก่อนลงไปไขสันหลัง มัดเส้นประสาทจะมาไขว้กัน ซ้ายเปลี่ยนเลนมาขวา ขวาเปลี่ยนมาซ้าย เรียกบริเวณนี้ว่า motor decussation หรือชื่อเพราะๆมากๆว่า decusstio pyramidum

ทำให้เส้นใยควบคุมจากสมองซ้ายที่ลงมาทางซ้ายตลอด ย้ายไปอยู่ไขสันหลังซีกขวา ไปควบคุมหน่วยปฏิบัติงานกล้ามเนื้อซีกขวา และเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับอีกฝั่งหนึ่ง
ไม่ใช่แค่การควบคุมการเคลื่อนที่นะครับ ยังมีอีกหลายส่วนที่ "ข้ามฝั่ง" เช่นการรับรู้การมองเห็น จำเส้นประสาทสมองคู่ที่สอง ที่คอยรับภาพได้ไหมครับ ก็ส่งเส้นใยส่วนใหญ่ข้ามฝั่งไปแปลภาพที่สมองซีกตรงข้าม การรับสัมผัสของร่างกายก็รับจากร่างกายซีกนั้น เข้ามาทางเส้นใยประสาทที่ไขสันหลัง แล้วก็ข้ามฝั่ง ทอดตัวในไขสันหลังฝั่งตรงข้ามไปสู่สมอง

คงถึงบางอ้อกันแล้วว่าทำไมหลอดเลือดแดงในสมองฝั่งซ้ายตีบ แต่ร่างกายซีกขวาจะอ่อนแรง (รายละเอียดทางเดินยิบย่อย ข้ามฝั่ง ไม่ข้ามฝั่ง วันหลังต้องเชิญ อ.ทัดดาวมาสอนครับ)
ว่าแต่ทำไมต้อง "ข้ามฝั่ง" ให้วุ่นวายด้วย มีสมมติฐานหลากหลายมากเลยครับ ผมพยายามตามค้น ว่าทำไม ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดๆ มีแต่ข้อสมมติฐานที่อ้างอิงทฤษฎีที่น่าสนใจ จากนักกายวิภาค หมอด้านประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาททั้งหลาย มาเล่าให้ฟังครับ ท่านใดเคยได้ยินเรื่องราวอื่นๆ ก็มาบอกกันด้วยนะครับ

ทฤษฎีที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด (ในความเห็นส่วนตัว) คือ ทฤษฎีวิวัฒนาการ พบว่าสัตว์มีกระดูกสันหลังหลายชนิดที่มีการข้ามฝั่งแบบนี้ แล้วการประสานงานกันของหน้าที่การทำงานของสมองทั้งสองฝั่งเป็นไปได้ด้วยดี รวมทั้งในเรื่องที่ว่า ความสัมพันธ์ของการมองเห็นและการเคลื่อนที่ เพราะสัตว์จะมองเห็นและมีปฏิกิริยาโต้ตอบได้ดี จากการเห็นฝั่งตรงข้ามกับลูกตา สัตว์ที่เส้นประสาทตามีการไขว้กันตามวิวัฒนาการจึงอยู่รอดได้ดีกว่า และการข้ามฝากต่างๆก็อาศัยทฤษฎีนี้อธิบาย
ทฤษฎีย่อยๆอื่นที่พอเป็นไปได้คือ เวลาเราเจริญเติบโตในช่วงตัวอ่อน ร่างกายเรามีการหมุน บังเอิญว่าทิศการหมุนของสมองกับร่างกายมันไม่ไปทางเดียวกัน เลยมีการไขว้กันการข้ามฝากเกิดขึ้น
ทฤษฎีที่น่าคิดแม้จะดูตลกๆ คือ สมองสองซีกนั้นแยกกันเจริญ ทำคนละหน้าที่ ที่มีเส้นใยไขว้กัน ข้ามกัน ก็เพราะต้องการยึดติดกัน ไม่ให้ระบบประสาทสองซีกหลุดออกจากกัน !!!

แต่ยังไม่มีข้อใดสรุปได้ชัดๆนะครับ เราอธิบายตำแหน่งรอยโรคในสมองว่าทำไมตีบตรงนี้ อัมพาตตรงนั้นได้จากศึกษาทางเดินประสาท แต่คำตอบที่ว่า ทำไมต้องไขว้ ยังคงต้องค้นหากันต่อไปครับ

17 เมษายน 2560

เส้นประสาทสมองทั้งสิบสอง

วันนี้เรามาฟังเรื่องเบาๆกันบ้างนะครับ เรื่องของเส้นประสาท เส้นประสาทคือสายไฟที่เชื่อมต่อระหว่างศูนย์ควบคุมของสมองและไขสันหลัง ออกไปยังอวัยวะต่างๆ เส้นประสาทสมอง ก็คือ สายสื่อสารที่ออกจากสมองส่วนก้านสมองไปควบคุมร่างกายส่วนศีรษะและการรับรู้ต่างๆ มารู้จักเส้นประสาทสมองทั้งสิบสองกัน

1. โอลแฟกทอรี เส้นประสาทที่ใกล้ชิดสมองมากที่สุด ทำหน้าที่รับประสาทสัมผัส กลิ่น จากจมูกเอาไปแปลผลที่สมอง อาจจะใช้น้อยนะครับ เวลาผิดปกติเลยไม่ค่อยทราบ

2. ออปติก เส้นประสาทที่สัญญาณภาพจากหลังลูกตาทั้งสองข้าง พาดส่งสัญญาณไปแปลผลรูปภาพต่างๆที่สมองส่วนหลัง เป็นเส้นประสาทที่เรามองเห็นได้โดยใช้กล้องส่องตา จุดต่อเส้นประสาทกับลูกตาที่เรียกว่า optic disc ใช้ตรวจดูแรงดันในกระโหลกที่สูงครับ

3. ออคคูโลมอเตอร์ ใช้ควบคุมการกลอกตา การลืมตา การหดขยายของม่านตา แต่ว่าการควบคุมลูกตาถือเป็นการควบคุมที่ซับซ้อนที่สุดอันหนึ่งของร่างกายมนุษย์ ต้องทำงานร่วมกับเส้นประสาทคู่ที่สี่และหก

4. โทเคลียร์ ใช้ควบคุมการกลอกตาเช่นกัน ชื่อโทเคลียร์ trochlea มาจากคำแปล "รอก" คือเส้นประสาทจะไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ไปคล้องผ่านปุ่มกระดูกที่ทำหน้าที่เป็นรอก ได้ชื่อ โทเคลียร

5. ไตรเจมินัล เส้นประสาทสำคัญที่ใช้ในการรับสัมผัสบริเวณใบหน้าทั้งหมด เวลาเส้นประสาทนี้อักเสบจึงปวดแสบปวดร้อนใบหน้า และใช้ควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวอาหาร

6. แอบดูเซนส์ เส้นประสาทสมองที่ยาวมากๆ ทำหน้าที่ควบคุมการกลอกตาเช่นกัน คือกลอกตาไปทางหางตา คล้ายๆ "แอบดู" ด้วยหางตา ด้วยความที่เส้นมันยาวมาก มีโอกาสถูกกดจากแรงดันกระโหลกสูง บางทีความดันในกระโหลกสูงจึงพบว่าเส้นประสาทที่หกทำงานบกพร่อง

7. เฟเชี่ยล face นั่นเอง ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อบนใบหน้า และรับรสที่ลิ้น เวลาเส้นประสาทนี้อักเสบ หน้าจึงเบี้ยวไม่ขยับครึ่งซีกครับ เวลาจะไปทักใครที่ยิ้มยากอารมณ์ไม่ดี ให้บอกว่า วันนี้เส้นประสาทสมองคู่ที่เจ็ดไม่ทำงานหรือครับ

8. เวสติบูโลโคเคลียร์ เส้นที่แอดนี้จะอยู่ข้างๆเส้นที่เจ็ด รับความสัญญาณสองอย่างจากหูชั้นใน คือรับสัญญาณเสียงมาแปลที่สมอง (โคเคลียร์) และรับสัญญาณการทรงตัวจากหูชั้นในครับ (เวสติบูล่าร์)

9. กลอสโซฟาริงเจียส เส้นประสามสมองที่ใช้การควบคุมกล้ามเนื้อคอหอย เวลากลืน เวลาหายใจ เวลาพูด และรับรู้รสชาติด้วย รับสัมผัสในช่องปาก ควบคุมน้ำลาย ทำงานร่วมกับเส้นสิบ

10. เวกาส เป็นเส้นประสาทสมองที่สำคัญมากๆ เป็นต้นกำเนิดของระบบประสาทอัตโนมัติที่ใช้ควบคุมร่างกาย การเต้นของหัวใจ การบีบตัวหลอดเลือด จะพันกับหลอดเลือดแดงใหญ่ลงไปที่คอ ช่องอก ช่องท้อง มีบางส่วนไปควบคุมการกลืน และเส้นเสียง ..เสียงแหบ เส้นเสียงพิการ ก็เส้นนี้แหละครับ

11. แอคเซสซอรี เส้นประสาทที่มาควบคุมกล้ามเนื้อคอและกล้ามเนื้อหลังคอส่วนต่อระหว่างต้นคอกับบ่า ตรงที่ฟันขาดสะพายแล่งนั่นแหละครับ ทำงานร่วมกับเส้นประสาทไขสันหลังด้วย คุมการเคลื่อนที่หันคอ ยกสะบัก พยุงคอ

12. รจนา ...เอ้ย..ไฮโปกลอสซัล ควบคุมการเคลื่อนที่ของลิ้น ในทิศทางต่างๆ ได้รับการควบคุมจากสมองทั้งสองซีกเลย การพูด การกลืน ใช้ทุกวันแหละครับ สำคัญมากๆ

การค้นพบเส้นประสาทสมองมีค้นพบมาเรื่อยๆ จนมาค้นพบครบในปี 1778 โดยนักกายวิภาคชาวเยอรมัน Samuel Soemmering ตั้งชื่อเส้นทั้งสิบสองและใช้เรียกมาจนปัจจุบันครับ

16 เมษายน 2560

วรรณกรรมเยาวชน

วรรณกรรมเยาวชน ... ยุคนี้มีใครรู้จักบ้าง สมัยผมนั้นไม่มีเรื่องใดโด่งดังเท่าเรื่องของ เอนิด ไบลตัน (Enid Blyton) นักประพันธ์วรรณกรรมเยาวชนชาวอังกฤษ เรียบเรียงสำนวนการแปลโดย กัณหา แก้วไทย สำนักพิมพ์แก้วกานต์

เรื่องที่ผมอ่านและชื่นชอบคือ ชุดห้าสหายผจญภัย (the famous five) และ ชุดนักสืบสี่เกลอ (the Barney Mystery) เรื่องราวที่ไบลตันเขียนนั้น เป็นยุคสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในชนบทประเทศอังกฤษที่แสนสงบเงียบ ท่านลองนึกภาพตามนะครับ ที่ราบหญ้าสีเขียว สุดที่ขอบชายแดนป่าเขียวขจี มองกวาดตาออกมาที่ทะเลสาบสีฟ้าคราม และชายหาดเล็กๆ มองไปใกล้ๆ มีบ้านก่ออิฐมีปล่องไฟ สไตล์อังกฤษ รั้วไม้สีขาวทางเข้าบ้านมี เก้าอี้และโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่

หน้าบ้านมีเด็กชายวัยสิบสาม และเด็กหญิงวัยสิบสอง นั่งเล่นด้วยกัน รอบๆนั้นมีเด็กชายผมสีแดง สวมหมวกวิ่งไล่จับกับสุนัขพันธุ์คอกเกอร์สแปเนียลตัวเล็ก อย่างสนุกสนาน สักพักก็มีสุภาพสตรีร่างท้วม ท่าท่างใจดี แก้มแดง สวมชุดลายสก็อตใส่ผ้ากันเปื้อนและหมวกสีขาว ถือถาดไม้ใบใหญ่ ยิ้มแย้มเอาขนมออกมาให้เด็กๆ
มีนมสด ชาดอกคาร์โมไมล์ และขนมสโคนหอมกรุ่น พร้อมด้วยเนยก้อนโต เรียกเด็กๆมากินอาหารว่างช่วงบ่าย
บรรยากาศช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่เด็กๆมาเล่นกันอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นก็เดินไปเล่นกับเพื่อนเด็กวัยสิบสี่ และออกไปผจญภัย เจอเรื่องราวที่สนุกสนาน พบร่องรอยของการขนสินค้าเถื่อน มาเก็บไว้ในโรงนาร้าง เด็กๆพยายามแกะรอยไปพบแก๊งค์ที่ขนสินค้าเถื่อนที่ทางรัฐบาลตามจับมานาน มีการผจญภัยระทึกขวัญ เกือบถูกจับได้ ไปติดอยู่ในท่อน้ำทางเดินเก่าแก่ของโรงนา ที่สุดท้ายไปเปิดออกที่โพรงลับท้ายป่า

สนุกมาก แฝงด้วยเรื่องราวของคุณธรรม ความสามัคคี ไหวพริบ เล่าเรื่องราวความสวยงามของชนบทอังกฤษ วัฒนธรรม การกิน อาหาร วิถีชีวิต ไม่มีพิษภัยใดๆ เหมือนกับการ์ตูนของดิสนีย์

ผมเริ่มอ่านและสะสมตั้งแต่อยู่ประถมปลาย สมัยนั้นห้าสหายผจญภัยเล่มละ 30 บาท นักสืบสี่เกลอเล่มละ 60 บาท หาซื้อตามย่านวังบูรพาที่สมัยนั้นเป็นที่รวมย่านร้านหนังสือ ทั้งมากมาย ราคาถูก เหมาะกับนักเรียนที่เก็บเงินค่าขนมมาซื้อ ร้านที่เข้าประจำตอนนั้นคือ "บูรพาสาส์น" ถนนเจริญกรุง เดินมาจากเมอร์รี่คิงส์วังบูรพาไม่ไกลนัก เข้าจนเจ้าของร้านจำได้ดี
หนังสือที่ถ่ายภาพมาให้ดูนั้น ยี่สิบกว่าปี แล้วนะครับ เก็บเอาไว้อย่างดี

ปัจจุบันนี้คงพิมพ์หลายครั้งแล้ว ยังหาซื้อได้ตามร้านหนังสือเก่าๆ ไม่แน่ใจว่าแพร่พิทยา และ บูรพาสาส์นยังเปิดอยู่หรือไม่ หรือหนังสือเก่าตามร้านมือสอง ส่วนถ้าจะสั่งออนไลน์ทางอเมซอนก็มีครับ ใครมีอีบุ๊คก็สามารถสั่งซื้อจาก อเมซอนคินเดิลได้

แต่ถ้าใครจะอ่านภาษาไทย ต้องเป็นสำนวนการรวบรวมจาก กัณหา แก้วไทย เท่านั้นนะครับ
ใครประทับใจหนังสือในวัยเด็กเรื่องใดบ้าง เล่าให้ฟังกันหน่อยนะครับ หยุดสงกรานต์ก็ฮาเฮกันเรื่อยไป...

อายุรแพทย์สาว

อายุรแพทย์สาว ... ที่ผมเคยพบ ถ้าใครคิดจะพิชิตใจอายุรแพทย์สาว ควรทราบสิ่งต่างๆเหล่านี้ ไม่ได้มาจากการสัมภาษณ์ใดๆ แต่มาจากการพบเห็นและอินเนอร์ความเป็นหญิงในตัวผมเอง

อายุรแพทย์สาว เป็นสาวมั่นแน่นอนครับ เธอจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากๆ สูงกว่าแพทย์ชายอีกนะครับ ดังนั้น คุณควรจะเออออห่อหมกในเรื่องที่เธอถนัดบ้างครับ หรือพูดให้ถูก ต้องยอมเรื่องที่เธอถนัดนั่นเองครับ ถ้าจะค้าน คุณต้องมีเหตุผลที่ดีมากๆครับ

อายุรแพทย์สาว มีตารางเวลาครับ ด้วยเวลาที่น้อย แต่พอคาดเดาได้ของอายุรแพทย์ ...ต่างจากหมอผ่าตัด...เธอจะวางแผนเวลาที่ดีมาก ไม่ว่าการพัก การไปเม้าท์กับเพื่อน การไปเยี่ยมครอบครัว การช็อป ดังนั้นคุณไม่ต้องกลัวกับการจะถามตารางเวลาและจัดเวลาของคุณ ให้เข้ากับเธอครับ เธอไม่ได้ต้องการให้คุณทุ่มเทเวลาทุกอย่างจนเสียเวลาตัวเอง แต่แค่เข้ากับตารางของเธอ

อายุรแพทย์สาว มีความละเอียดลออมากมาย คุณต้อง..ทำ..ใจ เรื่องราวเล็กๆน้อยๆ ไม่มีผ่านตาไปได้หรอกครับ ขนาดเรื่องราวทางอายุรศาสตร์ที่ละเอียดมากๆยังไม่รอดสายตา เรื่องที่ถนัดกว่านั้น ไม่ว่าการเลือกเครื่องสำอาง รองเท้า กระเป๋า ลดราคา จะละเอียดมากครับ คุณต้องอดทนในประเด็นนี้

อายุรแพทย์สาว ไม่ชอบให้มาเอาใจแบบเด็กน้อย ตะมุตะมิสักเท่าไหร่ คนที่ชอบก็มีนะครับ แต่ว่าไม่มาก คุณต้องสุขุม สนุกสนานแต่ห้ามต๊องเด็ดขาด มีมุกเด็ดๆปล่อยในเวลาที่เหมาะสม เอาแบบยิงแล้วยิ้มเลย ไอ้มุกลึกๆแบบที่ผมใช้นี่ ห้ามเด็ดขาด

อายุรแพทย์สาว ชอบคนที่มีเป้าหมายชีวิต แต่ไม่ใช่แบบพุ่งชนนะครับ ต้องมีเป้าหมาย มีการวางแผน การลงทุนวางแผนการเงิน ส่วนมากแพทย์เราจะอ่อนด้อยเรื่องนี้ครับ าใครวางแผนได้ ทำได้จริง จะดูอบอุ่น น่าฝากชีวิต

อายุรแพทย์สาว ชอบเที่ยว ไม่ใช่เที่ยวกลางคืน เที่ยวชิมช๊อปแชะ แต่เป็นเที่ยวแบบลึกๆ เช่น ไปดูชายหาดเกาะสิมิลันอย่างจริงจัง ไปเที่ยวชมวัดวาอารามเมืองน่านแบบอินดี้ ไปงานจัดแสดงศิลปะ ไปดูพระราชวังแวร์ซายส์ เพื่อปลดปล่อยตัวตน

อายุรแพทย์สาว ไม่ชอบให้มาคุยเรื่องงานนอกเวลา และต้องการให้คุณรับตัวตนอีกด้านด้วย เช่นตอนทำงานหน้าคร่ำเคร่ง ส่องกล้องคนไข้ทั้งวัน แต่ตอนเลิกงานร้องคาราโอเกะยังกับเลดี้กาก้า

นอกเหนือจากนี้ ควรดูแลตัวเองให้สะอาด หนวดเคราต้องโกน แต่งตัวสุภาพสะอาด ไม่ต้องเรียบหรู ให้เกียรติเธอนิดนึงครับ เพราะหน้าที่การงานเธอมีคนนับถือมาก เช่นกันก็จะถูกก๊อสซิบมากด้วย ถ้าจะให้ประทับใจพิเศษ ไปหัดความสามารถพิเศษมาสักอย่างครับ จะเล่นดนตรี กีฬา สะสมของ ไอที แต่ที่แพทย์สาวหลายคนไม่ชอบแน่ๆ คือรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เพราะเธอไม่อยากให้คนที่เธอรักมาเสี่ยงครับ

แค่นี้ ก็มีแต้มต่อไปมากแล้ว ที่เหลือแล้วแต่หน้าตาคุณแล้วล่ะครับ
ว่าแล้วผมก็ ขี่มอเตอร์ไซค์ เสื้อยืดเกงยีนขาด สวมอีแตะใส่หูฟังแอร์พอด เดินกินไส้กรอกเจี๊ยวหมา พลางนึกในใจ มิน่า..ไม่มีใครเอา

น้องๆที่รัก ผมเปิดการขายแล้วนะครับ ช่วยขยายเวลาโปรโมชั่นสินค้าด้วยนะ

บทความที่ได้รับความนิยม