07 มกราคม 2569

PRP รักษาข้อเสื่อมดีไหม

 คุณหมอคะ ฉีด PRP รักษาข้อเสื่อมดีไหมคะ

ดีหรือไม่ คุณตัดสินใจเองนะครับ ผมไปค้นข้อมูลมาพอควรและสรุปมาให้แบบชาวบ้านเข้าใจดังนี้
1.Platelet-Rich Plasma คือการเอาเลือดเรามาผ่านกระบวนการเพื่อให้ได้น้ำเลือด (plasma) ที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือด ปกติเราจะแยกเออกจากกันไปใช้งานต่างกัน แต่ที่เราคัดเอาเกล็ดเลือดมาเพราะว่า โปรตีน สารกระตุ้นการเจริญเติบโต และสารต้านการอักเสบ มันไปเข้าได้กับสารเคมีต่าง ๆ ในข้อเข่าที่มีบทพิสูจน์ “ทางหลอดทดลอง” ว่าช่วยลดการอักเสบได้
2.เราจึงผลิต PRP ขึ้นมาและฉีดเข้าข้อหรือจุดเกาะเส้นเอ็น หวังผลจะลด “อาการจากความเสื่อม” เช่น ปวด ขยับยาก และที่ใช้ PRP เพราะมันคือผลผลิตจากร่างกายเราเอง ไม่ใช่สารเคมีภายนอก อยู่ได้นาน 4-6 เดือน ดูปลอดภัยมากกว่าสารอื่น
3.ก่อนจะไปดูผลการศึกษาจริง ต้องย้ำก่อนว่า PRP ไม่ใช่ยาที่จะไปปรับการดำเนินโรค คือ ชะลอความเสื่อมไม่ได้ และมวลกระดูกอ่อนผิวข้อก็ไม่ได้เพิ่มจนเปลี่ยนแปลงโรค หลักการคือ ลดปวด ต้านการอักเสบ โดยใช้ผลผลิตตัวเอง
4.ผลการศึกษาสำคัญมากที่สุด เรียกว่าเป็น landmark study คือ RESTORE ลงตีพิมพ์ใน JAMA 2021 เทียบ PRP กับน้ำเกลือและควบคุมกระบวนการศึกษาดีมาก พบว่า การลดปวด การอักเสบ ไม่ต่างจากฉีดน้ำเกลือ
5.มีการศึกษาหลายอันทำเป็น meta-analysis เทียบกับการฉีด hyaluronic acid หรือการฉีดสเตียรอยด์ พบว่า
- PRP มีผลลดปวดที่ดีกว่า hyaluronic แต่ว่าไม่มากนักและการศึกษามีผลหลากหลายไม่ไปทางเดียวกัน และการลดปวดของ hyaluronic มันก็ไม่ได้มากมายอะไรอยู่แล้วด้วย
-ส่วนการฉีดสเตียรอยด์จะหายปวดเร็วกว่าและกลับมาปวดใหม่เร็วกว่าด้วย เพราะ PRP มันทำงานช้ากว่านั่นเอง แต่ระดับการปวดไม่ต่างกัน
6.ผลการศึกษาทั้งหลายเหล่านี้รวมกันเป็น evidence-based ที่ออกมาเป็นคำแนะนำการรักษาข้อเสื่อมระดับชาติและระดับนานาชาติ เช่น OARSI, ACR, AAOS, NICE ไปหาตัวเต็มเอาเอง แต่ที่ยกมาคือตัวตึงตัวท้อปของวงการเข่าเสื่อมโลก เขาแนะนำว่า จะฉีดก็ได้ ประโยชน์ไม่เด่นชัด ส่วนโทษแทบไม่มี แถมไม่ใช่เป็นทางเลือกแรกของทุกแนวทาง
7.เรื่องความปลอดภัย อันนี้ค่อนข้างปลอดภัยเลยเพราะมันคือผลิตภัณฑ์เราเอง (ถ้ากระบวนการทำปลอดเชื้อได้มาตรฐาน) และผลการศึกษาออกมาก็ปลอดภัยมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ส่วนความปลอดภัยระยะยาวคงต้องรอติดตามต่อไป เพราะยาเพิ่งใช้ไม่นาน
8.สรุปว่า ฉีดได้ เป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาลดปวด ไม่ได้ทำให้ข้อเข่าที่เสื่อมเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้น อันตรายจากยามีน้อย แต่ต้องระวังมาตรฐานการผลิตและเทคนิคการฉีด ที่สำคัญคือ ราคาแพง (หลายคำแนะนำไม่แนะนำจาก cost-effective analysis)
9.ไม่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีด การรักษาเข่าเสื่อมโดยการ ลดน้ำหนักตัว ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อรอบเข่า ยังคงต้องทำเสมอ การรักษาภาวะโภชนาการที่ดีของแคลเซียม หากไม่พอต้องใช้ยา สุดท้ายถ้าปวดมากคงต้องผ่าตัดรักษา
10.เอาล่ะ จะฉีดหรือไม่ ขึ้นกับตัวคุณครับ

06 มกราคม 2569

Deep Medicine

 Deep Medicine

เล่มแรกของปี
ติดตามอ่านเพราะชื่อ Eric Topol หลายคนอาจรู้จักเขาในฐานะคนที่ผลักดันเรื่องใหญ่อันหนึ่งของวงการแพทย์ คือ ความสัมพันธ์ของยาเบาหวาน rosiglitazone กับการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว
เขาไม่ได้เป็นผู้วิจัย แต่ในฐานะบรรณาธิการวารสารการแพทย์หลายฉบับ (แต่ละฉบับ impact factor สูง) เขาผลักดันจนองค์การอาหารและยาสหรัฐต่องออกเกณฑ์ว่า ต่อไปนี้นะ ยาเบาหวานที่จะขึ้นทะเบียน ต้องมีการศึกษาว่าไม่อันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด
หลังจากนั้นไม่นาน โลกแห่งการรักษาเปลี่ยนไปมาก ยาเบาหวานทุกตัวตั้งเป้าลดโรคหัวใจเป็นหลัก แนวทางทั่วโลกเขียนยา first line คือยาที่ลดโรคหัวใจเป็นหลัก
นั่นคืออิทธิพลของ Topol ยุคก่อนโซเชียลมีเดีย
ต่อมายุคอินเตอร์เน็ต หลายคนรู้จักเขาในฐานะ บก.เว็บไซต์ medscape นำเสนอและผลักดัน digitalized medicine และ precision medicine นี่แหละตัวพ่อการแพทย์มุ่งเป้า
ผมอ่านเล่มก่อนหน้านี้คือ The Creative Destruction of Medicine พูดถึงเทคโนโลยีการแพทย์ เน้นที่การแพทย์ precision เรียกว่าตื่นรู้ ตาสว่างเลย
มาเล่มใหม่นี้ พูดถึง information และ AI ที่จะพลิกโฉมการแพทย์ในวันนี้และอีก 20 ปีข้างหน้า เน้นว่าเราจะอยู่กับมันอย่างไร และทำอย่างไรจึงใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อ่านไป 100 หน้าแรก ผมรู้เลยว่าตัวเอง ช้ากว่าโลกเสียแล้ว โลกเร็วมาก อยากอยู่รอด เราต้องเร็วตาม
คุณหมอทุกคนต้องอ่านต้องศึกษาเรื่องนี้นะ รวมถึง รมต.สาธารณสุขสมัยหน้าด้วย
เล่มนี้ซื้อจาก amazon นะครับ ไม่มีในไทย



05 มกราคม 2569

SVT destination

 SVT destination

ที่ห้องฉุกเฉิน
คุณหมอสุธีร์ หมอหนุ่มจบใหม่ไฟแรง มานั่งรอคุณพยาบาลศันสนีย์ คืนนี้คุณพยาบาลศันสนีย์อยู่เวรบ่าย ลงเวรเที่ยงคืน แน่อนว่าคุณหมอสุธีร์ที่กำลังเทียวไล้เทียวขื่อน้องศันสนีย์สุดสวย ย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะมารอรับและชวนเธอไปหาอะไรกินรองท้องก่อนนอน
ถ้าไม่มาก็คงเป็นโอกาสของอีตาหมอชราหน้าหนุ่มแผนกอายุรกรรมที่กำลังเข้าทำคะแนนน้องศันสนีย์เช่นกัน
“อีกชั่วโมงเดียว” คุณหมอสุธีร์ชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ พร้อมหาวหวอดน้ำตาไหล เมื่อคืนคุณหมอก็อยู่เวรที่นี่จนดึก ง่วงแสนง่วงแต่ก็ต้องตื๊อทำคะแนน
ทันใดนั้นประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก เตียงเข็นถูกเข็นเข้ามาพร้อมทีมกู้ชีพ “เอสวีที (supraventricular tachyarrythmia) ความดันเริ่มตก”
เสียงใครสักคนตะโกนขึ้นมา เมื่อสิ้นเสียงตะโกนคุณหมอเวรประจำวัน พร้อมทีมในห้องฉุกเฉินก็กรูเข้าไปพร้อมช่วยเหลือคนไข้ทันที คุณอุบลวรรณพยาบาลร่างกำยำ อดีตแชมป์ยกน้ำหนัก คุณสาคร ผู้ช่วยพยาบาลที่ประสบการณ์โชกโชน รวมถึงน้องศันสนีย์ที่กำลังเตรียมตัวเก็บข้าวของลงเวร
คุณหมอสุธีร์นั่งอยู่เงียบ ๆ หลังเคาน์เตอร์ เฝ้ามองดูความโกลาหลประจำวัน ตาก็เหลือบมองจอคอมพิวเตอร์ซึ่งลิ้งค์ข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจรายนั้นจากหน้าจอข้างเตียงมาที่เคาน์เตอร์ด้วย
ด้วยความที่สายตาไม่ดีนัก คุณหมอเห็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจเต้นเร็วมาก ประมาณด้วยสายตา 160 ครั้งต่อนาที ค่าความดันโลหิตจากหน้าจอ 100/50 ออกซิเจนที่ 98%
มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจตัวสูง ๆ ต่ำ ๆ ด้วย บางจังหวะก็มาไม่สม่ำเสมอเท่าไร แต่ช่างเถอะ ไม่ใช่หน้าที่ของเราในวันนี้ ว่าแล้วก็ก้มหน้าหาเพลงใหม่ในสปอติฟาย จังหวะที่กำลังเปลี่ยนเพลง ก็ได้ยินเสียงคุณหมอตะโกนเสียงดังแทรกเข้ามา “อะดีโนซีน 6 มิลลิกรัม ฉีดแบบดับเบิ้ลไซริงจ์ ขอเส้นที่ต้นแขนเลยนะ”
+การฉีดอะดีโนซีน ต้องฉีดที่หลอดเลือดดำขนาดใหญ่ใกล้หัวใจ ด้วยยาออกฤทธิ์สั้นมาก 6-10 วินาที เมื่อฉีดแล้วต้องไล่สายด้วยน้ำเกลือเพื่อผลักให้ยาเข้าสู่หัวใจให้เร็วที่สุด+
“เคสนี้คงจบเร็ว” คุณหมอสุธีร์คิดในใจ พร้อมจังหวะเพลง river flows in you คลอเบา ๆ ในหูฟังตัดเสียง สายตากำลังจะปิดลงเพื่อดื่มด่ำเสียงเพลง
แต่ก็มีเสียงดังลั่นขึ้นมาแทรกเข้ามา “เฮ้ย วีเอฟ (ventricular fibrillation) ทำไมเป็นงี้ล่ะ คุณอุบลวรรณเตรียมเครื่องดีฟิบ (defibrillator) คุณสาครผมขอเจลด้วยครับ”
เสียงนั้นทำให้คุณหมอสุธีร์ตื่นจากภวังค์ทันที หันไปที่หน้าจอมอนิเตอร์คลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็น ventricular fibrillation ทันใดก็ฉุกใจคิดได้และเหลือบไปมองหน้าจอที่ฟรีซภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจก่อนจะฉีดอะดีโนซีน ..นี่มันไม่ใช่ SVT นี่หว่า
ภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เต้นเร็วมากจริง แต่ไม่ได้เป็นจัวหวะสม่ำเสมอแบบ SVT มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ตัวสูง ตัวเตี้ย บางตัวก็มีค่า QRS complex ที่กว่าตัวอื่น อันนี้ไม่ใช่ SVT แล้ว นี่คือ atrial fibrillation ที่มีภาวะ Wolff-Parkinson-White syndrome ร่วมด้วย ภาพจึงเป็นแบบนี้ ในกรณีนี้เราให้ยา adenosine จะยิ่งไปทำให้เกิด ventricular arrythmia โดยเฉพาะ VF เพราะ adenosine จะไปหยุดการนำไฟห้าผ่านช่องทางปกติ จึงมีการนำไฟฟ้าผิดปกติผ่านเส้นใยนำไฟฟ้าช่องทางลัดของ WPW และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คาด
คุณหมอสุธีร์เงยหน้ามองไปที่วงช่วยชีวิตคนไข้ คุณหมอเวรกำลังยกแพดเดิล ชาร์จไฟ 200 จูลส์ คุณสาครบีบเจลลงบนแพดเดิ้ลและที่อกคนไข้ แต่ทว่า…หลอดเจลนั้นคงจะเก่ามาก แทนที่จะออกมาทางช่องปกติกลับทะลักออกมาทางก้นหลอด หกเลอะเทอะไปที่พื้น คุณสาครไม่ทันจะมีเวลาเอาผ้ามาคลุมเพราะต้องเตรียมขึ้นปั๊มหัวใจ ส่วนคุณอุบลวรรณเตรียมขึ้นปั๊มเรียบร้อย
“ชาร์จพร้อม ถอยออกนะครับ หนึ่ง สอง …” เสียงหมอเวรเตรียมตัวดีฟิบบริลเลชั่นผู้ป่วย และจังหวะที่ทาบแพดเดิ้ลบนอกคนไข้ คุณหมอเวรก้าวขาเพื่อโน้มตัวลงมา เท้าเจ้ากรรมดันไปเหยียบบนเจลหล่อลื่นบนพื้น และภาพต่อไปนี้เกิดขึ้นเร็วมาก
คุณหมอไถลไปด้านหน้า แพดเดิ้ลไปแปะบนตัวคุณอุบลวรรณที่อยู่อีกฝั่งคนไข้เตรียมปั๊มหัวใจ และนิ้วก็กดกระตุกไฟฟ้าพร้อมกัน
คุณอุบลรรณถูกไฟฟ้ากระตุก หงายหลังลงกับพื้นหัวฟาดพื้นอย่างแรง ขาก็ไปเตะเตียงคนไข้ล้มลง
คุณสาครพุ่งตัวออกไปเพื่อรับคนไข้ไม่ให้กระแทกพื้น จึงไปกระแทกเอาเสาน้ำเกลือล้ม
เสาน้ำเกลือล้มไปในทิศที่คุณศันสนีย์เตรียมยาอะดรีนาลีน ปลายที่แขวนน้ำเกลือพุ่งเข้าตรงจุดดวงตาขวาของคุณศันสนีย์อย่างพอดีและแรงมาก …ฉึก
คุณหมอสุธีร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ตกใจมาก หันไปมองรอบตัวช้า ๆ หายใจเข้าออกลึก ๆ ทุกอย่างปกติ นาฬิกาดิจิตอลเรือนใหญ่บนผนังชี้เวลา 23.05 เฮ้อ นี่เราฝันไปหรือนี่ เหมือนจริงเอามากทีเดียว พร้อมกับสายตาที่เลื่อนมาหยุดรอหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ..คุณหมอสุธีร์เริ่มหายใจแรงและเร็ว เพราะชื่อเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอคือ river flows in you
!?!?!?!?!?
ทันใดนั้นประตูก็ถูกผลักเข้ามา “เอสวีที ความดันเริ่มตก” คุณหมอสุธีร์แทบหยุดหายใจ ตาเบิกโพลงกว้าง เหตุการณ์ทั้งหมดเหมือนกับที่ฝันเมื่อสักครู่ ร่างกายเย็นเฉียบขนหัวลุกเกรียว ใส่แว่นสายตาแล้วจ้องมองจออย่างจริงจัง “เฮ้ย AF with WPW” คราวนี้คุณหมอไปรอช้า ปราดเข้าไปในวงกู้ชีพ ก่อนที่เหตุการณ์จะเป็นไปตามฝันบอกเหตุ
“น้องหมออนุทิน อีเคจีเหมือน AF with Wolff แบบที่พี่เจอเมื่อวานเลย”
คุณหมอเวรและทั้งวงกู้ชีพหยุดกึก รวมทั้งน้องศันสนีย์ที่กำลังดูดยาอะดีโนซีนด้วย คุณหมออนุทินตะโกนบอกทีม “ใช่ AF with Wolff ขอบคุณมากพี่ เกือบไปล่ะ คุณศันสนีย์เตรียมยา อะมิโอดาโรนมาแทน ความดันยังดีพอรอได้ ยังไม่ต้องช็อกไฟฟ้า”
คุณหมออนุทินบอกไล่หลังคุณหมอสุธีร์ที่กำลังเดินกลับ “ขอบคุณครับพี่ เกือบไปแล้ว”
หลังจากเหตุการณ์สงบ คุณหมออนุทินเดินมาขอบคุณคุณหมอสุธีร์
“ดีนะที่พี่มาบอก ถ้าฉีดอะดีโนซีน ก็มีโอกาสเกิด VF ไม่งั้นคงต้องดีฟิบคนไข้แน่เลย”
“ก่อนหน้านี้ผมเคยเจอ แต่คนไข้ผมความดันตกแล้ว ผมเลยต้อง คาร์ดิโอเวอชั่น (synchronized cardioversion) เสียดาย เราไม่เคยมี procainamide เลยไม่เคยลองใช้ตามตำรา ใช้แต่ amiodarone ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นยาตัวเลือกแรก” คุณหมอสุธีร์บอก แล้วคุยกันต่ออีกเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่อง AF with WPW พอคุยนานเข้า คุณหมอสุธีร์เริ่มเลิ่กลั่ก เดี๋ยวน้องศันสนีย์จะลงเวรไปก่อน
“ว่าแต่พี่ไม่ได้อยู่เวรนี่นา วันนี้ว่างหรือครับ อะแน่ หรือมารอน้องอุบลวรรณ พยาบาลผู้แข็งแกร่งของเรา” อนุทินแซว
“บ้า…พี่มาคอยน้องศันสนีย์ กะว่าจะพาไปกินข้าวต้มรอบดึกสักหน่อย เดี๋ยวพี่ไปรอก่อนนะ” สุธีร์เร่ง
“ศันสนีย์หรือพี่ ก่อนผมจะมาคุยกับพี่ ผมเห็นลุงหมอหน้าหนุ่มแกมารออยู่นะครับ แล้วก็บอกว่า พี่สุธีร์เก่งเรื่องคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาก ลองไปคุยขอความรู้ดูสิ โอกาสเรียนรู้จากของจริงแบบนี้มีน้อย” คุณหมออนุทินเล่าจบ ก็ยกมือปิดปากเข้าใจกลเม็ดเด็ดพรายของอีตาลุงหมอทันที นึกในใจตามหลังไว ๆ ของคุณหมอสุธีร์ที่เดินหงุดหงิดออกไป ศึกนี้น่าจะฟาดฟันกันอีกนาน
ตัดภาพมาที่ร้านข้าวต้ม
หมอชราหน้าหนุ่มนั่งกินข้าวกับสาวงามที่เขาเพิ่งรับมาหลังลงเวร โชคดีที่แอบเห็นคุณหมอสุธีร์นั่งหลับอยู่ หึหึ ช้าไปต๋อย รู้เลยว่าต้องเดินเกมอย่างไร
ยิ้มกริ่มพลางนึกในใจ ตรูก็หนึ่งในตองอูเฟร้ย
วูบบบ ลมหนาวยะเยือกพัดผ่านต้นคอหมอชราไป ทำให้กระดิ่งที่แขวนอยู่บนเสาสั่นกรุ๊งกริ๊ง
ศันสนีย์หันไปมองตามเสียง “ร้านนี้เขารู้ว่าลูกค้าคือพวกเรานะคะ ขนาดเสาแขวนกระดิ่ง ยังเอาเสาน้ำเกลือที่ไม่ใช้ เอามาทำเครื่องแต่งร้าน” เสาอยู่ด้านหลังเธอพอดิบพอดี
หมอชราเสริม “แต่ผมว่ามันเก่าไปนะ สนิมเยอะเลย กลัวว่ามันจะหักล้มไปโดนใครเข้าสักวันน่ะสิครับ”
“แต่กระอิ่งอันนี้แปลกดีนะคะ มองไปมองมาคล้ายแพดเดิ้ลเครื่องดีฟิบ” ศันสนีย์จ้องมองกระดิ่งอย่างสนใจ
…..กร๊อบบบบบ…..กรี๊ดดดด
จบบริบูรณ์

01 มกราคม 2569

ชาเขียว matcha

 ชาเขียว matcha

วันนี้บาริสต้ามาถามผมว่า ตอนนี้ยอดสั่งมัทฉะเพิ่มขึ้นเยอะมาก มันดีต่อสุขภาพไหม เป็นกระแสหรือข้อเท็จจริง เอาล่ะ ..ผมขอสรุปจากที่อ่านแบบ scanning ในหลายเปเปอร์นะครับ
หลัก ๆ ของการศึกษาที่อ้างประโยชน์ของมัทฉะคือเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน ทั้งจากคาเฟอีนและสาร EGCG ในมัทฉะ และส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการสลายพลังงานของไขมัน การศึกษาทำการวัดค่า energy expenditure และ respiratory quotient ไม่ได้วัดจากมวลไขมันหรือน้ำหนักที่ลดลงนะ
พบว่าเพิ่มจากการที่ไม่กินมัทฉะประมาณ 4 % เมื่อใช้ปริมาณสารเผาผลาญประมาณ 4 ถ้วยมัทฉะ ถามว่า 4% นี่คือประมาณ 100 cal เองนะครับ เทียบกับพลังงานที่เราต้องใช้พื้นฐาน 2000-2500 cal ต่อวัน คือน้อยมาก ดังนั้นอย่าไปคาดหวังอะไรกับการเผาผลาญเพิ่มหรือลดน้ำหนัก
เพราะต้องกินถึง 4 ถ้วย แถมการศึกษาทำในคนสุขภาพดี ควบคุมอาหารสุด ๆ ได้ตัวเลขประมาณนี้ และยังไม่สามารถโยงไปถึงผลทางคลินิก เช่น น้ำหนักจะลดลงไหม มวลไขมันลดลงไหม โรคหัวใจจะลดไหม ตายน้อยลงไหม แถมพวกเรากินมัทฉะยังไง กินใส่น้ำแข็ง ในน้ำเชื่อม เพิ่มวิป เติมช็อกโกแลต บางคนกินแกล้มขนมสโคนอีก จะไปหวังผลตามการศึกษาย่อมไม่ได้
ส่วนการศึกษาอื่นก็มีนะครับ เรื่องช่วยความจำ ลดอนุมูลอิสระ ต้องบอกว่าการศึกษาแบบนี้เป็นการศึกษาขนาดเล็ก ประชากรก็คัดเลือกมาเฉพาะกลุ่ม วัดผลที่เรียกว่าเป็น intermediate outcome คือผลที่เกิดในระดับปฏิกิริยาเคมี หรือผลทางอ้อมอื่น ยังไม่สามารถมาเคลมประโยชน์ว่า กินแล้วดี กินแล้วช่วย
แล้วกินได้ไหม ...ได้สิครับ จะแทนกาแฟก็ได้ เพราะคาเฟอีนมันไม่สูงเท่ากาแฟ ใจสั่นน้อยกว่า นอนไม่หลับน้อยกว่า เป็นการดื่มเพื่อสุนทรียภาพทางรสและกลิ่น มากกว่าผลทางสุขภาพ
อีกอย่าง ก็ดีกว่าดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ ดื่มน้ำอัดลม ดื่มน้ำหวาน ใครที่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากดื่มเครื่องดื่มประเภทที่ว่ามาเป็นดื่มมัทฉะแทนแบบ 1:1 อันนี้ผมเชียร์เลยนะ
....หมอครับ ผมเปลี่ยนจากดื่มเบียร์วันละสองกระป๋อง มาเป็นดื่มมัทฉะวันละสองถ้วยแทนครับ อันนี้เชียร์ขาดใจเลย....

บทความที่ได้รับความนิยม