30 สิงหาคม 2563

งานก็ยุ่ง เวลาก็น้อย คุณหมอทั้งหลายจะใช้เวลาตรงไหนเพื่ออัพเดตความรู้

 งานก็ยุ่ง เวลาก็น้อย คุณหมอทั้งหลายจะใช้เวลาตรงไหนเพื่ออัพเดตความรู้ ผมมีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากครับ

1. เวลาตรวจรักษาคนไข้ในหนึ่งวัน หรือในครึ่งวันนั้น ให้หาเรื่องที่เราประสบปัญหาในการดูแล แค่เรื่องเดียว เอามาอ่านสั้น ๆ ทบทวนหลังราวด์เสร็จตรวจเสร็จ เช่น เจอปัญหาว่าผู้ป่วยใช้ยาต้านเกล็ดเลือดอยู่ แล้วเลือดออกทางเดินอาหาร เราก็หยิบเรื่องนี้แหละครับ มาทบทวนว่า how to restart antiplatelet drugs after GI bleeding

2. ต่อเนื่องจากข้อหนึ่ง แนะนำให้อุปกรณ์ออนไลน์ ค้นจาก google, pubmed, uptodate โดยเลือก review article เจาะเรื่องที่เราสนใจและเป็นปัญหา เพื่อเอาไปปฏิบัติงาน งานต้องเสร็จก่อน หลังจากนั้นมันจะมีคำถามคาใจเป็นพลังไปค้นต่อ

3. สมัครสมาชิก บริการข่าวสั้นทั้งหลายเช่น 2minutemedicine, medscape, หรือกดติดตามทวิตเตอร์ของวารสารสาขาที่เราชอบ ใช้เวลาแค่เข้าห้องน้ำ หรือรออาหารที่สั่ง ก็สามารถทบทวนได้สั้น ๆ จบหนึ่งเรื่อง (หรือจะกดติดตาม "อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว" เพื่อมาดมกาวกันก็ได้)

4. ซื้อตำราภาษาไทยของคณะแพทย์ต่าง ๆ ในปก update in .... , แนวทาง...ยุคใหม่, ตำราพวกนี้จะรวบรวมความรู้สมัยใหม่ในรูปแบบกระชับ จบในหนึ่งบท สำคัญคือ ซื้อทีละเล่ม พกทีละเล่ม อ่านครั้งละหนึ่งบท เฉลี่ยประมาณ 10 -20 หน้า สะสมแบบนี้ปีหนึ่งก็ห้าหกเล่มแล้วนะครับ

5. เวลาเดินทาง ขับรถเอง แฟนคลับให้ หรือโดยสารรถ เปิดพ็อดคาสต์วิชาการครับ ฝึกภาษาด้วย ได้ความรู้ด้วย พ็อดคาสต์เขาจะทำสั้น ๆ กระชับอยู่แล้ว เข้าทางเราเลย

6. ปรึกษาเคสกับเพื่อน ๆ ในห้องอาหาร เวลาเจอกันในวอร์ด ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องพวกนี้เวลาสั้น ก็จะคุยสั้น เน้นใจความ ยิงโช้ะโช้ะ เข้าเป้าเลย การคุยกันหรือการนำเสนอออกมาเนี่ย มันพัฒนาความคิดเราอีกระดับเลยนะครับ

7. อ่านตำรานักเรียนแพทย์ หรือ สรุปที่นักเรียนเขาใช้กัน อะฮ้า..อย่าคิดว่าความรู้เด็ก ๆ นะครับ พวกเขาสรุปแต่ละเรื่องแบบเข้าใจง่าย มีแผนภาพแผนภูมิ และด้วยความที่เราจบแล้ว เรามองปราดเดียวได้ทบทวนครบเลย ...ใครมองปราดเดียวฟระ ..เหงื่อตกสิไม่ว่า

8. ยุคสมัย post-covid มีงานประชุมวิชาการออนไลน์ฟรีมากมาย เปิดฟังช่วงที่ว่างได้เลยครับ มีคนสรุปมาให้ฟัง และมันมากมายจนฟังได้ทุกวัน แหมถ้ามีนักพัฒนาแอป ทำแอปรวบรวมงานประชุมมาแจ้งเตือนและ access ได้จากหน้าจอในปุ่มเดียว ..ถ้าจะดี แต่ผมไม่ได้ใช้แอป ลงใน outlook calander ก็ใช้ได้ แต่ต้องขยันอัพเดต เป็นการทบทวนตารางงานไปในตัว

9. ต่อจากข้อหนึ่งและสอง ก่อนนอนให้มาค้นเรื่องที่ยังคาใจให้จบ ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นในวันรุ่งพรุ่งนี้ (ถ้าไปค้นต่อในฝันได้ถ้าจะดี ... ไม่ได้สิ ต้องเก็บพื้นที่ฝันให้น้องมิว)

10. ข้อนี้สำคัญที่สุด คือทำให้เป็นนิสัย อย่าพอกหางหมู คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่า ๆ กัน ต่างกันที่การจัดการเวลาครับ

อ้อ...พวกที่ชอบไปอ่านหนังสือในร้านกาแฟ อ่านไปเหล่สาวไปน่ะ เลิกได้แล้วนะ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

29 สิงหาคม 2563

สี่แนวทางออกมาใหม่วันนี้ ESC 2020

 สี่แนวทางออกมาใหม่วันนี้

1. atrial fibrillation มีสมาคมแพทย์ศัลยกรรมทรวงอกยุโรปมาร่วมด้วย แนวทางใหม่จะเน้นเรื่องของการปรับสมดุลการรักษาระหว่างประโยชน์และผลข้างเคียง โดยเน้นให้ผู้ป่วยร่วมตัดสินใจมากขึ้น

2. adult congenital heart disease โรคหัวใจแต่กำเนิดที่พบในผู้ใหญ่ แนวทางนี้จะเน้นเรื่องการแก้ไขความผิดปกติที่ยังแก้ได้ ด้วยวิธีการผ่าตัดหรือการรักษา intervention ตามการศึกษาเรื่องนี้ที่ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นมากมาย

3. ACS without Persistent ST elevation ใช้ศัพท์ตามนั้นเลย คือ NSTEMI นั่นเอง แนวทางเน้นการวินิจฉัยเร็ว การแก้ไขและประเมินความเสี่ยงโดยวิธีตรวจหลอดเลือดหัวใจเร็วขึ้นมากขึ้น การใช้ยาและการรักษาจะอิงตามการฉีดสีหลอดเลือดมากขึ้น

4. การออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคหัวใจ อันนี้เป็น topic of the year เลยครับ เป็นเรื่องที่น่าจะเปลี่ยนชีวิตเรามากสุดแล้ว การศึกษาสองสามปีนี้มากเหลือเกิน แนวทางนี้ทบทวนไว้หมดเลย

กดดาวน์โหลดอ่านฟรี มีทั้งสไลด์ ไกด์ไลน์สั้น ไกด์ไลน์เต็ม pdfเอาไปดอง
https://www.escardio.org/Guide…/Clinical-Practice-Guidelines

ไว้ว่าง ๆ จะมาคุยให้ฟังนะครับ แกะเรื่องน่าสนใจที่ประชาชนควรทราบ เราจะได้รู้เท่าทันยุคสมัยกันด้วย

28 สิงหาคม 2563

ยาลดความดันโลหิตแบบรับประทานในบัญชียาหลักแห่งชาติ

 ยาลดความดันโลหิตแบบรับประทานในบัญชียาหลักแห่งชาติ


ยาขับปัสสาวะ

hydrochlorothiazide, furosemide, amioride+hydrochlorothiazide, spironolactone

ยาต้านเบต้า
atenolol, metoprolol tartrate, propranolol, carvedilol

ยาต้านแคลเซียม
amlodipine, nifedipine, manidipine, lercarnidipine, diltiazem, verapramil

ยา Angiotensin Converting Enzyme Inhibitors
enalapril, lisinopril, captopril

ยา Angiotensin Receptor Blocker
losartan

ยาต้านแอลฟ่า
prazocin, doxazocin

ยาขยายหลอดเลือด
hydralazine

ยาออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง
methyldopa

โดยยาแต่ละตัวมีข้อกำหนดการใช้งานต่างกัน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบัญชียาหลักแห่งชาติ 2561

ความดันโลหิตสูง วาระแห่งชาติ

 ความดันโลหิตสูง วาระแห่งชาติ

1. ความดันโลหิตสูงคือโรคเรื้อรังที่ไม่มีอาการ ถูกละเลย ทำให้เกิดผลแทรกซ้อนต่าง ๆ มากมาย และถือเป็นภัยร้ายอันดับหนึ่งขององค์การอนามัยโลก เราจะรอองค์การอนามัยโลกมาช่วยคงไม่ทัน

2.การลดโซเดียมในอาหาร เราทำได้ด้วยตัวเอง โดยการลดเครื่องปรุงในอาหาร ลดผงชูรส ลดอาหารที่ผ่านการแปรรูปทางอุตสาหกรรม ส่วนการปรับลดข้อกำหนดเกลือและภาษีเกลือ ต้องฝากรัฐสภา

3.การวัดความดันโลหิตที่บ้าน เป็นสิ่งสำคัญในการติดตามโรค หลายคนเวลามาวัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาล พบว่าความดันโลหิตขึ้นสูง ทั้ง ๆ ที่ความดันโลหิตจริง ๆ ของตัวเองไม่สูงขนาดนั้น ทำให้หมอปรับยาขึ้น สุดท้ายอาจไปเกิดผลข้างเคียงที่บ้านเพราะความดันโลหิตจริง ไม่ได้สูงขนาดนั้น แนะนำซื้อเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านครับ หรือจะลดหย่อนภาษีค่าเครื่องวัดความดันก็ไม่เลวนะครับ

4.การเลือกซื้อเครื่องที่มีคุณภาพ ผ่านการรับรอง มีบริการหลังการขาย มีการสอนการใช้เครื่อง เลือกขนาดแถบรัดแขนที่เหมาะสม เป็นหัวข้อสำคัญในการวัดติดตามผล ร้านยาที่จำหน่าย บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลตรงนี้ การควบคุมคุณภาพและราคาก็ต้องดีด้วย

5.วิธีการวัดที่ถูกต้อง จะใช้ค่าวัดความดันที่บ้านมาปรับการรักษาก็ต้องมาจากวิธีวัดที่ถูก ท่าทางต้องถูก เวลาในการวัดเหมาะสม จดบันทึกสม่ำเสมอ ทีมดูแลคนไข้ต้องเข้ามาดูแล สมาคมโรคความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยได้ออกคำแนะนำมาแล้วครับ และต้องสื่อสารในวงกว้างให้ทราบวิธีโดยทั่วกัน กระทรวงสาธารณสุขต้องช่วยดูแล

ลองดูเรื่องวิธีวัดและเครื่องมือได้ที่นี่ https://xn--12c8b3afcz5g8i.com/knowledge/detail/31

6.เรื่องของยา เวชภัณฑ์ อยากบอกว่ายาพื้นฐานในบัญชียาหลักแห่งชาติ สามารถใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงได้ดี มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ไม่จำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชีเสมอไป แค่รู้จักตัวยาและการเลือกใช้ให้ดี ทางองค์การอาหารและยา เภสัชกร และราชวิทยาลัยฯ มีส่วนร่วมมากกับการดูแลในส่วนนี้ ผมเขียนยาที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูงในรายการบัญชียาหลักแห่งชาติ 2561 ไว้ในความเห็นนะครับ

7.วิสัยทัศน์เรื่องการลดอันตรายจากโรค อย่าลืมว่าการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ไม่ใช่แค่ควบคุมตัวเลขความดันให้สวยงาม แต่ต้องคิดคำนวณความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนและจัดการให้เหมาะสม โดยเฉพาะโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมองตีบ และโรคไตเสื่อมเรื้อรัง ทุกครั้งที่ดูแลผู้ป่วยต้องคิดปัจจัยเหล่านี้พร้อมให้การปกป้องก่อนปัญหาจะเกิด เช่น ความดันสูงและเริ่มพบหัวใจโต การใช้ยากลุ่ม ACEI/ARB จะช่วยลดโอกาสหัวใจวาย เป็นประโยชน์ที่เพิ่มจากการลดความดันอย่างเดียว ต้องประสานหน่วยดูแลสุขภาพใกล้ตัวคนไข้ช่วยเอาใจใส่จุดนี้

8.ฐานข้อมูลการรักษาโรค วินิจฉัยเมื่อไร ควบคุมอย่างไร ใช้ยาอะไร มีผลแทรกซ้อนจากโรคและจากยาไหม ความเสี่ยงที่เกิด โรคร่วมที่พบ ให้การอบรมความรู้หรือยัง ติดตามผลที่ไหน ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ในการดูแลทุกครั้ง การมีสมุดประจำตัว (กรุณาบันทึกด้วย) หรือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วย ทำให้ทีมคุณหมอทำงานง่าย และคนไข้ได้ประโยชน์สูงสุด หน่วยงาน ICT, IT ต้องมาช่วยจัดการ

แอป http://www.thaihypertension.org/hypertensiondetail.php…

9.เพิ่มพูนทักษะความรู้ให้คุณหมอและบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วย ให้ก้าวทันความรู้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ หลายครั้งที่รักษาไม่สำเร็จ เพราะคุณหมอและทีม ขยับ "ช้า" เกินไป ใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการความรู้ให้ง่ายและเข้าถึงจริง นำไปใช้จริง

แนวทางการรักษาของสมาคมโรคความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย 2562
http://www.thaihypertension.org/hypertensiondetail.php…

*** 10.สมัยหน้าเลือกลุงหมอนะครับ สังกัด พรรคใจไว้ที่เธอ ส่วนเบอร์จำง่าย เบอร์ตอง เท่านั้น วีไอพี

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

การออกกำลังกายตามที่เราแนะนำกันนั้นส่งผลอย่างไร

 ถามว่าการออกกำลังกายตามที่เราแนะนำกันนั้นส่งผลอย่างไร

การออกกำลังกายที่เราแนะนำกันคือ "ออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยความแรงปานกลาง ระยะเวลา 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายด้วยความแรงแบบหนักหน่วง ระยะเวลา 75 นาทีต่อสัปดาห์เป็นอย่างน้อย และมีการออกกำลังกายแบบเสริมกล้ามเนื้อประมาณ 30% ของปริมาณการออกกำลังกาย" ถ้าเราทำตามที่แนะนำนี้จะเป็นอย่างไร

มีการศึกษาแบบติดตามผลและรายงานตัวเอง ถึงปริมาณการออกกำลังกายและอัตราการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น เพราะคงไม่สามารถแบ่งกลุ่มทดลองในกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกาย หรือกลุ่มที่ออกกำลังกายตามกำหนดได้ เพราะมันขัดกับจริยธรรมและไม่เป็นธรรมสำหรับกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายนั้นเอง

จากการเก็บข้อมูลประมาณ 8 ปี กับคนประมาณ 470000 ราย อัตราการเสียชีวิตโดยรวม 59000 คน อัตราการเสียชีวิตที่มากสุดยังมาจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

ที่น่าตกใจคือ มีคนที่ได้รับคำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายตามแนวทางนี้ประมาณร้อยละ 20 เท่านั้นเองนะครับ

กลุ่มที่ออกกำลังกายแบบเสริมกล้ามเนื้ออย่างเดียวจะลดอัตราการเสียชีวิตโดยรวมลดลง จากคนที่ไม่ออกกำลังกายประมาณร้อยละ 11

ส่วนคนที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างเดียวจะลดอัตราการเสียชีวิตโดยรวมลงได้ประมาณร้อยละ 29

แน่นอนว่าคนที่ออกกำลังกายทั้งสองวิธีนั้น อัตราการเสียชีวิตโดยรวมลดลงสูงสุดที่ประมาณร้อยละ 40

แม้ว่าข้อมูลจะมีความแปรปรวนมากเพราะมาจากการเก็บข้อมูลและการรายงานตัวเอง แต่มันก็บอกได้และยืนยันอย่างเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เชื่อถือได้และเป็นรูปธรรมว่า การออกกำลังกายอย่างที่แนะนำนั้นมันดีจริงนะ

ที่สำคัญคือ การออกกำลังกายแบบนี้มันไม่ยากเกินไปครับ อยู่ในวิสัยที่ทำได้ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้อะไรเลยนะครับ

อย่าลืมอีกที
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากพ่าย ให้มาเจอลิ้วพูน

อ่านฟรีครับ
BMJ 2020;370:m2031

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง และสถานที่ในร่ม

บทความที่ได้รับความนิยม