04 กันยายน 2561

เครือข่ายประชาชนที่มีความรู้

เรื่องราวสมมติ
ตาแม้นและทิดมี เดินไปเยี่ยมยายม้วยที่บ้าน
นั่งคุยสักพัก ตาแม้นและทิดมี เห็นเครื่องวัดความดันยายม้วย
ตาแม้นและทิดมี ขอให้ยายม้วยวัดความดันให้
หมอสอนให้ยายม้วยวัดความดันที่บ้านมาแล้ว
ยายม้วยวัดความดันอย่างถูกต้องให้ตาแม้นและทิดมี
ความดันตาแม้น 150/90 ตาแม้นไปตรวจที่ รพ.
ตาแม้นรักษาโรคความดันสูงตั้งแต่แรก
ตาแม้นไม่เป็นโรคหัวใจ ตาแม้นสุขภาพดี
ความดันทิดมี 128/76 ทิดมีโล่งอก
ขอมาวัดความดันกับยายม้วยบ่อย ๆ
ยายม้วยดีใจ ตัวหายป่วย ช่วยคนคัดกรอง
เจ้าจุกเจาะน้ำตาลปลายนิ้วให้ย่าจัน
ย่าจันเป็นเบาหวานฉีดอินซูลิน
เจ๊จิ๋มมาเยี่ยมย่าจุกที่บ้าน
เจ๊จิ๋มเห็นเจ้าจุกเจาะเลือดย่าจัน
พ่อและแม่เจ๊จิ๋มเป็นเบาหวาน
เจ๊จิ๋มขอเจ้าจุกเจาะเลือด
เจ้าจุกเจาะเลือดปลายนิ้วเจ๊จิ๋มได้ 250
ย่าจันแนะนำเจ๊จิ๋มไปตรวจที่ รพ.
เจ๊จิ๋มไปตรวจพบเป็นเบาหวาน รักษาแต่เนิ่น ๆ
เจ๊จิ๋มสุขภาพดี ควบคุมเบาหวานดี ไม่มีโรคแทรก
ลุงเงาะกำลังเรียกสามล้อไปฟอกเลือด
นายง้วนถีบสามล้อมารับลุงเงาะ
ลุงเงาะเล่าเรื่องอาหารที่ต้องกิน
นายง้วนฟังแล้วรู้สึกงดงาม
นายง้วนชอบกินเค็มมากเป็นนิสัย
ได้ลุงเงาะเล่าเรื่องลดเค็มก็ชะงัก
ลุงเงาะเล่าได้ง่ายทำได้จริง
แม้นายง้วนไม่ได้เป็นโรคไต
แต่นายง้วนก็เริ่มลดเค็มเหมือนลุงเงาะ
นายง้วนสุขภาพดี ลดโอกาสเป็นโรคความดัน
ป้าสุกเห็นน้าสีป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง
ป้าสุกคิดถึงลุงสู่สามีที่ชอบสูบบุหรี่
ป้าสุกชวนน้าสีไปพูดให้ลุงสู่เรื่องเลิกบุหรี่
ลุงสู่เห็นน้าสีทรมานจากโรคก็นึกสลด
น้าสีบอกวิธีเลิกบุหรี่ที่เคยทำและล้มเหลว
ลุงสู่เริ่มคิดได้ว่าเลิกบุหรี่ต้องสู้และไม่ท้อ
ป้าสุกบอกว่ารักและเป็นห่วงลุงสู่
น้าสีบอกว่าเลิกเถอะลุงสู่ยังมีโอกาส
ลุงสู่ตัดสินใจไปพบหมอเพื่อเลิกบุหรี่
ลุงสู่มีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคถุงลมโป่งพอง
แต่อยากให้เกิดจริง เครือข่ายประชาชนที่มีความรู้จะช่วยคัดกรองได้มหาศาล กับมหันตภัยเงียบเหล่านี้ แพร่กระจายข่าวที่ถูกต้องกับเพื่อนฝูง ช่วยคัดกรองให้มาเข้ารับการตรวจและรักษา ลองคิดดูสิครับ เราจะลดความทุกข์และเจ็บป่วยได้มากแค่ไหน

03 กันยายน 2561

โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนทางจิตเวชแบบหนึ่ง ผู้ป่วยอายุรกรรมเราพบโรคซึมเศร้าแฝงอยู่มากมายครับ
ผู้ป่วยที่ต้องรักษานาน ๆ ผู้ป่วยที่สภาพโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยที่ต้องทรมานจากโรคและการรักษา เช่น ผู้ป่วยไตเสื่อมเรื้อรัง ผู้ป่วยข้ออักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยมะเร็ง บางครั้งโรคดูตอบสนองแต่อาการโดยรวมไม่ดีขึ้น เพราะมีโรคซึมเศร้าแฝงอยู่
การดูแลรักษาจำต้องรักษาโรคเดิมให้ดี บางโรคไม่หาย แต่ก็ต้องควบคุมและให้คนไข้ได้มีชีวิตอย่างปกติสุขพอสมควรแก่อัตภาพ หากภาวะแห่งความสุขเริ่มลดลงมาก โรคซึมเศร้าจะเข้ามา
โรคซึมเศร้าอีกแบบคือมีความผิดปกติตั้งต้นทางอารมณ์ สารสื่อประสาทที่ผิดปกติ เป็นโรคทางจิตเวชที่ต้องการการรักษา หรือโรคซึมเศร้าอันเกิดจากโรคทางอายุรกรรมก็ต้องการรักษาเช่นกัน
การรักษามีทั้งการพูดคุย การปรับพฤติกรรม การใช้ยา ฝากถึงคุณหมอที่ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังว่าอาจต้องคิดถึงโรคนี้บ้าง ฝากถึงผู้ที่ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังว่าต้องคิดถึงโรคนี้บ้าง หากคนไข้ดูแย่ลง และที่สำคัญกว่านั้น
ฝากถึงทุกคนว่า คนที่เป็นโรคซึมเศร้า สามารถหายและกลับเป็นปรกติได้ โรคซึมเศร้าไม่ติดต่อ มักไม่เป็นอันตรายต่อคนอื่น แต่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองคือพยายามฆ่าตัวตายได้
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนมากไม่ได้ต้องการกำลังใจแบบมองเขาเป็นคนไข้หรือน่าสงสาร เขาต้องการให้คนอื่นยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็นและมองเป็นคนปรกติ ทำทุกอย่างเหมือนดังคนธรรมดา
ไม่ควรรังเกียจ หรือแสดงความสงสารแบบทำให้เขาดูด้อยค่า แค่ให้เกียรติและยอมรับเขาเสมือนว่าเขาคือคนปรกติเช่นทุกคน สักวันหากเขารักษาจะดีขึ้น
และฝากถึงผู้ป่วยและผู้ที่เสี่ยงจะป่วย ให้ต่อสู่และเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ การเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์ไม่ได้แปลว่าตัวผู้รักษาเป็นโรคจิต ห้ามเข้าใกล้แต่อย่างใด นี่คือความเข้าใจที่ผิดและอยากให้แก้ไขมาก ๆ
เราทุกคนก็มีโอกาสป่วยทางจิตเวช ที่อาจเป็นอารมณ์แปรปรวน เครียด ความคิดผิดปกติ หวาดระแวง ย้ำคิดย้ำทำ เราก็เข้ารับการรักษาเฉกเช่นโรคทางกายทั่วไปครับ
บางที บางโรค ถ้าเราไม่เป็นหรืออยู่ในภาวะเดียวกับเขา เราจะไม่มีวันเข้าใจเลย ดังนั้น ให้โอกาสทุกคนและเปิดกว้างทางความคิดนะครับ

นับคาร์บ นับอะไร

นับคาร์บ นับอะไร
คนไข้เบาหวานนั้น การควบคุมอาหารต้องคำนึงถึงทั้งพลังงานที่ได้รับ และน้ำตาลที่ได้รับด้วย เพราะน้ำตาลที่ได้รับจะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด อินซูลิน กลูคากอน ในร่างกาย ส่งผลถึงการปรับยาต่าง ๆ
ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานอาจจะไม่ได้ถึงขั้นต้องเพ่งพิจพินิจพิจารณาเรื่องน้ำตาลอย่างเคร่งครัดเท่ากับโรคเบาหวาน แต่ควรพิจารณาเรื่องพลังงานรวมไม่ให้มากเกินเพราะจะอ้วน สัดส่วนอาหารก็ตามปรกติก็พอ
หนึ่งคาร์บ หรือ หนึ่งหน่วยคาร์โบไฮเดรต
ใช้ติดตามและกำหนดว่า เราควรจะต้องปรับคาร์บลงหรือขึ้นเท่าไร เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้ดี ใครที่นับคาร์บคล่อง ๆ หรือใช้คาร์บช่วยปรับอินซูลินด้วยตัวเองได้ จะควบคุมเบาหวานได้ดี แต่อย่าลืมว่าอาหารมีมากกว่าคาร์โบไฮเดรตนะครับ ยังมีโปรตีน เนื้อนมไข่ ยังมีไขมัน ที่ส่งผลต่อพลังงานรวม และมีเกลือแร่ วิตามินที่ต้องรับประทานด้วย แต่สองส่วนนี้ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดไม่มากเท่าคาร์โบไฮเดรตครับ
การนับคาร์บและกำหนดคาร์บแต่ละมื้อจะช่วยในการควบคุมน้ำตาล ควบคุมน้ำหนัก เพื่อดูว่าน้ำตาลที่ขึ้น ๆ นั้น เรากินคาร์บมากเกินไปไหม แต่ละคนต้องการคาร์บไม่เท่ากัน ยืมคาร์บกันใช้ไม่ได้นะครับ
อาหารแต่ละชนิดมีสัดส่วนคาร์โบไฮเดรตไม่เท่ากัน รายละเอียดต้องไปหาอ่านตามหนังสือคู่มือโรคเบาหวาน คลินิกเบาหวาน นักกำหนดอาหาร ผมขอยกตัวอย่าง หน่วยคาร์บง่าย ๆ ที่เรากินกันบ่อย ๆ นะครับ
และอาหารหมวดโปรตีนและไขมัน เราไม่ได้มานับคาร์บนะครับ มันให้พลังงานก็จริง กินมากน้ำหนักขึ้นก็จริง แต่มีส่วนต่อน้ำตาลในเลือดและการควบคุมน้ำตาลไม่มากนัก
หมวดข้าว...หนึ่งคาร์บ ได้คาร์โบไฮเดรต 18 กรัม โปรตีนสองกรัม คือ ข้าวสวยหนึ่งทัพพี ข้าวเหนียวครึ่งทัพพี ข้าวต้มสองทัพพี นี่ไง เหตุผลที่ไม่แนะนำกินข้าวเหนียว เพราะกินเท่ากัน คาร์บจะมากกว่า เส้นก๋วยเตี๋ยวก็หนึ่งทัพพี (ลวกสุก) ขนมจีนหนึ่งจับ และ ขนมปังหนึ่งแผ่น
หมวดผลไม้ ... หนึ่งคาร์บ จะมีคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม คือ กล้วยน้ำว้าหนึ่งลูก กล้วยหอมขนาดเก้านิ้ว (วรั๊ยยย) ครึ่งลูก เงาะ 4 ลูก มะละกอหรือแตงโมชิ้น ประมาณ 8 ชิ้นเล็ก หรือส้มเขียวหวาน สองลูก
หมวดผัก โดยทั่วไปคิดผักสุก 3 ทัพพี เป็นหนึ่งคาร์บ แต่ผักบางอย่างเช่น ฟักทอง เผือก มัน ต้องไปคิดในหมวดข้าวนะครับ
หมวดนม ประมาณหนึ่งคาร์บคือ นมกล่องหนึ่งแก้ว 200 ซีซี หรือโยเกิร์ตหนึ่งถ้วย
อาหารจานเดียว เราก็จะนับคาร์บแค่ส่วนแป้งและผักบางส่วน บะหมี่ลูกชิ้นหมู 2 คาร์บ, ผัดไทยใส่ไข่ 3 คาร์บ ข้าวมันไก่ 2.3 คาร์บ ข้าวหมูแดงราดน้ำหมูแดง 4 คาร์บ (ใครกินข้าวหมูแดงไม่ราดน้ำบ้างล่ะเนี่ย) และท้ายสุด ข้าวราดกะเพราหมูไข่ดาว ของแอดมินเสียงเหน่อเพจง่ายนิดเดียวบางเพจ ได้ถึง 3.15 คาร์บ
คราวนี้ ต้องปลงและทำใจกับรายการอาหารดังนี้นะ
กล้วยแขกหนึ่งชึ้น หนึ่งคาร์บ, ขนมตาลหนึ่งชิ้นก็หนึ่งคาร์บ ....คิดเอานะ กล้วยแขกหนึ่งถุง กินคนเดียวไม่แบ่งใคร ได้ไปกี่คาร์บ
โดนัทหนึ่งชิ้น เท่ากับ ข้ามต้มมัดไส้กล้วยหนึ่งกลีบ คือ สองคาร์บ ... คุณซื้อโปร หกชิ้นแถมหนึ่ง กินคนเดียวอีก คิดดูกี่คาร์บ
เค้กกล้วยหอมหนึ่งชิ้นเล็ก 2.5 คาร์บ ...อันนี้ผมซวยแล้ว ชอบมากเสียด้วย ต่อไปนี้คงดมเอาแทน
ไอศกรีม ครึ่งถ้วยตวง ก็หนึ่งคาร์บแล้ว หึหึ...ไม่อยากรำลึกความหลังเลยใช่ไหม
ยังไม่พอ ขยี้ต่อไป กาแฟเย็น อย่างน้อย ๆ แก้วละ 3 คาร์บนะครับ เก๊กฮวยนี่แก้วละ 2 คาร์บ ...ไงเก๊กซิมเลยสิ
น้ำแดงเขียวเหลืองอัดลม กระป๋องละ 3.3 คาร์บนะครับ น้ำดำจะลดลงมานิดนึง ส่วนเครื่องดื่มให้พลังงาน หนึ่งขวดเล็ก ๆ นั่น 2 คาร์บนะครับ .. เป้าหมายมีไว้พุ่งชนเลย
และมีแต่น้ำตาลล้วน ๆ ไม่ได้มีคุณค่าทางอาหารใด ๆ เพิ่มเลย
อันนี้ต้องรู้ น้ำจิ้ม ไม่ว่า จิ้มหมู จิ้มไก่ จิ้มหัวใจ จิ้มสุกี้ ซอสพริก ซอสถั่ว ซอสนัว ซอสอะไรก็ดี หนึ่งช้อนโต๊ะ เท่ากับ 0.3 คาร์บ หรือใช้สามช้อนเท่าข้าวหนึ่งจาน ... ต่อไปใครจะกินสุกี้หม้อเดียวกับใคร คิดก่อนจิ้มซอส !!
ผมยกตัวอย่างที่คิดว่าน่าจะกินกันบ่อย เข้าใจชัด ๆ มาให้เปรียบเทียบครับ เพื่อจะได้รู้ว่าที่เราบอกว่า กินไม่มากนะ ไม่เห็นได้กินอะไร ... ตกลงเรากินมากหรือไม่ มากแค่ไหน
ที่มา : จากหนังสือ รู้จักนับคาร์บ ปรับสมดุล ควบคุมเบาหวาน ของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย และ สมาคมผู้ให้ความรู้เบาหวาน

01 กันยายน 2561

นิยาย TCA overdose

กลางดึกคืนหนึ่ง...

กริ๊งงง...ค่ะ ค่ะ ทราบแล้วค่ะ จะแจ้งคุณหมอให้นะคะ  อรุณา พยาบาลเวรไอซียูลุกมารับโทรศัพท์อย่างงัวเงียแล้วบอกว่า "หมอคะ ห้องฉุกเฉินโทรมาบอกว่า เดี๋ยวจะมีคนไข้มาที่ห้องฉุกเฉิน รถฉุกเฉินส่งภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาก่อน บอกว่าผิดปกติ ทางห้องฉุกเฉินเขารับมืออุบัติเหตุหมู่อยู่ ขอขอให้เราช่วยค่ะ"

  วศิน หมอชราหน้าหนุ่มละสายตาจากนิยายแปลเล่มโต มองไปรอบ ๆ แล้วก็เห็นว่าเหตุการณ์ไม่น่าห่วง จึงบอกว่า "เดี๋ยว คุณอรุณากับมุนินทร์ ลงไปช่วยผมข้างล่างนะ ไปช่วยเขาหน่อย  คุณธารี คอยอยู่ที่นี่นะ"

มาที่ห้องฉุกเฉิน ทีมไอซียูเข้ามาพร้อมกับ หน่วยกู้ชีพเข็นเปลสุภาพสตรีรายหนึ่งอายุประมาณ ยี่สิบปลาย ๆ ใบหน้าสวยคมคาย ท่าทางซึม หายใจเบา ๆ วศินจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นอย่างครุ่นคิด จนมุมินทร์ทัก "จ้องอยู่นั่นแหละ บอส คนนี้แหละที่เขาโทรมาแจ้ง"
   วศินสะดุ้ง บอกให้ทีมช่วยวัดสัญญาณชีพ มองดูด้วยสายตาแล้วหญิงสาวคนนี้มีแค่อาการซึม ปลุกไม่ค่อยตื่น หายใจแผ่ว ๆ เสียงอรุณาเรียกคนไข้ตลอด "คุณกันยา คุณกันยาคะ" ....
  มุนินทร์รายงานสัญญาณชีพ บอกว่า "ไม่มีไข้ค่ะ ความดันต่ำ ๆ ชีพจร 120 ครั้ง หายใจเร็วนิดนึง 22 ครั้ง ปากแห้ง ๆ แต่ว่า คลื่นไฟฟ้านั่น...."

  มุนินทร์หยุดพูด สังเกตว่าบอสจ้องไปที่มือของอรุณา ที่ปรากฏแหวนทองเกลี้ยงวงใหม่ที่นิ้วนางข้างซ้าย ขณะที่อรุณากำลังจับแขนซ้ายคนไข้เพื่อให้น้ำเกลือ เธอรู้สึกหงุดหงิด ..อีตาบอสนี่ ชีกอชะมัด มองแต่สาว ๆ สวย ๆ " บอสคะ ดูคลื่นไฟ้าหัวใจนี่สิ มันผิดปกติมากเลยนะ"
  บอสยิ้มหัวใจระทวย บอกว่า "มุนินทร์ ผมว่า คุณช่วยไปตามเจ้าหน้าที่กู้ภัยเมื่อสักครู่นะ ผมอยากรู้ว่า ตอนไปพบคนไข้ที่บ้าน มีซองยาอะไรตกอยู่ หรือเขาใช้ยาอะไรบ้างไหม"

  "อ้าว..บอสไม่ช็อคหัวใจ หรือ "..มุนินทร์เตรียมเครื่องช็อคไฟฟ้า และอุปกรณ์การใส่ท่อเอาไว้

  บอสยิ้มหัวใจละลายอีกครั้ง "ใจเย็น ๆ ก่อนครับ คนไข้อายุน้อย ๆ มีคราบน้ำตาจาง ๆ บนใบหน้า ตาแดง ๆ โดยที่ซึม ๆ แบบนี้เขาอาจจะร้องไห้เสียใจก่อนเกิดเหตุก็ได้นะครับ และดูที่มือของอรุณาสิ"
  อรุณาสะดุ้ง นึกในใจว่าเธอไม่น่าใส่แหวนหมั้นวงใหม่มาเลย  แต่บอสก็พูดต่อไปว่า "ตรงที่มือคุณอรุณาจับแขนคนไข้นั้น เป็นแผลกรีดข้อมือเป็นทางยาวขนานกัน คนไข้อาจจะเคยมีปัญหาและฆ่าตัวตายมาก่อน เราอาจต้องระวังว่าคุณกันยาอาจจะพยายามฆ่าตัวตายอีกครั้ง ซึม ๆ แบบนี้ ต้องคิดเรื่องกินยาอะไรหรือเปล่า ยานอนหลับ ยาจิตเวชต่าง ๆ

  แต่ว่ามุนินทร์ยังไม่ทันเดินออกไป ธาดา หมอหนุ่มไฟแรงเพิ่งจบ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "พี่ครับ น้องหน่วยกู้ภัย เขาบอกว่าพบยานี่ข้างตัวคนไข้ diazepam 30 เม็ด amitriptyline 2 เม็ด กับเบียร์อีกสองกระป๋อง ดื่มหมดแล้วครับ"
   ธาดาหันไปบอกมุนินทร์ว่า บนรถฉีดยามียา Flumazinil ยาแก้พิษ diazepam เกินขนาด "โห.. diazepam เพียบเลย ไปเอามาจากไหนเนื่ย "

  อรุณายื่นแผ่นตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้วศิน วศินยิ้ม เอาหูฟังที่เพิ่งฟังท้องคนไข้เก็บ แล้วบอกทุกคนว่า ใจเย็น ๆ ให้มุนินทร์ไปเตรียมสารละลายด่างมาแทน และเตรียมคนไข้ไปสังเกตอาการในไอซียู

   "อ้าว พี่ ไม่ต้องแก้พิษ diazepam ก่อนหรือครับ" ธาดาจำวิธีการแก้พิษยา benzodiazepine ได้ดี โดยใช้ยาแก้พิษที่ชื่อ flumazinil ฉีดเข้าไปคนไข้จะดีขึ้นทันที
  "น้องธาดาใจเย็น ๆ ก่อนนะ  พี่ว่าเธออาจจะไม่ได้กิน diazepam เกินขนาดก็ได้ เพราะคลื่นไฟฟ้าหัวใจมีลักษณะพิเศษคือ QRS ตัวกว้าง  R wave ชัดเจนใน aVR มี S wave ใน lead I ชัดเจน และแกนหัวใจเบี่ยงไปทางขวา ชีพจรเร็ว  คืออาการของยาที่ไปกดโซเดียมแชนแนล อย่างยา amitriptyline นี่แหละ"

  "อีกอย่าง ถ้าเราไม่แน่ใจว่าคนไข้ซึมจากยาอะไรกันแน่ การให้ยา flumazinil อาจทำให้ชักได้ amitrip เกินก็เสี่ยงชักกับหัวใจเต้นผิดปกติอยู่แล้ว  ในกรณีไม่แน่ใจว่ายาตัวไหนในสองตัวนี้ทำให่เกิดพิษ ขืนเราฉีดยาต้าน diazepam ก็อาจทำให้ถอนฤทธิ์ diazepam ทันที คนไข้อาจชักได้ครับ คนไข้อาจกิน diazepam มานานแล้วก็ได้ดูซิ ยา diazepam ยังเหลือเยอะเลย แต่ amitrip แทบเกลี้ยงซอง"

  ธาดายิ้มออก "อ๋อ ...แล้วที่พี่ฟังท้องเพื่อดูว่า เสียงลำไส้เบาลงยาฤทธิ์ยาใช่ไหมครับ เลยตัดสินใจให้ยา bicarbonate เพื่อแก้พิษมาแทน  เกือบไปแล้วพี่"

  วศินตบไหล่ "การแพทย์เราก็แบบนี้ พี่สอนน้อง ถ่ายทอดประสบการณ์"  แล้วเพิ่มเสียงเหี้ยมเกรียม "ตกลงข่าวของแก กับอรุณา มันจริงใช่ไหม  แหวนวงใหม่ ของแกสินะ"
  ธาดายิ้มแห้ง ๆ "แหะ ๆ ใช่ครับพี่"  ธาดารู้สึกเจ็บไหล่ จากแรงบีบอย่างแรงของรุ่นพี่

  หลังจากที่พาคุณกันยาไปรักษาแบบประคับประคอง ให้สารละลายด่าง จนคลื่นไฟฟ้าหัวใจกลับมาเป็นปรกติ โอกาสชักเกร็งน้อยลง โอกาสหัวใจเต้นผิดจังหวะลดลง
  มุนินทร์กล่าวขึ้นในตอนเช้า .." ขอโทษนะคะ ที่เข้าใจผิด เห็นมองหน้ากันยาก็คิดว่าเขาหน้าหวาน ไม่คิดว่าบอสจะสังเกตคราบน้ำตา เห็นมองแหวนอรุณาก็คิดว่าแอบชอบน้องเขาอยู่ ที่ไหนได้ มองแผลเป็นกรีดข้อมือนี่เอง "

วศินยิ้มอาย ๆ "คนเรา ต้องมองให้ลึกกว่าที่เห็นนะครับ มองผิวเผินอาจตัดสินใจเขาผิดได้ เอางี้ เพื่อเป็นการไถ่โทษ เช้านี้ผมขอเลี้ยงต้มเลือดหมูเจ้าอร่อย กับกาแฟตอนเช้านะครับ"

   ถ้าคุณมองลึกกว่าที่เห็น อีตาวศิน ไม่ได้ยิ้มอาย ๆ แต่กำลังกระหยิ่มคิดแผนร้อยแปดที่จะพามุนินทร์ไปดูหนังในวันพรุ่งนี้ และต่อ ๆ ไป เขาแอบชอบมุนินทร์มานานแล้ว นี่คือโอกาสทอง !!
  มุนินทร์ยิ้มหวานน่ารัก ตอบว่า "บอสคะ มองผิวเผินก็อาจเข้าใจผิดจริงนะคะ ถึงแม้ไม่ได้ใส่แหวน ก็ไม่ได้หมายความว่าโสดนะค้าาาาา" แล้วมุนินทร์ก็เก็บของลงเวรไป

  ส่วนบอส หมอชราหน้าหนุ่ม ผู้ที่เจ็บจนชิน ก็ถอนหายใจอ่านนิยายแปลเล่มโต "The Broken Heart Doctor" ต่อไป

ความดันโลหิตสูงจากแนวทางไทย อเมริกา ยุโรป ที่ออกมาในช่วงนี้


ขอพูดเรื่องความดันโลหิตสูงสักเล็กน้อยครับ

จากแนวทางไทย อเมริกา ยุโรป ที่ออกมาในช่วงนี้ อาจทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพเกิดความสับสนว่าจะใช้เกณฑ์ใด จะให้ยาหรือไม่ให้ยา
แนวคิดหลักคือ ความดันโลหิตสูง ถือเป็นฆาตกรเงียบ ไร้อาการ ไร้การเตือน ทำให้โรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้ก่อการร้ายด้านสุขภาวะอันดับหนึ่งของโลก แม้เราลุยแก้กันมานานก็ยังเป็นปัญหา ขณะนี้จึงใช้หลักการที่ว่า
...
ลดความดันลง ความเสี่ยงการเกิดโรคแทรกซ้อนจากความดันก็จะลดลง แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ไม่ต่ำ
เกินจนอันตราย จนเกิดการล้ม อัมพาต ...ต้องปรับแต่งเป็นรายบุคคล

รักษาเร็วจะดีกว่าปล่อยให้เป็นนาน ๆ แล้วจึงรักษา แนวทางยุคใหม่จึงให้การดูแลเร็วขึ้น ที่อเมริกาขยับตัวเลขลงมาเป็น 130/80 เลย เพื่อดูแลรักษาโดยปรับชีวิต การกิน การดูแลตัวเอง และติดตามเร็วขึ้น

ไม่ได้ดูแลแต่ความดันโลหิตอย่างเดียว เพราะคนไข้ไม่ได้แย่จากโรคความดัน แต่จะแย่จากอัมพาตและหัวใจวาย ดังนั้นต้องประเมินและจัดการความเสี่ยงรวมด้วย (เบาหวานและไขมันก็มีแนวคิดแบบนี้)

การใช้ยาต้องเป็นยาที่ประสิทธิภาพดีและลดความเสี่ยงได้ แม้ตัวเลขความดันไม่สูงมาก แต่ถ้าเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง ก็ต้องรักษาแบบเข้มงวด เคร่งครัด ปรับการรักษา อย่างเข้มข้น เหมือนกับกลุ่มตัวเลขความดันสูงมาก ๆ เหมือนกัน

เป้าหมายความดันแต่ละคน ไม่เท่ากัน ดูตามแนวทางได้แต่ให้ปรับเป็นรายคน อายุมากก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามรักษา อย่าให้ตัวเลขอายุมาปล่อยให้ความดันสูงเกินและสูงนาน การรักษามีประโยชน์ การให้ยาเกิดประโยชน์ เพียงแต่ต้องติดตามและระวังต่ำจนเป็นปัญหา (individualized care)


















บทความที่ได้รับความนิยม