06 กุมภาพันธ์ 2569

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

 สองสัปดาห์มานี้ผมแทบไม่โพสต์อะไรเลย เพราะต้องการทำตัวเป็นกลางอย่างยิ่งยวด เนื่องจากตัวเองเคยไปร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมือง (มากกว่าหนึ่งพรรค) ไม่อยากให้พื้นที่ตรงนี้มีความขัดแย้ง (เห็นต่างได้แต่อย่าถึงขั้นทะเลาะกัน)

อีกสองวันจะถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากที่ผมเคยสัมผัสงานการเมืองและพูดคุยกับปรมาจารย์ทางกฎหมาย ผมขอเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ขอรณรงค์ดังนี้
1.สำหรับประชาชน นี่คือโอกาสการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่สำคัญมาก ต้องกระทำด้วยความรอบคอบ สติ และปัญญา เป็นอิสระในความคิดตัวเอง เลือกจากความคิดตัวเอง
2.เลือก สส. คือ เลือกคนที่จะไปทำหน้าที่ตัดสินใจแทนเรา ในการกำหนดข้อบังคับ กำหนดนโยบาย ควบคุมการทำงานของผู้ปกครองบ้านเมือง ควรเลือกคนที่เราคิดว่า ถ้าเป็นเราเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เราจะทำแบบเขา เพราะเขาคือตัวแทนเรา
3. สส. ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการมาบริหารและอำนวยสุขทุกข์กับเรา นั่นคือหน้าที่ฝ่ายบริหาร อันมีที่มาจากการเลือก สส. ของเรา เราจึงไม่ควรเลือกเพียงเพราะเขาบริการพวกเราได้ดี เรียกใช้ง่าย แต่ควรเลือกเพราะเราเชื่อในแนวทางของเขา ที่จะกำหนดทิศทางประเทศ
4. สส. คือ สส. ไม่ว่าจะบัญชีรายชื่อหรือเขต ทำหน้าที่แทนพวกเราทั้งประเทศ เพียงแต่เราไม่สามารถจัดเขตเลือกตั้งเขตเดียว สส. 500 คนได้ จึงมีการแบ่งแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น สส.ภาคเหนือ ก็ต้องทำหน้าที่แทนปวงชนภาคใต้ สส.บัญชีรายชื่อก็ต้องทำหน้าที่แทนปวงชนภาคอีสาน เลือกคนหรือพรรคที่เขาคิดตรงกับเรา ว่าแนวนโยบายที่เราคิดว่าดีกับภาพรวมประเทศ
5.การซื้อสิทธิ์ขายเสียง ถือเป็นกระดุมเม็ดแรกแห่งความผิดพลาด ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดให้รับจากคนนั้นแต่อย่าเลือกคนนั้น ผมคิดว่าเราไม่ควรรับจากใครทั้งสิ้น และผู้สมัครก็ไม่ควรซื้อในทุกกรณี ใครยื่นมา เราขอไม่รับ และไม่เลือกเขา ไม่มีบุญคุณต่อกันที่จะต้องมาทดแทนกันตลอดไป
6.ถ้าคนที่คุณเลือก ประสบชัยชนะ ก็ยินดีกับเขาและอย่าดูแคลนคนแพ้ ถ้าคนที่คุณเลือกแพ้ คุณต้องยอมรับ อย่าเอาเรื่องแพ้ชนะ พวกเขาพวกใคร มาแตกแยก สุดท้ายความคิดต่างกันหรือแนวนโยบายที่ต่างกัน ก็ทำเพื่อไปข้างหน้าเหมือนกัน มิตรภาพระหว่างคนแน่นหนากว่าความเชื่อการเมือง
7.หน้าที่พวกเราไม่ใช่แค่กากบาทแล้วจบ เราควรติดตามการทำงานของคนและพรรคที่เราเลือก ว่าเขาทำหน้าที่ของเขาได้สมหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หน้าที่และการตื่นรู้ทางการเมือง ไม่ควรมีเฉพาะช่วงเลือกตั้ง ถ้าเราตื่นรู้ไปตลอด ท้ายสุดประเทศเราจะเจริญกว่าเดิม
8.ใครจะเชียร์ใคร รักใคร ไม่ชอบใคร เป็นสิทธิส่วนตัว ต้องยอมรับ คนเราชอบไม่เหมือนกัน แต่อยู่กันได้ ทีเรายังชอบคนนั้นคนนี้ การเคารพสิทธิแต่ละคนนี่แหละคือพื้นฐานประชาธิปไตย และตอนนี้คือบททดสอบที่ดี
9.ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นวิถีทางที่ดี เพื่อนที่สวิสบอกว่าทุกอย่างเราโหวตหมด เรามีสิทธิโหวตและเราต้องเคารพผลโหวตด้วย นี่คือก้าวแรก ไม่นานเราจะได้โหวตประชามติอีกต่อไปเรื่อย ๆ เรียนรู้ประชาธิปไตยและเติบโต การแก้ไขปัญหาแบบประชาธิปไตยต่อไป
10.เป็นกำลังใจให้ผู้สมัครทุกท่านและพรรคทุกพรรค ช่วงหาเสียงนี้แม้จะฟาดฟันกันสุดกำลัง แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่จะเห็นแนวคิดหลากหลายที่จะมาปรับปรุงประเทศเรา (ดี ไม่ดี ทำได้ ทำไม่ได้ ก็อีกเรื่องนะ) จากบรรดาผู้สมัคร ขอให้จดจำความรู้สึกที่อยากทำเพื่อประเทศแบบนี้เอาไว้ และต่อยอดทำดีขึ้นเรื่อย ๆ ในครั้งต่อไป

01 กุมภาพันธ์ 2569

สิทธิ และหน้าที่ ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

 สิทธิ และหน้าที่ ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

คุณผู้อ่านอาจไม่เคยรู้มาก่อน ว่าผมเป็นคนสนใจเรื่องการปกครอง ... ผมเริ่มสนใจเรื่องการเมืองการปกครองครั้งแรกตอนเหตุการณ์ยึดอำนาจและเหตุการณ์ความวุ่นวายในเดือนพฤษภาคม 2535
เริ่มสนใจว่าอะไรคืออำนาจการเมือง ทำไมต้องแย่งชิงกัน ที่มาของอำนาจคืออะไร
ผมเริ่มอ่านหนังสือ ตั้งแต่ตำรามัธยม ตำราระดับอุดมศึกษา หนังสือเล่าเรื่องต่าง ๆ รวมไปทั้งหนังสือ 'ต้องห้าม' ทั้งหลาย
เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง เสวนา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บ่อยมาก (แค่ข้ามเรือ) เคยชุมนุมทางการเมือง
ศึกษาต่อด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เหมือนจะเตรียมตัวเข้าสู่การเมือง เตรียมเป็นครม.
แต่ไม่ใช่... ผมทำเพราะอยากรู้ อยากเข้าใจ ปรับตัวได้ในสถานการณ์ประเทศและโลก
ทั้งหมดนี้ผมสรุปข้อสำคัญได้สองข้อ
1.ประชาธิปไตย หรืออุดมการณ์ปกครองทั้งหลาย เป็นสิ่งที่คนคิดขึ้นมา มีถูกผิดดีชั่ว ควรปรึกษา ควรคุยกัน ด้วยเหตุผลและเคารพความเห็นต่าง มันจะทำให้สังคมก้าวหน้า ไม่มีความขัดแย้งรุนแรง ไม่ป้ายสีกัน อย่าลืมครับ ยึดมั่นอุดมการณ์ตัวเองและเคารพแนวคิดคนอื่น
2.หน้าที่การไปลงคะแนนมีความสำคัญมาก แสดงความเป็นพลเมือง ส่งต่อความคิดของเรา ทำให้ประเทศพัฒนาทางการเมืองการปกครอง และเป็นสิทธิที่เราจะเลือกหรือไม่เลือก คนที่จะไปเป็นตัวแทนของเรา การเลือกตั้งไม่ใช่ทุกอย่างของประชาธิปไตย แต่มันคือจุดเริ่มที่สำคัญมากครับ

23 มกราคม 2569

เรื่องเล่าจากคลินิก : กินน้ำมันมะกอกวันละช้อน จะเกิดอะไร

 เรื่องเล่าจากคลินิก : น้ำมันมะกอกวันละช้อน

มีผู้ป่วยเข้ามาปรึกษาพร้อมขวดน้ำมันมะกอกขวดใหญ่ที่เขาเพิ่งซื้อมา สุภาพบุรุษท่านนี้อายุ 57 ปี เขาเป็นโรคไขมันในเลือดผิดปกติ LDL 166 แต่เมื่อคำนวณความเสี่ยงโรคหัวใจแล้ว สูงพอที่จะกินยาลดไขมัน ด้วยความที่เป็นคนใส่ใจสุขภาพและเข้าถึงเทคโนโลยี ฟีดข้อมูลเรื่องไขมันจึงเต็มหน้าจอ และหนึ่งในนั้นคือคำแนะนำเรื่องกินกินน้ำมันมะกอกวันละช้อน ช่วยลดไขมันเลว เพิ่มไขมันดี ลดโรคหัวใจ ตับดี
เขาลงทุนไปซื้อยี่ห้อที่ทางสื่อนั้นแนะนำมา เอามาให้ผมดูและปรึกษา ในใจคิดว่า แหม..มาปรึกษากันก่อนก็ได้ น้ำมันมะกอกสกัดเย็นขวดนั้น กินข้าวได้หลายมื้อทีเดียว
ผมเข้าใจดีว่าความเข้าใจเรื่องนี้มีหลากหลาย ผมขอให้ความเห็นตามข้อเท็จจริงวิชาอายุรศาสตร์ก็แล้วกันนะครับ
1.น้ำมันมะกอก (แบบที่กินได้นะครับ ไม่ใช่เอาไว้ใส่เส้นผม) จะมีองค์ประกอบเป็นไขมันไม่อิ่มตัวประมาณ 80-85% และมีไขมันอิ่มตัวคือ palmitic acid ประมาณ 15% ถ้ากินน้ำมันมะกอกหนึ่งช้อนโต๊ะ จะได้ไขมันอิ่มตัวประมาณ 2 กรัมแล้วนะครับ ไขมันตามธรรมชาติทุกชนิดบนโลกจะมีทั้งกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวเสมอ
2.การรับประทานน้ำมันมะกอกเพิ่มเข้าไปหนึ่งช้อนโต๊ะต่อวัน ยังเป็นการเพิ่มปริมาณไขมันโดยรวม คำแนะนำการกินอาหารคือ “ลดปริมาณ” ให้ไม่เกิน 20-30% ของพลังงานที่ได้ในแต่ละวันหรือประมาณ 60-75 กรัมของไขมันต่อวัน อาหารและวัตถุดิบตามธรรมชาติของคนที่กินอาหารปกติ มันก็เกินแล้วครับ จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มไขมัน ทางตรงข้ามควรจะจำกัดปริมาณด้วยซ้ำ ปริมาณมีความสำคัญก่อนชนิดครับ ถ้ากินน้ำมันมะกอกวันละช้อนโต๊ะ เดือนหนึ่งจะมีพลังงานเพิ่ม 3600 กิโลแคลอรี่นะครับ
3.แม้จะมีการศึกษาในเชิงผลลัพธ์แบบ intermediate outcomes ว่าไขมันไม่อิ่มตัวที่มีมากในน้ำมันมะกอก เป็นไขมันที่ต้านการอักเสบและลดการสร้าง LDL (เพราะวัตถุดิบคือ VLDL มันลดลง) แต่ยังไม่มีหลักฐานที่เรียกว่า hard clinical outcomes ถึงความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการกินน้ำมันมะกอกกับการเกิดโรคหลอดเลือด โดยเทียบกับยาหลอกหรือการไม่กินน้ำมันมะกอก จึงยังไม่สามารถกล่าวได้ว่า “น้ำมันมะกอกสัมพันธ์กับการลดโรคหัวใจและหลอดเลือด”
4.การศึกษาที่มักจะได้รับการอ้างถึงเสมอคือ PREDIMED เทียบการกินอาหารเมดิเตอเรเนียน (ที่มีน้ำมันมะกอกประมาณ 4 ช้อนโต๊ะต่อคนต่อวัน) กับอาหารไขมันต่ำ พบว่าอาหารเมดิเตอเรเนียนลดการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่นั่นคือ อาหารเมดิเตอเรเนียนทั้งจานนะครับ มันมีถั่วเมล็ดแข็ง ผัก ปลา และอื่น ๆ อีกมาก ไปอ้างน้ำมันมะกอกเป็นเดอะแบกไม่ได้ และหากใครไปวิเคราะห์ PREDIMED ให้ดีจะพบว่ากลุ่มไขมันต่ำที่เป็นตัวเปรียบเทียบเขาต่ำไม่จริง และกลุ่มที่กินอาหารเมดิเตอเรเนียนได้สนับสนุนน้ำมันมะกอกฟรีหนึ่งลิตรต่อครัวเรือนต่อเดือน เป็นจริงสำหรับอาหารทั้งก้อน ไม่ใช่เฉพาะน้ำมันมะกอก
5.คำแนะนำที่ดีคือ ลดไขมันอิ่มตัวให้น้อยกว่า 10% ของไขมันที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละวัน และอ่านดี ๆ นะครับ ในส่วนที่ลดลงนี้ควรทดแทนด้วยไขมันไม่อิ่มตัว นั่นคือใช้น้ำมันมะกอกมาแทนน้ำมันชนิดอื่นในการปรุงอาหารนั่นเอง ไม่ใช่เอามาเพิ่มหรือเอามากินสด …ใครที่ปรุงอาหารจะรู้ว่าน้ำมันมะกอกมันแทนน้ำมันทั่วไปได้ในบางกรณี เพราะน้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันที่จุดเกิดควันต่ำมาก จะผัดจะทอดอะไร น้ำมันจะสุกและระเหยไปก่อนอาหารจะสุก เรียกว่าทำกินเองพอได้ ทำขายจะขาดทุนเพราะต้องใช้เยอะมาก (ใช้เยอะมาก ปริมาณก็เยอะมากจ้ะ) และราคาแพงมากด้วย
6.แล้วมันล้างไขมันเลวได้หรือ เอาล่ะถ้าเรากินไขมันลดลงและทดแทนไขมันอิ่มตัวด้วยไขมันไม่อิ่มตัว จะทำให้การสร้าง LDL ลดลงเพราะวัตถุดิบการสร้างน้อยลง นั่นคือ สร้างใหม่ลดลง แต่ของเดิมต้องรอร่างกายสลายเพิ่มออกไป แต่ว่าไขมันจากอาหารมีผลต่อระดับไขมัน cholesterol และ lipoprotein อย่าง LDL,HDL แค่ประมาณ 10-15% เท่านั้นครับ ส่วนมากมีผลต่อไขมันที่พุงเสียมากกว่า (adipose tissue) คนส่วนใหญ่ที่ไขมันสูงเกิดจากความผิดพลาดของยีนและการสังเคราะห์ไขมันครับ
7.”ระดับไขมัน LDL ที่ลดลง” เป็นตัวชี้วัดที่ง่ายเพราะแค่เจาะเลือด ไม่ต้องงดอาหารด้วย ที่จะบอกว่าการลดไขมันด้วยวิธีนั้นสามารถลดความเสี่ยงได้ มีอีกหลายวิธีแต่ทำยากเช่นการวัดความหนาหลอดเลือดด้วยหัวอัลตร้าซาวนด์ที่ปลายสายสวนหลอดเลือด หรือวัดอุณหภูมิของตะกรันไขมันในหลอดเลือด และระดับ LDL ที่ลดลง มีงานวิจัยที่รับรองชัดเจนว่าลดอัตราการเสียชีวิต ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง เป้าหมายการลดความเสี่ยงจึงใช้ระดับ LDL ที่ลดลงนี่แหละบอกว่า เฮ้ย วิธีนี้มันดี ควรทำต่อ
8.การจัดการอาหารทั้งหมด รวมทั้งข้อ 5 ด้วย รวม ๆ กันจะลด LDL ได้ 10-15% ซึ่งมันไม่พอในการปกป้องที่ต้องการ ต่ำสุด 30% หรือ อย่างน้อย 50% ในคนที่เป็นโรคแล้ว การกินน้ำมันมะกอก “เพิ่ม” หรือกินเพื่อ “ทดแทน” จึงไม่สามารถลด LDL ได้ระดับนั้น อีกทั้งไม่มีการศึกษาโดยตรงของน้ำมันมะกอกอีกด้วย ดังอธิบายในข้อสองและสาม
9.การกินน้ำมันมะกอกสกัดเย็นวันละหนึ่งช้อน จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ที่จะบอกว่าลดโรคหัวใจ ไล่ไขมันเลว ตับไตดีขึ้น อีกทั้งหากไม่ใช่คนที่ควบคุมพลังงานและแลกเปลี่ยนอาหารที่ดีแล้วไซร้ การกินเพิ่มเข้าไปอาจเพิ่มพลังงาน น้ำหนักตัว ไขมัน อีกด้วย ลดอย่างเดียวคือ เงินในกระเป๋า ส่วนข้อดีอื่นของน้ำมันมะกอกมันก็เยอะนะครับ แต่ในแง่โรคหัวใจและไขมันมันก็เป็นแบบนี้
คนไข้ที่มาปรึกษา เราคุยกันถึงความเสี่ยงโรคหลอดเลือด การกินอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยา ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายเขาจะเลือกกินยาหรือไม่ จะกินอาหารแบบใด จะกินน้ำมันมะกอกหรือเปล่า แต่สิ่งที่ผมทำได้คือ แนะนำข้อดี ข้อเสีย แยกข้อเท็จจริงจากข้อคิดเห็น แยกงานวิจัยออกจากประสบการณ์ส่วนตัวของคนไข้แต่ละคน ทุกอย่างทำด้วยสติ ไม่มีอารมณ์เห็นด้วยหรือเห็นต่าง สุดท้ายต้องตัดสินใจเองครับ

18 มกราคม 2569

นิยาย doxycycline-induced photosensitivity

 นิยายประโลมโลก

“ชาย ทำไมแกถึงไปเลือกนังนี่มาเป็นสะใภ้ฉัน” เสียงตวาดสนั่นของคุณหญิงพจมานสว่างวงศาคณาญาติ ทำเอาคุณชาย และบรรดาคนใช้ในบ้านสะดุ้ง
“นริศรานี่แหละหม่อมแม่ ที่รู้ใจ ฉลาดและเข้าใจชายอย่างแท้จริง” คุณชายตอบเสียงเรียบสงบ
ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน คุณชายพิพัฒน์ลมไร้สาย ผู้สืบสกุลและมรดกหลายหมื่นล้านของตระกูล กำลังเดินทางไปแอฟริกา ก่อนจะออกเดินทางก็บังเอิญว่ามีสุภาพสตรีสองท่านแวะมาส่งพร้อมของขวัญ คือว่าสุภาพสตรีสองท่านนี้ครับกำลังแอบปิ๊งคุณชายของเราอยู่
นริศรา หญิงสาวบ๊านบ้าน ชอบใส่เสื้อคอบัวลายดอก กระโปรงพลีท รวมผมตึงเปรี๊ยะ แว่นหนาเตอะ คุณชายเคยไปซื้อหมูย่างที่เธอขาย เลยแอบคุยและสนิทกัน
คุณโสรยาชูกำลัง บุตรสาวเจ้าสัวใหญ่ สวยเอ็กซ์เซ็กซ์อึ๋ม รู้จักคุณชายของเราผ่านงานกาล่า ก็แบบว่าแม่รวยพ่อรวย มาเจอกันแนะนำกันรู้จัก ก็แอบคุยและหวังจะดองกันในเชิงธุรกิจการเมืองด้วยแหละ
คุณโสรยาชูกำลัง ขนอุปกรณ์เดินป่าล่าสัตว์ยิงนกตกปลานั่งสมาธิดูปะการัง ขนมาหนึ่งคันรถ หวังมัดใจคุณชายและเลือกเธอเป็นเจ้าสาว คือรู้ใจรู้งาน จะไปแอฟริกานี่ จัดเต็ม
ส่วนคุณนริศรา เธอเป็นฟรีแลนซ์ขายหมูย่าง ซื้อครีมกันแดด SPF50 PA++ มาจากร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน เอามาฝากสองหลอด พร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า เอาไว้ปกป้องผิวนะคะ
วันที่สองสาวเอาของมาฝาก คุณหญิงพจมานสว่างวงศาคนาญาติยังแอบเหน็บนริศราว่า “อย่างหล่อนน่ะเรอะ จะมาเทียบคู่ลูกชายฉัน ซื้อของโลว์ โฮ๊ะ ๆ ๆ “ ป้องปากหัวเราะอย่างสะใจ อันเป็นที่น่าตบปากยิ่งนัก
แต่เหมือนพรหมลิขิต ชะตาชีวิตช่างแสนตลก จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะชะตาชีวิตไม่ใช่แจ๊ส ชวนชื่น เอาล่ะ แต่มันคดีพลิก ช่วงเวลาที่คุณชายพิพัฒน์ลมไร้สายอยู่ที่แอฟริกา คุณชายเกิดมีผื่นแดงบริเวณใบหน้าและแขน เป็นบริเวณที่โดนแสงแดด มีอาการแสบร้อนเหมือนผิวไหม้ มีตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ บริเวณผื่นแดงนั้น
คุณชายเธอหยิบไอโฟน17โปรแม็กนั่ม ขึ้นมาวิดีโอคอลมาหาคุณหมอประจำตระกูล “คุณหมอ ชายมีปัญหา” พร้อมวิดีโอคอล คุณหมอก็ถามว่าคุณชายไปทำอะไรที่ไหน สัมผัสสารอะไรบ้าง และใช้ยาอะไรนอกเหนือจากยาสามัญที่คุณหมอเตรียมให้หรือไม่ ปกติคุณหมอจะจัดเตรียมกล่องยาฉุกเฉินไว้ให้พร้อมออกเอกสารกำกับเสมอ คุณชายตอบว่า “อีกอย่างคือที่นี่เขาให้ยาป้องกันโรคมาเลเรียครับ ตัวนี้”
ตึ๊ง…เสียงเตือนข้อความดังขึ้นพร้อมกับภาพยา doxycycline เจ้ายาตัวนี้สามารถทำให้เกิดผื่นที่เรียกว่า phototoxicity ไม่ใช่แพ้แสง เนื่องจากไปมีพิษต่อเซลล์ผิวหนังโดยตรง ไม่ได้กระตุ้นผ่านระบบภูมิคุ้มกัน โดยไม่ได้มีอาการเพียงผิวหนังแต่อาจเป็นที่เล็บได้ด้วย และจะเกิดในบริเวณที่โดนแสงหลังจากได้รับยา ถึงจะพบน้อยแต่พบนะ
คุณหมอก็แจ้งว่ายาตัวนี้ทำให้เกิดผื่นได้ การรักษาก็หยุดยาและใช้ครีมกันแดดช่วยป้องกัน เดี๋ยวผื่นจะค่อย ๆ หายไป
คุณหมอถามกลับ “ได้เตรียมครีมกันแดดมาไหมครับคุณชาย” พอหมดคำถามนี้คุณชายนึกได้ทันที โอ้ว พระเจ้าจอร์จ ทำไมเธอช่างละเอียดอ่อน เตรียมของที่เหมาะกับเราจริง ๆ เธอช่างเหมาะกับตำแหน่งเจ้าสาวยิ่งนัก นริศรา โอ้ว แม่สาวน้อย”
นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คุณชายเธอเลือกนริศราและทำให้คุณหญิงแม่หงุดหงิดใจไม่น้อย ต้องเรียกเด็กนวดมาเยียวยาหัวใจอยู่หลายวัน ส่วนคุณโสรยาชูกำลังก็อกหัก หงอยเป็นหมาเหงา เปล่าเปลี่ยวหัวใจเป็นกำลัง และในขั้นตอนที่คุณชายกับนริศรากำลังเลือกหาบริษัทอีเว้นท์จัดการแต่งงาน คุณหมอของเราก็มีบทขึ้นมาอีกครั้ง ..แต่..กับนริศรา
“คำแนะนำคุณหมอนี่เด็ดขาดไปเลยค่ะ ของฝากอย่างเดียวชนะใจพี่ชายได้เลย ไม่รู้จะขอบคุณคุณหมออย่างไรดี” นริศรานี่เธอก็วางแผนนี่หว่า ไม่ได้ซื่อใสอย่างที่เห็น
“ก็คาดเดาเอาน่ะครับ ประเทศที่คุณชายไป มันมีการระบาดสูงมากและมีคำแนะนำให้ยาเพื่อป้องกันมาเลเรียด้วย ก็โอกาสสูงที่จะเกิดเหตุแบบนี้ แต่ว่าอย่าไปซีเรียสเลยคุณนริศรา เรื่องมันบังเอิญ นี่คุณมาเลือกร้านเวดดิ้งของผมก็ขอบคุณมากครับ งานใหญ่เลยจ้างตั้งสิบล้าน” คุณหมอยิ้มกริ่มแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ในใบหน้า ใช่..ก็แค่บอกคุณชายกับคุณนริศราว่า ต้องรีบแต่งแล้วเดี๋ยวคุณหญิงจะเปลี่ยนใจ งั้นมาทำที่นี่ ไม่ต้องบรี๊ฟกันมาก รู้จักโปรไฟล์บ่าวสาวดีอยู่แล้ว ทำงานได้เร็ว ก็เสมือนล็อบบี้ง่าย ๆ
หลังจากที่เลือกชุดและโลเกชั่นถ่ายภาพ ส่งคุณนริศรากลับแล้ว คุณหมอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หมุนเบอร์โทรหาโสรยาชูกำลัง ผู้ซึ่งกำลังซึม เศร้า เหงา เปลี่ยว
“คุณโสรยาชูกำลังครับ เย็นนี้ผมจะไปรับคุณครับ เตรียมชุดสวย ๆ ไปถ่ายรูปได้เลย ผมคิดว่าเกาะบาหลีช่างโรแมนติก และน่าจะทำให้คุณสดชื่นได้ โชคดีมากเลยครับ เหลือตั๋วราคาพิเศษพร้อมที่พักอยู่สองที่พอดี เราไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันนะครับ”
โชคดีกะผีน่ะสิ แกจองไว้ตั้งแต่แนะนำคุณนริศราซื้อครีมกันแดดแล้วเฟ้ย แล้วที่เลือกบาหลีเพราะแกไปส่องไอจีของโสรยาชูกำลังว่าเธออยากไปไหว้บูโรพุทโธมานานแล้ว
เย็นนั้นคุณหมอเตรียมขับรถไปรับคุณโสรยาชูกำลัง ปรับกระจกมองหลังเห็นรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ ที่เริ่มเจ้าเล่ห์มากขึ้น สวมเสื้อยืดสีขาว มีสกรีนอักษรสีน้ำเงินบนหน้าอก “อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว” …แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือเมื่อมองไปที่มือจับพวงมาลัยรถยนต์อยู่ มือนั้นกลายเป็น มือที่มองไม่เห็น ไปเสียแล้ว
จบบริบูรณ์ อย่าลืมไปรับยาช่องเบอร์หนึ่งด้วยกันอย่างถ้วนหน้านะครับ

16 มกราคม 2569

สาเหตุส่วนใหญ่ของไขมันพอกตับ คือ การดื่มแอลกอฮอล์

 สาเหตุส่วนใหญ่ของไขมันพอกตับ คือ การดื่มแอลกอฮอล์นะครับ

หลายคนเข้าใจว่าไขมันพอกตับเกิดจากความอ้วน อาหารมันและดื้ออินซูลิน เท่านั้น
แต่ก่อนเราเรียกไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ว่า NAFLD แยกจากไขมันพอกตับจากแอลกอฮอล์
แต่ปัจจุบันมีคำนิยาม MAFLD คือโรคตับอันเกิดจากโรคทางเมตาบอลิกที่ส่งผลไขมันพอกตับ ซึ่งมีสาเหตุจากแอลกอฮอล์อยู่ในนั้นด้วยก็ได้
แต่ไม่ว่าจะนิยามอย่างไร ไขมันพอกตับก็ยังมีสาเหตุส่วนมากจากการดื่มแอลกอฮอล์อยู่ดี
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าดื่มเหล้าแล้วจะไม่มีไขมันพอกตับนะครับ

บทความที่ได้รับความนิยม