29 ธันวาคม 2566

ไอกรน .. เรื่องราวในข่าว จะป้องกันได้ไหม

 ไอกรน .. เรื่องราวในข่าว จะป้องกันได้ไหม

ช่วงหนึ่งเดือนมานี้ข่าวลงบ่อยมากเกี่ยวกับสถานการณ์โรคไอกรนที่เพิ่มขึ้น ต้องบอกว่าเราพบอุบัติการณ์ทุกปี มีการระบาดทุก 5-6 ปี ระบาดแต่ละทีก็ตื่นตัวครั้งหนึ่ง
โรคไอกรน รวมทั้งคอตีบ พบน้อยในช่วงวัยรุ่นถึงกลางคน แต่จะมากขึ้นในวัยสูงอายุเพราะระดับภูมิคุ้มกันลดระดับลง การรักษาทำได้ไม่ยาก ยาพื้นฐานหรือมีแอนติบอดีใช้ แต่วินิจฉัยไม่ง่าย เพราะอาการแยกจากโรคอื่นยาก ชุดตรวจแยกโรคแบบเร็วยังไม่พัฒนา
การป้องกันจึงดูคุ้มค่าและง่าย .. ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ฯ ร่วมกับสมาคมโรคติดเชื้อ ออกคำแนะนำการรับวัคซีนมานานแล้ว แต่ว่ามีคนรับการป้องกันน้อยมาก เพราะว่าไม่อยู่ในกระแสความสนใจ และวัคซีนนี้ "ต้องจ่าย"
คำแนะนำกล่าวว่า ตั้งแต่อายุ 18 ปี ให้รับวัคซีน คอตีบ-บาดทะยัก (dT) ทุกสิบปี แนะนำในปีที่ลงท้ายอายุเลขจำนวนสิบ เช่น 20-30-40… และในจำนวนที่ฉีดนี้ ควรมีวัคซีน คอตีบ-ไอกรนเชื้อตาย-บาดทะยัก (Tdap) อย่างน้อยหนึ่งเข็ม
ในกรณีมีแผลหรือมีความจำเป็นต้องฉีดบาดทะยัก tetenus toxoid สามารถใช้ dT แทนได้ และสามารถใช้ Tdap ได้เลย (เราต้องการหนึ่งเข็มหนึ่งครั้งในช่วงระยะการฉีดทุก 10 ปีตามแนวทางนี้)
อีกกรณีที่จะได้รับวัคซีนคือหญิงตั้งครรภ์ ก็ให้นับตั้งแต่ฉีดครบช่วงตั้งครรภ์ต่อไปได้ และเลือกใช้ Tdap ในช่วงตั้งครรภ์ 20-32 สัปดาห์ เป็นหนึ่งใน Tdap ที่เราจะต้องฉีดหนึ่งครั้งตามโปรแกรมเดิม ก็ได้เช่นกัน
ราคา tetanus toxoid ถูกที่สุด และ Tdap แพงที่สุด (ไม่เกินสองพันละมัง ผมฉีดมาห้าหกปีก่อน) แต่ก็คุ้มนะ ลองเป็นตัวเลือกในการรับวัคซีนให้พิจารณาครับ

28 ธันวาคม 2566

New Year Resolution 2024

 New Year Resolution 2024

ผมเขียนทุกปีครับ หลายข้อทำได้ หลายข้อทำอยู่และทำต่อ หลายข้อทำไม่ได้ ก็เอามาปรับปรุงในปีใหม่ ๆ ปีกำลังจะผ่านไปผมทำได้ 8 ข้อ ข้อที่ภูมิใจมากคือ จะไม่โกรธใครและสิ่งใดเกิน 1 วัน ทำให้คุณภาพชีวิตจิตใจดีขึ้น มองโลกในแง่ดีและใจเย็น
ปีนี้มาชวนทุกคนเขียนอีกครับ มันไม่จำเป็นต้องเป็นข้อที่อลังการ หรือยากมากจึงจะภูมิใจ เราตั้งใจทำในสิ่งเล็ก ๆ แต่ทำหลายอย่าง สม่ำเสมอ มันก็สร้างความยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
1.ท้าทายตัวเอง ในการออกกำลังกายมากขึ้น … ทุกวันนี้ผมใช้เกมออกกำลังกายครับ มันทำให้เราสนุกและไม่เบื่อ เนื่องจากในเกมมีการเก็บข้อมูลให้ท้าทายตัวเองได้ ปีนี้จะเพิ่มความท้าทายและให้เราออกกำลังกายมากขึ้น เล่นหมดเลยครับ ringfit, finess boxing, let's get fit, just dance (เต้นด้วยนะจ๊ะเนี่ย)
2.จะไม่ขอถุงพลาสติกเวลาซื้อของ … ก่อนหน้านั้นทำได้ แต่ปีนี้ใช้ถุงพลาสติกเยอะ คิดว่าไม่ได้แล้ว อยากลดขยะ ลดสิ่งไม่จำเป็น ปีนี้จะไม่ใช้ถุงพลาสติกเพิ่มอีกเลย เอาที่มีอยู่มาใช้ซ้ำ ไม่เอาเพิ่ม ไม่ขอเพิ่ม
3.ปีนี้จะศึกษาลงลึกเรื่องการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน … แต่ละปี ผมจะมีหัวข้อวิจัยเชิงลึก ทำเป็นงานอดิเรก ที่ผ่านมาเช่น สงครามนโปเลียน ปฏิวัติรัสเซีย การแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ เป็นการผ่อนคลายความเครียด ฝึกทักษะภาษา การค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูล ทำให้เราเฉียบขึ้น
4.อ่านวรรณคดีไทยมากขึ้น โดยเฉพาะคำกลอนต่าง ๆ เช่น บทละคร โคลง กาพย์ … ตั้งเป้าไว้สามเรื่องครับ โหลดมากองแล้วเรื่องนึงคือ พระอภัยมณี
5.ทำอาหารกินเองบ้าง มื้อง่าย ๆ … ทักษะการทำอาหารของผมใกล้เคียงเด็กห้าขวบ แค่ใส่เตาอบไมโครเวฟแล้วกด หรือเทนมใส่ซีเรียล แต่ตอนนี้จะเริ่มแล้ว ไปเจอตำราอาหารแบบง่ายมา ปีนี้ว่าจะเริ่มทำ สลัดอกไก่, เมนูปลานึ่ง, ซุป นอกจากเราจะจัดวัตถุดิบเองได้ มันน่าจะดีต่อใจด้วย
6.ดูแลผิวของตัวเองมากขึ้น … ปีที่ผ่านมานี้มีปัญหาเยอะ คัน ผิวแตก มือแห้งด้าน ข้อศอกหมา ริ้วรอยเยอะมาก ก็ไม่ได้เอาไปประกวดเวทีไหนครับ คิดว่าถ้าจะเริ่มอะไรใหม่ ๆ ที่ดี ก็เริ่มกับตัวเองนี่แหละ เลือกครีมใช้ สวมถุงเท้ามากขึ้น
7.คิดถึงเรื่องบริจาคมากขึ้น … ทั้งของที่เราไม่ใช้แต่ยังให้คนอื่นได้ ทรัพย์สินที่เราพอแบ่งได้แบ่งบริจาคในรูปแบบต่าง ๆ บ้าง ปันหนังสืออ่านแล้ว ของใช้ที่ยังดี เสื้อผ้าที่ยังดี จะจัดสรรบริจาคตามที่ต่าง ๆ ผมเชื่อเรื่องการแบ่งปันนะ และปีนี้ตั้งใจจะทำ
แค่นี้แหละครับ คิดไม่ไหญ่ ทำไม่ยาก แต่ทำได้ ท้าทายที่จะทำ คุณเองก็ทำได้นะ ลองดูเลยครับ

27 ธันวาคม 2566

loculated parapneumonic effusion

 สิ่งที่จะได้เห็นได้อ่านต่อไปนี้ เป็นศิลปะ ทักษะ อยู่บนพื้นฐานวิชาการ ไม่ได้เป็นจริงทุกกรณีและไม่สามารถเอาไปใช้ได้กับทุกคน ต้องการเล่าให้ฟังในบางมิติการรักษาที่ใช้การตัดสินใจร่วมกันระหว่างหมอกับคนไข้

(ผมไม่คุ้นหูกับคำว่า 'ผู้ให้บริการสาธารณสุข' กับ 'ผู้รับบริการ')
ผู้ป่วยชายอายุประมาณ 40 ปี สุขภาพร่างกายแข็งแรง แอคทีฟ สนุกสนาน ไม่มีโรคประจำตัว แต่ดื่มเบียร์วันละ 3-4 ขวดกลมใหญ่ทุกวันมาประมาณ 25 ปี มาตรวจเพราะมีไข้สูงสลับต่ำ เป็น ๆ หาย ๆ มาสองสัปดาห์ เหนื่อย เจ็บอกซ้ายเวลาหายใจเข้าออก ตรวจร่างกายพบเสียงปอดด้านซ้ายเบาลงชัดเจน เคาะทึบ เสียงสะท้อนเบาลง เข้าได้กับน้ำในเยื่อหุ้มปอด เอ็กซเรย์พบน้ำในเยื่อหุ้มปอดซ้ายจริง ผู้ป่วยได้รับการตรวจรักษาจาก รพ. แห่งหนึ่งมาแล้ว ได้รับการวินิจฉัยน้ำในเยื่อหุ้มปอด ได้รับคำแนะนำให้เจาะและอาจต้องผ่าตัด จึงเดินทางมาขอความเห็นที่สอง
จากข้อมูล อายุไม่มากมีอาการของปอดอักเสบ ตรวจร่างกายเข้าได้กับน้ำในเยื่อหุ้ม เอ็กซเรย์ภาพซ้ายสุด มีน้ำในเยื่อหุ้มปอด ลักษณะของน้ำ "ลอย" อยู่ตามขอบปอดซึ่งความจริงควรไหลมากองด้านล่าง เป็นลักษณะของ loculated fluid มักจะเกิดในกรณีมีน้ำในเยื่อหุ้มจากการอักเสบ (parapneumonic effusion) มาสักพักแล้ว
เรื่องราวต่อมาก็ทำการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ เจาะน้ำไปตรวจ ให้ยาฆ่าเชื้อ ผลการเจาะน้ำก็ออกมาว่าเป็นการอักเสบต่อเนื่องจากปอดอักเสบนี่แหละ ค่าตรวจใกล้เคียงจะเป็นหนอง (empyema thoracis) ซึ่งในกรณีนี้ คำแนะนำว่าควรจะนำน้ำเยื่อหุ้มปอดออกมา จะใส่ท่อระบาย จะผ่าตัด ก็แล้วแต่สถานการณ์
ผู้ป่วยต้องการใส่ท่อระบาย (pigtail catheter) และไม่ต้องการผ่าตัด … คิดถึงในใจคนไข้ทุกคน ก็คงยังไม่อยากทำหัตถการที่มีการรุกล้ำ คนไข้และญาติคนนี้ก็เช่นกัน แต่คุณหมอ (ฉันเอง) อยากจะให้เอาออกโดยการผ่าตัดหรือใส่ท่อระบาย … เมื่อความต้องการไม่ตรงกันแบบนี้จะทำอย่างไร
ผมต่อรอง…ที่ไม่ใช่ "รองกอง"
ผู้ป่วยยอมให้ผมเจาะระบายน้ำออกได้ แต่ไม่ผ่าไม่ใส่ท่อระบาย ถ้าผมไม่เจาะ (มากกว่าหนึ่งครั้ง) โรคก็อาจจะแย่ลง แล้วสุดท้ายจะเป็นหนอง อาจจติดเชื้อรุนแรงแล้วก็ต้องผ่าตัดในสภาพที่หายยาก เราเลยเลือกหนทางเจาะออกเท่าที่ได้ ให้ยาฆ่าเชื้อ ทำกายภาพบำบัดปอด แล้วติดตามผลใกล้ชิด ถ้ามันจำเป็นเมื่อไร ก็จะส่งผ่าตัด … การเจรจาต่อรองออกมาได้ผลแบบนี้ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดแต่ก็ไม่แย่ที่สุด
อย่าลืมบันทึกในเวชระเบียนด้วย ว่าทำแบบนี้เนื่องจากอะไร ลงวันที่กำกับและลงชื่อด้วยนะครับ
หลังจากนอนโรงพยาบาลอยู่สิบวัน อาการไข้ลดลงเจ็บอกลดลง เจาะไปสามครั้ง ไม่มีผลแทรกซ้อน ค่าตรวจน้ำเยื่อหุ้มปอดไม่เปลี่ยนแปลง และไม่เป็นหนอง เราตกลงว่ากินยาต่อและต้องมาติดตามผล
สองสัปดาห์หลังออกจากโรงพยาบาล นัดมาติดตามอาการ อาการดีขึ้นมาก เจ็บอกลดลง ไม่มีไข้เลย ส่งตรวจเอ็กซเรย์พบว่าน้ำลดลง ดังภาพกลาง ทำอัลตร้าซาวนด์พบน้ำเล็กน้อย ตัดสินใจไม่เจาะและติดตามอาการ ทำกายภาพทรวงอกต่อไป
หกสัปดาห์หลังออกจากโรงพยาบาล ไม่มีอาการผิดปกติ ตรวจร่างกายปกติ เอ็กซเรย์ซ้ำแล้วไม่มีน้ำเหลืออยู่ แต่มีการหนาตัวของเยื่อหุ้มปอดด้านซ้าย และเงาพังผืดที่ปอดซ้าย ดังภาพขวาสุด
ผมอยากบอกว่า ผมไม่ได้ใส่ท่อระบายหรือส่งไปผ่าตัดตามแนวทางการรักษา แต่ว่าอธิบายกับผู้ป่วยว่าแต่ละวิธีการรักษา มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และหากมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างการติดตามรักษา เราจะมีวิธีรับมืออย่างไร โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการที่มี ผลลัพธ์การรักษาออกมาแบบนี้ คนไข้และญาติรับได้
อนาคตข้างหน้า คงไม่มีการรักษาแบบ 'หมอสั่ง' อีกต่อไป แต่คงเป็นการร่วมปรึกษา ร่วมตัดสินใจ โดยคุณหมอเป็นคนให้ข้อมูล เลือกด้วยกัน ติดตามไปด้วยกัน ให้ผู้ป่วยและญาติเป็นทีมการรักษาพร้อมกันกับเรา
อาจจะไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่วันพรุ่งนี้ คงต้องอาศัยเวลาสักพักกว่าจะเปลี่ยน หมอคงต้องเปลี่ยน คนไข้คงต้องเปลี่ยน ตามยุคสมัย ความก้าวหน้า และเคารพซึ่งกันและกัน น่าจะทำให้คุณภาพการรักษา คุณภาพชีวิต ความเข้าใจ ปัญหาความขัดแย้ง การสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น ทุกอย่างน่าจะไปในทางที่ดีขึ้น
และลิเวอร์พูลก็มาคว้าแชมป์อีกคราในซีซั่นนี้
May be an image of bone and xray
See insights and ads
Boost
All reactions:
265

26 ธันวาคม 2566

ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

 การไปมีเพศสัมพันธ์ แบบไม่สวมถุงยางอนามัย แบบ one night stand ไม่ซ้ำคู่ แล้วมาขอรับยาต้านไวรัสหลังมีเพศสัมพันธ์ (post exposure prophylaxis)

ไม่ใช่วิธีการป้องกันเอดส์ที่ถูกต้อง แถมยังป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ไม่ได้ด้วย
มีสุภาพบุรุษรายหนึ่ง มาติดต่อขอรับยาต้านไวรัส ด้วยพฤติกรรมแบบนี้เป็นครั้งที่สี่ และทุกครั้งจะกังวลว่าติดเชื้อเอชไอวี มีการตรวจเลือดซ้ำหลายครั้งมาก
แค่โชคดีที่ยังไม่ติด แค่ยังไม่รู้ว่าติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นหรือไม่ (แนะนำตรวจอย่างอื่นก็ไม่ตรวจ)
ครั้งต่อไป โชคอาจไม่เข้าข้าง
ดังนั้น สวมใส่เถิดนะ ใส่ไม่เป็นก็ฝึก คู่นอนใส่ไม่เป็นก็ใส่ให้เขา ถ้าไม่ใส่ก็อย่าเลย

25 ธันวาคม 2566

christmas disease

 จากโจทย์ที่ให้วินิจฉัยโรค เมื่อเช้า

1. โพสต์เรื่องซานต้า วันคริสตมาส มันต้องเป็นโรคเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้
2. ใส่สีขาวออกจากบ้าน ไปทำกิจกรรมแจกของขวัญ ซึ่งไม่รุนแรง แต่กลับมีเลือดออกเต็มชุด เรียกว่า แรงกระแทกนิดเดียว ก็เลือดออก
3.เลือดออกขนาดย้อมสีชุดได้ แสดงว่า ออกมาก หยุดยาก โรคเลือดออกง่ายหยุดยาก ที่เกี่ยวกับซานต้า
4.มันไม่มีหรอก ที่เกี่ยวกับซานต้า แต่เกี่ยวกับคริสตมาสเฟร้ย เลือดออกง่าย + คริสตมาส ก็คือ Christmas disease ...ง่ายแบบนี้เลยรึ
5.christmas disease ตั้งชื่อตามผู้ป่วย Stephen Christmas ผู้ป่วยที่ได้รับการศึกษาและตีพิมพ์โรคนี้รายแรก คือ โรคเลือดออกง่ายฮีโมฟิเลีย B
6. เกิดขาดการขาดแฟกเตอร์ 9 จากความผิดปกติบนยีน ส่วนฮีโมฟิเลีย A เกิดจากขาดแฟกเตอร์ 8
7. วารสาร BMJ ตีพิมพ์โรคนี้ครั้งแรก ในวารสารที่ออกในวันคริสตมาส (อันนี้ BMJ จงใจแน่ ๆ)
8. ปัจจุบัน เราสามารถรักษาฮีโมฟิเลีย บี โดยการตัดต่อยีนได้เรียบร้อย ผลงานแพทย์นักวิจัยไทย ส่วนใครไม่ได้ตัดต่อก็ให้สารประกอบเลือด FFP เวลาเลือดออกต่อไป
9. อากาศหนาว คืนนี้ถ้าไม่มีใครกอด ก็ซื้อไม้เกาหลังมาเกาเองไปก่อนนะ
10.เมอรี่คริสตมาส แอนด์ แฮปปี้นิวเยียร์
May be an image of 2 people and text that says 'ก่อนไปแจกของ ไป ก่อน กของ กลับ มาถึง บ้าน'
See insights and ads
Boost
All reactions:
107

บทความที่ได้รับความนิยม