19 พฤษภาคม 2567

แพทย์ไทยพันธุ์ X …marvel neo doctor

 แพทย์ไทยพันธุ์ X …marvel neo doctor

ผมได้ยินเรื่องราวของการเรียนการสอนแพทย์แบบใหม่มาพอสมควร สองวันนี้ได้ฟังพอดแคสต์ ช่อง sirirajPR ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และได้ฟังเรื่องราวของการเรียนการสอนรวมทั้งผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษาแบบใหม่ หลักสูตรแบบใหม่นี้
หลักสูตรการเรียนการสอนแพทยศาสตร์ก็ยังเข้มข้นหนักหน่วงเหมือนเดิม แต่ทางคณะ ฯ ได้มีการพัฒนารูปแบบต่าง ๆ ในเข้ากับโลกยุคใหม่ ที่มีความต้องการแบบใหม่ ๆ ทักษะที่เพิ่มขึ้น บูรณาการที่มากขึ้น ทำให้น้อง ๆ ที่จบออกมามีศักยภาพสูงตรงกับความต้องการของโลกยุคศตวรรษที่ 21
มีหลักสูตรสองปริญญา เพราะความก้าวหน้าทางการแพทย์จำเป็นต้องอาศัยความรู้สาขาอื่นด้วย และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ทางการแพทย์ก็ต้องใช้คุณหมอมาเป็นแกนหลัก จึงได้มีหลักสูตรควบเรียนพร้อมกัน แต่อาจจะใช้เวลาเรียนมากขึ้นหนึ่งปี ก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นในสาขาวิชาที่เรียนร่วมกันคือ วิศวกรรมศาสตร์, สาธารณสุขศาสตร์ (คงเป็นหลักสูตรเฉพาะ ไม่ได้เรียนเต็มรูป) เรียกว่าจบออกมาก็มีความรู้พร้อมในการพัฒนาไปข้างหน้าเลย ทั้งแบบปริญญาตรีและปริญญาโท
ไปพัฒนางานสาธารณสุขระดับมหภาค ออกแบบการรักษาระดับประชาชน ควบคุมการระบาด ออกแบบโปรแกรมหรืออุปกรณ์ในการแพทย์ ควบคุมออกแบบระบบการรักษา…แค่คิดก็สนุกแล้ว อยากย้อนเวลาจังเลย
ยังมีหลักสูตรอื่น ๆ ที่น้องนักศึกษาสามารถเรียนอย่างอื่นคู่ไปกับการเรียนแพทย์ แบบรับประกาศนียบัตรหรือแบบไม่รับ เพื่อพัฒนาทักษะ ความเฉียบคมทางความคิด ให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรียนเรื่อง data เรียน coding เรียน management เรียนสถิติและการวิจัย เรียนดิจิตอลมีเดีย
และยังเปิดหลักสูตรให้บุคลากรอื่น และบุคลทั่วไป เข้ามาเรียนหลักสูตรด้วย เช่น การปฐมพยาบาล การกู้ชีวิต
หลักสูตรยังสนับสนุนให้นักเรียนสามารถไปดูงานและศึกษา ในสาขาวิชาอื่นนอกคณะ ฯ หรือนอกมหาวิทยาลัย หรือ นอกประเทศ เพื่อได้เรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาพัฒนาชีวิต พัฒนาหน่วยงาน พัฒนาประเทศต่อไป
เรียกว่าน้อง ๆ หมอยุคนี้ได้พัฒนาทุกอย่างแบบที่โลกปัจจุบันควรมี แถมได้เรียนรู้ในวันที่พลังเปี่ยม มีการสนับสนุนจากคณะแพทย์ และบรรดาคณาจารย์สายพันธุ์เอไอเช่นกัน
ตอนนี้ผมก็เห็นผลงานทางวิชาการ ผลงานสื่อการสอน ผลงานสื่อทางโซเชียล ที่ทันสมัย เข้าใจคนดู สื่อสารได้แม่นยำฉับไว
เห็นน้อง ๆ บุคลากรคุณภาพ ปรับปรุงแก้ไขสิ่งเก่า พัฒนาโลกใหม่ไปในทางที่ดีมาก เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ มีมาตรฐานโลกไปแล้ว
ดีใจแทนคนไข้
ดีใจแทนคนที่จะมาเรียน
ดีใจแทนสังคม
ดีใจแทนมนุษยชาติ
และหมอรุ่นเก่าอย่างผม คงใกล้หมดสมัย และถึงเวลาวางมือเสียที

เรื่องเล่าจากคลินิก : ผลเสียร้ายแรงจากการใช้ยา

 เรื่องเล่าจากคลินิก : ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก แต่ต้องปรับกันทุกคน

มีผู้ป่วยรายหนึ่งเข้ามาปรึกษาแนะนำเรื่องอาการป่วย เป็นสุภาพบุรุษอายุ 50 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ประมาณสองสัปดาห์ก่อน ตอนนั้นสลบ ตรวจพบเลือดออกในสมองบริเวณไม่ใหญ่นักที่สองด้านซ้ายและในเยื่อหุ้มสมอง ติดตามอาการดูแล้วไม่ต้องผ่าตัด แต่ยังมีอาการอ่อนแรงและเบลอ จึงเจ้ามาขอรับคำแนะนำ
ดูเรื่องราวก็ไม่ได้แปลกแต่อย่างใด แต่เรามาฟังประวัติกันต่อไปนะครับ
ผู้ป่วยรายนี้เคยเข้ามารับการปรึกษาที่คลินิกผมแล้วหนึ่งครั้งเมื่อประมาณสิบเดือนก่อน เนื่องจากมีอาการเบลอ ๆ เพลีย ๆ นี้เช่นกัน ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคทางอารมณ์ (ทางจิตเวช) ได้รับยาต้านซึมเศร้า ยารักษาโรคจิตเภท และยากันชัก พร้อม ๆ กันหลายขนานและปริมาณสูง สอบถามว่าได้รับยาขนาดเดิมนี้ต่อเนื่องกันมาหกเดือนแล้ว
หมอชราหน้าหนุ่ม : ผมก็ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการปรับยาจิตเวชนะครับ แต่คิดว่าหากเริ่มมีผลจากยา คือเริ่มมีอาการเบลอ คิดอ่านช้า ตอบสนองช้า ก็ต้องมาปรับยา ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียจากยา ผมจะออกจดหมายเพื่อให้คุณไปปรับยากับคุณหมอท่านเดิมนะครับ โดยบอกเล่าอาการที่ผมคิดว่าอาจเป็นผลข้างเคียงจากยาให้คุณไปปรับยา
คนไข้ : ครับ ถ้ามีเวลาจะไปปรับยา
สำหรับผมคิดว่าการปรับยาและการ trade-off ผลการรักษากับผลข้างเคียงของยาคือปัจจัยสำคัญ เรารู้กันทุกคนว่า ยารักษาทางจิตเวชจะส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ การรับรู้ หรือพูดง่าย ๆ คือ การทำงานของสมองส่วนที่ยังดีอยู่ก็กระทบเช่นกัน
และผู้ป่วยรายนี้เป็นกำลังหลักของครอบครัว เป็นคนเดียวในบ้านที่สามารถขับขี่ยานพาหนะได้ดี และจำเป็นต้องขับขี่เพื่อการดำรงชีวิต นั่นคือ อาจเกิดผลข้างเคียงจนอันตรายหากได้รับการที่ทำให้ซึมและเบลอ … แต่คุณจะทำอย่างไรล่ะ มันก็สำคัญไม่แพ้โรคทางอารมณ์ที่เป็นอยู่
ประมาณหกเดือนก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่อาการไม่รุนแรงแค่ฟกช้ำ มีแผลเล็กน้อย เข้ามาทำแผลที่คลินิก ตอนนั้นผู้ป่วยนำจดหมายไปยื่นกับทางหน่วยงานที่รักษาที่เดิม ผู้ป่วยได้รับยาเดิม ปริมาณและขนาดเดิม ทางหน่วยงานเดิมแจ้งว่า ตอนนี้ควบคุมอาการได้ดีอยากให้ใช้ยาขนาดนี้ไปก่อน และบอกผู้ป่วยว่า อย่าขับรถ เพราะตัวยาทำให้ซึม
แต่ปากท้องก็สำคัญ ผู้ป่วยก็อยากหายจากอาการที่เป็น ยังไม่มีงานใหม่ที่ปลอดภัยกว่านี้ และค่าใช้จ่ายก็ยังต้องมีต่อไป ดอกเบี้ยเงินกู้ที่กู้มาลงทุนยังเดินหน้าไม่หยุดยั้ง แม้จะเจ็บจากอุบัติเหตุก็ต้องทำงานต่อไป
กลับมาที่วันนี้ ผู้ป่วยนำยามาให้ดู นอกเหนือจากยาที่ใช้หลังประสบอุบัติเหตุ ยาทางจิตเวชเดิมยังเป็นขนาดเดิม และญาติคนไข้เล่าให้ฟังว่า เขาพยายามเต็มที่ แต่ก็ยังตัดสินใจและเฉียบคมไม่มากนัก อุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้ต้องพักฟื้นเกือบสองสัปดาห์ เขาอยากให้ผมเขียนจดหมายส่งตัวเพื่อไปปรับยาให้อีกครั้ง
… มันจุกอกเหมือนกัน
คุณหมอและทีมก็อยากรักษาให้สภาพโรคดีขึ้น เพื่อกลับสู่ชีวิตประจำวัน
คนไข้ก็อยากรักษาเพื่อไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุแบบนี้เลย
เคยมีคำกล่าวว่า ในการรักษาโรคใด นอกว่าหมอและผู้ป่วยจะต้องรักษาโรคที่เกิด ยังจะต้องรักษาโรคที่เกิดจากการรักษาอีกด้วย ถ้าระบบการรักษาเราดีกว่านี้ เวลาและบุคลากรเรามากกว่านี้ ดีกว่านี้
เราคงได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างการรักษากับชีวิตประจำวันของเขา
เราคงได้ปรับการรักษาโดยรักษาที่ตัวคนมากกว่าตัวโรค
เราคงได้อาชีพที่ปลอดภัยกับแต่ละคน โดยไม่ยากเกินไป
เราคงมีบุคลากรทางการแพทย์หลายคนมาช่วยให้ความเห็น
เราคงได้มีบุคลากรทางการแพทย์ครบและมากกว่านี้ในการรักษา
เราคงได้ "คุณภาพชีวิต" มากกว่า "อัตราการรักษาโรคหาย" หรือ "การเข้าถึงการรักษาของประชากร"

12 พฤษภาคม 2567

คำแนะนำการคัดกรองมะเร็งเต้านม จาก USPSTF 2024

 คำแนะนำการคัดกรองมะเร็งเต้านม จาก USPSTF

เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา USPSTF ได้ประกาศคำแนะนำการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรม สำหรับสุภาพสตรีทั่วไป (เรียกว่าความเสี่ยงเท่าค่าเฉลี่ยทั่วไป) ให้คัดกรองด้วยวิธีแมมโมแกรม ปีเว้นปี (ทุกสองปี) เริ่มต้นอายุ 40 ปี สิ้นสุดที่อายุ 75 ปี
ขยับลดลงจากเดิมที่แนะนำตั้งแต่ 50 ปี เพราะพบอุบัติการณ์โรคในคนอายุ 40-49 ปี ที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยีที่ไวและราคาถูกลง การรักษาที่มุ่งเป้า แม่นยำเพิ่มขึ้น เข้าถึงได้มากขึ้น การตรวจจับและรักษาตั้งแต่ต้น ตอนอายุน้อยจึงลดอัตราการเสียชีวิตได้ดี การคัดกรองมันจึงมีค่า
แมมโมแกรมปัจจุบันเป็น digital mammogram คือใช้เทคโนโลยีและโปรแกรมมาช่วยตรวจจับ ร่วมกับการพิจารณาของรังสีแพทย์ ทำให้แม่นยำมาก
ส่วนคนที่อายุน้อยกว่า 40 ปี อาจเลือกคัดกรองตามความเสี่ยงบุคคล เช่น มีประวัติครอบครัวโรคมะเร็งเต้านม ตรวจพบยีนกลายพันธุ์ของมะเร็ง
ส่วนคนอายุมากกว่า 75 ปี อาจเลือกคัดกรองได้ถ้าประเมินแล้วว่า โอกาสชีวิตยืนยาวแบบสุขภาพดียังมียาวนานพอ และมีวิธีที่ดีในการจัดการมะเร็ง อันนี้ตกลงระหว่างหมอกับคนไข้
วิธีอื่นเช่น อัลตร้าซาวนด์หรือเอ็มอาร์ไอ เป็นทางเลือกในการ 'คัดกรอง' เพราะข้อมูลการคัดกรองไม่ชัด หรือใช้ในบางกรณีเช่นเอาไว้ยืนยันโรค หรือในกรณีเต้านมยังแน่นด้วยเนื้อมากกว่าไขมัน
เสียงจากคนไข้บอกมาว่า ก็ไม่ได้บีบเจ็บอย่างที่คิดครับ

11 พฤษภาคม 2567

การขาดแคลนยาอดบุหรี่

 แอบบ่น

หลังจากได้ข่าวจากผู้จำหน่ายยาอดบุหรี่ ว่า จะไม่ทำตลาดและไม่นำเข้ามา ในฐานะทึ่คลุกคลี และทำเลิกบุหรี่มาหลายปี ขอบ่นนิดนึง
จริงอยู่ว่า การเลิกบุหรี่นั้น กว่า 80% คือใจที่แข็งกล้า และการปรับแนวคิดพฤติกรรม แต่ว่าสิ่งแวดล้อมและองค์ประกอบต่าง ๆ ในประเทศเรา ไม่ได้เอื้ออำนวยมากนัก
การเลือกใช้ยาและสารทดแทนนิโคติน จึงเป็นเสาค้ำยันที่สำคัญ สำหรับคนที่เขาอยากเลิก หรือพยายามแล้วแต่ล้มเหลว การใช้ยาช่วยมันสำคัญมาก ทั้งกลไกของยาเอง และอุบายช่วยให้เลิก
มีระยะหนึ่งที่แผ่นแปะนิโคตินหายไปจากตลาด ตอนนี้เริ่มกลับมา
ต่อมายาอดบุหรี่ varenicline ก็หยุดจำหน่ายชั่วคราวเพราะต้องพิสูจน์ตัวเองเรื่องสารก่อมะเร็ง แต่พอพิสูจน์ผ่านก็ยังไม่เข้ามาจำหน่าย คำตอบที่ว่ากำลังจัดการ ให้รอฟังข่าวการกลับมาจำหน่าย ยังคงทำให้เรารอยาที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดต่อไป
ใช้ bupropion SR มาต่อเนื่อง จนล่าสุด ก็ข่าวว่าจะยกเลิก ทำให้อาวุธในมือหมดไปอีก
ยาอม L-cysteine ก็หายไป
ตัวยา cytisine, cystinicline ที่มีการศึกษาออกมาทั้งเลิกบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า มีข่าวว่าจะเข้าบัญชียา แต่ตอนนี้ก็เงียบอยู่
เหลือแต่ nicotine replacement, คำแนะนำ, ใจสู้ของคนไข้ และ แรงใจที่รวยรินของคนทำเลิกบุหรี่
ไม่รู้อนาคตจะเป็นไปทางใด และต้องรับมือกับการถาโถมเข้ามาของผลิตภัณฑ์นิโคตินสารพัดแบบ
ใครยังไม่สูบ ยังไม่ติด..อย่าสูบ และเลิกเสีย
ใครคิดจะเลิก...เข้าคลินิก เลิกเลย ตอนที่ตัวช่วยยังพอมี
คนทำเลิกบุหรี่ .. คงต้องเน้น cognitive behavioral therapy + อุบายอื่น ๆ ต่อไป
เห็นหมอกแล้วเริ่มไม่อยากเดิน

08 พฤษภาคม 2567

เชิญชวนทุกท่านเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี 2567

 เชิญชวนทุกท่านเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี 2567

แนะนำฉีดช่วงก่อนเข้าฤดูระบาด ประเทศไทยระบาดในช่วงเดือน มิถุนายนถึงกันยายน ตรงกับการระบาดช่วงซีกโลกใต้ เราสามารถใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ของซีกโลกใต้ที่นำมาใช้ช่วงนี้ได้เลย
ใครที่ควรฉีด … ทุกคนควรฉีด ถ้าไม่มีข้อห้าม (แพ้วัคซีน, รับยากดภูมิรุนแรงมาก ๆ) โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยงนี้ที่หากเป็นโรคแล้วจะรุนแรง ทาง สปสช.จึงมีวัคซีนให้ฟรี ติดต่อได้ที่ รพ.รัฐ หรือ รพ.สต. ใกล้บ้านตั้งแต่วันนี้ คือ
1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป (ให้บริการฉีดตลอดทั้งปี)
2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปีทุกคน
3.ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน
4.บุคคลอายุ 65 ปีขึ้นไป
5.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI>35 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร)
6.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
แล้วคนที่ไม่เสี่ยงต้องฉีดไหม … ควรฉีดครับ สิ่งที่ได้คือ หากเป็นไข้หวัดใหญ่จะลดความรุนแรงลงมาก ไม่ต้องนอน รพ. ลดการเกิดภาวะวิกฤต ไม่ว่าจะนอกหรือในฤดูระบาด อีกประการคือ ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้ด้วย (ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เสี่ยงมาก และมีการศึกษาเอกฉันท์แล้วว่าเมื่อรับวัคซีนแล้ว การเกิดโรคหัวใจลดลง)
ข้อสำคัญอีกอย่างคือ ถ้าคุณต้องอยู่ร่วมหรือดูแลคนกลุ่มเสี่ยง คุณก็ควรฉีดเพื่อลดโอกาสส่งเชื้อไปคนข้างเคียงนั้นด้วย
สิ่งที่ผมพูดเสมอคือ คุณเก็บเงินเดือนละ 50-60 บาท ปีหนึ่ง 500-720 บาท พอค่าวัคซีนแน่นอน และคุ้มค่าครับ ทางรัฐบาลไม่มีงบประมาณมาฉีดฟรีทุกคน ถ้าเราไม่มีสิทธินั้น เราสร้างภูมิคุ้มกันเองได้ ไปฉีดที่ รพ.เอกชน คลินิกเอกชนได้ทั่วประเทศ ตอนนี้เป็นวัคซีนปี2567 หมดแล้ว
อีกตัวเลือกสำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี คือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (0.7 ml) เพิ่มระดับภูมิได้ดีกว่าเล็กน้อย และอยู่ยาวนาน ผู้สูงวัยแล้วการสร้างภูมิอาจไม่สมบูรณ์นัก แต่ราคาสูงกว่าขนาดปรกติสามเท่าตัว เลือกแบบเดิมหรือแบบขนาดสูงนี้ก็ได้ แล้วแต่ความพึงพอใจและเงินในกระเป๋า
ฉีดแล้วมีไข้ต่ำ ๆ ได้ ปวดแขนได้ ผื่นแดงได้ แต่จะไม่รุนแรง หายเอง หรือใช้ยาพาราเซตามอลก็ได้ ผลข้างเคียงรุนแรงมีไหม ตอบว่ามีรายงานและพบในการศึกษา แต่น้อยมาก ๆ เลยนะครับ อาจจะน้อยกว่าวัคซีนโควิดเสียอีกถ้าเทียบสัดส่วนจำนวนฉีดที่เท่ากัน แต่ปริมาณการฉีดไข้หวัดใหญ่มันเยอะกว่า เทียบแล้วประโยชน์ยังมากกว่าอันตราย
ฝากให้พิจารณาด้วยครับ

บทความที่ได้รับความนิยม