13 กุมภาพันธ์ 2567

อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจที่เกี่ยวเนื่องจากการใช้สารเสพติด

 คอเหล้า ต้องอ่าน

มีรายงานชิ้นหนึ่ง ลงตีพิมพ์ใน Journal of American Heart Association เมื่อมกราคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจที่เกี่ยวเนื่องจากการใช้สารเสพติด (ไม่นับบุหรี่) โดนเอาฐานข้อมูลมาจาก CDC มาคิดข้อมูลอัตราการเสียชีวิตในช่วงปี 1999-2019
จากการเสียชีวิตกว่า 52 ล้านคน (คาบเกี่ยวช่วงโควิด) พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด "ลดลง" จากการรักษาและการป้องกันที่ดีขึ้นมาก ส่วนการเสียชีวิตจากสารเสพติดกลับ "เพิ่มขึ้น" เพราะเริ่มมีการอนุญาตใช้มากขึ้น ตัวสารเสพติดที่เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น และไปเกิดอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ที่อายุน้อย ซึ่งเดิมมีการเสียชีวิตจากโรคหัวใจน้อยมาก
และหากเอาข้อมูลทั้งสองอย่างมารวมกัน พบว่าเสียชีวิตจากโรคหัวใจ "อันเกิดจากสารเสพติด" กลับเพิ่มสูงขึ้น อุตส่าห์คิดวิธีลดการตายจากโรคหัวใจตั้งมากมาย โดนสารเสพติดไปทีเดียว หมดท่าเลย
โดยสารเสพติดที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจที่โดดเด่นมากคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจจากเหล้า เพิ่มรายปีเฉลี่ยที่ 9.9 ต่อแสนประชากร ทิ้งห่างที่สองคือฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีนถึง สามเท่า (คงเพราะคนใช้เยอะด้วยครับและใช้ได้ระยะยาว มันจึงสะสมได้) และถ้ามองภาพรวม ทุกสีทุกชนิดกำลังขยับเพิ่มขึ้น รวมทั้งสีเขียวอ่อนล่างสุดคือกัญชาด้วยนะครับ
ภัยร้ายจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังเพิ่มเงียบ ๆ ไม่เป็นข่าวแต่คือเรื่องจริง นอกจากอุบัติเหตุ โรคตับ มะเร็งทางเดินอาหาร สมองเสื่อม ตอนนี้เพิ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดมาด้วยครับ
ถ้าเลิกได้ เลิกเถอะครับ และถ้าเลิกไม่ได้ ...ก็เลิกนะครับ

10 กุมภาพันธ์ 2567

metformin ยังมีที่ยืนอีกไหม

 metformin ยังมีที่ยืนอีกไหม .. มีสิ

ใครติดตามแนวทางการรักษาเบาหวาน จะเห็นว่าในยุคปัจจุบันสี่ห้าปีมานี้ มียาที่ได้รับการยกระดับขึ้นมาเป็น first line หรือยาตัวแรกที่ใช้รักษาเบาหวาน จากเดิมที่ยา metformin ยืนเดี่ยวมาหลายปี ด้วยเหตุว่ายาใหม่ ๆ สามารถแสดงผลการลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดได้ชัดเจน ภายในเวลาอันสั้น
แม้ว่าการศึกษาส่วนมากของยาใหม่ จะเป็นการ add on หรือเพิ่มยาตัวใหม่เข้าไปจากการรักษาเดิม เมื่อเทียบกับเพิ่มยาหลอกเข้าไปกับการรักษาเดิม ที่การรักษาเดิมจะมี metformin อยู่เสมอ
แต่เนื่องจากยุคปัจจุบัน มีการใช้ตัวชี้วัดหลากหลายของงานวิจัยไม่ต้องรอนาน และกลยุทธของยาใหม่ที่ทำวิจัยมากมายพร้อมยิงสู่วารสารต่าง ๆ รวมทั้งอีเว้นท์พร้อมกัน มันจึงปฏิเสธข้อมูลได้ยาก (หลักฐานเชิงประจักษ์ มันต้องมีข้อมูล ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหรือไม่ดี มันน่าเชื่อถือกว่า ไม่มีข้อมูล)
แต่ metformin ก็ยังอยู่ได้ เนื่องจาก ตัวยาสามารถลดน้ำตาลได้ดี ตัวยาแสดงผลลดโรคหลอดเลือดได้จริง (แต่ใช้เวลานานสักหน่อยจากข้อมูล UKPDS เนื่องจากระเบียบวิธีวิจัยที่เก็บข้อมูลแบบช้า) ผลข้างเคียงที่พบก็น้อยมาก หากใช้อย่างมีสติ ผลข้างเคียงที่พบมากที่สุด จนทำให้ต้องเปลี่ยนยา คือ อาการไม่สบายท้อง วิธีแก้คือ กินหลังอาหาร
ส่วนผลข้างเคียงอันตรายคือ ทำให้เลือดเป็นกรดรุนแรง ซึ่งพบในบางภาวะคือร่างกายมีการเจ็บป่วยรุนแรงร่วมกับไตวายเฉียบพลัน จึงมีคำแนะนำให้ตรวจการทำงานของไตเป็นระยะขณะใช้ยา และปรับยาตามการทำงานของไต งดใช้ถ้าไตเสื่อมมาก (GFR น้อยกว่า 45) และควรงดยาถ้าป่วยรุนแรงเฉียบพลันวิกฤต
ในแง่ความคุ้มค่า ต้องนับว่าคุ้มมาก เพราะยาราคาถูกมาก แต่ได้ผลดีเกินราคา สามารถเข้าถึงได้ทุกสถานพยาบาลและร้านยา อยู่ในบัญชียาหลักด้วย มีหลายขนาดให้เลือกใช้
และยังมีการนำ metformin ไปผสมกับยาใหม่ ๆ ในรูป ยาเม็ดรวม ที่ทำให้กินยาง่ายขึ้นอีกด้วย (และยาใหม่ก็ขายได้มากขึ้นด้วย 55)
ดังนั้น ผู้ป่วยรายใดที่ใช้ยาอยู่ หรือกำลังจะเริ่มยา คุณหมอท่านใดใช้ยาอยู่หรือกำลังตัดสินใจจะเริ่มยา ผมขอบอกว่า metformin ยังมีที่ยืนชัดเจน ใช้ได้อย่างดี ท่ามกลางกระแสลมและน้ำอันเชี่ยวกรากของยาใหม่ ๆ ที่สวนทางกับค่าครองชีพและเงินในกระเป๋าของคนไทย
ผมใช้ยาใหม่ไหม..ใช้เยอะมาก
ผมใช้ metformin ไหม ...ใช้เยอะมาก
อย่าลืมว่า เป้าหมายคือ รักษาคนไข้ไม่ให้เกิดอันตราย โดยสมดุลในทุกมิติครับ
ปล. ใคร ๆ ก็อ่าน fourth wing ไหนลองดูซิว่า มันแค่ไหนกัน กดมาหลังหกเล่มต้นปีจบไปแล้ว

08 กุมภาพันธ์ 2567

ปวดท้อง เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis)

 เรื่องเล่าจากคลินิก : เมื่อมองหา จะมองเห็น : ปวดท้อง

สุภาพสตรีอายุ 30 ปี มารับการตรวจเนื่องจากปวดท้อง จุกแน่น บีบ ๆ บริเวณกลางท้อง มีอาการวันนี้ ตอนเช้าอาการมาก แต่ตอนนี้อาการดีขึ้น ไม่อาเจียน ไม่มีถ่ายเหลว เคยมีอาการแบบนี้บ่อย ๆ ตอนเย็นนี้อาการดีขึ้น จึงมารับการตรวจ…และขอใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการลาป่วย..
คุณหมอหลายคน ผู้ป่วยหลายคน หรือแผนกบุคคลหลายท่านที่อ่านอยู่ อาจจะเคยพบกรณีแบบนี้ อาการไม่รุนแรง หยุดพักก็หาย แต่ต้องมาตรวจเพื่อรับใบรับรองแพทย์ประกอบการลา ก็ป่วยจริง ตรวจจริง การออกใบรับรองแพทย์ไม่น่าจะมีปัญหาใด แต่ก็ไม่ง่ายแบบนั้น
หมอหน้าหนุ่ม : คุณมีอาการแบบนี้บ่อยเลยหรือครับ
ผู้ป่วย : บ่อยค่ะ เดือนเว้นเดือนบ้าง บางทีก็ทุกเดือน กินยาบางทีก็หาย บางทีก็ไม่หาย
หมอหน้าหนุ่ม : แล้วได้ปฏิบัติตัวเพื่อลดอาการจุกแน่น ปวดท้องบ้างไหมครับ
ผู้ป่วยให้ประวัติว่าก็ทำตามที่มีคุณหมอเคยบอก อ่านในเฟซบุ๊กบ้าง (ใช่เพจนี้หรือเปล่าหว่า) ผู้ป่วยไม่มีปัจจัยเสี่ยงการปวดท้อง ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ใช้ยาสเตียรอยด์ การกินยาลดกรดก็กินก่อนอาหาร ไม่มีอาการเตือนของโรครุนแรง ไม่มีเลือดออก ไม่มีถ่ายดำ น้ำหนักก็ไม่ลด
หรือจะแค่จุก ๆ แน่น ๆ แล้วต้องมารับในรับรองแพทย์เท่านั้น แต่ก็นะ ปวดมานานแล้ว รักษาตัวก็ไม่แย่ หรือจะเป็นสาเหตุอื่น
หมอหน้าหนุ่ม : อาการปวดท้องที่ว่านี้ มันสัมพันธ์กับเรื่องใดบ้างไหมครับ เช่น อาหารมัน ท่านั่งท่านอน หรืออาการท้องผูกท้องเสีย หรือประจำเดือน
ผู้ป่วย : ก็ไม่มีนะคะ ตอนแรกคิดว่าจะเกิดจากยาแก้ปวดพอนสแตน เพราะหนูปวดประจำเดือนเกือบทุกเดือน แต่ก็กินครั้งละเม็ด เวลาปวด ไม่รู้ว่าปวดจากยาหรือประจำเดือน เพราะปวดท้องแบบนี้ชอบมาพร้อมประจำเดือนค่ะ
หมอหน้าหนุ่ม : ***โอ๊ะ****ต่อมเอ๊ะ ทำงาน จึงซักประวัติต่อไปอีก
สุภาพสตรีวัยหลังจากประจำเดือนคงที่ มีอาการปวดท้องจุกแน่นเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ น้อยมาก และมักจะปวดร่วมกับมีประจำเดือน
หมอหน้าหนุ่ม : แล้วกินพอนสแตนแล้วปวดท้องทุกครั้งหรือครับ
ผู้ป่วย : ไม่ค่ะ ส่วนใหญ่กินแล้วปวดจุกแน่นท้องดีขึ้นด้วย หรือเพราะพอนสแตนมันแก้ปวดท้องได้ด้วยคะ
อืม..ตัวยา mefenamic acid เป็นยาแก้ปวด NSAIDs ที่ปวดท้องและกระเพาะอักเสบได้เช่นกัน แต่ประเด็นคือ ปวดท้องเรื้อรัง พร้อมมีประจำเดือน บางทีกินยา NSAIDs แล้วดีขึ้นบ้าง หรือมีโรคที่ NSAIDs ไปบรรเทาได้และโรคนั้นเกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะ มีอีกหนึ่งโรคครับ คือ เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis)
เยื่อบุมดลูกที่เจริญผิดที่ อาจไปอยู่ในช่องท้อง ที่เยื่อบุช่องท้องบริเวณต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดสัมพันธ์กับประจำเดือน มีเลือดออกจากเซลล์เยื่อบุนั้นได้ ถ้าเลือดออกมาก ๆ สะสม ก็จะเป็นถุงเลือดสีน้ำตาล (เลือดเก่า) ที่เรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ นั่นเอง และการใช้ NSAIDs จะช่วยบรรเทาการปวดและอักเสบนี้ได้ ผู้ป่วยจึงอาการดีขึ้นเมื่อกินพอนสแตน
หมอหน้าหนุ่ม ตรวจรักษา ออกรับรองแพทย์ แถมด้วยจดหมายส่งตัวไปโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีสิทธิประกันสังคม เพื่อไปตรวจกับสูตินรีแพทย์ พร้อมอธิบายเหตุผลว่าสมควรไปสืบค้นหาสาเหตุ อาการปวดท้องเรื้อรัง (chronic abdominal pain)
ไม่ทราบว่าผู้ป่วยจะได้ไปตรวจไหม มันไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของผู้ป่วย ผ่านไปหลายสัปดาห์ ผู้ป่วยรายเดิมกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ค้นเวชระเบียนและทราบว่าเป็นผู้ป่วยรายเดิม หมอหน้าหนุ่มถามว่า มาตรวจอาการเดิม เป็นซ้ำอีกหรือ
ผู้ป่วย : ไม่ใช่ค่ะหมอ หนูอยากมาถามว่า ที่คลินิกหมอ ฉีดยาตัวนี้ได้ไหมคะ หนูเลิกงานค่ำ กว่าจะไป รพ. ก็ไม่ทัน ที่นี่ใกล้กว่า คุณหมอสูติที่ รพ.ให้มาฉีดยาค่ะ
หมอหน้าหนุ่ม : ก้มมองดูยา มันคือฮอร์โมนเพศหญิง ที่ใช้ในการคุมกำเนิด "ใช้เพื่อคุมกำเนิดหรือเป็นโรคอะไรครับ"
ผู้ป่วย : ก็รักษาเยื่อบุมดลูกเในช่องท้อง ตามที่คุณหมอเขียนจดหมายส่งตัวไปให้ค่ะ
สรุปว่าผู้ป่วยเป็นเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ พบหลายจุดในช่องท้อง ไม่มีซีสต์ คุณหมอให้ลองใช้ยาคุมกำเนิดตัวนี้ดู อาการดีขึ้น และไม่ต้องหยุดงานอีกเลย คุณภาพชีวิตดีขึ้นมาก
มาเล่าสู่กันฟัง และสวัสดีปีใหม่จีนครับ

06 กุมภาพันธ์ 2567

บุหรี่ไฟฟ้า ก็เลิกได้นะครับ

 บุหรี่ไฟฟ้า ก็เลิกได้นะครับ

ถามว่ามีวิชาเลิกบุหรี่ไฟฟ้าไหม ก็ต้องตอบว่าน้อยมาก การศึกษาส่วนมากเป็นการศึกษาเพื่อเลิกบุหรี่แบบดั้งเดิม คือ cigarette หรือ roll your own
ไม่ว่าการประเมินคนไข้ ก็ใช้เป็น มวนต่อวัน หรือ ซองปี ไม่ว่าการให้ยาหรือสารทดแทนนิโคติน ก็คิดประมาณการตามบุหรี่มวนแบบเดิม
การศึกษาเพื่อให้สารทดแทนนิโคตินและยาเลิกบุหรี่มีน้อยมาก จึงมีหลักการ (ที่ผมอ่านสะสมมา และใช้จริง บวกทฤษฎีตัวเอง) ดังนี้
1.ไม่ว่าจะบุหรี่อะไร ต้องเริ่มด้วย ใจที่อยากเลิก แน่วแน่มั่นคง และติดตามต่อเนื่อง
2.สามารถใช้วิธีของการเลิกบุหรี่ปรกติได้ ไม่ว่าการสร้างความเข้าใจที่ดี การปรับพฤติกรรม และการใช้ยาอดบุหรี่ bupropion SR หรือ varenicline
3.สารทดแทนนิโคติน จะอ้างอิงการใช้ตามบุหรี่หน่วยเป็นมวน แต่เนื่องบุหรี่ไฟฟ้ามีหลากหลายขนาด และพฤติกรรมการสูบไม่ได้เป็นแบบสูบยาว ๆ ทั้งมวน ผมจึงใช้แผ่นแปะนิโคตินเป็นหลัก เพราะออกฤทธิ์ยาวทั้งวัน
4.ถ้ามีอาการอยากบุหรี่ระหว่างวัน ส่วนตัวผมแนะนำคนไข้ใช้สเปรย์นิโคติน เพราะตอบโจทย์การเสพแบบเดียวกัน พกพาคล้ายกัน ไม่ต้องเปลี่ยนความเคยชินมากนัก (หมากฝรั่งก็ใช้ได้นะครับ)
5.สำหรับคนที่ใจแข็งจริง ๆ จะแนะนำเลือกความเข้มข้นน้ำยานิโคตินลงครั้งละ 50% แต่ส่วนมากจะไม่สำเร็จ เพราะหย่าขาดยาก ส่วนบุหรี่ไฟฟ้านิโคติน 0% หายาก และก็ไม่ได้แนะนำ **ย้ำ ถ้าใจอ่อนจะใช้วิธีนี้ไม่ได้**
6.ต้องไม่พกบุหรี่ไฟฟ้า เพราะมันไม่ได้หาง่ายเหมือนบุหรี่มวน ถ้าเราไม่พก เวลาหิวก็ไม่มีใช้ อดทนสักพัก หรือทำกิจกรรมอื่น หรือใช้สารทดแทนนิโคติน ก็เอาอยู่
7.สำหรับคนใช้พ็อด (บุหรี่ไฟฟ้าแบบขนาดนิโคตินคงที่) แนะนำให้หักดิบเมื่อถึงวันเลิก เพราะการปรับความเข้มข้นทำได้ยากมาก ๆ และก่อนจะถึงวันเลิก ให้ปรับมาใช้พ็อดที่ความเข้มข้นต่ำที่สุด นิโคตินน้อยที่สุด
8.ไม่ได้สนับสนุนให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกบุหรี่ ความหมายในการเลิกบุหรี่ของผมคือ ต้องขาดจากนิโคตินทุกประเภท และะขาดเป็นระยะเวลานาน ไม่หวนกลับมาใช้นิโคตินอีก
9.ต้องใจแข็งมากกว่าบุหรี่มวนนิดนึง เพราะมันสามารถสูบได้ง่าย แอบได้หลายที่ กลิ่นไม่ฟ้อง หยิบมาดูดปื้ดนึงสองปื้ดก็ได้ เลยเลิกยาก แต่ในอีกแง่ ถ้าไม่มีมันพกติดตัว จะหามาชดเชยไม่ง่าย โอกาสเลิกก็เพิ่มสูง
10.บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่พบได้ทั่วไปอย่างเปิดเผย สารพัดกลิ่น ถ้ายังสูบอยู่ ต้องไปสูบในพื้นที่กำหนด และห้ามสูบในพื้นที่ห้าม ไม่ว่ากลิ่นมันจะเป็นอย่างไร ก็นับว่ายังไม่ปลอดภัยครับ
ปล.บทสนทนานี้ ขออนุญาตคนไข้มาเผยแพร่ เพื่อเป็นกำลังใจ ว่าติดเวปติดพ็อด ก็เลิกได้นะ

03 กุมภาพันธ์ 2567

เรื่องพัฒนาตนเอง

 ผมไม่ใช่นักเล่าเรื่องพัฒนาตนเอง แต่ผมมีเรื่องจริงอยากมาเล่าให้ฟังสามเรื่อง และหวังว่าคุณผู้อ่านของผมน่าจะได้อะไรดี ๆ เป็นข้อคิดครับ (ช่วงนี้หงุดหงิดกับชีวิต ขอโทษที่ไม่ได้ลงบทความวิชาการ)

1.เพียงแค่ได้รู้
สุภาพสตรีรายหนึ่งขอนัดหมายเพื่อเข้ารับการปรึกษาโรค เธออายุ 70 ปี เป็นโสด สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ประกอบอาชีพอิสระพอเลี้ยงตัวได้ เธอมีอาการวิงเวียนหน้ามืดเมื่อสามเดือนก่อน ไปตรวจแล้วคุณหมอแจ้งว่า เม็ดเลือดขาวมีจำนวนมาก เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดต่ำ เธอเอาเอกสารทั้งหมดมาให้ผมดู
คุณหมอชรา "คุณหมอแจ้งว่าคุณพี่ป่วยเป็นอะไรครับ"
คนไข้ "คุณหมอบอกว่า เนื้องอกของไขกระดูกและเม็ดเลือด คิดว่าเป็นมะเร็ง"
คุณหมอชรา "คุณพี่ได้รับการเจาะตรวจไขกระดูกแล้วหรือยังครับ"
คนไข้ "เรียบร้อยแล่วค่ะ"
ผลที่ผมอ่านคือ ผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน น่าจะเริ่มเกิดจากเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง ผลตรวจทั้งหมดและผลทางพันธุกรรม บอกว่า การพยากรณ์โรคไม่ดีเอามาก ๆ และอาจจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นาน
คนไข้ "คุณหมอมีความเห็นอย่างไรคะ"
คุณหมอชรา "ในฐานะที่เป็นเพียงคนให้ความเห็น ผมขออธิบายตามข้อเท็จจริงแล้วกันนะครับ ส่วนการตกลงใจแบบใด คุณพี่ต้องคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้อีกครั้ง"
หลังจากที่อธิบายโรค การพยากรณ์โรค ตัวเลือกการรักษา สิทธิการรักษา ผลดีผลเสีย คนไข้ดูสีหน้าดีขึ้น และกล่าวไว้ก่อนกลับว่า
"ขอบพระคุณคุณหมอมากนะคะ ที่ให้ความกระจ่างอย่างชัดเจน ฉันอายุเจ็ดสิบแล้ว คิดว่าน่าจะเลือกทางชีวิตต่อไปได้ดี ขอแค่ได้รู้ว่าหนทางจะเป็นอย่างไร ฉันไม่กลัวค่ะ แต่ถ้าไม่รู้หรือรู้ไม่หมด อันนั้นถึงจะน่ากลัว ขอบคุณคุณหมอมาก"
ผมทิ้งท้ายว่า หลังไปปรึกษากับคุณหมอเจ้าของไข้และรักษาได้ผลอย่างไร ก็แวะมาบอกบ้าง แล้วผมจะเลี้ยงกาแฟ คนไข้หันมายิ้มแล้วจากไป ซึ่งผมเองก็รู้ว่า..ผมอาจจะไม่ได้เจอเธออีกแล้วก็เป็นได้
2.ส่งต่อไม้ ส่งต่อชีวิต
เมื่อดูอายุและเพศของผู้ป่วย ก็พบว่าเป็นผู้ป่วยหญิง อายุ 15 ปี ประวัติเดิมมียาต้านไวรัสเอชไอวี ผลการรักษาสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้ดี ผู้ป่วยเดินเข้ามาคนเดียว หลังจากนั้นก็มีสุภาพบุรุษใส่เสื้อกาวน์เดินตามเข้ามา
"สวัสดีครับพี่ วันนี้ผมพาผู้ป่วยมาส่ง หนูสวัสดีคุณหมอนะครับ" สุภาพบุรุษในเสื้อกาวน์กล่าว
"สวัสดีค่ะ พี่หมอ" เด็กสาวคนนั้นสวัสดี หน้าไม่ยิ้มเลย
"เรียกลุงหมอเถอะครับ" คุณหมอชราตอบ
ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเอชไอวีตั้งแต่เกิด ได้รับการดูแลรักษาจากคุณหมอท่านนี้มาตลอด 15 ปี ดูแลทั้งโรคและพัฒนาการ ทราบว่าแม่เด็กเสียชีวิต อยู่กับคุณพ่อที่ไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวี และวันนี้คุณหมอท่านนั้นมาส่งต่อผู้ป่วยให้อายุรแพทย์ได้ดูแลต่อไป
"หนู พี่หมอเก่งเรื่องดูแลคนไข้เด็ก แต่เมื่อหนูโตขึ้น จะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ พี่หมอไม่เชี่ยวชาญเรื่องผู้ใหญ่เหมือนลุงหมอ พี่หมอเลยมาส่งคนไข้ต่อให้ลุงหมอ" พี่หมอพูดกับเด็กสาว
"ค่ะ.." เด็กสาวก้มหน้าตอบสั้น ๆ
"ลุงหมอเป็นหมอที่ใจดีมาก จะดูแลหนูไม่ต่างจากพี่หมอเลย และหนูก็มาคุยกับพี่หมอได้ตลอดนะ" พี่หมอพอเดาใจเด็กสาวได้
หลังจากพูดเสร็จ ก็มีรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าเด็กสาวคนนั้น ลุงหมอนึกในใจว่าพี่หมอช่างดูแลคนไข้ได้ดีเหลือเกิน เด็กที่ต้องกินยาตลอดชีวิต มาหาหมอบ่อย ๆ ระวังตัวเองทุกย่างก้าว ในวัยที่ควรสดใส ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องสู้และอดทน รวมทั้งมีครอบครัวและทีมการรักษาที่เข้าใจ
"ต่อไปลุงหมอจะช่วยหนูเอง ช่วยกันไปตลอดอย่างที่พี่หมอของหนูทำ เชื่อใจลุงหมอได้" ลุงหมอใช้มือบีบเบา ๆ อย่างเป็นกันเองที่แขนคนไข้ บางครั้งการสัมผัสอย่างจริงใจ ก็ทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้
"ผมไปก่อนนะครับ หนูอยู่ตรวจกับลุงหมอนะครับ" พี่หมอจากไป พร้อมกับความตั้งใจของลุงหมอที่จะทำให้เด็กคนนี้อยู่อย่างปลอดภัยในอนาคต
3.ชีวิตต้องสู้
หลายครั้งที่เราเจอคนไข้ที่เราคุ้นหน้าตาเขา แต่ในบทบาทอื่น ๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีสุภาพบุรุษอายุ 28 ปี มาเข้ารับการตรวจรักษาเนื่องจาก ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอเล็กน้อย เป็นมาสามวัน ตรวจเสร็จเรียบร้อยวินิจฉัยว่าเป็นหวัด อาการไม่รุนแรง
"คุณต้องใช้ใบรับรองแพทย์ไปประกอบการลาและใบเสร็จฉบับเต็มไปเบิกค่ารักษาไหมครับ" คุณหมอชราถามคนไข้
"ขอใบรับรองแพทย์ครับ ใบเสร็จแบบเต็มรูปผมไม่แน่ใจว่าจะเบิกได้ไหม แต่ขอไปก่อนแล้วกันครับ" คนไข้คิดนิดนึง
"เซเว่นอีเลฟเว่น เบิกค่ารักษาพยาบาลได้แล้วรึครับ นึกว่าได้แต่ประกันสังคม" คุณหมอชราเงยหน้ามายิ้มกับคนไข้
ผู้ป่วยรายนี้นับว่าคุ้นตามาก เพราะเป็นพนักงานเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาที่ผมใช้บริการประจำ และน้องเขาก็น่าจะจำได้ เพราะทุกครั้งที่อุ่นอาหารแล้วจะไม่ใส่ช้อนส้อม เวลาคิดเงินก็จะไม่ถามว่ารับถุงพลาสติก เพราะเขาจำได้ว่าผมไม่รับ และคราวนี้เขากลับมาเป็นลูกค้าบ้าง
"คุณหมอครับ ตอนนี้ผมไม่ได้ทำเซเว่นแล้วครับ ผมย้ายไปทำที่ใหม่ ที่นี่สวัสดิการดีครับ อาจจะเบิกได้" คนไข้ยิ้ม น่าจะจำกันได้
เนื่องจากเป็นเวลาใกล้เลิก ลูกค้าหมดแล้ว จึงได้คุยกับเขาต่อ ได้ความว่า เขาเป็นเด็กกำพร้า อยู่กับปู่และย่ามาตั้งแต่เด็ก ต้องทำงานช่วยเหลือค่าใช้จ่ายและค่าเรียนตัวเอง พอโตมาก็รับจ้างทำงานพิเศษ พอส่งตัวเองเรียน เข้าเรียนที่โรงเรียนของเซเว่นและจบมาเป็นพนักงาน หลังจากนั้นก็เก็บเงินเป็นทุน และเรียนต่อปริญญาเศรษฐศาสตร์ มสธ. ที่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยได้ พอจบก็นำวุฒิไปสมัครงานที่ได้เงินดีขึ้น สวัสดิการเพิ่ม
"ยินดีด้วยนะน้อง และเก่งมาก ๆ ผมขอชื่นชม ผมเองก็ มสธ.นะ เรียนไปทำงานไปเหมือนกัน" คุณหมอชรากล่าวต้อนรับรุ่นน้อง
"ดีจังครับ ถ้ามีอะไร ผมจะมาขอคำแนะนำนะครับพี่" จากคุณหมอเป็นพี่ไปแล้ว
ผมลดค่าบริการให้เขา ถือเป็นแรงใจและของขวัญเข้างานใหม่ บวกกับขอบใจที่ช่วยดูแลอาหารการกินผ่านไมโครเวฟให้ผมมาตลอดหลายปีนี้ ซึ่งน้องเขาก็ขอบคุณและขี่มอเตอร์ไซค์กลับ ซึ่งถ้าผมดูไม่ผิด ท้ายรถมีกล่องส่งของของขนส่งสีเขียวยี่ห้อดังอยู่ท้ายรถอีกด้วย
เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ผมบิดตัวละครเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ไปถึงแหล่งที่มาครับ

บทความที่ได้รับความนิยม