11 พฤษภาคม 2565

คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

 เล่าให้ฟัง

สิบกว่าปีก่อน เคยตรวจรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ท่านหนึ่ง ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัด ให้เคมีบำบัดและฉายแสงมาแล้ว

ดูแลอยู่ไม่กี่ปี ผู้ป่วยก็เสียชีวิตจากมะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ

ตอนนั้นเคยแนะนำบุตรและพี่ชายคนไข้ คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะเสี่ยงสูงมาก มีประวัติญาติใกล้ชิดถึงสองคนเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุไม่มาก

แต่ไม่มีใครมาคัดกรอง

ตอนนี้ได้รับปรึกษา กรณีพี่ชายผู้ป่วยท่านนั้น ก่อนเข้ารับการผ่าตัด การวินิจฉัยคือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นลุกลามและอุดตัน โรคประจำตัวเยอะ และคงต้องอยู่ไอซียูหลังผ่าตัด
------------------------------------------------------------
ประชาชนทั่วไปเมื่อถึงอายุ 50 เรียก average risk มีการคัดกรองอย่างที่เคยเขียนหลายครั้ง ง่ายสุดคือ ตรวจอุจจาระ

ถ้ามีประวัติเครือญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งบางชนิดที่ทำงานผ่านยีนเดียวกัน หรือเป็นติ่งเนื้อลำไส้มาก่อน แบบนี้เรียก increased risk ต้องคัดกรองเข้มข้นขึ้น และทำเร็วขึ้น

เพราะการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะต้น ทำเพียงการผ่าตัดลำไส้ออกเท่านั้น

ราตรีสวัสดิ์ครับ

มาย้ำเตือนกันอีกรอบ เรื่องการตรวจ ATK

 มาย้ำเตือนกันอีกรอบ เรื่องการตรวจ ATK

1. ชุดตรวจ ATK มันเฉพาะเจาะจงที่โรคโควิด คือ มันตรวจได้โรคเดียว การตรวจผลเป็นบวก คือ พบแอนติเจนของเชื้อ SARs-CoV2 ในจมูกเรา เท่านั้น ไม่ครอบจักรวาลไปตรวจโรคอื่นได้

2. ไม่ได้หมายความว่า หากเรามีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ เสมหะ แล้วเราไปซื้อชุดมาตรวจ มันจะตรวจได้ทุกโรค คุณเป็นไข้หวัดใหญ่ มันจะออกผลลบ เพราะมันไม่ใช่โควิด คุณเป็นหนองในที่ลำคอ มันก็ออกผลลบ เพราะมันไม่ใช่โควิด

3. การตรวจเจอแอนติเจนโควิด ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นโรคอื่นด้วยไม่ได้ คุณอาจเจอเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิด โดยมีโควิดร่วมด้วย ส่วนจะเป็นโรคอะไร ให้พิจารณาจากประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจอื่น ๆ มาชั่งน้ำหนักกัน #ตรวจเจอเชื้อไม่เท่ากับเป็นโรคจากเชื้อนั้นเสมอไป

4. เคยตรวจ ATK เป็นลบหรือว่าป่วยเป็นโควิดแล้วหายแล้ว หลังจากนั้นมีอาการทางเดินหายใจ ไม่ได้ตัดโรคโควิดออกไปได้เลย คุณติดเชื้อซ้ำได้นะครับ หากตรวจก็อาจพบการติดเชื้อใหม่หรืออาจเป็นแอนติเจนเดิมที่ยังเคลียร์ไม่หมดก็เป็นได้

5. ผลเอทีเคบวก พีซีอาร์บวก สังเกตอาการแล้วแย่ลง ก็อาจไม่ใช่โควิดที่ทำให้แย่ลง อาจเป็นการติดเชื้อซ้ำซ้อนเช่น แบคทีเรีย เชื้อรา หรือเป็นไวรัสตัวใหม่ก็ได้ ต้องประเมินซ้ำ

อันตรายมากของโควิดคือ มันชอบบังตา ทำให้เรามี bias คิดถึงสาเหตุอื่นและวินิจฉัยแยกโรคลดลง

09 พฤษภาคม 2565

น้ำกะทิ

 น้ำกะทิ

อาหารที่ใส่กะทิ ทั้งคาวหวาน ดูมันช่างน่ากิน กลิ่นหอม หากได้ลิ้มรสชาติ ก็สัมผัสได้ถึงความหวานมัน

ยุคนี้น่าจะมีไม่กี่คนแล้วที่ขูดมะพร้าว คั้นกะทิ เพื่อประกอบอาหาร ส่วนมากก็ใช้น้ำกะทิพร้อมใช้ บรรจุกล่อง สะอาด มีวันหมดอายุชัดเจน เลยหยิบฉลากโภชนาการของกะทิกล่องมาให้ดูกัน

อย่างแรก ดูที่หน่วยบริโภคก่อนนะครับ หนึ่งหน่วยบริโภคของกะทิกล่องนี้คือ 80 มิลลิลิตร ตัวเลขต่าง ๆ ด้านล่างคือ ต่อหนึ่งหน่วยบริโภคครับ

กะทิกล่องนี้ บรรจุ หกหน่วยบริโภค หรือ หรือประมาณ 480 มิลลิลิตร หมายความว่าถ้าเราใช้ทั้งกล่องในคราวเดียว อาหารหม้อนั้น ก็จะบรรจุสารอาหารที่ระบุ ***คูณหก*** ด้วยนะ

มาดูพลังงานต่อ 80 มิลลิลิตร เท่ากับ 140 กิโลแคลอรี่ ถ้ากินทั้งกล่อง ก็ 840 กิโลแคลอรี่ครับ

ปริมาตร 80 มิลลิลิตรเท่ากับ หนึ่งขวดยาคูลท์นะครับ แต่ถ้า แลคตาซอยห้าบาท จะร้อยยี่สิบห้ามิลลิลิตร

ถามว่าเยอะไหม เราเทียบกับโค้กแล้วกัน 80 มิลลิลิตรของโค้ก จะได้พลังงาน 34 กิโลแคลอรี่เท่านั้นเอง

นมสด 80 มิลลิลิตร ได้พลังงาน 50 กิโลแคลอรี่ เท่านั้น

จะเห็นว่ากะทิมีปริมาณพลังงานต่อปริมาตรสูงมาก เหตุเพราะพลังงานเกือบทั้งหมดมาจากไขมันนั่นเอง

เรามาที่กะทิ หนึ่งหน่วยบริโภคกันต่อ ได้พลังงาน 140 กิโลแคลอรี่ ปริมาณนี้มาจากไขมันอิ่มตัวเกือบหมด แค่หน่วยบริโภคเดียว นับเป็นไขมันอิ่มตัวถึง 60% ของที่ควรได้รับในแต่ละวัน

เรียกว่าแค่กระดกกะทิสองอึก สองหน่วยบริโภค วันนี้ก็ไม่ต้องกินไขมันอิ่มตัวอะไรแล้ว

และถ้ามาดูไขมันรวม แค่ 80 มิลลิลิตร เท่ากับ 23% ของไขมันที่ควรรับในแต่ละวันแล้วนะครับ พูดง่าย ๆ เราใส่กะทิเยอะ เราก็จะมีพื้นที่รับไขมันอื่นได้น้อยนั่นเอง

ผมอยากชี้ให้เห็น ปริมาณการบริโภคนะครับ ว่า เราไม่ควรบริโภคไขมันมากเกินไป และบางทีที่เราคิดว่าไม่เยอะ พอมาอ่านฉลากโภชนาการแล้ว อาจจะสะดุ้งพุงสะเทือน ก็เป็นได้

อาจเป็นรูปภาพของ อาหาร

08 พฤษภาคม 2565

ความก้าวหน้าและการประยุกต์ใช้ของจีโนมการแพทย์ (Advances and Applications of Genomic Medicine)

 ความก้าวหน้าและการประยุกต์ใช้ของจีโนมการแพทย์ (Advances and Applications of Genomic Medicine)

ความรู้ด้านพันธุศาสตร์ ไม่ใช่ศาสตร์แห่งอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นศาสตร์ในยุคปัจจุบัน เรากำลังใช้งานความรู้วิชานี้อย่างจริงจัง และนำมาประยุกต์ใช้ในการตรวจรักษาเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าในรูปแบบความรู้เพื่อการรักษา งานวิจัย หรือออกมาในรูปแบบเชิงธุรกิจการค้าเรียบร้อย ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ในยุคปัจจุบัน 'ต้องรู้' ไม่ใช่แค่ 'น่าจะรู้' เหมือนในอดีต
ต้องยอมรับว่าหนังสือตำราทางพันธุศาสตร์คลีนิก หรือการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ยังมีอยู่ไม่มาก โดยเฉพาะแบบที่จัดทำโดยคณาจารย์คนไทย เป็นภาษาไทย อ้างอิงจากสิ่งที่ทำได้และงานวิจัยในประเทศไทย ยังมีน้อยมาก นี่เป็นหนึ่งในตำราที่มีในท้องตลาดที่คุณภาพคับแก้วจริง ๆ ครับ
เริ่มต้นด้วยประวัติความเป็นมาเรื่องการศึกษาและรากฐานการแพทย์จีโนมในประเทศไทย การพัฒนาความรู้และความก้าวหน้าเรื่องนี้ในประเทศเรามีใครบ้าง ทำเรื่องอะไรบ้าง และมีการแนะนำแอปพลิเคชั่น Medical Genomics แอปพลิเคชั่นการศึกษาเรื่องยีนของไทยเรา
ในเล่มไม่ได้กล่าวถึงพื้นฐานเรื่องพันธุกรรม ใครคิดจะอ่านพื้นฐานอาจจะผิดหวังนะครับ ในเล่มจะเป็นการนำความรู้มาใช้เชิงปฏิบัติมากกว่า เช่น การตรวจวินิจฉัยเชื้อเอชไอวีที่ดื้อยา ว่าเรามีหลักการตรวจแบบใด เราจะตรวจจับอะไร วิธีปัจจุบันส่งตรวจอะไร และจะแปลผลเพื่อนำไปใช้จริงได้อย่างไร
หรืออีกหนึ่งเรื่องที่ผมเคยหยิบมานำเสนอในเพจไปแล้ว คือ เรื่องพันธุกรรม และการตรวจคัดกรองการกลายพันธุ์ของยีน germline ในมะเร็งเต้านม
มีเนื้อหาของการตรวจตัวอ่อนในครรภ์ การคัดกรองในช่วงการตั้งครรภ์ โรคที่พบยากและการตรวจทางพันธุกรรม เภสัชพันธุศาสตร์ ขอบอกว่าเรื่องเภสัชพันธุศาสตร์นี้ ทั้งหมดเป็นการศึกษษของนักวิจัยไทย นำมาใช้ทางคลินิกและขยายผลสู่รูปแบบในทางธุรกิจ ก็ผลงานนักวิจัยไทยนี่แหละครับ
หนังสือเหมาะสมกับคนที่มีความรู้พื้นฐานทางพันธุศาสตร์มาพอสมควรแล้ว อ่านเพื่อต่อยอดความเข้าใจ และการนำไปใช้ในชีวิตจริงครับ
หนังสือกระดาษปอนด์อย่างดี พิมพ์ชัด ส่วนที่พิมพ์สีก็ชัดเจนดี เย็บกาวแน่นหนาดี โดยคณะบรรณาธิการสามท่าน อินทรี เสนสอน, อังคณา เจริญยิ่งวัฒนา, วสันต์ จันทราทิตย์ ในโครงการตำรารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง ขนาด A4 หนา 300 หน้า ราคาปก 500 บาท ผมซื้อมาจากร้าน @จับฉ่ายขายตำราแพทย์ ส่งให้ถึงบ้านครับ สะดวกดี
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "CLINICAL BIOINFORMATICS SCREENING DRUG-RESIS SEQUENCING OF DRUG-R VIRUSES HUMAN MICROBIOME PHAMACOGENOMICS PREIMPLANTATION DGENETIC PRECISION MEDICINE PRENATAL DIAGNOSIS WHOLE EXOME WHOLE GEMOME SEQUENCING DJP PREIMPLANTATION SCREENING GENERATION SEQUENGNG CELL-FREE GENE ANEL NON-INVASIVE TESTING ADVANCES AND APPLICATIONS OF GENOMIC MEDICINE ความท้น้และขพย์ อินทรี เสนสอน อังคณา เจริญยิ่งวัฒนา วสันต์ จันทราทิตย์ บรรณาธิการ"
17
แชร์ 7 ครั้ง
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น
แชร์

04 พฤษภาคม 2565

SGLT2i อาจมีอาการคันอวัยวะสืบพันธุ์

 คันหู ไม่รู้เป็นอะไร

อิสตรีผู้งามตามวิสัย
ยืนโยกไปซ้ายขวาน่าฉงน
ย่ำเท้าซอยซ้ำซ้ำบิดตัวตน
เหมือนดั่งคนปวดเบาเช้าถึงเย็น

หมอผู้เฒ่าหน้าหนุ่มเกิดสงสัย
เดินเข้าไปทายทักให้รู้เห็น
เกิดอะไรโฉมตรูที่เจ้าเป็น
ไม่ยากเข็ญหากช่วยไหวใคร่บรรเทา

สาวเจ้าบอก "คันหู" มิรู้หาย
มันยิบยิบสะดึ๋ยกายอยู่เสมอ
ทั้งหลับตื่นบางทีมีละเมอ
คันคะเยอเผลอเกาก็แสนอาย

นางค้นย่ามควักยามาให้หมอ
บอกว่าพอได้ยานี้คันชิหาย
หมอผู้เฒ่าหยิบมาดูบอกอุ๊ยตาย
นี่ไงเธอเจ้าวายร้ายใจทมิฬ

นางบอกว่ายาเบาหวานมิใช่หรือ
ใยกล่าวหามันคือตัวคันหิน
หมอบอกใช่นี่คือ-กลิโฟลซิน-
ผลข้างเคียงที่ยลยินก็คือคัน

ติดเชื้อราหรือว่าคันในร่มผ้า
เป็นผลข้างเคียงยาโปรดเชื่อฉัน
ต้องหมั่นล้างดูแลทุกทุกวัน
หรือถ้าคันเกินทานทนก็เปลี่ยนยา

แต่ว่ายามันดีมีประโยชน์
เมื่อเกิดโทษต้องตรองไตร่เทียบซ้ายขวา
หากสามารถหลีกเลี่ยงผลเคียงยา
ให้ใช้ต่อดีกว่าอย่าหยุดไป

แต่ถ้าทำทุกทางแล้วไม่จบ
คงต้องบอกเลิกคบยารักษา
หันมาคบหมอผู้เฒ่าสบายอุรา
เพราะขยันหมั่น "ฉีดยา" เช้ายันเย็น

สรุปว่า SGLT2i หรือ กลิโฟลซินทั้งหลาย อาจมีอาการคันอวัยวะสืบพันธุ์จากการติดเชื้อราหรือแบคทีเรียได้ หากรักษาความสะอาดไม่ดีพอนะครับ อย่าลืมถามคนไข้ อย่าลืมบอกหมอด้วยนะ

อาจเป็นรูปภาพของ สุนัข

บทความที่ได้รับความนิยม