03 มีนาคม 2564

Short and OSCE Cases in Internal Medicine

 อีกหนึ่งเล่มหนังสือช่วยสอบ Short and OSCE Cases in Internal Medicine

การสอบรายสั้น โชว์ทักษะการตรวจร่างกายที่ครบถ้วน ดูดี และถูกต้อง จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนเป็นประจำ หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวม ขั้นตอนและวิธีเพื่อเตรียมสอบต่าง ๆ เหล่านั้นมาให้ครับ เป็นหนังสือของ Jaypee Medicial Publishing โดย Wanis H. ibrahim พิมพ์ครั้งที่สอง จำนวน 285 หน้า ราคา 1590 บาท
ขอขอบคุณร้าน Meditext ซื้อตำราแพทย์เป็นเรื่องง่ายๆ Meditext ซื้อตำราแพทย์เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ให้หนังสือมารีวิวครับ

ภาพรวมหนังสือ : แนะนำวิธีการตรวจร่างกายเพื่อสอบ โดยแยกเป็นระบบต่าง ๆ ที่มักจะออกสอบ ตั้งแต่เริ่มเข้าห้องตรวจ การล้างมือ การแนะนำตัว การจัดท่าผู้ป่วยที่ดี ลำดับการตรวจไม่ให้ต้องลุก ๆ นั่ง ๆ หลายรอบ
* ไล่เรียงการตรวจ ดู คลำ เคาะ ฟัง
* มีอาการสำคัญอะไร ตรวจเจอหรือไม่เจอ แปลความอย่างไร แบบสั้นกระชับ
* วิธีการตรวจ ท่าใด วางมือแบบใด
* จุดแยกโรคที่สำคัญ จุดที่พลาดบ่อย
* เริ่มต้นด้วยการตรวจโดยรวม และตามด้วยโรคที่จะออกสอบได้ และจะตรวจอะไร

รูปเล่ม : เล็กกว่า A4 เล็กน้อย ไม่หนามาก พอพกพาได้ มีภาพสีประกอบ หนังสือเย็บกาว อาจหลุดได้ ถ้ากางเต็มที่นาน ๆ การวางเลย์เอ้าต์ตัวอักษรไม่งามมากนัก ไม่จัดเป็นช่องหรือเป็นบล็อก ทำให้อ่านยาก ไม่มีการแยกสี ทำให้การอ่านยากสักหน่อย

เหมาะสำหรับใคร : นักเรียนแพทย์ เรซิเดนท์ เอาไว้ไล่เรียงการตรวจและเช็คลิสต์ก่อนสอบ และยังใช้ประกอบการเรียนตรวจร่างกายได้ทั้งแพทย์ พยาบาล แต่คำศัพท์จะเป็นศัพท์แพทย์เลย

ข้อเด่น : อธิบายละเอียด มีจุดผิดพลาดสำคัญที่ไม่ควรลืม และลำดับการตรวจเพื่อเก็บสะสมคะแนนที่ดี

ข้อสังเกต : อ่านยาก ครอบคลุมเฉพาะระดับต้นและกลาง หากเป็นอาการแสดงที่พบน้อย หรือรายละเอียดเชิงลึกจะไม่ละเอียดครับ ระดับแพทย์ประจำบ้านต่อยอด หรือทำวิจัยอาจใช้ไม่ได้ และไม่มีรายละเอียดประกอบมากนักเพราะมันคือ คู่มือเตรียมสอบ

สรุปว่า : ซื้อได้ครับ เตรียมสอบและใช้ได้ยาว ๆ คุ้ม ราคาไม่หนักมาก หนังสือแนวนี้ของไทยก็ยังไม่น้อย

สนใจให้สั่งซื้อที่หน้าเพจร้าน Meditext นะครับ และถ้าบอกว่ามาจากเพจอายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว เจ้าหน้าที่เขาจะทำหน้างง แล้วบอกว่า "ไม่ได้ส่วนลดอะไรเลยนะคะ"

อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และข้อความพูดว่า "JP Short and EDITION OSCE Cases in SECOND INTERNAL MEDICINE Clinical Exams for PACES, MRCPI, Arab Board and Similar Exams Wanis Η Ibrahim Foreword Rayaz A Malik"

ใครที่ติดอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อรักษาโรคหัวใจ ผมมีคำแนะนำหากคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด

 สำหรับใครที่ติดอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อรักษาโรคหัวใจ ผมมีคำแนะนำหากคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด

ปัจจุบันเรามีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดที่ฝังไว้ในตัวเพื่อรักษาโรคหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องช็อกหัวใจ เครื่องควบคุมจังหวะการบีบตัวหัวใจ อุปกรณ์เหล่านี้เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า บอบบาง พังง่ายและราคาแพง โดยปรกติคุณหมอที่เขาใส่อุปกรณ์ให้จะมีการนัดติดตามการทำงานของเครื่อง ร่วมกับติดตามอาการของคุณ มีการตรวจสอบแบตเตอรี่ มีการตรวจสอบเฟิร์มแวร์ สิ่งที่ผมแนะนำคือ

1. ให้คุณขอสำเนาชื่อ รุ่น ยี่ห้อ ของอุปกรณ์นั้นเพื่อติดตัวไว้เสมอ หากต้องเข้ารับการผ่าตัดจะได้ดูแลถูกต้อง หรือจะขอเบอร์ศูนย์บริการหลังการขายไว้เลยยิ่งดี

2. เตรียมการล่วงหน้ากับคุณหมอ ว่าหากต้องผ่าตัด จะต้องทำอย่างไร ถ้าผ่าตัดในรพ. ที่คุณหมอที่ใส่อุปกรณ์อยู่ด้วยก็สะดวก แต่ถ้าค้องไปผ่าที่อื่นจะทำอย่างไร ให้หมอเขียนบันทึกข้อความให้เลยครับ (ถ้าลายมือหมออ่านไม่ออกให้มาคัดลอกอีกรอบ)

3. อุปกรณ์แต่ละรุ่น มีการปรับแต่งที่ไม่เหมือนกัน หากคุณหมอผ่าตัดไม่ทราบรายละเอียด อาจจะต้องไปปรับโปรแกรมใหม่ครับ

และหากคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด ให้คุณแจ้งข้อมูลเหล่านี้กับคุณหมอผ่าตัดและคุณหมอดมยา (ที่มักจะหน้าตาดี) เสมอ ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัด เพื่อวางแผนการรักษาได้แม่นยำ หรือปรึกษาอายุรแพทย์มาร่วมดูแล

 ปัญหาเรื่องเครื่องจี้ไฟฟ้า เพื่อหยุดเลือด หากมีการผ่าตัดในพื้นที่ใกล้จุดฝังอุปกรณ์ แนะนำเครื่องจี้ชนิด bipolar

 ปัญหาการติดสายดินที่ตัวคนไข้ แนวไฟฟ้าไม่ควรพาดผ่านตำแหน่งเครื่อง

 ปัญหาหากต้องทำการกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า แนะนำติดแผ่นนำไฟฟ้าหรือวาง paddle ในแนวตรงหน้าหลัง มากกว่าแบบใต้ไหปลาร้าขวาและหัวนมซ้าย

หากเกิดปัญหาในห้องผ่าตัด คุณหมออาจมีวิธีปรับโปรแกรมโดยใช้เครื่องปรับโปรแกรม อันนร้จะเกิดเมื่อมีการเตรียมตัวมาดี หากไม่มีเครื่องหรือฉุกเฉิน คุณหมอเขาจะใช้แม่เหล็กที่ออกแบบมาปรับเครื่องโดยเฉพาะ เป็นแม่เหล็กกลมแบนรูปโดนัท ขนาดเท่าฝ่ามือ วางบนเครื่องที่ผนังทรวงอก เพื่อปรับการทำงานให้เข้าสู่ magnet mode (และต้องไปตั้งเครื่องตั้งโปรแกรมอีกที) เช่นบางเครื่องกระตุ้นหัวใจยี่ห้อ เมื่อวาง magnet ลงไปจะปรับการทำงานเป็นระบบควบคุม ด้วยอัตราเร็วที่เครื่องถูกกำหนดมา ไม่สนใจว่าหัวใจผู้ป่วยจะเต้นเองหรือไม่ ไม่สนใจว่าสัญญาณไฟฟ้าหัวใจผู้ป่วยจะซ้ำกับที่กระตุ้นไหม

สำคัญที่สุดคือ หากผู้ป่วยรายนั้นหัวใจเต้นเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องตลอด ต้องระวังผลจากการผ่าตัด การจี้ไฟฟ้าที่อาจทำให้เครื่องผิดพลาด ต้องปรึกษาอายุรแพทย์มาร่วมดูแลและต้องใช้ magnet ปรับเป็นโหมดควบคุมเสมอ

ส่วนการผ่าตัดฉุกเฉิน คงไม่มีเวลามาปรับตั้งโปรแกรม คุณหมอจะพยายามใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็นและวาง magnet หากเกิดปัญหาครับ

ที่มาจากบทความของ อ.อาจบดินทร์ วินิจกุล ใน หนังสือเรื่องการประเมินผู้ป่วยก่อนผ่าตัด เล่ม 1 ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ใจพังพังยังมีเครื่องช่วยบรรเทา
ใจเหงาเหงา ..แวะมาห้องเราได้นะเธอ

อาจเป็นภาพวาด

02 มีนาคม 2564

วัคซีน HPV ชนิดเก้าสายพันธุ์

 ข่าวดีนะ สำหรับคนที่รอวัคซีน HPV ชนิดเก้าสายพันธุ์ ตอนนี้คุณหาฉีดได้แล้วนะครับ

ฉีดได้ทั้งหญิงและชาย ยิ่งเริ่มฉีดตอนอายุน้อยยิ่งเกิดประโยชน์ ลดโอกาสการเกิดมะเร็งปากมดลูก ลดโอกาสการเกิดมะเร็งทวารหนัก ลดโอกาสการติดเชื้อหูด

ฉีดสองเข็มห่างกันหกเดือน (ถ้าอายุเกิน 15 ฉีดสามเข็ม)​ แต่ราคาแรงพอตัว สองเข็มเท่าเพลย์สเตชั่น 5 หนึ่งเครื่อง

ถ้าใครไม่มีกำลังมากพอสามารถฉีดแบบสี่สายพันธุ์ก็ได้นะครับ การป้องกันมะเร็งปากมดลูกไม่ด้อยกว่ากัน ราคาถูกกว่ากันครึ่งหนึ่ง

ผมแปะบทความเรื่องวัคซีน HPV เอาไว้สองบทความไว้ให้หากใครสนใจอ่านทบทวน (เขียนไว้เมื่อ 9 ตค. 2018 ตอนนั้นวัคซีนเพิ่งอนุมัติและยังไม่เข้ามาไทย)

https://medicine4layman.blogspot.com/2018/10/hpv-45.html

https://medicine4layman.blogspot.com/2018/10/hpv.html

ปล. สมัยหนุ่ม ๆ ผมแปะรูปนี้ไว้ที่ข้างฝาและใส่กรอบไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือด้วยล่ะ ชอบมากนะคนนี้

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

01 มีนาคม 2564

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว”

 ส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว”

...แต่วันรุ่งขึ้น ซาดาโกะต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง เป็นครั้งแรกที่เธอดีใจที่ได้นอนในห้องเงียบ ๆ ของโรงพยาบาล พ่อกับแม่นั่งอยู่ข้างเตียงเป็นเวลานาน โดยที่ซาดาโกะเข้าสู่ภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นอันแสนประหลาดเป็นระยะ

“พอหนูตาย” ซาดาโกะพูดอย่างสะลึมสะลือ “พ่อกับแม่จะวางขนมโมจิไส้ถั่วแดงที่หนูชอบไว้เซ่นไหว้ดวงวิญญาณของหนู บนแท่นบูชาไหมคะ”

คุณแม่ซาซากิพูดไม่ออก เธอจับมือลูกสาวและกำไว้แน่น

“ชู่ !” คุณพ่อซาซากิทำเสียงตลก “นั่นจะยังไม่เกิดไปอีกหลายปีเลยละ อย่าเพิ่งยอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้สิ ซาดาโกะจัง หนูเหลือนกที่ต้องพับอีกแค่ไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้นเองนะ” ...

นี่คือบทสนทนาที่บาดใจและจุกอกที่สุดในเล่มครับ หลับตานึกถึงว่า พ่อแม่ของซาดาโกะจะต้องกล้าหาญและอดทนขนาดไหน รวมทั้งหนูน้อยซาดาโกะที่กล้าหาญที่จะยอมรับชะตาชีวิตของตัวเอง

ผมอ่านเล่มนี้รอบที่สาม รู้สึกว่าทุกคนน่าจะได้อ่าน มันทำให้เรารู้สึกว่า ช่วงเวลาแห่งชีวิตเรามันสั้นนัก เราควรทำดีกับคนที่เรารักและรักเราให้มาก ๆ และครอบครัวคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เราควรรักษาเอาไว้ให้ดีครับ

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

บาดเจ็บของเส้นประสาทมีเดียนในระดับสูงกว่าข้อศอก

 วิทยาศาสตร์แห่งการชูสามนิ้ว

การชูสามนิ้วมีหลายแบบ ใช้นิ้วชี้กลางนาง แสดงจำนวนนับสาม หรือใช้โป้งชี้กลางแทนการนับสามแบบเยอรมัน (ฉากไคลแม็กซ์จากเรื่อง inglorious bastard) หรือใช้กลางนางก้อย บอกว่าโอเค แต่ละคนใช้การชูสามนิ้วตามวัตถุประสงค์ของตน แต่บางคนชูสามนิ้วโดยบังคับไม่ได้

สำหรับการนับสามแบบเยอรมัน คือใช้ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง ทั้งสามนิ้วนี้ได้รับการควบคุมจากเส้นประสาทชื่อมีเดียน โดยควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้งอนิ้วมือชื่อ flexor digitorum profundus เส้นประสาทมีเดียนจะควบคุมการงอของข้อนิ้วข้อปลายของสองนิ้วที่ติดกับนิ้วหัวแม่มือ คือนิ้วชี้และนิ้วกลาง (ภาษากายวิภาคเรียก lateral half) ที่เหลือคุมด้วยเส้นประสาทอัลน่าร์

และกล้ามเนื้อที่ใช้งอนิ้วมือที่ชื่อ flexor digitorum superficialis ที่ทำหน้าที่งอนิ้วชี้ถึงนิ้วก้อย งอที่ข้อปลายนิ้วเป็นหลัก

เส้นประสาทมีเดียนยังควบคุมการงอของข้อนิ้วหัวแม่มือ โดยคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ flexor pollicis brevis อีกด้วย

หากมีการบาดเจ็บของเส้นประสาทมีเดียนในระดับสูงกว่าข้อศอก เช่นอุบัติเหตุ หรือข้อเคลื่อนจะทำให้การควบคุมการงอนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วหัวแม่มือบกพร่อง วิธีการทดสอบเรียกว่า Oschner's clasping test

คือให้ผู้ป่วยนั่งประสานมือประสานนิ้ว มาวางไว้บนโต๊ะ หากนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (นิ้วกลางอาจไม่กระทบเท่านิ้วอื่น) ชี้ออกมาเป็นการชูสามนิ้วแบบเยอรมัน แสดงว่างอไม่ได้ นั่นคือมีการบาดเจ็บของเส้นประสาทมีเดียน ระดับสูงกว่าศอกขึ้นไปนั่นเอง

ชื่อ Oschner มาจากศัลยแพทย์ชาวอเมริกันชื่อ Edward William Alton Ochsner ผู้คิดค้นการตรวจนี้ และสำหรับผมชื่อคุณหมอคนนี้คือคนสำคัญ เพราะท่านคือคุณหมอคนแรกที่ประกาศความสัมพันธ์ของการสูบบุหรี่กับการเกิดมะเร็งปอด ว่าเป็นเหตุเป็นผลกัน ไม่ใช่แค่สัมพันธ์กันเท่านั้น

ต่อไปผมจะชูสามนิ้วใส่พวกคุณล่ะนะ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วก้อย

อาจเป็นภาพระยะใกล้

บทความที่ได้รับความนิยม