13 พฤศจิกายน 2568

วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ 2568

 วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์

หยิบมาจากแนวทางการให้วัคซีนปี 2568 ของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ขอโฆษณาก่อนว่าแนวทางฉบับนี้ต่างจากที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง ไม่มีไดอะแกรม ไม่มีตัวอักษรยาวพรืด ไม่มีภาษาหมอต่างดาว แต่ทำเป็นอินโฟกราฟฟิกให้ประชาชนเข้าใจและผู้ปฏิบัติจำง่าย
วัตถุประสงค์ของการฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์มีสองประการ
1.ลดความรุนแรงหากติดเชื้อ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด-19จะมีความรุนแรงมากขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ การรับวัคซีนจะลดความรุนแรงได้ แม่ปลอดภัยลูกก็ปลอดภัย
2.สร้างภูมิคุ้มกันในแม่ ส่งผ่านรกไปสู่ลูก เป็นของขวัญให้เบบี๋อย่างแรกเลย คือวัคซีนคอตีบไอกรนบาดทะยัก วัคซีนไวรัสอาร์เอสวี
ไข้หวัดใหญ่ ถ้าฉีดมาภายในหกเดือนก่อนตั้งครรภ์และยังอยู่ในฤดูระบาดปีนั้น ไม่ต้องฉีดซ้ำครับ แต่ถ้ายังไม่เคยฉีดหรือฉีดมานานกว่า 6 เดือนแล้ว ให้ฉีดหนึ่งเข็มที่อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์
โควิด-19 สุภาพสตรีแข็งแรงดีในช่วงวัยเจริญพันธุ์แทบไม่มีใครได้ฉีดอยู่แล้วครับ ดังนั้นให้ฉีดหนึ่งเข็มในช่วงอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์เช่นกัน แต่ถ้าเคยฉีดมาแล้วก็เว้นไปก่อน 6 เดือน
คอตีบไอกรนบาดทะยัก แนะนำฉีดเมื่ออายุครรภ์ 20-32 สัปดาห์ครับ แต่มันจะมีรายละเอียดเพิ่มมากกว่าวัคซีนอื่น คือถ้าเคยได้วัคซีน คอตีบบาดทะยัก (dT) ที่เราใช้ฉีดแทนบาดทะยักเดี่ยว รับมาในช่วงภายใน 10 ปีก่อนการตั้งครรภ์ เมื่อตั้งครรภ์ก็ฉีดแต่วัคซีนไอกรนอย่างเดียวโดยใช้เป็นชนิด acellular pertussis
อาร์เอสวี ปัจจุบันวัคซีนอาร์เอสวีมีสองชนิดนะครับ คือชนิดไบวาเลนท์ ชนิดนี้ใช้ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ได้ ฉีดหนึ่งเข็มที่อายุครรภ์ 24-32 สัปดาห์ ส่วนชนิดคอนจูเกตนั้นข้อมูลในหญิงตั้งครรภ์ยังไม่หนักแน่นเท่าจึงไม่แนะนำครับ แต่ใช้ฉีดในผู้สูงวัยได้ และวัคซีนนี้ต้องเว้นเวลาฉีดห่างจากคอตีบไอกรนบาดทะยัก อย่างน้อย 2 สัปดาห์
ผลข้างเคียงต่อแม่ ไม่ได้แตกต่างจากคนที่ไม่ตั้งครรภ์ครับ มีอาการปวดจุดที่ฉีด มีไข้ต่ำ 1-2 วันได้ ส่วนผลข้างเคียงแบบรุนแรงจะพบบน้อยมากนะครับ ไม่ว่าจะแพ้วัคซีน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ประโยชน์ที่ได้ต่อแม่ลูกมากกว่าผลข้างเคียงนะครับ
จะวางแผนมีลูกก็คิดเผื่อเรื่องนี้ เตรียมเงินเอาไว้ด้วย คุ้มค่าครับ ส่วนกลุ่มที่ไม่วางแผนหรือวางแผนแล้วก็ไม่ได้ หรือไม่มีกระทั่งเป้าหมายที่จะทำแผน ก็ไปซื้อไม้เกาหลังมานั่งเกาเป็นเพื่อนกันครับ

อาหารเช้าแสนง่าย avocado egg salad

 อาหารเช้าแสนง่าย ตามประสาขาดคนหุงข้าว

วัตถุดิบ แนะนำเตรียมไว้ในตู้เย็นก่อน เอามาทำตอนเช้า
-อาโวคาโดหนึ่งลูก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสุกแล้ว ซึ่งดูจากภายนอกยาก เฉาะดูเป็นอันจบ..ได้ไฟเบอร์และคาร์บ วิตามิน ใยอาหาร แมกนีเซียม
-ไข่ไก่ต้มสุก สองลูก …ได้โปรตีนเต็มพิกัด ไขมัน
-โยเกิร์ต สองช้อนกินข้าว …ได้โปรตีน ไขมัน
-มายองเนส สองช้อนกินข้าว อันนี้ได้ไขมันเต็ม ๆ พลังงานสูงเกือบสองร้อยแคล
-มะเขือเทศ เตรียมไว้หั่นลงชามตอนเช้า ใครชอบแตงกวาก็ใช้แทนได้ แต่ผักสองชนิดนี้ไม่ต้องมากนัก เอาไว้ตัดเลี่ยน
-ปรุงรส ลองมาหลายอย่างแล้วผงปาปริก้าเอย เกลือเอย ชอบสุดคือวาซาบิ ใส่แค่ประมาณ ห้าหัวไม้ขีด เอากลิ่น
วิธีทำ
1.เอาช้อนกินข้าว (อันเดิมทั้งตวง ทั้งทำ ทั้งตัก) ควักและคว้านเนื้ออาโวคาโดใส่ชาม
2.ปอกไข่ เอาช้อนสับ ๆ ให้ชิ้นเล็กลง ไม่ต้องละเอียดมาก จะได้มีเนื้อสัมผัสหนุบ ๆ
3.มะเขือเทศ หั่นเต๋าหรือเป็นแว่นเล็ก ใช้มะเขือเทศลูกเล็กแค่สองสามลูกก็พอครับ
4.เอาโยเกิร์ตลง แล้วคนไข่ คนอาโวคาโด คนมะเขือเทศ คนโยเกิร์ต ใช้ช้อนสับชิ้นใหญ่ให้เล็กลง ยังไม่เอามายองเนสลงเพราะมันจะเหนียว คนยาก
5.พอได้ชิ้นเล็ก ๆ คราวนี้เทมายองเนสลงไป แล้วคลุกให้เข้ากัน จะได้เป็นเนื้อครีม มีอาโวคาโด มีไข่ แบบชิ้นเล็ก ๆ เสมือนไข่มุกในชานม ได้เนื้อสัมผัส
6.พอเข้ากันดีแล้วค่อยปรุงรส เกลือนิดนึง วาซาบิ แล้วคนให้ทั่วอีกรอบ ได้แล้ว
ใช้เวลาไม่นานเลย ทำรอขนมปังปิ้งสุกและน้ำร้อนในกาเดือด จะกินทันทีเลยก็ได้ หรือจะทาขนมปังก็ได้ ถ้ากินหมดจะได้ประมาณ 500-600 แคล แต่ผมแบ่งทาขนมปังกินสองมื้อ เหลืออีกเล็กน้อยก็กินสดตอนเช้า ใครกินไม่หมดเก็บใส่กล่องสุญญากาศแช่เย็น เก็บไว้มื้ออื่นได้อีก

12 พฤศจิกายน 2568

ก้อนจากการฉีดยา (injection granuloma)

 ก้อนจากการฉีดยา (injection granuloma) เป็นเงาทึบในกล้ามเนื้อและใต้ผิวหนังทั้งสองข้าง ตำแหน่งที่ฉีดยาที่สะโพกบ่อย

อันนี้ก็พบโดยบังเอิญจากการสืบค้นโรคอื่นนะครับ เจอแล้วก็ไปซักประวัติเพิ่ม
ผู้ป่วยไปฉีดยาแก้ปวด ยาบำรุง ยาแก้ไข้ ที่คลินิกต่าง ๆ หลายที่หลายครั้ง ตำแหน่งที่ฉีดก็ซ้ำ ๆ กันที่สะโพกทั้งสองข้างและจะต้องซักประวัติแยกโรคอื่นด้วย ถ้าไม่แน่ใจโรคนี้อาจจะต้องตัดชิ้นเนื้อพิสูจน์
ไม่ได้เกิดทุกคนนะครับ เพียงแต่ว่าเกิดเจอเข้าก็ต้องคิดถึงเหตุนี้และแยกโรคอื่น



11 พฤศจิกายน 2568

serum sickness ยาลดน้ำหนักปลอม

 เตือนภัย : ยาลดน้ำหนัก..ปลอม !!

สุภาพสตรีอายุ 22 ปี รูปร่างกลม ไม่ถึงกับอ้วน มาปรึกษาเพราะมีผื่นขึ้นตามแขนขา เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จากขา ตัว แขน เป็นมาสองวัน
ลักษณะเป็นผื่นแดงคล้ำเป็นจุดหลายจุด มีมากที่ข้อเท้า เข่า ส่วนที่ขา น่อง ก็มีเช่นกัน ไม่คัน นูนเล็กน้อย (palpable purpura) กดไม่จาง …ไม่คัน
ร่วมกับผื่น ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อไม่รุนแรง ที่ข้อมือ ข้อศอกและเข่า วันนี้มีไข้ต่ำ 38 องศาเซลเซียสโดยที่เจ้าตัวก็ไม่สังเกต ระบบร่างกายอื่น ๆ ปกติดี ทำงานได้
มีหลายโรคนะที่ทำให้เกิดแบบนี้ ผื่นหลอดเลือดอักเสบ ภูมิแพ้ตัวเอง เอาล่ะ..สำหรับหมอชราอย่างผม ผ่านมาเยอะ ตัดข้ามไปที่คำถามสำคัญเลยแล้วกัน
“คุณใช้ยาอะไรบ้างครับ ขอทราบทุกอย่างเลยครับ”
คำตอบออกมาแสนเจ็บปวด “กินยาลดน้ำหนักค่ะ สั่งจากทิ้กท่อก และฉีดเปปไทด์ที่กำลังนิยมกันค่ะ”
“เปปไทด์” ของคนไข้คือยาลดน้ำหนักบรรจุขวด มีป้ายฉลากตัว T ติดที่ขวด น้ำยาใสไร้สี มาพร้อมหลอดฉีดยาอินซูลิน เอาไว้ฉีดพุงสัปดาห์ละครั้ง สนนราคา 3000 บาท สั่งจากออนไลน์
นี่คือยาลดน้ำหนัก “ปลอม” ที่เลวร้ายมาก แน่นอนว่ามันไม่มีคุณประโยชน์ทางยา และที่สำคัญ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นและอาการ serum sickness ในผู้ป่วยรายนี้
serum sickness เป็นปฏิกิริยาภูมิไวเกิน ชนิดที่สาม เกิดจากสารแปลกปลอมเข้าร่างกาย (ส่วนมากเป็นยา) แล้วไปกระตุ้นการเกิดปฏิกิริยา แอนติเจน (สารแปลกปลอม) จับกับภูมิคุ้มกันร่างกาย (แอนติบอดี) เกิดเป็นก้อน antigen-antibody complex ล่องลอยไปตามหลอดเลือด ไปหยุดที่ใด ก็จะเหนี่ยวนำปฏิกิริยาของคอมพลีเมนต์ ให้มาทำลายสิ่งแปลกปลอม
ผลจากการทำลายจะเกิดความเสียหายและอาการอักเสบที่อวัยวะนั้น เช่น หลอดเลือดที่ผิวหนัง หลอดเลือดในข้อ ที่รุนแรงมากที่สุดคือที่ไต
สุภาพสตรีรายนี้ น่าจะเกิดจากยาลดน้ำหนักปลอม ไปกระตุ้นปฏิกิริยาไวเกิน จนเกิดผลเสีย
นี่แหละหนา … ยาปลอมในโลกออนไลน์ จำได้ว่าเพิ่งลงเรื่องนี้ไปเมื่อเดือนก่อนว่าเริ่มเห็นโฆษณายาปลอมลดน้ำหนักออนไลน์ นี่เจอกับตัวเองเลย
ไอ้พวกหลอกขายนี่มันน่า…นัก ไม่รู้จะเป็นพวกฟอกเงินหรือไม่
ส่วนสุภาพสตรีรายนั้น ที่หลงเชื่อเพราะ เขาอยากผอมลงก่อนวันแต่งงานในต้นปีที่จะถึงนี้ครับ
เฮ้อ…เอามาเล่าสู่กันฟัง อ้อ อีกอย่างนึงนะ
คนจะชอบ ที่นิสัย ใช่น้ำหนัก
คนจะรัก รักจิตใจ ใช่ทรัพย์สิน
คนคู่กัน ที่ตัวทำ ใช่ฟ้าดิน
คนจะอ้วน ก็เพราะกิน ไม่เกรงใจพุง

การศึกษา VESALIUS-CV

 ใช้ยาลดไขมัน (อีกแล้ว) ลดอัตราการเสียชีวิต

การศึกษาประกาศในงานประชุมแพทย์โรคหัวใจสหรัฐอเมริกาชื่อการศึกษา VESALIUS-CV ทำการศึกษาผู้ที่มีความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและมีไขมันในเลือดสูง สูงของเขานี่คือ LDL เกิน 90 !!แต่ยังไม่เป็นโรคนะ 12257 ราย ทุกรายได้รับการปรับชีวิตและให้ยา statin ตามมาตรฐานแล้วมาแบ่งอย่างละครึ่ง กลุ่มควบคุมฉีดยาหลอก กลุ่มทดลองฉีด evolocumab 140 มิลลิกรัมทุก 2 สัปดาห์ตามผลประมาณ 4 ปีครึ่ง ผลออกมาว่ากลุ่มที่ได้รับยา มีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองรวมอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ลดลงมากกว่ากลุ่มยาหลอก 19%
Primary prevention โดยการลดความเสี่ยงและ atherosclerosis เป็นสิ่งสำคัญอย่างแน่นอน และถ้าเสี่ยงมากพอ การใช้ยามันลดอัตราการตายได้จริง ส่วนการปรับชีวิตไม่ว่าเสี่ยงมากหรือน้อยก็ต้องทำ
ต่อด้วย CORALreef Lipids จากที่เรารู้ว่ายากลุ่ม PCSK9i ลดไขมันและลดอัตราการเกิดโรคได้จริง ทั้งแบบปฐมภูมิและทุติยภูมิ แต่ด้วยความที่มันเป็นยาฉีดใต้ผิวหนังทุก 2 สัปดาห์เลยบริหารยาไม่สะดวก ตัวยา encilioditide เป็นยากินกลุ่มนี้ตัวแรกกินวันละเม็ด สามารถลด LDL ได้ 57% ในหกเดือน กำลังทำการศึกษาเรื่องการลดโรคและอัตราตาย ที่ออกมาตอนนี้คือเรื่องความปลอดภัยการใช้ยาพบว่าปลอดภัย
คลื่นลูกที่สี่มาแล้วจาก NOACs -- SGLT2i -- GLP1a -- PCSK9i จะมีคนค้านมากมายเหมือนยา statin ไหมนะ

บทความที่ได้รับความนิยม