05 ธันวาคม 2567

เรื่องเล่าจากคลินิก … medical literacy

 เรื่องเล่าจากคลินิก … medical literacy

90% ของผู้ป่วยที่ผมรักษาที่โรงพยาบาลคือ การรับปรึกษา นั่นคือเราจะต้องตอบปัญหาของการปรึกษาให้ได้ก่อน แล้วจึงตามด้วยการดูแลคนไข้แบบองค์รวม
แต่การดูแลในคลินิกส่วนตัว เหมือนผมได้กลับไปเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสี่อีกครั้ง คือ ได้เป็นคนแรกที่เจอปัญหา แก้ไขและติดตาม ปรับแต่งจนสมบูรณ์ ซักประวัติตรวจร่างกายละเอียด
ที่ชอบที่สุดคือ การได้อธิบายและเล่าการรักษาการใช้ชีวิต แบบคุยไปจิบน้ำไป ด้วยภาษาชาวบ้านคุยกัน วาดรูปอธิบาย ใช้ความรู้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มี ที่ทำเพจ ที่รักษา มารักษาคนไข้
ล่าสุด มีสุภาพบุรุษอายุ 47 ปี มาเริ่มปรึกษาเพราะว่า เขาไปตรวจโรคทั่วไป ไปฉีดวัคซีน พบว่าความดันโลหิต 140-145/90-95 มาตลอด และเขามาถามผมว่า
“หมอครับ ผมเป็นโรคความดันโลหิตสูงไหม”
ผมถามเขาว่า มีเวลามากไหม จะได้อธิบายให้เข้าใจไปด้วยกัน ถามให้เต็มที่ เมื่อเขาเข้าใจและสิ้นข้อสงสัย จะได้รักษาและปฏิบัติตัวด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่หมอสั่ง ไม่ใช่เพราะยา
ผมอธิบายไปเรื่อย ความดันโลหิตสูงคือเท่าไร ควรวัดตอนไหน มีเกณฑ์อะไรในการรักษา วาดรูปง่าย ๆ ประกอบ คุณสุภาพบุรุษและภรรยาร่วมกันคุยและถามตอบ ต่อไปด้วยยามีกี่แบบ แล้วคุณสุภาพบุรุษคนนี้มีประโยชน์และโทษจากยาใด เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วให้ผู้ป่วยได้ตัดสินใจร่วมกัน
เป็นการรักษาที่มีความสุขมาก คนไข้ได้คำตอบที่ต้องการ ได้การรักษาตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ ได้ความเข้าใจและพร้อมเผชิญหน้าโรคภัยอย่างไม่มีอวิชชา ได้เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ พอมีความสุขในการฟัง ส่วนตัวผมเองนั้น มีความสุขมากกับการรักษาแบบนี้ แม้จะทำได้เพียง 2-3 คนต่อวัน แต่นี่คือความสุขใจของการรักษาอย่างยิ่ง
ฝากถึงคนไข้ทุกคน การจะรักษาโรคใดให้ประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งคือ สัมมาทิฐิ ที่จะได้จากการถาม การคิดตาม การยอมรับ และการโต้แย้งด้วยเหตุผล ดังนั้น ถามหมอไปเถอะครับ ถามจนสิ้นสงสัยก่อนที่จะทำการรักษาใด ๆ เพราะสุดท้ายคือตัวเรานี่เองที่ต้องอยู่กับโรคภัยและอันตรายจากการรักษา
ฝากถึงคุณหมอ การยอมรับให้ผู้ป่วยมาเป็นผู้ร่วมตัดสินใจ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากผู้ป่วยไม่เข้าใจไม่เชื่อมั่น ก็ยากจะปฏิบัติไปในทางเดียวกันได้ ต้องลดอคติ ต้องลดอัตตาของตัวเอง มีใจกรุณาเป็นที่ตั้ง เพราะสุดท้ายหากผู้ป่วยพ้นทุกข์ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องหายจากโรคเสมอไป) ความสุขจะตกแก่ตัวท่านเอง
"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และ เกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์"

02 ธันวาคม 2567

รางวัล Lasker-Debekey 2024

 รางวัล Lasker-Debekey 2024

ทีมคุณหมอและนักวิจัย
Joel Habener คุณหมอจากโรงพยาบาล แมสซาซูแซตส์
Svetlana Mojsov นักวิจัยจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์
Lotte Bjerre Knudsen นักพัฒนาจากโนโวนอร์ดิสค์
ผู้พัฒนายาเบาหวานมาใช้ลดน้ำหนัก (และประโยชน์อื่นสารพัด) Glucagon-Liked Peptides 1 receptor agonist (GLP1a) ยาเบาหวานที่จะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน โดยขึ้นกับระดับน้ำตาลในเลือด น้ำตาลสูงกระตุ้นมากและรุนแรง น้ำตาลต่ำก็ไม่กระตุ้น
นับจากวันที่ค้นพบสาร exedine จากน้ำลายของกิ้งก่ากีล่า ลองไปอ่านย้อนหลังได้ที่นี่
พัฒนามาเป็นยาฉีดวันละครั้งแบบคงตัว พัฒนาต่อไปเป็นยาฉีดสัปดาห์ละครัง และพัฒนาต่อไปเป็นยากิน (ปกติยาที่เป็นโปรตีนจะกินไม่ได้ เพราะถูกกรดและน้ำย่อยทำลาย)
•เป็นยาเบาหวานที่ลดน้ำตาลได้ดี โดยที่ไม่ทำให้เกิดน้ำตาลต่ำ
•ได้รับการรับรองว่าเป็นยาเบาหวานที่ลดอันตรายจากโรคหัวใจและโรคสมอง
•ได้รับการรับรองเป็นยาลดน้ำหนัก (ยาในบางขนาดเท่านั้น)
มีการศึกษาและมีแนวโน้มหรือมีข้อมูลสนับสนุน อาจจะได้รับรองในอนาคต
•ลดการเกิดผลแทรกซ้อนทางไตจากเบาหวาน
•ลดอาการจากโรคทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ
•ผลการศึกษาในทางที่ดี ในโรคข้อเสื่อม โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ โรคหัวใจล้มเหลว
เรื่องการลดน้ำหนัก มีเรื่องถกเถียงว่า มันไม่ได้เป็นเป้าหมายของการพัฒนายา และหลายที่นำไปใช้ลดน้ำหนักเป็นหลัก จนยาขาดตลาดและขาดซัพพลาย
แต่ทางทีมที่ได้รางวัลก็ยังเห็นว่าการลดน้ำหนักเป็นประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะโรคอ้วนกำลังเพิ่มขึ้น เป็นบ่อเกิดของโรคหลายโรค หากสามารถป้องกันและตัดไฟแต่ต้นลมได้ ช่วยผู้ป่วยได้เร็วกว่า ลดการเกิดโรคแทรกที่รักษายากกว่า
ใครตามงานวิจัยและเปเปอร์ใหม่ในปีสองปีนี้ จะเห็นว่ายา GLP-1a ทำการศึกษาในโรคต่าง ๆ มากขึ้น หรือโรคเดิมที่รับรองแล้วแต่ขยายผลปลีกย่อยในเรื่องต่าง ๆ
เป็นยาแห่งปีของจริง และนักพัฒนาก็ควรได้รับการยกย่องเช่นกัน

ผู้ที่เจ็บป่วยมีโรคประจำตัวต้องปรับตัวฉุกเฉินชั่วคราว ในเหตุน้ำท่วม

 สำหรับผู้ป่วยที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้เวลานี้ครับ การคมนาคม การสื่อสาร สาธารณูปโภคยังไม่เข้าที่เข้าทาง ผู้ที่เจ็บป่วยมีโรคประจำตัวต้องปรับตัวฉุกเฉินชั่วคราว (ย้ำ คือ มาตรการชั่วคราว)

1. เตรียมยาประจำตัว โรคที่ต้องกินยาประจำ เตรียมไว้ใกล้ตัวเสมอ เช่น โรคลมชัก โรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่ต้องกินยาต้านการแข็งตัวเลือด ผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะ
2. ใครที่ยาหมด ไม่สามารถไปรับยาได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาคนอื่น ต้องตรวจสอบว่า ชื่อยาตรงกัน ชื่อยี่ห้อตัวใหญ่ ๆ อาจไม่ตรงกัน แต่ชื่อยาตัวเล็ก ๆ ที่เป็นชื่อสามัญทางยาต้องเป็นตัวเดียวกัน และอย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุด้วย
3. ในกรณีที่ยาตัวเดียวกัน แต่ไม่มีขนาดยาที่เป็นของเรา ในกรณีจำเป็น สามารถใช้ยาพลิกแพลงให้เท่ากับขนาดของเราไปก่อนได้ เช่น กินยาในขนาดเม็ดละ 10 มิลลิกรัม แต่ตอนนี้มีแค่ยาเม็ดละ 5 มิลลิกรัม ก็กินสองเม็ดไปก่อน
4. ในข้อสองและสาม ถ้าจะให้ดี ต้องโทรศัพท์ไปที่สถานพยาบาลที่ตัวเองรับยา ว่าตอนนี้ใช้แบบนี้ไปก่อนได้หรือไม่ เมื่อสามารถไปสถานพยาบาลนั้นได้ ให้รีบไปจัดการให้ถูกต้อง
5. การเก็บรักษายาที่ใช้ ควรใส่ซองซิบ กันเปียกชื้น แม้จะเป็นแผงยากันน้ำ แต่เมื่อสัมผัสน้ำ จมใต้น้ำ อาจมีความชื้นที่ทำให้ประสิทธิภาพยาลดลงได้มาก ไม่ควรใช้ยานั้น
6. จะเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยสาเหตุใดในช่วงเวลาวิกฤตนี้ อย่ารับยาจากแหล่งที่มาไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีชื่อ ไม่มีฉลาก หรือแม้แต่มีชื่อมีฉลาก ก็ต้องระวังอย่างมาก
7. ถ้าไม่มีโรคใด ๆ เตรียม พาราเซตามอล น้ำยาฆ่าเชื้อโรคแผลไม่ว่าจะเป็นโพวิโดนไอโอดีน หรือแอลกอฮอล์ เกลือแร่รักษาท้องร่วง ยาแก้แพ้ ชุดทำแผลเบื้องต้นสักชุด พลาสเตอร์ปิดแผล ใส่ถุงกันน้ำเอาไว้
8. ข้อมูลเจ็บป่วย สมุดประจำตัวผู้ป่วย บัตรแพ้ยา ยาประจำตัว บัตรโรงพยาบาล เตรียมไว้เผื่อฉุกเฉิน
ขอให้ทุกคนปลอดภัย และเหตุการณ์คลี่คลายโดยเร็วครับ

01 ธันวาคม 2567

แนะนำงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในคนที่ควบคุมน้ำหนัก

 เบียร์ 2 ขวดใหญ่ ให้พลังงานถึง 414 กิโลแคลอรี่

เท่ากับ ข้าวกระเพราไก่ไม่ใส่ไข่ดาว 1 จาน
ดังนั้นถ้าคุณจะลดน้ำหนัก ต้องงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสมอ
แต่ประเด็นมันมากกว่านั้น หลายการศึกษาบอกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลต่อน้ำหนักตัวโดยตรง
สิ่งที่ส่งผลมากคือ อาหารที่กินพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่แหละ ส่วนมากเป็บกับแกล้มพลังงานสูงทั้งสิ้น ถั่ว เอ็นข้อไก่ มันฝรั่งทอด
อย่างไรเสีย ก็ยังแนะนำงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในคนที่ควบคุมน้ำหนักครับ

ร้าน Books & Booze

 วันอาทิตย์ พาเที่ยว อีกแล้ว ร้าน Books & Booze

วันนี้เราจะไปร้านกาแฟที่มีตู้หนังสือในร้านให้อ่านเล่นแบบสบาย ๆ
พิกัดอยู่ถนนทางเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อยู่ห่างจากตลาดหน้ามหาวิทยาลัย ออกมาทางถนน 304 นครราชสีมา-กบินทร์บุรี ห่างออกมาสัก 300-400 เมตร
ร้านเล็ก ๆ อยู่ติดริมถนน ค่อย ๆ ชะลอรถมอเตอร์ไซค์เดี๋ยวจะเลยผ่านครับ
ร้านเป็นคาเฟ่ขนาดมินิ มีอาหารว่างแกล้มกาแฟเล็กน้อย ถ้ามาในช่วงที่เปิดให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางร้านก็มีเบียร์หลากหลายยี่ห้อให้ลิ้มรส และมีคราฟต์เบียร์ที่ทางร้านทำเองให้ลิ้มลองด้วยเช่นกัน รวมทั้งเมนูค้อกเทลหลากหลายที่ให้เลือกด้วย
ความพิเศษอยู่ที่คุณสามารถมานั่งกิน ทำงาน อ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ ได้เลย มีปลั๊กไฟ ไวไฟ ให้บริการด้วย
ตู้หนังสือในร้านมีไม่มาก แต่จัดเรียงเป็นระเบียบสวยมาก ทั้งการ์ตูนไทย นิยายไทย นิยายแปล non-fiction ไทย-เทศ ให้เลือกอ่านกัน
เจ้าของน่าจะชื่นชอบ danial silva มากเป็นพิเศษ มีเยอะมาก
นอกจากนี้ยังมีเกมกระดาน บอร์ดเกม ไพ่อูโน่ ให้เล่นกันได้ ในช่วงเย็นมีโต๊ะเสริมหน้าร้าน เขาบริการดูดวงไพ่ทาโรต์ด้วยนะครับ
เรียกว่าบรรยากาศสบาย ๆ มาช่วงเช้าจิบกาแฟ อ่านหนังสือ สบายมากหรือใครอยากมาจิบเบียร์อ่านหนังสือก็ได้
เจ้าของร้าน บาริสต้า ใจดีมากเลย ร้านเพิ่งเปิดมาไม่นาน ช่วงนี้ต้องมาทำงานใน มทส. ก็เลยมาแนะนำกันครับ

บทความที่ได้รับความนิยม