27 มกราคม 2564

กลับมาอีกครั้งในวัน International Holocaust Remembrance Day

 กลับมาอีกครั้งในวัน International Holocaust Remembrance Day องค์การสหประชาชาติได้ประกาศวันนี้เป็น International Holocaust Remembrance Day ตั้งแต่ปี 2005

27 มกราคม 2488 กองทัพสัมพันธมิตรโซเวียต ได้เข้าปลดปล่อยค่ายกักกันเอ๊าชวิตช์-เบียคาเนา ที่เมืองออสวิเซียม ประเทศโปแลนด์ เปิดเผยให้ชาวโลกได้รู้ว่า ที่นี่ มนุษย์ได้กระทำสิ่งที่ไร้มนุษยธรรมกับมนุษย์ด้วยกันเอง ด้วยความเชื่อทางการเมือง เชื้อชาติ การสั่งสอนล้างสมองในทางที่ผิด ทำให้เราหลงลืมความเป็นคนในตัวเราเอง

การสังหารเพียงเพราะเขาเชื้อชาติต่างจากเรา การสังหารเพียงแค่เขาคิดไม่เหมือนกับเรา การกระทำอย่างไร้มนุษยธรรม ทั้งการทรมาน การรมแก๊สสังหาร การพรากครอบครัว ปล่อยให้หิวกระหายจนตาย ยิงตายตรงนั้น ต่อหน้าต่อตาครอบครัวของผู้ตาย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในค่ายกักกัน ในภาวะสงคราม

โลกได้รับรู้ เราได้บทเรียน แต่ยังไม่สิ้นสุด สงครามไม่เคยหายไป

การสังหารหมู่ที่ทุ่งสังหารของกัมพูชา ที่ประชาชนมากกว่าล้านคนต้องสังเวยชีวิตกับความขัดแย้งทางการเมืองการทหาร

การสังหารหมู่ชาวบอสเนีย จากสงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย สร้างความสะพรึงกลัวในสังคมยุคปัจจุบัน

การสังหารชาวทุตซี่ จากการลุกฮือ ปลุกปั่นความเกลียดชังระหว่างเชื้อชาติ ของสงครามกลางเมืองรวันดา ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิตในชั่วข้ามคืน (แนะนำดูภาพยนตร์ Hotel Rwanda)

ปัจจุบันสงครามเศรษฐกิจ การค้า โรคระบาด ได้เข้ามาเป็นปัจจัยที่ทำให้เราเห็นคนด้อยค่าลง ไม่ว่าเป็นแรงงานต่างด้าว ผู้ลี้ภัยทางการเมือง ค่ายผู้อพยพ จริงอยู่ว่าเรามีมาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ที่เข้ามาจัดการผู้คนกลุ่มนี้ ถึงเขาจะแตกต่างด้วย เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความเชื่อทางการเมือง แต่ลึก ๆ แล้วเราทุกคนคือมนุษย์ ที่มีสิทธิมนุษยชนเท่ากันทุกคน

การไล่ล่า การล้างเผ่าพันธุ์ยังคงอยู่ แต่เปลี่ยนรูปแบบและเงื่อนไขเท่านั้น

เมื่อไรก็ตามที่เรามองคนด้อยค่าลง เมื่อนั้นคนที่ด้อยค่าที่สุด คือ ตัวของเราเอง

อาจเป็นรูปภาพขาวดำของ 6 คน

24 มกราคม 2564

คำถามและความเชื่อบางอย่าง

 คำถามและความเชื่อบางอย่าง ที่เคยได้ยินมา

นั่งดื่มกาแฟ กินสโคน แล้วคิดออกมาได้

ยาฉีดแรงกว่า ดีกว่ายากิน

ยาฉีดคือยาที่ไม่สามารถให้ทางการกินได้ เช่น ถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะ หรือการดูดซึมทำได้ไม่ดี หรือในภาวะที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ทันเท่าที่ร่างกายต้องการเช่นการให้ยาฆ่าเชื้อในภาวะช็อก การให้ยาคงให้ตามความเหมาะสมทางเภสัชวิทยา และบริบทของคนไข้ โดยทั่วไปจะพิจารณายากินก่อนครับ เพราะมันง่ายกว่า ผู้ป่วยบริหารยาเองได้

มาหาหมอ เอาแต่ถาม ๆ จับ ๆ ไม่เห็นตรวจอะไรเลย

การสืบหาข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรค เกือบ 80% มาจากการซักประวัติและการตรวจร่างกาย การส่งตรวจทำเพื่อยืนยันสิ่งที่คิดจากประวัติตรวจร่างกาย หรือหาข้อมูลเพิ่มเติม หลายโรคใช้แค่ประวัติเท่านั้น และก่อนจะส่งตรวจพิเศษใด ๆ ก็ต้องใช้ข้อมูลจากประวัติตรวจร่างกายเป็นหลักในการส่งตรวจและแปลผลครับ

ไม่รู้เป็นอะไร มาหาหมอเพื่อเอ็กซเรย์ อัลตร้าซาวนด์และเจาะเลือด

หลายคนคิดว่า การเอ็กซเรย์หนึ่งครั้ง หรือเจาะเลือดหนึ่งครั้งจะเห็นอวัยวะภายใน หรือทราบการทำงานของอวัยวะภายในทุกอย่าง ซึ่งไม่เป็นจริงครับ อวัยวะหลายอย่างก็ไม่สามารถประเมินได้แม้แต่จะเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ก็ตาม ส่วนการเจาะเลือดจะทราบผลแค่สิ่งที่เราส่งเท่านั้น คุณหมอจะเลือกส่งตรวจเฉพาะแบบอย่างเจาะจงให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่สามารถกวาดหมดทุกอย่างได้

รักษาในโรงพยาบาล หายเร็วกว่าที่บ้าน

การรักษาที่โรงพยาบาล ทำเมื่อมีความจำเป็นเช่นต้องติดตามอาการ ต้องให้ยา หรือในความจำเป็นที่ผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ได้ มาติดตามการรักษาไม่ได้ การรักษาที่โรงพยาบาลอาจจะตรวจจับความผิดปกติได้เร็ว (แต่จะเป็น "ความผิดปรกติ" หรือไม่) เพราะมีมาตรฐานการพยาบาลตลอด แต่ก็ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกโรค ค่าใช้จ่ายและทรัพยากรที่สูญเสีย ความสุขสบายในเมื่ออยู่บ้าน คือสิ่งที่ต้องแลกกัน

อยากได้ยาแรง ๆ จะได้หายเร็ว ๆ จ่ายแพงกว่าก็ยอม

การเลือกใช้ยาจะพิจารณาตามความเหมาะสมด้านต่าง ๆ มากกว่าครับ ในหนึ่งคนหนึ่งโรคจะมีความเหมาะสมในการใช้ยาใดยาหนึ่ง หากสภาพโรคหรืออาการดีขึ้น แย่ลง ก็มีการปรับขนาดยา การให้ยาในขนาดสูงโดยไม่จำเป็น นอกเหนือจากไม่ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นยังมีผลเสียมากขึ้นด้วย

มีโรคประจำตัวเยอะ ไม่อยากผ่าตัดหรือทำหัตถการ

หากจำเป็นต้องผ่าตัดหรือทำหัตถการ คุณหมอที่ผ่าตัดหรือทำหัตถการ จะประเมินความเสี่ยงและจัดการโรคร่วมให้ดีก่อน หรือปรึกษาแพทย์แผนกอื่นมาร่วมรักษาเพื่อหาหนทางที่ดีที่สุดเพื่อดูแลรักษา และลดโอกาสเสี่ยงอันตรายลงให้ต่ำที่สุด

อาหารโรงพยาบาลไม่อร่อย ไม่ถูกปาก

อาหารที่โรงพยาบาลจะจัดสัดส่วนพลังงาน สารอาหาร และลักษณะให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน แต่ละวัน แต่ละภาวะที่ต่างกัน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด อาจไม่ถูกปาก ใส่รสชาติมากไปไม่ได้ แต่จะช่วยให้การรักษาสมบูรณ์ขึ้น

อยู่โรงพยาบาล นอนมาก ๆ พักมาก ๆ จะได้หายเร็ว ๆ

แม้การพักผ่อนจะสำคัญต่อการรักษา แต่การนอนโรงพยาบาลก็สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปรกติ เท่าที่ไม่ขัดกับการเจ็บป่วย สามารถทำกายบริหาร กายภาพบำบัดได้ตลอด และแนะนำทำกิจกรรมมากกว่านอนเฉย ๆ ครับ หรือถ้าใครต้องทำงานส่ง ก็สามารถทำได้นะครับ

● สุดท้ายอยากบอกว่า กำลังใจสำหรับผู้ป่วยสำคัญมากนะครับ เวลาเจ็บป่วยคือเวลาที่เลวร้ายช่วงหนึ่งของชีวิต ทุกคนต้องการแรงใจ กำลังใจ ไม่ว่าจะมาเยี่ยมมาหา โทรศัพท์มาถามไถ่ ให้ความมั่นใจกับชีวิตและการงานที่ต้องหยุดเอาไว้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลมากต่อการรักษาครับ

ใครมีข้อคิด หรือ ประเด็นต่าง ๆ ก็บอกเล่ากันมาได้ครับ

อาจเป็นการ์ตูน

23 มกราคม 2564

sofosbuvir/velpatasvir ยาที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาไวรัสตับอักเสบซี

 ประเทศไทยเรามีการรักษาไวรัสตับอักเสบซีที่ดีระดับโลก

จากข่าวในช่วงไม่กี่วันมานี้ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกาศใช้ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี sofosbuvir/velpatasvir ยาที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาไวรัสตับอักเสบซี เป็นยากินวันละเม็ดแค่สามเดือน และครอบคลุมทุกสายพันธุ์ ทำให้คนไทยเข้าถึงการรักษาประสิทธิภาพสูง โดยรายายาได้รับการเจรจาให้ลดลงกว่า 100 เท่า

เดิมทีการรักษาไวรัสตับอักเสบซี ใช้ยาฉีดร่วมกับยากิน 6-12 เดือนและมีผลข้างเคียงมหาศาล ตอนนี้เราพัฒนาเป็นยากิน ผลข้างเคียงต่ำมาก ประสิทธิภาพสูงมาก รักษากดไวรัสใกล้เคียงหาย (sustained virological response) ระดับ 97-99% ใครสนใจงานวิจัยยานี้ สามารถไปค้นได้ในชุดการศึกษา ASTRAL trial ที่ศึกษาในคนไข้กลุ่มต่าง ๆ ประสิทธิภาพในไวรัสตับอักเสบซีสายพันธุ์ 3 อาจจะน้อยกว่าการตอบสนองในสายพันธุ์อื่น แต่ว่าก็ไม่ได้แย่

มีการติดตามดูสภาพการปกป้องจริง ในสถานการณ์จริง (real world practice) ผมยกมาให้ดูสองตัวอย่าง

1. การศึกษาในแคนาดา มาจากฐานข้อมูลตับอักเสบซีของประเทศเขา รวบรวมข้อมูลคนที่ได้ sofosuvir/velpatasvir 2821 ราย ส่วนมากติดเชื้อสายพันธุ์หนึ่งและสอง ผลการรักษาโดยรวมประมาณ 95% โดยคนที่ตอบบสนองน้อยที่สุดคือกลุ่มติดเชื้อสายพันธุ์ที่สามที่เคยได้ ribavirin มาก่อน คือประมาณ 75% ...เรียกว่าประสิทธิภาพดีมาก

2.การศึกษาทำในเอเชีย มีประเทศไทยด้วย ที่จุฬา รามา ศิริราช ศึกษา 375 คนในทุกสายพันธุ์ หลังจากกินยา sofosbuvir/velpatasvir วันละเม็ดเป็นเวลาสามเดือน พบมี SVR ถึง 97% โดยกลุ่มที่ตอบสนองน้อยกว่าสายพันธุ์อื่นคือสายพันธุ์ที่สามนั้น มีผู้ติดเชื้อ 42 ราย หากไม่เป็นตับแข็ง ก็ตอบสนอง 89% แต่ถ้าตับแข็งแล้วจะตอบสนองประมาณ 50% ซึ่งก็นับว่าไม่แย่นะครับ

ตอนนี้หากตรวจพบไวรัสตับอักเสบซี (เดี๋ยวนี้มีการตรวจแอนติเจนแล้วนะ) ก็สามารถพิจารณารักษาได้แล้ว ไม่เสียเงินเสียทองมากมาย ใช้สิทธิ์การรักษาได้ เราจะสามารถลดโรคตับแข็ง ลดมะเร็งตับ ลดค่าเสียหายและความสูญเสียจากโรคตับเรื้อรังลงได้มาก สามารถศึกษางานวิจัยความคุ้มทุนได้จาก hitap ผมลิงค์มาให้แล้ว

ที่มา ฟรีบ้าง ไม่ฟรีบ้าง

Sofosbuvir–velpatasvir for treatment of chronic hepatitis C virus infection in Asia: a single-arm, open-label, phase 3 trial,
The Lancet Gastroenterology & Hepatology,
Volume 4, Issue 2,

BC Hepatitis Testers Cohort Team, Real-world Effectiveness of Sofosbuvir/Velpatasvir for Treatment of Chronic Hepatitis C in British Columbia, Canada: A Population-Based Cohort Study, Open Forum Infectious Diseases, Volume 7, Issue 3, March 2020, ofaa055,

https://www.hitap.net/research/178406

อาจเป็นรูปภาพของ นก และธรรมชาติ

แนวทางการจัดการโรคเก๊าต์ของ American Colleges of Rheumatology 2020 : acute gout attack

 ใครเป็นเก๊าต์คงไม่อยากเจอเก๊าต์อีก แต่ถ้าต้องเจออีกจะทำอย่างไรดี จากแนวทางการจัดการโรคเก๊าต์ของ American Colleges of Rheumatology 2020 ผมขอหยิบมาเล่าสั้น ๆ ง่าย ๆ

1. แก้ปวดก่อน หลักการคือใช้ยาที่ทรงประสิทธิภาพที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด คำแนะนำคือ ใช้ยาเม็ดโคชิซีน (cochicine) สองเม็ดทันที และอีกหนึ่งเม็ดซ้ำในหนึ่งชั่วโมง ยังสามารถกินอีกได้ทีละหนึ่งเม็ดทุกสองถึงสามชั่วโมง โดยแนะนำเทคนิค "pill-in-the pocket" พกยาไว้ตลอด พอรู้ว่าเริ่มปวดจากเก๊าต์แน่ (คนเป็นเก๊าต์เขารู้) ก็กินได้เลย

2.พอปวดดีขึ้น ก็ไปหาหมอ หมอจะจัดยาให้โดยอาจเป็นยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS) หรือยาแก้ปวดโอปิออย (opioid) อนุพันธุ์จากฝิ่นในรูปแบบต่าง ๆ ปัจจุบันสังเคราะห์เอาหมดแล้ว หรือบางรายก็ใช้ยาสเตียรอยด์ไม่ว่ากินหรือฉีด หากไม่สามารถใช้ยาอื่นได้ อันนี้เดี๋ยวคุณหมอเขาจะช่วยเราเลือกยา

3.การประคบเย็นในขณะปวดเฉียบพลันเป็นทางเลือกที่ดี ใช้ถุงน้ำแข็ง (ice pack) เหมือนเวลาบาดเจ็บจากการออกกำลังกายก็ได้ เวลาแพ้คาบ้านก็ประคบเย็นเช่นกัน เพราะ..ช้ำ

4.อยู่นิ่ง ๆ ลดการขยับ ห้ามนวด ยิ่งบีบนวดจะยิ่งเกิดการบอบช้ำและอักเสบ ใช้ไม้เท้าช่วยเดิน งดการลงน้ำหนัก แต่ถ้าเก๊าต์ขึ้นที่มือ ศอก ก็งดใช้ส่วนนั้น

5.เวลาไปหาหมอ พกยาไปด้วย ยาหลายตัวทำให้เก๊าต์กำเริบโดยเฉพาะยาลดความดันกลุ่มยาขับปัสสาวะ hydrochlorothiazide และหากต้องใช้ยาลดความดันแนะนำยา losartan เพราะช่วยลดยูริกและลดโอกาสเก๊าต์กำเริบได้

6.อาหารที่สัมพันธ์กับการกำเริบของเก๊าต์ ..ไม่ได้ทำให้กรดยูริกสูงนะครับ อาหารพวกนี้เพิ่มระดับยูริกในเลือดไม่มาก แต่กระตุ้นทำให้กำเริบได้ และลดอาหารพวกนี้ก็กำเริบน้อยลง ที่สำคัญคือ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ย้ำทุกชนิด แถมพิวรีนก็สูงอีกด้วย

อาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น หอยทะเล เครื่องในสัตว์ เบคอน ซาร์ดีน ทูน่า ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง

ฟรุ้กโตส คอร์น ไซรัป เช่น แยม น้ำอัดลม น้ำหวานในรูปแบบบบรจุขวด น้ำผลไม้กล่อง ชานมไข่มุก

7.ลดน้ำหนักด้วย น้ำหนักมากเพิ่มการกำเริบของเก๊าต์

8.หลังจากอาการปวดดีขึ้น ต้องมาดูว่ายูริกในเลือดสูงไหม สูงจากอะไร (ต้องรักษาทั้งเหตุและยูริกสูง) และจะใช้ยาลดกรดยูริกตัวใดในการลดกรดยูริกในเลือด คนที่เป็นเก๊าต์ แนะนำยูริกน้อยกว่า 6

9.ถ้าทำทุกวิธีเพื่อเลี่ยงเก๊าต์แล้ว เก๊าต์ยังไม่หายไปและเก๊าต์กลับมาหาเสมอ ก็แสดงว่าเก๊าต์มีใจกับเราแล้วล่ะ ฮิ้ววว

อาจเป็นรูปภาพของ แมว

22 มกราคม 2564

คู่มือการช่วยชีวิตขั้นสูง สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 2020

 สุดยอดมาก กดสั่งช้อปปี้เมื่อวาน วันนี้มาส่งแล้ว กับ คู่มือการช่วยชีวิตขั้นสูง สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 2020

ครบทุกมิติการกู้ชีพ ACLS (ฮือ ๆ เพิ่งอ่าน AHA CPR 2020 จบไป)​

ทำอย่างไร จัดทีมอย่างไร ใช้ยาอะไร ผสมแบบไหน ภาวะต่าง ๆ แยกอย่างไร รักษาอย่างไร

ซื้อเลย คุ้มมาก ต้องใช้แน่นอน หากยังต้องปฏิบัติงานทางการแพทย์และสาธารณสุข เล่มขนาดเอสี่ กระดาษอาร์ตมัน ทำให้รูปต่าง ๆ สวยชัดมาก 215 หน้า

แต่ราคา 120 บาทเท่านั้น โคตรคุ้ม

ซื้อได้ที่นี่ ใครมีช้อปปี้ก็กดในลิ้งค์ได้เลย
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4211795408850363&id=180276412002303

ไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรหรอกนะครับ แต่มันจำเป็นและควรซื้อมาก ๆ

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

บทความที่ได้รับความนิยม