18 มีนาคม 2565

ทำไมผ้าอนามัยแบบสอดแนะนำไม่ให้ใช้เกิน 8 ชั่วโมง

 เรียนอายุรศาสตร์จากซูเปอร์มาร์เก็ต : ทำไมผ้าอนามัยแบบสอดแนะนำไม่ให้ใช้เกิน 8 ชั่วโมง

เย็นวันหนึ่ง หลังจากซื้อของจำเป็นในซูเปอร์มาร์เก็ตเรียบร้อย ก็เดินดูสินค้าใหม่ ๆ ไปเรื่อย เมื่อถึงสินค้าชนิดนี้ ซึ่งสัดส่วนการตลาดน่าจะน้อยกว่าแบบปรกติทั่วไปหลายเท่า มันใช้ยากหรือไง เลยหยิบมาศึกษา พบว่ามีคำแนะนำการใช้ข้อหนึ่งคือ ไม่ควรใส่ค้างไว้นานกว่า 8 ชั่วโมง ก็เกิดคำถามว่าทำไม ใส่นานกว่านั้นจะเกิดอะไร ไปค้น ๆ อ่าน ๆ ก็มีความรู้มาฝากกันครับ

คำแนะนำนี้พบจากหน่วยงานสุขภาพทั่วโลก วารสารทางการแพทย์เกี่ยวกับสุขภาพสตรี คำแนะนำของศูนย์ควบคุมโรคที่อเมริกา (ที่ทำงานของเอซิโอและทีฟา) และมีรายงานผลจากการสอดผ้าอนามัยนานเกิน 8 ชั่วโมงใน lancet และ JAMA นับว่าสำคัญมากทีเดียวที่ผู้ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดควรทราบ

สอดไว้นานเกิน 8 ชั่วโมง (ตัวเลข 8 ชั่วโมงมาจากค่าเฉลี่ยการรายงานผู้ป่วยที่เกิดอันตราย) จะเพิ่มโอกาสภาวะช็อกติดเชื้อจากสารพิษของแบคทีเรีย (toxic shock syndrome : TSS) ที่เป็นภาวะรุนแรงมากที่สุดอันหนึ่งของอายุรศาสตร์วิกฤต และเราเรียกชื่อ TSS จากการสอดผ้าอนามัยแบบนี้ว่า menstrual toxic shock syndrome (MTSS)

TSS เกิดจากการกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มากมายมหาศาล จากการกระตุ้นจากส่วนของแบคทีเรียที่เรียกว่า super-antigen กับเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิด T-cell กระตุ้นแบบไม่เฉพาะตัวและกระตุ้นทั่วไปหมด ทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบมากมายมหาศาล มากกว่าช็อคติดเชื้อเสียอีก คราวนี้เรามาดูลักษณะสำคัญของ TSS ตามเกณฑ์มาตรฐานของศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐที่ใช้เป็นเกณฑ์การวินิจฉัยในปัจจุบัน

1.ความดันโลหิตซิสโตลิก (ตัวบน) ต่ำว่า 90

2.พบอวัยวะที่เกี่ยวข้องมีผลกระทบหรือล้มเหลวอย่างน้อย 2/6 อย่าง

- ค่าครีอะตินีนของไตเกิน 2 หรือมากกว่าเดิม 2 เท่า

- เกล็ดเลือดต่ำว่าแสน หรือมีภาวะ DIC หรือสารการแข็งตัวเลือดไฟบริโนเจนต่ำ

- ค่า AST,ALT มากกว่าสองเท่าของค่าสูงสุดหรือมากกว่าสองเท่าจากเดิม

- มีภาวะหายใจล้มเหลว ARDS

- มีผื่นผิวหนังทั่วตัวและผิวหนังลอกเป็นวงกว้าง

- มีการตายของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

3.ตรวจพบหลักฐานของเชื้อโรคที่ทำให้เกิด TSS

การรักษาต้องรวดเร็ว เต็มพิกัด ทั้งการช่วยหายใจ ให้สารน้ำ ยากระตุ้นความดัน ยาฆ่าเชื้อ (clindamycin+betalactam) และสุดท้ายคือให้แอนติบอดี IVIG เพื่อไปจับสารพิษของแบคทีเรีย

ความเกี่ยวเนื่องกับผ้าอนามัยแบบสอดคือ ในช่องคลอด จะมีแบคทีเรีย streptococcus เป็นจำนวนมาก และแบคทีเรีย streptococcus นี้เป็นหนึ่งในแบคทีเรียที่ทำให้เกิด TSS ได้

จากรายงานผู้ป่วยและรวบรวมหลักฐานพบว่า ผู้ที่เป็น MTSS มักจะสอดผ้าคาไว้นาน โดยเฉพาะสอดข้ามคืนที่นอนยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง หรือสอดคาไว้นานเกินกำหนด มากกว่า 6 ชั่วโมง หรือไม่อ่านคำแนะนำข้างซอง โดยสามปัจจัยนี้เพิ่มโอกาสการเกิด MTSS มากกว่าคนที่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดที่ปฏิบัติถูกต้อง ถึง 2.2 เท่าเลยทีเดียว และมีนัยสำคัญทางสถิติ

อีกประการที่เกี่ยวข้องแต่หลักฐานน้อยกว่า คือ ผ้าอนามัยแบบสอดที่ซึมซับดีเป็นพิเศษจะสะสมแบคทีเรียในช่องคลอดและมีโอกาสเกิด MTSS สูงกว่าแบบซึมซับธรรมดา

จึงเป็นที่มาและคำแนะนำให้เปลี่ยนผ้าอนามัยแบบสอดทุก 3-4 ชั่วโมง อย่าสอดนานเกิน 8 ชั่วโมง และปฏิบัติตามคำแนะนำข้างซองอย่างเคร่งครัด และออกมาเป็นข้อกำหนดในการจดทะเบียนว่าแบบสอดจะต้องมีเกณฑ์ของสารดูดซึมเป็นอย่างไรอีกด้วย

เดินซื้อของก็ตั้งคำถามเรียนรู้อายุรศาสตร์ได้นะครับ

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

17 มีนาคม 2565

ปัญหาหลายประการจากการให้เลือดเยอะ

 ให้เลือด คือ การรับเอาเม็ดเลือด น้ำเลือด สารต่าง ๆ ในเลือดจากผู้บริจาคเข้าสู่ตัวเรา ปัจจุบันเราลดความจำเป็นของการให้เลือดลงมาก เพราะมีการรักษาอื่น ๆ ที่ปลอดภัยกว่าและประสิทธิภาพสูงพอ ๆ กัน เช่น การให้สารแข็งตัวเลือดชนิดสังเคราะห์ การให้ยาฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง

แต่อย่างไรก็ตามการรักษาหลายชนิดยังต้องให้เลือดอยู่ โดยเฉพาะการเสียเลือดเฉียบพลัน และถ้าต้องให้ปริมาณมาก ๆ จะพบปัญหาหลายประการจากการให้เลือดได้ครับ

แล้วให้เยอะ มาก ๆ มันวัดเกณฑ์ที่ตรงไหน เราวัดเกณฑ์โดยใช้ปริมาณเลือดทั้งตัวครับ ถ้าต้องให้เลือดมากกว่าปริมาณเลือดทั้งตัวใน 24 ชั่วโมง หรือให้มากกว่า 50% ของปริมาณเลือดทั้งตัวใน 4 ชั่วโมง อันนี้ถือว่าให้เยอะ (massive blood transfusion) แล้วปริมาณเลือดทั้งตัวนี้ คิดอย่างไร

มีหลายสมการครับ แต่ที่ได้รับความนิยมเพราะความแม่นยำสูงและง่ายคือ สมการของ Lemmens-Bernstein-Brodsky คือ น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม คุณด้วย {70 / รากที่สองของ (BMI/22)} และถ้าเราประมาณง่าย ๆ ว่า BMI เราก็ประมาณ 21-24 (หลายคนมองบน นี่ฉันผอมขนาดนั้นเลยรึ) ค่า BMI/22 น่าจะประมาณ 1 ดังนั้นเราจึงท่องและใช้ค่า blood volume คือ 70 x body weight (kg) ไงครับ

ถ้าเราคิดว่าทั่วไปหนัก 60 กิโลกรัม ค่า blood volume เท่ากับ 70 x 60 = 4200 mL ให้เลือดสี่ลิตรครึ่งในหนึ่งวันหรือประมาณ 15 ถุงต่อวัน ต้องเยอะมากนะครับ แล้วจะอาจจะเกิดอะไรบ้าง มาดูกัน

1. สารน้ำเกิน เพราะปริมาณเลือดในตัวเป็นภาวะพลวัติ เฮ้อ..ขอเรียก dynamic แล้วกัน คือมันไม่คงที่เลย การที่เราคำนวณตัวเลขใดเป็นตัวตั้งก็อาจให้เกินได้ ส่งผลทำให้ไตและหัวใจทำงานหนักเกินไปได้ครับ

2. องค์ประกอบในเลือดเกิน ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเลือด เกล็ดเลือด สารการแข็งตัว เพราะในเลือดมีองค์ประกอบหลายประการ บางทีขาดอย่างหนึ่งแต่เราเติมหลายอย่าง ไอ้ส่วนที่เกินจึงอาจเป็นผลเสียได้ครับ

3. อุณหภูมิกายลดต่ำเกินไป เพราะเมื่อต้องให้เลือดปริมาณมากจะต้องให้เร็ว เวลาที่เราจะต้องนำเลือดมาอุ่นให้เท่ากับอุณหภูมิร่างกายจึงน้อยลง ให้หลายถุงอุณหภูมิกายก็ลดลง ส่งผลให้การทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกายบกพร่องครับ

4. โปตัสเซียมในเลือดสูงเกิน มักจะเกิดกับเลือดที่เก็บไว้นาน ใกล้ถึงวันหมดอายุ เม็ดเลือดจะเริ่มเสื่อมและแตกออก โปตัสเซียมในเซลล์จะออกมาในน้ำเลือด สูงมาก ๆ อันตรายครับ หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ต้องตรวจสอบบ่อย ๆ

5. ซิเตรตในเลือดเกิน เพราะการเก็บรักษาเลือดในถุงต้องใช้โซเดียมซิเตรต เมื่อให้มาก ๆ ซิเตรตในเลือดเกิน จะทำให้เลือดเป็นด่าง และแคลเซียมในเลือดต่ำลง แคลเซียมในเลือดต่ำมากการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจและผิดปกติ อาจต้องให้แคลเซียมเสริมเข้าไปด้วยครับ

6. สารการแข็งตัวของเลือดลดลง (โดยสัดส่วน) หลายครั้งที่เราให้เม็ดเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดเข้มข้น จะไม่มีสารการแข็งตัวเลือด พอให้มากเข้า สัดส่วนสารแข็งตัวเลือดต่อปริมาณน้ำเลือดมันลดลง อันนี้ก็ทำให้เลือดหยุดยากได้ แก้ไขโดยการเติมสารแข็งตัวเลือดเข้าไปเพิ่มเมื่อจำเป็น

7. การบาดเจ็บต่อปอด (transfusion related acute lung injury ) เป็นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันตัวเองต่อเม็ดเลือดขาวที่ให้เข้าไป เกิดเป็นการบาดเจ็บรุนแรงที่ปอดได้ แม้ไม่ขึ้นกับปริมาณการให้เลือด แต่ถ้าให้ปริมาณมาก โอกาสเกิดจะสูงตามไปครับ

8. การติดเชื้อจากการให้เลือด แม้จะพบเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก แต่ถ้าให้มากเข้ามันก็เพิ่มได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสซีเอ็มวี หรือไวริออนของโรคครูซเฟลด์-เจค็อบ (วัวบ้า)

"ให้เลือดเยอะต้องระวัง
ถ้าให้ตังค์เยอะคงจะดี"

อาจเป็นรูปภาพของ แว่นกันแดด

16 มีนาคม 2565

เมลิออยโดสิส

 ปริศนามรณะ (ดัดแปลงจาก NEJM 2022;386:861-8)

กองเอกสารบนโต๊ะของเอซิโอ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ บอกชัดเจนว่าช่วงนี้เอซิโอนั้น “งานเข้า” จากหน้าต่างห้องทำงานบนชั้น 8 สำนักงานที่แอตแลนต้า เขาสามารถเห็นวิวทั้งเมืองที่สวยงาม แต่เอซิโอนั้นกลับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์สองเครื่องที่ผนังห้องอีกด้าน คร่ำเคร่งหาข้อมูลที่ส่งมาทั่วทั้งอเมริกา พร้อมกาแฟแก้วใหญ่ แก้วที่ห้าของวัน
รายงานจากแคนซัส ระบุว่าชายอายุ 53 ปีที่มีอาการติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือดนั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว จริงอยู่ว่าชายคนนั้นเป็นตับแข็ง ถุงลมโป่งพอง และสารพัดโรคประจำตัว แต่ผลเพาะเชื้อในเลือดสุดท้ายคือเชื้อ Burkholderia pseudomallei เชื้อที่พบมากในแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อมาพบที่นี่ต้องถือว่าเป็นโรครุนแรงที่ต้องสืบค้นหาการระบาดที่ชัดเจน
“ผมกำลังสืบค้นเต็มที่ครับ เราส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วพร้อมสอบสวนโรคลงไปเต็มพิกัด เจ้าหน้าที่ทีฟาเป็นมือหนึ่งของเรา ถ้าผมทราบข้อมูลเมื่อไร รับรองท่านทราบทันทีครับ” เอซิโอตอบด้วยเสียงเครียด ในขณะที่ปลายสายอีกข้างก็ตอบกลับมา
“ผมต้องรบกวนให้คุณเร่งดำเนินการนะ ท่านประธานาธิบดีร้อนใจมาก สิ้นเดือนนี้ท่านจะต้องไปรณรงค์หาเสียงที่นั่น ถ้าตอบคำถามไม่ได้ ท่านคงลำบากใจ คุณคงไม่อยากลำบากใจไปกับท่านใช่ไหม เอซิโอ สวัสดี” ปลายสายวางลงไป เลขานุการท่านประธานาธิบดี โทรมากำชับเอง และเมื่อมองดูปฏิทินแล้ว เอซิโอมีเวลาอีก 15 วัน
ทันใดนั้นเสียงเตือนอีเมลก็ดังขึ้นจากคอมพิวเตอร์ เอซิโอเหลือบตามอง เห็นชื่อคนส่งอีเมลมาก็ดีใจมาก คนส่งมาคือ ทิฟฟานี หรือเจ้าหน้าที่ทีฟา เจ้าหน้าที่ภาคสนามที่เก่งที่สุดของเขา เอซิโอคิดว่าทีฟาน่าจะสืบเรื่องทั้งหมดได้แล้ว จึงรีบคลิกอ่าน
“..ดิฉันยังไม่ทราบที่มาของเชื้อ และเรามีข่าวร้ายมากกว่านั้นคือเด็กอายุ 4 ปีที่เท็กซัส ป่วยติดเชื้อรุนแรงทั้งตัว สมองพิการ และได้รับการยืนยันจากเท็กซัสว่า เพาะเชื้อจากปอดเป็นเชื้อ Burkholderia pseudomallei อีกรายค่ะ...”
เอซิโอ สำลักกาแฟเฮือกใหญ่ !!
สิบห้าปีก่อน เอซิโอไปศึกษาเรื่องโรคเขตร้อนที่ประเทศไทย เขาพบทิฟฟานีที่มาทำวิจัยที่ภาคอีสานของไทยเรื่องโรคนี้ ที่นั่นเป็นจุดที่พบโรคนี้มาก โรคเมลิออยโดสิส พบตัวเชื้อได้ในดิน น้ำ สิ่งแวดล้อม ปนเปื้อนติดมาสู่คนได้หลายทางทั้งทางเดินหายใจ ปนเปื้อนทางการกิน หรือจากรอยแผลเล็ก ๆ ที่ผิวหนัง โรคเมลิออยโดสิส สามารถมีอาการได้หลากหลาย ทั้งการติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นฝีหนองตามอวัยวะต่าง ๆ ไปจนถึงติดเชื้อรุนแรงในสมอง และอัตราการเสียชีวิตสูงทีเดียว
งานวิจัยของทิฟฟานีระบุว่า มักจะเกิดโรคนี้กับคนที่สัมผัสดิน น้ำ และส่วนมากคนที่เป็นโรคมักจะมีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน โรคตับโรคไตเรื้อรัง ที่ภาคอีสานของไทย หากมีไข้ไม่ทราบสาเหตุยังจะต้องคิดถึงโรคนี้ไว้เสมอ
อีเมลของทีฟาระบุอีกว่า เด็กชายวัย 4 ปีนั้น หลังจากทราบว่าติดเชื้อเมลิออยโดสิส ก็ให้ยา ceftazidime อันเป็นยามาตรฐานของการรักษาและให้การกำจัดเชื้อต่อด้วยยา bactrim แต่ว่าเด็กมีการติดเชื้อรุนแรงที่สมอง ตอนนี้จึงพิการไปอย่างน่าเสียดาย ที่สำคัญ....
ทั้งสองคนไม่มีประวัติเดินทางไปแหล่งระบาดของโรคเลยแม้แต่น้อย !! แล้วจะติดเชื้อมาจากที่ใดล่ะ หรือเป็นการก่อการร้าย ???
ผ่านไปสามวัน เอซิโอไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ เกี่ยวกับการเดินทางของผู้ป่วยทั้งสองราย และยังยืนยันว่าผู้ป่วยและคนใกล้ชิดไม่ได้เดินทางไปพื้นที่ระบาดเลย ขณะที่เอซิโอไปนั่งดื่มกาแฟในร้านประจำ บนโต๊ะมีแล็ปท้อปเครื่องเล็กแต่ทรงประสิทธิภาพยิ่ง เป็นแล็บท้อปพิเศษที่สามารถสื่อสารผ่านดาวเทียมได้กับคนทั่วโลก เอซิโอมานั่งร้านนี้ประจำหากคิดงานไม่ได้ เพราะกาแฟคาปูชิโนร้านนี้รสเลิศนักและบาริสต้าผู้นั้นยังทรงเสน่ห์ เร้าใจเอซิโอในทุกจังหวะการชงกาแฟ และเสียงเตือนอีเมลก็ดังขึ้น ตึ๊ง...
เอซิโอแทบลมจับคาแก้วกาแฟ เพราะอีเมลจากทีฟาบอกว่า เราได้รับรายงานคนไข้อายุ 53 ปีอีกรายที่มินเนโซต้า ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด ต่อมาพบข้อสะโพกอักเสบและมีหนอง ผลการตรวจสารพันธุกรรมและเพาะเชื้อยืนยันตรงกัน B.pseudomallei เหมือนเดิมคือ ไม่มีประวัติเดินทางไปในพื้นที่ระบาดแต่อย่างใด รายที่สามในช่วงเวลาห่างกันเพียงสัปดาห์เดียว พร้อมกับเดดไลน์ที่เขาต้องส่งคำตอบให้ท่านประธานาธิบดีกระชั้นเข้ามาทุกขณะ เอซิโอยกมือกุมใบหน้าและถอนหายใจ
“มีเรื่องอะไรกลุ้มใจหรือคะ เอซิโอ” บาริสต้าสาวสวยยกกาแฟถ้วยที่สองมาเสิร์ฟ ในร้านมีคนไม่มาก เธอเป็นเจ้าของร้านและบาริสต้า จึงนั่งลงคุยกับลูกค้าประจำ (ขี้หลี) รายนี้
“ก็มีปัญหาที่ซับซ้อนมากนะครับ เหมือนฆาตกรรมในห้องปิดตาย รู้ตัวฆาตกร แต่ไม่รู้ว่าฆาตกรเข้าไปสังหารได้อย่างไร ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ ขบคิดปัญหาแบบนี้ไม่ค่อยเก่งเท่าไรครับ เฮ้อ ไม่น่าเล่าให้คุณฟังเลย คุณเยนนีเฟอร์ ปัญหาของผมแท้ ๆ” เอซิโอยิ้มให้ โดยเลือกรอยยิ้มที่คิดว่าจะประทับใจเยนนีเฟอร์มากที่สุด
“ฉันก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องนี้ค่ะ แต่สมัยที่เคยไปทำงานที่ประเทศไทย ฉันรู้จักเพื่อนคนหนึ่ง เป็นคนคลั่งนิยายค่ะ ชอบคิดเรื่องอะไรเป็นตุเป็นตะ โดยเฉพาะเรื่องคดีฆาตกรรมปริศนานี่แหละค่ะ ทุกวันนี้ยังส่งอีเมลเรื่องราวที่เขาดัดแปลงวิชาการมาเขียนเป็นนิยายอยู่เลยนะคะ อ่านแล้วยังคิดว่าเขาเป็นฆาตกรเสียเองเลย” เยนนีเฟอร์หัวเราะ พลางนึกหน้าชายหนุ่ม ซึ่งไม่ค่อยหนุ่มเท่าไรที่เมืองไทย มาก้อร่อก้อติกเธอตลอดเวลาที่เธอมาฝึกเป็นบาริสต้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“ก็ดีนะ บางทีได้เปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ บ้างอาจแก้ไขปัญหาได้ ผมจะลองติดต่อกับเขาดู แล้วเขาเป็นมิตรไหมคุณเยน” เอซิโอสนใจชายหนุ่มปริศนาจากเมืองไทยขึ้นมาทันที
“เป็นมิตรค่ะ ซื่อ ๆ ไม่มีพิษมีภัย เดี๋ยวฉันจะบอกเขาล่วงหน้าค่ะ ท่าทางเขาน่าจะตื่นเต้นที่ได้ช่วยคุณ อ้อ..ถ้าคุยกับเขาล่ะก็ให้ชมทีมลิเวอร์พูลไว้นะคะ เขาเป็นแฟนตัวยงค่ะ คุยเรื่องนี้ได้ทั้งวัน” แล้วเยนนิเฟอร์ก็ยิ้มและขยิบตา มันทำให้เอซิโอใจละลายเลยทีเดียว
สองวันต่อมา อีเมลที่ได้จากชายหนุ่มปริศนาจากเมืองไทยทำให้เขาได้ความคิดใหม่ ๆ มากมาย แม้จะรู้สึกหมั่นไส้ในความกวนบาทาของเขาอยู่บ้างก็ตาม ชายหนุ่มปริศนาบอกให้เขาลองคิดนอกกรอบดูบ้าง เป็นวิธีที่คนแต่งนิยายปริศนาฆาตกรรมมักชอบใช้ เอซิโอยึดติดกับข้อมูลที่ผู้ป่วยไม่เคยเดินทางไปในแดนระบาดของโรคเมลิออยโดสิส ไม่มีรายงานสัตว์เลี้ยงที่มาจากพื้นที่นั้น โอกาสติดโรคคงน้อย เมื่อหลายปีก่อนเคยมีรายงานเชื้อ B.pseudomallei ที่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา และการวิเคราะห์สารพันธุกรรมนั้น ออกมาต่างจากเชื้อเมลิออยโดสิสจากทางเอเชีย แต่ก็เป็นสิ่งที่พบยาก มันไม่น่าจะอธิบายผู้ป่วยสามรายในช่วงไม่กี่เดือนและกระจัดกระจายกันขนาดนี้
เขาตัดสินใจโทรหาชายหนุ่มจากเมืองไทยเพื่อขอความเห็นเพิ่มเติม ตอนนี้ 0800 ที่เมืองไทยคงประมาณ 2 ทุ่ม
ตรู๊ด...ตรู๊ด...คลิก
“สวัสดี เอซิโอ นี่โทรมาเองเลยรึ”
“สวัสดี คุณพอมีเวลาว่างไหม สักห้านาที ขอความเห็นคุณสักหน่อยครับ” เอซิโอจริงจัง แต่ฟังเสียงอีกฝ่ายดูจอแจมาก
“ได้ซิเพื่อน แต่คงว่างอีกไม่นาน” แต่แล้วก็มีเสียงลอดเข้ามา ...ตกลงเฮียเลือกเบอร์ตองเสื้อฟ้าใช่ไหมครับ แหมตาถึงนะเฮีย คนนี้กระบี่มือหนึ่ง...
“อะไรนะครับ คุณ เหมือนคุณไม่ว่าง” เอซิโอเกรงใจ
“โอ๊ะ ๆ ลืมปิดบลูทูธ เอาเป็นว่า คุณน่ะ ลองค้นรอบตัวเขาซิ ว่ามีอะไรสิ่งใด ที่มาจากพื้นที่ระบาดหรือเปล่า เชื้อมันอยู่ได้นานนะ บนพื้นผิวบนสิ่งของ สินค้าอะไรต่าง ๆ พวกเนี้ย สินค้านำเข้า ลองดูนะ มีอะไรก็เมลหาได้ ตอนนี้ไม่ว่าง ธุระด่วนเลยครับ ต้องรับจัดการ แค่นี้นะยู บาย” เอซิโอรู้สึกงง อะไร คือ เบอร์ตอง แล้วจะรีบอะไรขนาดนั้น สองทุ่มแล้วนะ แต่ช่างเถอะ ไอเดียเขาก็ดีทีเดียว
กว่าสัปดาห์ที่เอซิโอนั่งขบคิดปัญหาอยู่ตามลำพัง วันนี้เขามานั่งทอดอารมณ์อยู่ในร้านกาแฟเดิม เสียงโทรศัพท์ก็ดังเข้ามาทำลายความเงียบอีกครั้ง คราวนี้มาจากทีฟา ผู้ช่วยมือหนึ่งของเอซิโอ ซึ่งเอซิโอรับสายแล้วก็หน้าซีด
“เอซิโอ เราเพิ่งได้รับรายงานเด็กอายุ 5 ปีอยู่ในจอร์เจียของเรานี่เอง แรกรับพบว่าเป็นโควิด-19 แต่ต่อมาอาการแย่ลง รายงานเบื้องต้นของห้องแล็บแจ้งมาทางเราว่าอาจจะเป็นเชื้อเมลิออยโดสิส ตอนนี้เด็กยังมีชีวิตอยู่ รายนี้เป็นครอบครัวเดี่ยว ไม่ได้ไปแดนระบาดและแทบไม่ไปไหนมาเลย แต่เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเขาเปลี่ยนคนทำความสะอาดบ้านคนใหม่ และถ้าคุณจะไม่เชื่อ คนนี้เคยเป็นอดีตสายลับเคจีบี”
“ทีฟา คุณรีบ ไปที่โรงพยาบาล สืบให้รู้ให้เร็วที่สุด เดี๋ยวผมจะตามไป อ้อ อย่าลืมเก็บข้อมูลอดีตสายลีบเคจีบีคนนั้นด้วย” เอซิโอวางสายแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องทำงาน
เคจีบี...สายลับ...ความลับ...ความตาย..เมลิออยโดสิส แย่แล้ว เอซิโอรีบวิ่งไปที่ห้องทำงานเร็วขึ้นอีก และโทรบอกเลขาให้เตรียมรถ เพื่อไปที่โรงพยาบาล
ที่โรงพยาบาล เอซิโอและทีฟามาถามพ่อแม่ของเด็ก ได้ความว่าไม่ได้ไปพื้นที่ระบาด ไม่มีสินค้าใด ๆ จากเอเชียใต้หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกเขาถามหมอผู้รักษาก็ได้รับข้อมูลว่า ไม่ได้คิดถึงเมลิออยโดสิสเพราะอาการทางระบบทางเดินหายใจเด่นและตรวจพบโควิด คุณหมอคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็อาจจะเป็นปอดอักเสบจากเมลิออยโดสิสได้
ทีฟาบอกว่า "พ่อแม่เด็กบอกว่าวันนี้คนดูแลก็จะเข้าไปทำความสะอาดอีกค่ะ"
เอซิโอบอกว่า "อืม เพิ่งว่าจ้างคนดูแลบ้านใหม่ คนว่าจ้างนี้เพิ่งมาจากมินเนโซต้า สถานที่เราพบผู้ป่วยรายที่สาม" งั้นเรารีบไป
เอซิโอและทีฟา มาถึงบ้านของเด็กที่เป็นผู้ป่วยรายที่สี่ พร้อมติดต่อเอฟบีไอ ซีไอเอ เอ็นเอสเอ ทุกองค์กรที่เขาเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย พวกเขาพบชายวัยกลางคน ผมสีทอง ร่างกายบึกบึน กำลังปิดบ้านของผู้ป่วยรายที่สี่ สิ่งที่ทุกคนเห็นเหมือนกันคือ ที่เอวหลังด้านขวาของชายคนนั้นเป็นรอยนูนของวัตถุทรงกระบอก มีเสื้อปกปิดแต่ก็ไม่อาจซ่อนวัตถุลึกลับที่ชายคนนั้นตั้งใจซ่อนเอาไว้ได้ เอซิโอตะโกนขึ้น “นั่นแหละ ผู้ร้าย ระวังด้วยเขามีอาวุธชีวภาพก่อการร้ายรุนแรงเหน็บที่บั้นเอว”
ชั่วพริบตา บรรดาหน่วยรบพิเศษที่เกณฑ์กันมาทั่วอเมริกา ก็จับกุมชายผู้นั้น กดลงกับพื้น หน่วยควบคุมอาวุธเดินเข้ามาหาเอซิโอและทีฟา บอกว่าพวกเขาค้นเจอแต่ขวดสเปรย์น้ำหอมปรับอากาศขวดนี้เท่านั้น และจากการตรวจเบื้องต้นก็ไม่พบสารเคมีอันตรายใด ๆ พร้อมยื่นแผ่นกระดาษที่ชุ่มด้วยสเปรย์กลิ่นนั้น
“ยี่ห้อนี้บ้านผมก็ใช้” ผบ.หมู่หน่วยจู่โจมบอก และหัวเราะเยาะเอซิโอที่ตื่นตูมมากไป กลิ่นของสเปรย์โชยมาถึงจมูกของทีฟา เธอฉุกคิดได้ในทันที
“เอซิโอ ฉันได้กลิ่นนี้ สเปรย์น้ำหอมนี้ ที่บ้านของผู้ป่วยทั้งสามรายก่อนหน้านี้ หรือนี่คือความเชื่อมโยงของสิ่งที่เกิดขึ้น หรือ นี่คือ เมลิออยโดสิสที่เราพบ”
สองวันต่อมา ผู้ป่วยรายที่สี่ก็เสียชีวิต หลังจากที่เอซิโอกลับจากงานศพ ทีฟาก็มารอเขาที่สำนักงานเรียบร้อย พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
“เอซิโอ ผู้ชายผมทองที่เราคิดว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เขาเป็นอดีตเคจีบีจริง เขาชื่อ ปูตัน แต่ประวัติสะอาด มาจากมินเนโซตาก็จริง แต่ไม่ได้มีส่วนอะไรกับผู้ป่วยรายที่สาม ที่เขามีกระป๋องสเปรย์ที่เอว เพราะเขาคิดว่ามันหอมดี เอาไปเป็นตัวอย่างเพื่อจะซื้อไปใช้ และสเปรย์นี่แหละที่สำคัญ”
เอซิโอคิดถึงคำพูดของชายหนุ่มปริศนาที่เมืองไทย ให้มองสิ่งรอบตัว สิ่งที่สัมพันธ์กับพื้นที่ระบาดของโรค พร้อมกับเอ่ยออกมาว่า “อย่าบอกนะ ว่าเจอเชื้อเมลิออยโดสิสในกระป๋องสเปรย์”
ทีฟาหัวเราะ “คุณนี่ จินตนาการได้บรรเจิด ใช่แล้วค่ะ ทั้งสี่บ้านของผู้ป่วย ใช้สเปรย์ปรับอากาศยี่ห้อนี้ เป็นยี่ห้อที่ผลิตและนำเข้าจากอินเดีย เราจึงไปนำกระป๋องสเปรย์จากบ้านของผู้ป่วยที่เหลือ ไปตรวจหาสารพันธุกรรม และก็พบเชื้อเมลิออยโดสิส สายพันธุ์เอเชียใต้ พื้นที่ที่มีการผลิตสเปรย์ เรียกว่าสายพันธุ์ ATS2021 (aromatherapy spray 2021) เรียกว่าเป็นการค้นพบการปนเปื้อนของเมลิออยโดสิสครั้งสำคัญของเราเลย ยากมากที่จะพบจากสเปรย์ปรับอากาศ !!”
เอซิโอยิ้ม “งั้นก็ปิดคดีได้ คุณอย่าลืมลงในวารสาร NEJM ด้วยนะ น่าจะเป็นรายงานที่มีคนสนใจ เอาล่ะ ไปกินมื้อค่ำได้ ผมเลี้ยงเอง”
จบบริบูรณ์
…บทส่งท้าย…
ปูตัน ชายหนุ่มผมทอง อดีตเคจีบี ได้รับการปล่อยตัวหลังจากยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เขาเดินทางไปสนามบิน ระหว่างทางก็คิดถึงการเดินทางที่เร่งรัดก่อนหน้านี้จากประเทศไทย หลังจากจบการสนทนาการเอซิโอ ยกมือถือขึ้นมาสั่งลบทำลายประวัติและการยืนยันตัวบุคคลของ “ปูตัน” ให้ออกจากสารบบข้อมูล แล้วก็ยิ้มในใจ
ก่อนหน้าจะเดินทางเข้าไปเช็คอิน เขาเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดประตูห้องในสุด ดึงหน้ากากและวิกผมสีทองออก ถอดเกราะยางเสริมอกและไหล่ เปลี่ยนเสื้อและแจ็คเก็ตตัวใหม่ ใส่หนังสือเดินทางประเทศไทยในกระเป๋าแจ็คเก็ต พร้อมตั๋วเครื่องบินกลับไทย ระหว่างที่เดินออก เขามองกระจกเงาตรวจสอบความเรียบร้อย สิ่งที่เห็นภายใต้แจ็คเก็ตสีดำ คือเสื้อยืดคอกลมสีขาว ที่กลางอกมีลายสกรีนตัวอักษรสีน้ำเงินเข้ม อ่านว่า
“อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว”
….
อาจเป็นรูปภาพของ ขวด และ เครื่องสำอาง

13 มีนาคม 2565

Pepsi เรื่องดื่มน้ำอัดลมรสโคล่า เมื่อครั้งแรกผลิตเขาหมายใจให้ใช้รักษาอาการท้องอืด

 คุณรู้ไหมว่า Pepsi เรื่องดื่มน้ำอัดลมรสโคล่า เมื่อครั้งแรกผลิตเขาหมายใจให้ใช้รักษาอาการท้องอืด !!

เราย้อนกลับไปที่เมือง New Bernนอร์ท แคโรไลน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1890 ในประเทศไทยตอนนั้นอยู่ในรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ ๕ มีชายหนุ่มผู้สิ้นหวังคนหนึ่งเดินร้องไห้ออกมาจากคณะแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า กลับมายังบ้านเกิดที่นี่ เพราะที่บ้านเขามีปัญหาล้มละลายและส่งเสียเขาเรียนต่อไม่ไหว ชายคนนั้นชื่อ Celeb Bradham แต่เขาหารู้ไม่ว่าการเดินออกมาครั้งนั้นได้เปลี่ยนชะตาชีวิตของเขาไปตลอดกาล

เขาทำงานหลายอย่างเพื่อหาเลี้ยงชีพ จนได้มาเห็นธุรกิจอันหนึ่งที่ค่อนข้างเฟื่องฟูในอเมริกายุคนั้น คือ ร้านขายยา ใช่แล้วคุณ bradham ของเราก็เปิดร้านยาเช่นก้น และหนึ่งในสินค้ายอดนิยมของร้านยายุคนั้นคือตู้กดน้ำอัดลม ที่มีเจ้าตลาดอยู่แล้วคือ โคคา-โคล่า

โคคา-โคล่า ทำเครื่องดื่มอัดลม (carbonated) จำหน่ายแบบกดออกจากเครื่องมาก่อนและได้รับความนิยมพอควร โดยได้รสชาติโคล่ามาจาก Kola nut ต้นที่มีเมล็ดรสชาติดี มีคาเฟอีนอีกด้วย โดยมีต้นกำเนิดจากแอฟริกาตะวันตก ชาวยุโรปและอเมริกานำเข้ามาปลูกตอนที่ชาวยุโรปออกล่าอาณานิคม ขยายการเดินทางทางทะเล และได้ทำธุรกิจค้าทาสชาวแอฟริกันเป็นจำนวนมาก ส่วนผสมดั้งเดิมของโคคา-โคล่า คือเม็ดโคล่าและใบโคคา ใบโคคาหรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่าโคเคนนั่นเอง

แต่ปัจจุบันไม่ได้ใส่โคเคนนะครับ สูตรน้ำหวานอัดลมของโคคา-โคล่า ปัจจุบันยังถือเป็นความลับระดับโลก แน่นอนว่าคุณ Bradham ก็ไม่ได้สูตรนั้น เขาพยายามคิดสูตรน้ำอัดลมของตัวเอง เพื่อเอาชนะเจ้าตลาดเดิม และเพิ่มจุดขายในเรื่องของใช้เป็นยาได้ด้วย เขาใช้รสชาติของเม็ดโคล่า รวมกับรสวานิลลาและน้ำมันหอมระเหย เมื่ออัดแก๊สแล้วก็ตั้งเป็นตู้กดน้ำ ตั้งชื่อว่า Brad's Drink ในปี 1893 เขาลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้งจนสูตรนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าเจ้าตลาดเดิม

ในปี 1898 Celeb Bradham ที่ตอนนั้นตั้งบริษัทจำหน่าย Brad's Drink อย่างเป็นทางการแล้ว ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อแบรนด์สินค้าเป็น Pepsi-Cola และโฆษณาว่าเครื่องดื่มรสโคล่าของเขานั้นเป็น Healthy Cola ซึ่งไม่ต้องบอกว่าตั้งมาเกทับบลั๊ฟใคร แล้วทำไมเพียงเปลี่ยนชื่อจาก Brad's Drink เป็น Pepsi-Cola จึงกลายเป็นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพไปได้

คุณ Bradham ใช้คำว่า Pepsi ที่มีต้นกำเนิดมาจาก คำกรีก Peptein ที่แปลว่าการย่อย คำกรีก pepsis ที่แปลว่าการย่อย หลายท่านน่าจะเดาถูกว่า pepsi ก็จะช่วยลดอาการ dyspepsia คือ การย่อยผิดปกติ หรืออาการปวดท้องจากอาหารไม่ย่อย (หรือปวดแบบโรคกระเพาะอย่างที่เราให้ความหมายในปัจจุบัน) และเขาก็โฆษณาเครื่องดื่ม Pepsi-Cola แบบนั้นจริง ๆ กลไกก็ง่าย ๆ ก็คือน้ำโซดาทำให้เรอ คลายกรด ลดแน่นเฟ้อนี่แหละครับ

และหลาย ๆ ท่านในนี้น่าจะคุ้นเคยกับ Pepsin คือ น้ำที่หลั่งจากกระเพาะมาช่วยย่อยนั่นเอง ค้นพบโดย Theodor Schwann ตั้งแต่ปี 1836 แล้ว เป็นเอนไซม์ที่ทำงานในสภาวะกรดเพื่อช่วยย่อยสลายโปรตีนในกระเพาะอาหาร หรือคุ้นเคยกับแผล peptic ชื่อเรียกแผลในกระเพาะที่เราเคยเชื่อว่าเกิดจาก กรดและน้ำย่อย pepsin ที่มากเกินจนเกิดแผล แต่ปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobactor pylori

กลายเป็นจุดขายเลยครับ ขายดีจนขยายธุรกิจบรรจุกระป๋อง ส่งออกต่างประเทศ ด้วยพลังของเครื่องดื่มที่มีผลดีต่อสุขภาพ ตั้งแต่ปี 1902 จนถึงประมาณปี 1920 เข้าสู่เหตุการณ์สำคัญของโลกหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง คือ the Great Depression ภาวะเงินเฟ้อทั้งโลก ทำให้บริษัท Pepsi-Cola ของ Bradham ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าน้ำตาลจนเกิดหนี้สินและล้มละลายในปี 1923

แต่ก็มีนักลงทุนเข้ามาซื้อกิจการ คราวนี้ทำตลาดโดยใช้ รสชาติ ความสดชื่น ความหวาน ความซ่า และเป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนแปลงเครื่องหมายการค้ามาหลายครั้ง เปลี่ยนแปลงสูตรมาหลายครั้งจนมาเป็นแบรนด์ Pepsi ในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้ชูเรื่องดื่มเพื่อลดอาการ dyspepsia อีกเลยครับ

อาจเป็นรูปภาพของ 6 คน

12 มีนาคม 2565

germ cell tumor

 ที่บ้านของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ภรรยาขาดประจำเดือนมาหนึ่งสัปดาห์ จึงซื้อชุดตรวจครรภ์มาตรวจเอง ผลปรากฏเป็นลบ

ภรรยา : ว้า เป็นลบอีกแล้ว อดไปอีกครั้ง

สามี : ผมว่าคุณตรวจเร็วไปนะ รออีกสักสองสามสัปดาห์ดีกว่า

ภรรยา : หรือเราไปซื้อยี่ห้ออื่นมาตรวจไหม เผื่ออันนี้มันไม่ดี

สามี : แหม ยากนะคุณ ไหน..มาลองเอาอีกอันมาสิ ลองมาตรวจกับผมสิ ถ้าบวกแสดงว่าไม่น่าเชื่อแน่ ๆ

ภรรยา : คุณนี่ก็พิเรน อ้าว..จะเอาไปไหน

สามีหายเข้าไปในห้องน้ำสักครู่ แล้วเดินหัวเราะออกมา : โอ๊ย คุณ โยนทิ้งไปเหอะ อันนี้เชื่อไม่ได้ ขนาดผมตรวจผลยังเป็นบวกเลย

หยุด..!!! อย่าเพิ่งทิ้ง และอย่าเพิ่งหัวเราะ การตรวจตั้งครรภ์เป็นบวก ในหญิงที่ไม่ตั้งครรภ์หรือในผู้ชาย อาจจะไม่ใช่ชุดตรวจผิดพลาด คุณอาจมีความผิดปกติที่มีฮอร์โมน HCG สูงผิดปกติก็ได้นะ วันนี้จะพาไปรู้จักกับ germ cell tumor

Germ Cell คือเซลล์สืบพันธุ์ของมนุษย์ มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ที่เราพบในสุภาพบุรุษคือ มะเร็งของอัณฑะ ที่แบ่งเป็น seminoma กับ non-seminoma ที่ควรทราบเพราะว่ามะเร็งอัณฑะทั้งสองแบบนี้ตอบสนองดีมากต่อการให้ยาเคมีบำบัด และในระยะต้นหากให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการผ่าตัด การพยากรณ์โรคจะดีมาก ๆ เรียกว่า น่ารักษามากครับ ถึงแม้ระยะแพร่กระจายก็ยังน่ารักษาอยู่ดี

มะเร็งอัณฑะเป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อยนัก อาการก็ไม่มาก ไม่เจ็บไม่ปวด พบบ่อยคืออัณฑะโตขึ้น แข็งขึ้น แต่จะโตช้า ๆ แต่หลายรายก็ไม่มีก้อนที่อัณฑะ ไปเจอก้อนที่อื่น ในช่องท้อง ในช่องอก หรือแม้แต่ในสมอง ข้อสังเกตคือมักจะพบก้อนที่อวัยวะแนวกลางลำตัว และต้องคิดถึงโรคนี้หากมีก้อนแนวกลางลำตัว ในสุภาพบุรุษอายุไม่มาก และไม่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่จะเกิดมะเร็งชนิดอื่นใด

การวินิจฉัยมะเร็งชนิดนี้ยังต้องอาศัยการตัดชื้นเนื้อ แต่ข้อพิเศษของมะเร็งชนิดนี้คือ จะหลั่งสารบ่งชี้มะเร็ง tumor marker ที่ค่อนข้างเฉพาะคือ HCG (human chorionic gonadotropin) และ AFP (alpha fetoprotein) และอีกหนึ่งชนิดแต่อาจไม่จำเพาะนักคือ (testicular) LDH

มะเร็งชนิดอื่นก็หลั่งสารพวกนี้ได้นะครับ เช่นมะเร็งตับก็หลั่ง AFP มะเร็งปอดบางชนิดก็หลั่ง HCG แต่สองมะเร็งนั้น เราก็สงสัยจากการตรวจแบบอื่น มะเร็งอัณฑะ หรือมะเร็งไม่ทราบชนิดในชายอายุไม่มาก เราก็จะตรวจสารบ่งชี้มะเร็งสองชนิดนี้ หากขึ้นสูงมาก ให้สงสัยไว้ และหาทางพิสูจน์แยกโรคให้ได้ เพราะว่ามันตอบสนองดีมากต่อการรักษานั่นเอง

 HCG ขึ้นเดี่ยว ๆ มักจะคิดถึง seminoma

 HCG ขึ้นคู่ AFP มักจะคิดถึง non-seminoma

 แต่ก็อาจมีเซลล์ทั้งสองแบบผสมกันได้

ปกติต้องมี HCG มากพอประมาณจึงตรวจพบได้ในปัสสาวะครับ หญิงตั้งครรภ์ก็ต้องมี HCG จากรกมากพอ ซึ่งการตั้งครรภ์จะเพิ่มการหลั่ง HCG เป็นหลายพันเท่าถึงหมื่นเท่าของปกติ ก็จะพบในเลือดและในปัสสาวะ ส่วนในชายปกติแทบจะไม่มี HCG เพราะฉะนั้นการตรวจพบในปัสสาวะจึงสำคัญครับ (ถ้าชุดตรวจไม่เอ๋อนะครับ) แต่ไม่สามารถใช้การตรวจการตั้งครรภ์จากปัสสาวะ ในการคัดกรองมะเร็งอัณฑะได้นะครับ เพราะบางชนิดก็หลั่ง HCG น้อย บางชนิดก็ไม่หลั่งเลย เราใช้การวัดระดับในเลือด ถ้าพบจากการตรวจปัสสาวะแสดงว่ามันเยอะล่ะครับ

ส่วนการคลำอัณฑะ ไม่ไวพอที่จะตรวจมะเร็งในระยะเริ่มนะครับ คุณผู้ชายก็ไม่ต้องให้คนข้าง ๆ ตัว คลำเพื่อตรวจมะเร็งนะครับ ไม่เจอหรอก แต่ถ้าให้คนไกลตัวคลำ อันนี้อาจตายเร็วกว่ามะเร็งครับ

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

บทความที่ได้รับความนิยม