18 กุมภาพันธ์ 2565

C-RP กับโควิด

 C-RP กับโควิด

เราพยายามหา 'predictor' ที่ดี ที่จะมาทำนายผู้ป่วยโรคโควิด-19 ว่ารายไหนจะรุนแรง หนึ่งในความพยายามนั่นคือ การตรวจเลือดหาสาร C-Reactive Protein (C-RP)

ปกติสารนี้จะเพิ่มเวลาร่างกายมีการอักเสบ มีความตึงเครียด (stress) ที่ไม่ได้เป็นการติดเชื้อเสมอไป เช่นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ก็ขึ้นสูง มีการศึกษาความสัมพันธ์ของสารนี้กับความรุนแรงของโควิด โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เริ่มป่วย เพราะ C-RP จะเริ่มขึ้นสูงตั้งแต่ 8 ชั่วโมงแรก และไปสูงสุดที่ 36-48 ชั่วโมง

มีการศึกษาแบบเฝ้าสังเกตไปข้าวหน้าและเก็บข้อมูลย้อนหลังอยู่หลายที่ หลายประเทศ มีงาน meta analysis ออกมามาก สรุปได้ว่า ถ้า C-RP สูง ก็จะสัมพันธ์กับโรครุนแรงเช่น เข้ารักษาโรงพยาบาลหรือในไอซียู โดยค่ามัธยฐานที่แต่ละการศึกษาพบจะอยู่ที่ประมาณ 110-160 แต่นี่คือ มันรุนแรงนะ

แล้วจะใช้เกณฑ์ประมาณเท่าไรที่บอกว่าควรเฝ้าระวัง ตอนที่ยังไม่รุนแรง ตัวเลขหลายการศึกษาออกมาค่อนข้างแคบที่ 40-50 หากต่ำกว่านี้ โอกาสเกิดโรครุนแรงจะน้อย แต่ถ้าสูงกว่านี้ต้องเฝ้าระวังให้ดี และถ้ายิ่งสูงมาก โอกาสโรครุนแรงก็มากขึ้นไปด้วย

แต่...รูปแบบการศึกษายังไม่ดีนัก มีความโน้มเอียงและตัวแปรปรวนมากมาย ไม่ใช่แค่ C-RP แต่ยังรวมถึ
ง predictors อื่น ๆ ที่ยังสรุปไม่ชัดเจนยังไม่มีค่าที่เป็นตัวชี้วัดที่แม่นพอ การติดตามอาการโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงจึงสำคัญมาก

สำหรับผมมองว่า ค่านี้ถ้าตรวจภายในสองสามวันแรก แล้วไม่สูง (ต่ำกว่า 40-50) ก็น่าจะพออุ่นใจได้ว่า โรคไม่รุนแรง แต่ถ้าค่าสูงกว่านี้ อาจเกิดจากโรครุนแรง อาจเกิดการติดเชื้อร่วมอย่างอื่น หรือการอักเสบอย่างอื่น ไม่ว่าจะเฉียบพลันหรือเรื้อรัง ซึ่งต้องเฝ้าระวังอยู่แล้ว ค่าสูงจึงทำได้เพียงเฝ้าระวังครับ

ระวังอะไร

ระวังตกหลุมรักเธอคนนี้ Bae Suji

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

อีกความหวังในการรักษา myasthenia gravis

 อีกความหวังในการรักษา myasthenia gravis

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Myasthenia Gravis เกิดจากความบกพร่องในขั้นตอนการสื่อสารระหว่างปลายประสาทและกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) อธิบายคร่าว ๆ ดังนี้

กระแสประสาทมาถึงปลายเส้น จะหลั่งสารสื่อประสาท acetylcholine ไปจับกับตัวรับที่กล้ามเนื้อเรียกว่า nicotinic AcetylCholine Receptor (AChR) เมื่อจับกับตัวรับ ทำให้เกิดการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ทำงานตามสั่งต่อไป หลังจากนั้น เอนไซม์ที่ช่องว่างปลายประสาทและกล้ามเนื้อจะถูกทำลายด้วยเอนไซม์ AcetylCholine Esterase (AChE) เพื่อไม่ให้กระตุ้นมากไป

เวลาเกิดโรค MG (กลไกส่วนใหญ่) คือมีแอนติบอดีของเรา ไปจับกับ AChR พอไปจับเสร็จ มันก็ไม่สามารถทำหน้าที่เดิมของมันได้คือ ต้อนรับ acetylcholine ก็ไม่เกิดการทำงานของกล้ามเนื้อ แย่ไปกว่านั้น พอแอนติบอดีจับกับ AChR มันก็จะพากันเข้าเซลล์ไป บางส่วนก็ถูกทำลาย ยิ่งทำให้โรคแย่ลงอีก ลักษณะสำคัญของโรคคือ ในตอนแรกที่กระตุ้นใหม่ ๆ ยังพอทำงานได้เพราะ acetylcholine มีมาก แต่พอใช้งานนาน ๆ acetylcholine เริ่มหมด ตัวรับก็ถูกจับทำลาย มันเลยอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เมื่อใช้งานซ้ำ ๆ นาน ๆ นั่นเอง

เวลาเรารักษา เราใช้ยาไปยับยั้ง AChE เมื่อการทำลายสารสื่อประสาทลดลง มันอยู่นานขึ้น ก็กระตุ้นได้มากขึ้น อีกวิธีที่รักษาคือ การลดแอนติบอดีด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น ยากดภูมิ สเตียรอยด์ การผ่าตัดไทมัส

ตอนนี้มียาใหม่ออกมารักษา เป็นโปรตีนที่ไปจับกับแอนติบอดีต่อ AChR ก็คือไอ้ตัวก่อโรคนั่นเอง ทำให้การรักษาตรงจุด ไม่ไปก่อความเสียหายกับโปรตีนหรืออวัยวะอื่น ๆ คือยาว่า 'efgartilimod alfa-fcab' ขอเรียกสั้น ๆ ว่ายาใหม่แล้วกัน ยาใหม่นี้จึงมีข้อบ่งใช้ในรายที่ตรวจพบ AChR antibody ซื่งส่วนมากจะเป็น MG ทั้งตัว (ส่วนที่เกิดจากแอนติบอดีอื่นเช่น MuSK อันนี้ใช้ไม่ได้)

มีผลการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็น MG แบบทั้งตัวและมีแอนติบอดีต่อ AChR 167 ราย ให้ยามาตรฐานทุกราย แล้วแบ่งเป็นให้ยาใหม่เทียบยาหลอก 26 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มยาใหม่มีการใช้ชีวิตประจำวันที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน (คะแนนดีขึ้นสองคะแนนอย่างน้อย 4 สัปดาห์) 68% เทียบกับ 30% แต่เป็นการศึกษาขนาดเล็ก และไม่ได้ให้เป็นยาตัวแรก ดังนั้นยังต้องรอการศึกษาอื่น ๆ แบบเดียวกันเพิ่มเติมอีก (jama. 2022;327(5):417)

นับวันการรักษาจะมุ่งเป้าและเป็นเป้าที่แม่นยำสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ precision medicine era is coming to town

อาจเป็นรูปภาพของ แมวเปอร์เซีย และ สถานที่ในร่ม

16 กุมภาพันธ์ 2565

ความรู้ใหม่ทางอายุรศาสตร์ (emerging knowledge in internal medicine)

 วันนี้มีหนังสือใหม่ส่งมาพร้อมกันสามเล่มครับ เอาเป็นว่ามาพรีวิวก่อนนะครับ เปิดดูคร่าว ๆ

สองเล่มแรกเป็นชุดตำราจากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ในชื่อ ความรู้ใหม่ทางอายุรศาสตร์ (emerging knowledge in internal medicine)

เนื้อหาข้างใน ไม่ได้เป็นตำราอายุรศาสตร์แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่เป็นหัวข้อคำถามที่เราสงสัยจริงในชีวิตการทำงาน เช่น
- ไตเสื่อมเมื่อไรจะฟอกเลือด
- ยาใหม่ในการรักษาไวรัสตับอักเสบบีมีอะไรบ้าง
- การรักษาแบบมุ่งเป้าหมายในโรคเกาต์ ทำอย่างไร
- ภาวะลิ่มเลือดดำอุดตันในโควิด
- การใส่อุปกรณ์ในโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจะใส่เมื่อไร

ไม่ได้ยกเป็นหัวข้อโรคและบรรยาย ทำให้อ่านแล้ว 'ได้' อะไรติดตัวไปจากคำถามแน่ ๆ

เป็นความรู้ใหม่ อัพเดตทันสมัย ในโลกยุคใหม่ และจากมุมมองอาจารย์ผู้แต่งที่เป็นเจนเนอเรชั่นปัจจุบัน และ อนาคต

เรียกว่าสมชื่อ emerging knowledge ครับ

สองเล่ม เล่มละ 500 บาท ก็ห้าร้อยกว่าหน้าเช่นกัน กระดาษดี คุ้ม ผมสั่งซื้อพรีออเดอร์ในช่วงงานประชุมราชวิทยาลัย เลยได้ราคาพิเศษ

ตอนนี้สั่งซื้อได้ที่นี่

http://www.rcpt.org/onlineshop/shop/list.php

อีกเล่มเป็นผลงานของ อ.ภิญโญ ศรีวีระชัย จากศูนย์บริรักษ์ศิริราช ผู้ฝากผลงานนิยายการแพทย์ในแง่การดูแลองค์รวม และระยะท้ายแห่งชีวิต มาแล้วสองเล่มคือ 'มรณเวชกรรม' และ 'การุณยฆาต' ที่สนุกและซึ้งใจมาก แถมเขียนซับซ้อนซ่อนเงื่อนน่าติดตามด้วย

เล่มที่สามนี้กับ mutatis mutandis ยังไม่ได้อ่าน แต่เชื่อมืออาจารย์ครับ

คราวนี้เป็นเรื่องยาวแล้ว เป็นหนังสือรางวัลพล็อตเรื่องยอดเยี่ยมด้วย เดี๋ยวจบแล้วจะมาเล่าครับ

สั่งซื้อกับอาจารย์ได้โดยตรง ราคาปก 425 บาท ทางเฟซบุ๊ก @Pinyo Sriveerachai ครับ

หนังสือดี สามเล่มครับ

15 กุมภาพันธ์ 2565

คำแนะนำจาก CDC ในการต่อสู่โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ประกาศเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2022

 คำแนะนำจาก CDC ในการต่อสู่โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ประกาศเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2022

1. โอมิครอนติดต่อง่ายมาก ถึงแม้จะติดเชื้อไม่มีอาการก็ติดต่อได้ง่าย

2. ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการ หรืออาการน้อยมาก และส่วนที่อาการหนักหรือรุนแรง มักจะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับ 'วัคซีนตามกำหนด'

3. คำว่า 'วัคซีนตามกำหนด' คือ รับวัคซีนตามมาตรฐานสองเข็ม และได้รับเข็มกระตุ้นตามกำหนดของศูนย์ควบคุมโรค

4 สำหรับคนอายุ 5-11 ปี ต้องรับวัคซีนสองเข็ม

5. สำหรับคนอายุ 12 ปีขึ้นไป รับวัคซีนสองเข็มและเข็มกระตุ้น (ขณะนี้คือเข็มสาม ในอนาคตอาจมีเข็มต่อไป)

6. การใส่หน้ากากอนามัย ความสำคัญคือใส่ให้กระชับพอดีที่สุด สัมผัสหน้ากากให้น้อยที่สุด

7. สำหรับคนที่ยังไม่ได้รับ 'วัคซีนตามกำหนด' ตามข้อ 3 และอายุมากกว่า 2 ปี แนะนำให้ใส่หน้ากากเมื่อออกนอกบ้าน

8. สำหรับบุคคลทั่วไปที่รับ 'วัคซีนตามกำหนด' แล้ว แนะนำใส่หน้ากากหากเข้าสู่พื้นที่การระบาดสูง

9. บุคคลทั่วไปที่ต้องใกล้ชิดกับคนสามกลุ่มนี้ แนะนำใส่หน้ากากอนามัย

ภูมิคุ้มกันผิดปกติ

คนที่เสี่ยงเป็นโรครุนแรงหากติดเชื้อ (คือกลุ่มโรคประจำตัวรุนแรง)

คนที่ยังไม่ได้รับ 'วัคซีนตามกำหนด' ไม่ว่าจะยังไม่ได้รับเลย หรือยังรับไม่ครบก็ตาม

10. ถ้าจะทำการทดสอบตรวจแอนติเจนเอง เมื่อผลบวกให้รีบแยกตัวออกเพื่อลดการกระจายก่อน แล้วจึงติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อยืนยันผลและรับคำแนะนำ

จะเห็นว่าเรื่องการฉีดวัคซีนสำคัญเป็นอันดับต้น รองมาคือ ระวังในกลุ่มคนเปราะบาง ส่วนเรื่องการล้างมือหรือเว้นระยะตามสมควร เรื่องนี้ถือเป็นมาตรฐานไปแล้ว ไม่ต้องมากล่าวซ้ำอีก แต่ส่วนตัวผมยังเห็นว่าการล้างมือสำคัญมาก และเรายังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

อ้อ..ประกาศนี้มีผลเฉพาะที่สหรัฐอเมริกานะครับ

ภาพ : ซาดิโอ มาเน่ นักเตะเซเนกัลแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์ชาติแอฟริกา และ แชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2020-2021 จากทีมสีแดงที่ยิ่งใหญ่ ...กว่าอีกทีมนึง

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความ

14 กุมภาพันธ์ 2565

ช็อกโกแลต

 คนที่ได้ช็อกโกแลตนม : พลังงาน 535 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม ไขมัน 30 กรัม คิดเป็น 38% ของปริมาณที่ต้องการต่อวัน โดยเป็นไขมันอิ่มตัวถึง 95%

คนที่ได้ช็อกโกแลตดาร์ค : พลังงาน 589 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม ไขมัน 55 กรัม คิดเป็น 55% ของที่ต้องการในแต่ละวัน เป็นไขมันอิ่มตัวเกือบทั้งหมด

คนที่ไม่ได้ช็อกโกแลต : สวัสดีครับเพื่อน เราไม่ทิ้งกัน มานั่งเกาหลังรวมกันตรงนี้นะ

อาจเป็นรูปภาพของ ของหวาน

บทความที่ได้รับความนิยม