19 พฤศจิกายน 2565

royal disease ตอนที่ 2

 ความเดิมตอนที่แล้ว หมอหนุ่มจากเอเชีย เดินทางข้ามทวีปเพื่อไปพบคุณหมอบอตสกิน สหายเก่าแก่สมัยเรียน จดหมายนั้นเขียนเป็นรหัส ในช่วงมหาสงครามโลก สหายเก่าของเขาน่าจะมีปัญหาสำคัญ !!

จดหมายของบอตสกิน เขียนด้วยลายมือของเขา ไม่ใช้รหัสลับ ลงวันที่เมื่อวานนี้ แสดงว่าบอตสกินน่าจะอยู่ใกล้ ๆ แต่มาพบไม่ได้ด้วยเหตุบางประการ เนื้อความในจดหมายนั้นระบุว่า เขากำลังดูแลคนไข้รายหนึ่งเป็นเด็กชาย มีปัญหาเข่าบวมทั้งสองข้างบ่อย ๆ เวลาบวมจะปวดมาก จนเดินแทบไม่ได้ มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ มาตั้งแต่อายุขวบกว่า ๆ และมีจ้ำเลือดตามตัวมากมาย แม้แต่ถูกกระแทกเล็กน้อยก็เกิดจ้ำเลือด บอตสกินไม่เคยพบโรคแบบนี้มาก่อน
แค่หนึ่งโรคที่แปลก ทำไมบอตสกินต้องการความช่วยเหลือของเขาขนาดนี้ เอาเถอะไม่เป็นไร ไหน ๆ ก็มาแล้ว หมอหนุ่มเปิดกล่องหนึ่งในหลาย ๆ กล่อง ที่ห่ออย่างดี และเขียนภาษารัสเซียเอาไว้ว่า "สหายรัก คุณควรดู"
ข้างในกล่องมีผ้าขนสัตว์หลายชั้นบรรจุอยู่ เพื่อกันความหนาวเหน็บของอากาศ กล่องขนาดใหญ่แต่ภายในบรรจุสิ่งของเพียงหนึ่งเดียว คือ หลอดแก้วใสที่ภายในบรรจุของเหลวสีแดงคล้ำ คุณหมอหนุ่มผู้เคยวิจัยเรื่องเลือดมามากมายบอกได้ทันทีว่า นี่คือเลือด แต่ที่เขาแปลกใจมากคือ ภายใต้สภาพอากาศเหน็บหนาว ระยะเวลาที่นานมากแล้ว แต่เลือดในหลอดยังคงไหลได้ ไม่แข็งตัวเป็นลิ่ม !!!
แสดงว่าเลือดนี้คือเลือดของคนไข้ของบอตสกิน ที่เขาส่งมาให้หมอหนุ่มจากเอเชียช่วยดูแลให้ คุณหมอหนุ่มผู้ตื่นเต้น สนใจหลอดแก้วนั้นจนลืมสังเกตว่าผ้าขนสัตว์หรูหรานั้นมีตราประทับแห่งราชวงศ์โรมานอฟอยู่ด้วย และกล่องที่ว่านี้ก็หรูหราเกินกว่าจะเป็นกล่องเก็บเลือดงานวิจัยทั่วไป บุหนัง ตัดเย็บอย่างดี และมีตราราชวงศ์โรมานอฟประทับอยู่เช่นกัน
หลายวันที่หมอหนุ่มขลุกกับเลือดนั้น เขาได้ลองเอาเลือดตัวเขาเองที่เมื่อเจาะเลือดแล้วตั้งทิ้งไว้ และจับตัวเป็นลิ่มในเวลาไม่นาน ลองผสมกับเลือดตัวอย่างของบอตสกิน พบว่าเลือดตัวอย่างของบอตสกินกลับมาจับตัวเป็นลิ่มได้อีกครั้ง
คุณหมอสันนิษฐานว่า ในเลือดตัวอย่างของบอตสกินน่าจะขาดสารอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เลือดไม่จับตัวแข็ง เขาเคยได้ยินเรื่องแปลก ๆ ของคำสาปในเถือกเถาเหล่ากอแห่งพระราชินีวิคทอเรียแห่งอังกฤษ ว่ากันว่าพ่อมดหมอผีจากแดนกาฬทวีปเป็นผู้สาปครั้งเมื่อพระนางไปเยือนแอฟริกาใต้ ทำให้บรรดาลูกหลานผู้ชายต้องคำสาปเลือดไหลจนตาย เนื่องจากแค้นใจจากการยึดครองดินแดนของจักรวรรดิบริเตน ที่แผ่อำนาจไปทั่วโลกยุคคริสตศตวรรษที่ 19
เย็นนั้น คุณหมอหนุ่มไปนั่งกินอาหารในเมือง จิบไวน์รัสเซียที่ลือว่าล้มช้างได้ ทันใดนั้นก็มีนายทหารรัสเซียสองคนเดินเข้ามาในร้าน พูดคุยกันเสียงดังโวยวาย หน้าแดงก่ำเพราะวอดก้ารัสเซีย เสียงดังโวยวายนั้น บังเอิญลอยมาเข้าหูคุณหมอที่นั่งฟังอย่างสงบเงียบ
"ยูรอฟสกี้ เราต้องจัดผ้าขนสัตว์เพิ่มอีกสักหน่อย ผ้าขนสัตว์ไม่พอ เจ้าชายอเล…" นายทหารคนนั้นหยุดพูด เพราะยูรอฟสกี้ยกมือเป็นสัญญาณให้หยุด
"เด็กคนนั้น อีกอร์ ใช้คำว่าเด็กคนนั้น" ยูรอฟสกี้กำชับ
"เด็กคนนั้นป่วยอีก เข่าและศอกบวมมาก ต้องนอนซม หมอบอกให้หาผ้าขนสัตว์นุ่ม ๆ มาปูและห่ม กันแปลกใจมาก ผ้าและสิ่งของต่าง ๆ หายไปไหนหมด" อีกอร์บ่น
"แกไปจัดหามา พรุ่งนี้จะมีรถเข้าเมืองใหญ่ ของจำเป็นต้องมี เบื้องบนสั่งมาว่าทุกอย่างต้องเรียบร้อย" ยูรอฟสกี้พูด แต่ไม่ทันได้คุยต่อ เจ้าของร้านก็ยกสำรับอาหารและวอดก้าชั้นดีมาอีก ทั้งอีกอร์และยูคอฟ ยูรอฟสกี้ ต่างสุขใจกับอาหารตรงหน้า ไม่ได้สนใจหมอหนุ่มคนหนึ่งที่แอบชำเลืองดูชื่อนายทหารทั้งสองและย่องออกไปเงียบ ๆ
เจ้าชายอเล… แม้เสียงที่อีกอร์พูดจะไม่จบประโยค แต่หาได้พ้นประสาทการได้ยินของหมอหนุ่มไม่

15 พฤศจิกายน 2565

royal disease ตอนที่ 1

 โซเวียต เมษายน 1918 ..

คุณหมอหนุ่มเดินทางไกลจากดินแดนเอเชีย เขาใช้เวลาไม่น้อยกว่าสี่เดือนเพื่อเดินเรือมาถึงมอสโคว ตามจดหมายของเพื่อเมื่อสมัยเรียนแพทย์ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อากาศหนาวเหน็บของโซเวียต รวมทั้งบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นอุปสรรคสำคัญของเขา แต่จดหมายจากยูจีน บอตกิน ที่บอกว่าเรื่องนี้สำคัญมากทำให้เขาต้องมา และที่ยืนยันว่าสำคัญมากเพราะจดหมายนี้เขียนเป็นรหัส และถูกส่งผ่าน "ผู้ส่งสาร" หลายคน ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้ว่า นี่คือสถานการณ์ที่ไม่ปรกติ
เขามีเพื่อนหลายคนอยู่ที่มอสโคว ชายหนุ่มผู้พูดภาษารัสเซียได้คล่องแคล่ว นั่งในห้องโถงโรงแรม รอเพื่อนของเขา และนั่งครุ่นคิดอย่างหนักเรื่องความปลอดภัยของตัวเขาเอง ก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่ รัสเซียโดยกองทัพพระเจ้าซาร์เจ้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่หลังจากที่เขามาถึงพวกบอลเชวิก ได้ล้มล้างการปกครองระบบกษัตริย์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1918 ขณะที่กองทัพของพระเจ้าซาร์ยังทำสงครามในยุโรปตะวันตก เลนินและทรอสกี้ได้สถาปนาการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ที่เขายึดมั่นว่าจะพาประเทศรัสเซียไปรอด รวบรวมดินแดนก่อตั้งเป็นสหภาพโซเวียต
เลวานดอฟสกี้ (ขอโทษ คิดชื่ออื่นไม่ออก) เดินเข้ามาในล็อบบี้ พร้อมพาหมอหนุ่มจากแดนไกลออกจากโรงแรมไปยังสถานีรถไฟ
"ฉันคิดว่านายคงต้องเดินทางอีกไกลนะสหาย การเดินทางนี้เป็นความลับ นายจะได้รับความสะดวกจากสายของเราเป็นระยะ สัญลักษณ์ของเราคือกุหลาบขาวที่เหน็บไว้บนอกขวา นายจำไว้ อย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ตอนนี้นายเป็นแค่ทนายที่มาดูแลทรัพย์สินในช่วงสงคราม"
คำพูดที่เลวานดอฟสกี้พูด ช่างลึกลับ หมอหนุ่มรู้ว่ายูจีน บอตสกิน เป็นหมอที่อยู่ในราชสำนักของพระเจ้าซาร์ตั้งแต่ปี 1908 และได้รับความไว้วางใจจากมเหสีคู่บัลลังก์เป็นอย่างมากและมีอำนาจพอสมควร หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขาไม่ได้รับข่าวจากบอตสกินอีกเลย เลวานดอฟสกี้บอกว่า เขาเป็นผู้ประสานงานของเครือข่ายใต้ดิน ที่บอตสกินติดต่อมาให้พาตัวเขามาให้ได้
การเดินทางโดยรถไฟช่างยาวนาน อากาศก็เหน็บหนาว ต้องมีการต่อสายรถไฟถึงสองครั้ง ทุกครั้งจะมีผู้ชายเสื้อสีดำเหน็บกุหลาบขาวมาช่วยดำเนินการให้ และย้ำทุกครั้งว่าอย่าพูดกับใคร และอย่าไว้ใจใคร
จนมาถึงเมืองเอคาเทอรินเบิร์ก (Yekaterinberg ในปัจจุบัน) กลุ่มกุหลาบขาวได้จัดที่ทางให้เขาได้พักในบ้านหลังหนึ่งใกล้ชายป่า หมอหนุ่มสังเกตว่าแม้เมืองนี้จะเล็กและเงียบ แต่กลับมีทหารอยู่มากมาย มากเกินกว่าจะเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ไร้ความสำคัญ และเขาก็สังเกตเห็นทหารรักษาความปลอดภัยอยู่อย่างเข้มแข็งรายรอบบ้านหลังหนึ่ง กำแพงสูง หรือนั่นคือที่มั่นทางทหาร จุดสำคัญของสงครามโลกของรัสเซีย คืนนั้นแม้มีปริศนามากมายในใจแต่ชายหนุ่มก็หลับไปด้วยความเหนื่อยเพลีย
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ทำอาหารเช้าง่าย ๆ จากวัตถุดิบที่พอมีในครัว เขาได้ยินเสียงคนมาวางของไว้ที่หน้าบ้าน เมื่อเปิดประตูออกเขาพบกลุ่มชายชุดดำ ติดกุหลาบขาว ขนสิ่งของมากมายพร้อมจดหมายหนึ่งฉบับ มาวางที่หน้าประตู ก่อนกลับบอกเขาว่า "นี่คือของจำเป็นของคุณ พยายามทำตัวไม่ให้น่าสงสัย ลาก่อน"
เขาไม่รู้ว่าหีบข้าวของที่มีผ้าคลุมนั้นคืออะไร แต่จดหมายนั้นเป็นของบอตสกิน !!

social jet lag

 social jet lag

Social Jet Lag คือ ปรากฏการณ์ที่นาฬิกาชีวภาพของร่างกายถูกรบกวนจากพฤติกรรม นอนผิดเวลาในช่วงสุดสัปดาห์คือ นอนดึกตื่นเที่ยง หรือนอนเช้าตื่นบ่าย ซึ่งไม่ใช่การนอนตามเดิมคนนั้น (ในกรณีคนนั้นนอนหัวค่ำตื่นเช้า)
มันจะไปรบกวนชีวิตประจำวันมากมาย โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องกลับไปทำงานในวันจันทร์ ทำให้เหนื่อยล้ามาก และนักวิจัยหลายคนเชื่อว่ามีผลต่ออัตราการเสียชีวิต แต่ยังไม่มีบทพิสูจน์ชัดเจน
ส่วนมากจะเกิดเวลาไปปาร์ตี้คืนศุกร์หรือลากยาวไปคืนเสาร์ นั่นหมายความถึง ดูบอลสุดสัปดาห์ ต่อเนื่องด้วย มันจะล้ามาก แต่...
นอกจากการไปปาร์ตี้ หรือนอนผิดเวลามาก ๆ คือคำนึงถึง "เวลา" อย่างเดียวไม่พอ social jet lag ยังเกิดจากพฤติกรรมการกินผิดเวลาซึ่งก็มากับปาร์ตี้เช่นกัน โดยเฉพาะอาหารคาร์บสูง พลังงานสูงและแอลกอฮอล์ ดังนั้น หนึ่งวิธีในการดูบอลดึก ๆ ให้มีสุขภาพดี คือ กินอิ่มตามเวลา อย่าหาของไปเคี้ยวกินเวลาดูมากนัก อาจจะจิบน้ำเปล่าถ้ากระหายน้ำได้
จะช่วยลดอาการ social jet lag ได้ครับ

12 พฤศจิกายน 2565

Sciatica ปวดหลังร้าวลงขา

 Sciatica ปวดหลังร้าวลงขา

อาการปวดหลังแถว ๆ เหนือก้นแล้วร้าวแปลบเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งลงมาตามท่อนขา ลงต่ำลงไปได้ถึงข้อเท้าเลย อาการอาจจะเกิดเองได้ แต่มักจะเกิดเวลาก้มหลัง หรือเดินต่อเนื่องระยะทางหนึ่ง
อาการปวดนี้เกิดจากเส้นประสาทไซอาติก (sciatic nerve) ถูกกดเบียด และหมายรวมถึงเส้นประสาทสันหลังส่วนเอวหลาย ๆ เส้นที่มารวมกันเป็นเส้นประสาทไซอาติกถูกกดเบียดด้วยเช่นกัน เกิดอาการแบบเดียวกัน เส้นประสาทไขสันหลังที่มารวมกันเป็นเส้นประสาทไซอาติกคือ เส้นประสาทไขสันหลังส่วนเอวเส้นที่ 4 และ 5 รวมกับเส้นประสาทไขสันหลังส่วนก้นกบ เส้นที่ 1-3
จะเห็นว่ามีหลายเส้นมาก ทำให้อาการ sciatica เกิดได้จากหลายจุด ตำแหน่งการเกิดโรคก็หลายตำแหน่ง เพราะเส้นประสาทไซอาติกยาวมาก มีจุดที่จะเกิดการกดเบียดได้มากมาย รวมทั้งเป็นเส้นประสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของมนุษย์ มาจากหลายแหล่งรวมกันที่แต่ละแหล่งก็ถูกกดเบียดได้ง่ายเช่นกัน จึงเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงกับระดับเส้นประสาทที่บาดเจ็บ ต้องซักประวัติและตรวจร่างกายแยกระดับต่อไป และสุดท้ายอาจต้องถ่ายภาพเอ็กซเรย์หรือตรวจ MRI เพื่อยืนยันการวินิจฉัยจากประวัติและการตรวจร่างกาย
สาเหตุการเกิด sciatica ส่วนใหญ่เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังไปกดทับเส้นประสาทที่ระดับรูเปิดของเส้นประสาทที่ออกมาจากไขสันหลัง (มักเป็นหลายระดับ) ส่วนน้อยเกิดจากการกดเบียดของกระดูกสันหลังที่เสื่อมลง ไปเบียดตัวเส้นประสาทเส้นใดเส้นหนึ่ง
การแก้ไขก็ต้องพิจารณาว่าต้องผ่าตัดหรือไม่ โดยศัลยแพทย์กระดูกและข้อหรือ หมอออร์โธ สุดหล่อแห่งวงการแพทย์ หากยังไม่ต้องผ่าตัดก็ใช้การกายภาพบำบัด การใส่อุปกรณ์พยุงหลัง การใช้ยาลดปวดต้านการอักเสบ ยารักษาปลายประสาทอักเสบ
ปวดหลัง อาการธรรมดาที่ไม่ธรรมดานะครับ

11 พฤศจิกายน 2565

ยาและการรักษาบางชนิด ที่เพิ่มโอกาส "ไม่แข็งตัว" และสมรรถภาพทางเพศ "ลดลง"

 มียาและการรักษาบางชนิด ที่เพิ่มโอกาส "ไม่แข็งตัว" และสมรรถภาพทางเพศ "ลดลง"

ไม่ได้หมายความว่า ยาทำให้เกิดโดยตรง แต่มันเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะอาการสมรรถภาพลดลงหรือไม่แข็ง มีหลายปัจจัย
1. ยาจิตเวช เยอะมากเกือบทุกตัว โดยเฉพาะ ยาต้านซึมเศร้า
2. ยาลดกรด กลุ่ม H2 blocker เช่น ranitidine, cimetidine
3. ยาลดความดัน เน้นสองกลุ่ม คือยาขับปัสสาวะ thiazide และยาต้านเบต้า -olol ทั้งหลาย
4. ยา tranquillizers เช่น diazepam, lorazepam
จริง ๆ มีอีกหลายตัวนะครับ แต่ที่ยกมาคือมีหลักฐานสนับสนุนมากและพบบ่อย เป็นยาที่ใช้บ่อยด้วย
ฝั่งคุณผู้หญิงก็เจอได้นะ แต่น้อยกว่าคุณผู้ชายมากเลย
ถ้าคิดว่ายามีส่วน ก็ลองทบทวนข้อดีข้อเสียและปรับเปลี่ยนยาได้ครับ แต่อย่างที่กล่าวผลของยาแค่บางส่วนเท่านั้น ต้องไปแก้ไขประเด็นอื่นด้วย และรวมถึงโรคเรื้อรังหลายโรคก็เป็นเหตุ เช่น เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือตัวโรคจิตเวชเองก็เป็นสาเหตุด้วย
และไม่ได้หมายความว่าต้องเลี่ยงยา หรือห้ามใช้ยาดังกล่าวนะครับ เมื่อจำเป็นก็ใช้และติดตามผลก็ได้ จะแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาครับ

บทความที่ได้รับความนิยม