22 มิถุนายน 2563

การลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งตับ

การลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งตับ
จากข่าวการเสียชีวิตของคุณศรัณยู วงษ์กระจ่าง นักแสดงเจ้าบทบาทด้วยโรคมะเร็งตับ ทำให้มีความสนใจเรื่องมะเร็งตับกันอย่างแพร่หลาย
มะเร็งตับยังเป็นมะเร็งที่แทบไม่มีอาการในระยะแรก และเมื่อมีอาการส่วนมากจะเข้าสู่ระยะท้ายของโรคแล้ว หลายคนเมื่อทราบอาการก็อาจจะแพร่กระจายไปแล้วด้วย เทคโนโลยีและการศึกษาในปัจจุบันบอกพวกเราว่า การคัดกรองมะเร็งตับเพื่อตรวจหามะเร็งในระยะแรก ยังไม่คุ้มค่าและไม่มีความไวความจำเพาะมีมากพอ ปัจจุบันจึงมีแนวทางเพื่อลดความทุกข์ทรมานและลดความสูญเสียจากมะเร็งตับคือ
● ลดปัจจัยเสี่ยงที่พึงลดได้
● เฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับในผู้ที่มีความเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยงที่พึงลดได้ในปัจจุบันคือ
1. ไวรัสตับอักเสบบี ควรทราบสถานะไวรัสตับอักเสบของตัวเอง ติดตามและรักษาหากพบว่าติดเชื้อ และสวมถุงยางเมื่อมีเพศสัมพันธ์ การรักษาไวรัสตับอักเสบบีจะช่วยลดการเกิดตับแข็งได้ดี ตับแข็งและมะเร็งตับคือผลแทรกซ้อนสำคัญของไวรัสตับอักเสบบี
2. ไวรัสตับอักเสบซี ควรทราบสถานะไวรัสตับอักเสบซีของตัวเอง และสนับสนุนให้รักษาหากเข้าเกณฑ์ เพราะผลการรักษาดีมาก ลดการเกิดมะเร็งตับ
3. เลิกเหล้า ลดเหล้า แม้ว่าแอลกอฮอล์จะไม่ใช่สาเหตุอันดับหนึ่งของมะเร็งตับ แต่เนื่องจากปริมาณคนที่ดื่มเหล้ามีมากมาย ปัญหาแอลกอฮอล์จึงสำคัญมาก การลดเหล้าเลิกเหล้าจะช่วยลดการเกิดตับแข็ง ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับ
4. รักษาสุขภาพโดยรวม ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ลดของมัน จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคไขมันพอกตับ และตับอักเสบจากไขมัน อันเป็นปัจจัยเสี่ยงอันหนึ่งของการเกิดมะเร็งตับ
5. ระมัดระวังการรับสาร aflatoxin และ aristolochic acid ประเด็นนี้อาจต้องอาศัยนโยบายทางปกครองและข้อกฎหมาย เพราะสารนี้จะพบปนเปื้อนในธัญพืชที่มีความชื้นสูง และน้ำมันธัญพืช มันสำปะหลัง พวกเราอาจจะระมัดระวังได้โดยการเก็บอาหารจากธัญพืชให้แห้ง หลีกเลี่ยงความชื้น
การเฝ้าระวังมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยง (Hepatocellular Carcinoma Surveillance)
ย้ำนะ ... **ไม่ใช่การคัดกรอง เพราะการคัดกรองจะทำกับคนทุกคน แต่นี่คือการเฝ้าระวัง คือเราจะทำเฉพาะในคนที่มีโอกาสเสี่ยงการเกิดมะเร็งตับ เช่น โรคตับแข็ง โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โรคความผิดปกติจากพันธุกรรมหรือตั้งแต่กำเนิด
โดยการใช้ภาพรังสี ที่ได้รับความนิยมเพราะมีความไว ไม่รุกล้ำ ราคาไม่แพง และทำได้ทุกที่ คือการตรวจอัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง ส่วนการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอ็มอาร์ไอ อาจจะเลยจุดคุ้มทุนในกรณีทั่วไป เลือกทำเพียงบางคน
อีกวิธีคือ การตรวจหาสาร AFP ในผู้ที่เสี่ยงเท่านั้น ซึ่งต้องตรวจต่อเนื่องกันทุกปี *** ย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช้ AFP เพื่อคัดกรองมะเร็งตับในคนปรกติอย่างเด็ดขาด และถึงแม้ในคนที่เสี่ยงเป็นมะเร็ง การพบ AFP ในระดับสูงเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถวินิจฉัยมะเร็งได้เช่นกัน ***
ส่วนปัจจัยทางพันธุกรรม โรคแต่กำเนิด ความเสี่ยงทางยีน อันนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา และถึงแม้พบจริงก็อาจปรับเปลี่ยนได้ยากครับ
"ทำปัจจุบันขณะให้ดีก่อนเสมอ"
ขออุทิศผลแห่งกรรมดีที่เกิดจากบทความนี้ให้ คุณศรัณยู วงษ์กระจ่าง

21 มิถุนายน 2563

หนึ่งปีแสนสุขในโปรวองซ์ (A Year in Provence)

หนึ่งปีแสนสุขในโปรวองซ์ (A Year in Provence) เรื่องราวแสนสุขจริง ๆ โดยเฉพาะผู้ชื่นชอบอาหารฝรั่งเศส
หนังสือเล่มนี้ เคยมีแฟนเพจสาวสวยนักอ่านท่านหนึ่งเคยแนะนำ (ป้ายยา) เอาไว้ ผมเก็บเอาไว้ใน to read list แต่เนื่องจากหนังสือไม่มีพิมพ์ใหม่ จึงไม่ได้อ่านสักที จนเมื่อได้เห็นคนวางจำหน่ายในเพจหนังสือมือสอง ยาป้ายก็ทำงานทันที ... กดสั่งในราคาร้อยบาทนิด ๆ
หนังสือเขียนโดย Peter Mayle แปลไทยโดยนักแปลนิยายรักโรแมนติกชื่อดัง คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ โดยสำนักพิมพ์โพสต์พับลิชชิ่ง ราคาปก 195 บาท ขนาดเอห้า 263 หน้า
หนังสือบอกเล่าเรื่องราวของคู่แต่งงานชาวอังกฤษ ที่ย้ายมาในชนบทตอนใต้ของฝรั่งเศส ดินแดนแห่งทุ่งวาเลนเดอร์และไร่องุ่น เมื่อหนีจากชีวิตอันแสนวุ่นวายของอังกฤษ สภาพอากาศที่เย็นและชื้นของอังกฤษ มาซื้อบ้าน เริ่มชีวิตใหม่ พบสิ่งใหม่ ๆ ในฝรั่งเศส แม้จะแค่ข้ามช่องแคบ แต่วัฒนธรรมของภาคพื้นยุโรปและเกาะอังกฤษช่างต่างกันลิบลับ
ปีเตอร์เล่าเรื่องราวเหมือนพาเราไปกับเขา ตั้งแต่บรรยายภูมิประเทศที่แตกต่างกัน อากาศที่อบอุ่นกว่า แห้งกว่า มีแสงแดดอบอุ่น ทำให้วิถีชีวิตของสองประเทศแตกต่างกันสุดขั้ว ที่ฝรั่งเศส จะมีชีวิตที่ช้ากว่า เฮฮา มีประเพณีต่าง ๆ ในการดำรงชีวิตที่เน้นความสุขในการกินการอยู่มากมาย
โดยเฉพาะเรื่องของมื้ออาหาร เมื่อคุณอ่านเล่มนี้คุณจะได้รู้จักอาหารฝรั่งเศสแบบต่าง ๆ การกินอาหารแบบฝรั่งเศส การหาอาหารตามป่า การล่าสัตว์ การหมักอาหาร การปรุงอาหาร คนฝรั่งเศสจะให้ความสำคัญกับมื้ออาหารมาก เราจะได้เรียนรู้ศัพท์ภาษาฝรั่งเศส สำนวน วัฒนธรรมของคนฝรั่งเศสผ่านทางสองสามีภรรยา
เรียนรู้วิถีชีวิต การสังสรรค์ การร่วมกิจกรรมในสังคม การติดต่อราชการ มีการเหน็บแนมชาวอังกฤษให้พอแสบ ๆ คัน ๆ
การใช้ภาษาสวยงามมาก เหมือนเราได้ดำเนินชีวิตตามตัวละคร มีความโรแมนติกในการกินอยู่แบบเรียบง่าย วิถีชนบท เกือบ ๆ เหมือนหมู่บ้านของเบลในโฉมงามกับเจ้าชายอสูรทีเดียว
ทุกหน้าที่อ่านสอดแทรกอารมณ์สุนทรีย์ แนะนำค่อย ๆ อ่านและเสพอารมณ์ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ขอบคุณคุณงามพรรณที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดี
ส่วนจะหาได้จากที่ใด คงต้องร้านมือสองแหละครับ
happy sunday

วันนี้ลุงหมอจะมาบอกเล่าวิธีเรียนออนไลน์ ตามแบบคนเรียนไม่เก่งแต่อยากรู้

วันนี้ลุงหมอจะมาบอกเล่าวิธีเรียนออนไลน์ ตามแบบคนเรียนไม่เก่งแต่อยากรู้
ผมเรียนทางไกลมานานมาก หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะคอร์สในประเทศหรือต่างประเทศ ทำให้ในยุคนี้เวลานี้ไม่ต้องปรับตัวมากนัก ในยุคที่เรามี new normal ในเรื่องเทคโนโลยี การเรียนการประชุมวิชาการออนไลน์แบบนี้ และอนาคตจะมีมากขึ้น เราจะมีวิธีเรียนอย่างไร ลุงหมอขอเล่าประสบการณ์นะครับ
1. เลือกเรื่องที่เราชอบก่อน แล้วจึงจัดเวลา อย่าเอาเวลาเป็นตัวตั้ง ...จำไว้นะครับ เราต้องเป็นคนควบคุมเวลา... ในบรรดาหลากหลายวิชาหรือหัวข้อ ให้หยิบหัวข้อที่เราสนใจ และหัวข้อที่สนใจอาจจะไม่ใช่หัวข้อที่เราเชี่ยวชาญก็ได้ เช่น มีบรรยายเรื่อง การผ่าตัดเปลี่ยนสะโพก ถึงแม้ผมเป็นอายุรแพทย์ แต่หากเราสนใจเรื่องนี้ มันจะทำให้การเรียนมีเป้าหมาย
2. หลังจากเลือกเรื่องที่เราชอบและเราตั้งใจว่าจะฟัง ... ประเด็นนี้สำคัญนะ เรื่องมันมีมากมาย เราไม่สามารถฟังได้ทุกเรื่อง หากเราไม่เลือก มันจะสะเปะสะปะ ไม่มีจุดหมายและสิ้นเปลืองเวลา หลังจากเลือกเรื่องที่ฟังแล้ว ให้ทำมาเขียนเป็นรายการและลงตารางเวลาในตารางงานหรือปฏิทิน เพื่อจะได้จัดสรรเวลา จะแลกเวร จะเลื่อนนัด จะหาคนดูแลลูก จะออกแบบได้ต้องจัดตารางก่อน
ถ้าเวลาเรียนซ้อนทับกัน ให้เลือกเรื่องที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวันก่อน เรื่องที่ชอบเราจะมีแรงบันดาลใจอ่านเองได้
ถ้าจัดตารางเวลาไม่ได้จริง ก็ทำใจครับ ต้องรู้จักตัด รู้จัก cut loss
3. เรื่องเวลาที่อยากจะย้ำคือ หากเป็นการบรรยายจากต่างประเทศ ให้ตรวจสอบเวลาให้ดี ว่าถ่ายทอดจากประเทศใด และเทียบเวลาในบ้านเราเป็นเท่าไร มาตรฐานเวลาที่ใช้กันตามสากลคือ Coordinated Universal Time (UTC) โดยสามารถตรวจสอบได้จาก website หลายอัน ที่ผมใช้ประจำคือ https://time.is/th/UTC
ตามมารยาทที่ดี การบรรยายจะเริ่มและจบตรงเวลา ในฐานะคนฟัง ต้องมาก่อนเวลานะครับ
4. เราควรเตรียมอุปกรณ์ก่อนถึงเวลาอย่างช้า 15 นาที ในการตรวจสอบสัญญาณอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์และแบตเตอรี่ (อย่าลืมแบตสำรอง) หากจะใช้กล้องเพื่อเข้าร่วม ควรมีโคมไฟส่องสว่างใบหน้า เพราะกล้องจากคอมหรือมือถือ จะมีขนาดเล็ก ทำให้ภาพออกมามืด
ระบบเสียง ควรใช้หูฟังแบบที่ติดไมโครโฟนจะชัดเจนที่สุด หรือจะแยกไมโครโฟนก็ได้
ควรเข้าสู่ระบบถ่ายทอด ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์ จะเป็น zoom หรือ teams ก่อนเริ่มบรรยายครับ ทางทีมผู้บรรยายจะได้เชิญหรือรับได้ก่อน และเราก็ได้มั่นใจว่าไม่พลาดตอนสำคัญ
5. จัดการธุระต่าง ๆ ให้เรียบร้อยโดยเฉพาะการรับประทานอาหารหรือขนม แม้ว่าจะนั่งเรียนที่บ้าน ไม่เห็นหน้าไม่เห็นตัว แต่การเรียนไปกินไป ถือเป็นการทำลายสมาธิอย่างร้ายกาจ ต่อให้คุณแยกสติได้ดีเพียงใด การเรียนอย่างเดียวจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าเสมอ
เข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อย
ถ้าเป็นห่วงเสื้อผ้าหน้าผมก็จัดเสียก่อนเข้าร่วม
สำคัญมาก ... สัตว์เลี้ยงและเด็ก จัดการดูแลให้เรียบร้อยก่อนฟัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องเปิดกล้องให้เห็นภาพด้านผู้ฟัง
6. เตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนไว้ตรงหน้า สมุด ดินสอ ปากกา อย่าลืมว่าเราเรียนหนังสือ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จำเป็น การได้เขียนหรือวาดภาพ จะเป็นการประมวลความคิดรวบยอดของเรา ณ เวลานั้นออกมาเป็นตาราง แผนภูมิ หรือ mindmap ทำให้การบรรยายได้เนื้อได้น้ำเต็มที่ ไม่เสียเวลา อีกอย่างคือ เป็นตัวดึงสมาธิให้ติดอยู่ที่การบรรยาย
ไม่แนะนำใช้แท็บเล็ตจด เพราะมันมีสิ่งอื่น มารบกวนความสนใจได้ง่าย
7. *** ข้อนี้ถือว่าสำคัญที่สุด ไม่ว่าการเรียนออนไลน์ หรือการเรียนในห้อง การเรียนในงานประชุมวิชาการ คือเราต้องอ่านบทสรุปสั้น ๆ ในเรื่องที่จะให้มองภาพรวมชัดเจนก่อน เดี๋ยวนี้งานวิชาการต่าง ๆ บอกหัวข้อมาแล้ว (เราถึงเลือกได้ตามข้อหนึ่งไง) บอกการศึกษาที่อ้างอิง หรือให้เอกสารมาก่อนเลย เนื่องจากเวลาที่เรียนออนไลน์สั้นมาก เราจึงต้องอ่านคร่าว ๆ ก่อนเสมอ เวลาบรรยายจะได้เห็นภาพชัดและได้เป้าหมาย ไม่หลงประเด็น ไม่เสียเวลา ไม่น่าเบื่อ
ไม่ต้องอ่านจนละเอียดทุกมุมก็ได้ เพราะถ้าคุณทำแบบนั้นจนคล่อง สักสองสามรอบ คุณก็ขึ้นโพเดี้ยมแทนผู้บรรยายได้เลย
วิธีง่าย ๆ คือ กดดูในกูเกิ้ล review, short review of .....
แต่ถ้ามีเวลา อ่านให้ครบ แล้วเข้าฟัง คราวนี้เหมือนเสือติดปีก เข้าใจ ลึกซึ้ง จำได้ และนำไปใช้ได้ อ่านทบทวนทีหลังก็ใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้น
8. ถามว่าฟังถ่ายทอดสด หรือฟังย้อนหลังดี ... ฟังย้อนหลังเหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาตอนนั้นหรือต้องการทบทวนซ้ำ คิดตามไม่ทัน แต่อยากให้ฟังประชุมสดตามเวลาที่เราเลือกและกำหนดไว้มากกว่า เพราะ
ได้มีโอกาสถามตอบสด ๆ ฟังคำตอบของผู้บรรยาย
เป็นการจัดวินัยที่ดี จัดการเวลาที่ดี
ส่วนมากไม่ค่อยได้มีเวลามาดูซ้ำ ทำให้เราพลาดการเรียนวิชานั้นไป
9. เมื่อทำการเตรียมตัวก่อนเรียน เวลาเรียนให้ฟังเป็นหลัก แล้วบันทึกสิ่งสำคัญเท่านั้น จดบันทึกเป็นหัวข้อ ด้วยปากกาสามสี
สีน้ำเงิน เนื้อหาที่ได้จากการเรียน
สีแดง เนื้อหาที่เน้น จะมาจากการเรียนและการเตรียมตัวล่วงหน้า ใส่ดอกจันหรือวงเอาไว้
สีดำ คือ ข้อคิดของเราหรือคำถามที่เราจะไปค้นต่อ
สามารถเปิดตำราที่เตรียมไว้ได้เลย ข้อดีอันหนึ่งของเรียนออนไลน์คือ เราเรียนท่ามกลางหนังสือ ตำรา ดิคชันนารี เปิดได้ทันที จบคำถามได้ทันที
เปิดหน้าต่างจอคอมพิวเตอร์ กดกูเกิ้ลค้นหาคำตอบได้ทันที
10. งดกิน งดคุย งดโซเชียล ปิดการแจ้งเตือน ทำเหมือนเรียนในห้องจริง ๆ มันจะทำให้เรามีสมาธิสูง การเรียนในชั่วโมงนั้นจะมีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผลสูงมาก เรียกว่าเตรียมตัวมาเก้าข้อ เรียนชั่วโมงเดียว แต่อาจเอาไปใช้และเข้าใจไปตลอดชีวิต
11. เมื่อเรียนเสร็จ ให้เอาบันทึกมาอ่านอีกรอบ ทำความเข้าใจ และเปิดหาสิ่งที่สงสัยที่เราจดด้วยปากกาสีดำเอาไว้ เอาให้จบเดี๋ยวนั้น เพราะมักไม่มีเวลามาเปิดทีหลัง ตอนนี้เปิดจอเปิดเน็ตอยู่แล้ว รายล้อมด้วยตำราและสติพร้อมสุดขีดแล้ว ทำเลย
เราจะอ่านเข้าใจ ทบทวน เน้นข้อความ ตอบปัญหาได้ในเวลาสั้นมาก
และสามารถปิดจ็อบงานเรียนได้หลังจากเรียนแค่ 15 นาที
12. จบงานได้เลย ครบสำหรับหนึ่งเรื่อง เตรียม-เรียน-สรุป-บันทึก-บรรจุในสมอง
ผมทำแบบนี้ทั้งเรียนทางไกลออนไลน์ ทางไกลแบบไปรษณีย์ ประชุมวิชาการ ฟังบรรยาย อยากบอกว่ามันทรงประสิทธิภาพมาก ฝึกบ่อย ๆ เราจะใช้เวลาสั้นลงและเฉียบคมมากขึ้น
ผมไม่ใช่คนหัวดี สติปัญญาเลิศ ต้องขยัน ฝึกและอดทนมากกว่าคนอื่นสองเท่า ต้องคิดหาวิธีที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น เพื่อประหยัดเวลา และวิธีนี้ใช้ได้ดีมากครับ
"ทางเดินสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับด้วยดอกไม้ หอมหวนชวนจิตไซร์ ไป่มี"
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

20 มิถุนายน 2563

ฝนกรด : acidic rain

ฝนกรด : acidic rain
ชื่อช่างน่ากลัว เข้ากับฤดูฝนนี้ และถามว่าฝนกรดนี้มาโดนตัวเราจะอันตรายไหม
สภาพสิ่งแวดล้อมที่มีแก๊สจากอุตสาหกรรม การคมนาคมและครัวเรือน ที่ผลิตซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ออกมาสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น และเมื่อฝนตก จะเกิดปฏิกิริยาสารพัดรูปแบบ ที่ทำให้น้ำฝนมีค่าความเป็นกรดมากกว่าปรกติ
เจ้าค่าความเป็นกรดนี้จะส่งผลต่อสภาพแวดล้อม ต้นไม้ สภาพดิน สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในธรรมชาติ ที่แน่นอนว่ามันจะมากระทบชีวิตมนุษย์แน่ ๆ แต่ถ้าถามถึงผลโดยตรงว่าจะเกิดผิวไหม้ ปอดไหม้จากกรดหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ
เพราะนั่นจะต้องเป็นกรดความเข้มข้นสูง การเดินตากฝน การลงว่ายน้ำในสระ ไม่ได้มีผลกระทบใด ๆ ต่อร่างกายครับ
จะมีบ้างในกรณีละอองฝอยน้ำฝนที่มีแก๊สต่าง ๆ นี้จะรบกวนทางเดินหายใจให้มีอาการภูมิแพ้มากขึ้น หรือกระตุ้นโรคหืดได้ โรคทางเดินหายใจแย่ลงได้บ้าง หรือการแตกตัวของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ เกิดเป็นโอโซน ทำให้ทางเดินหายใจระคายเคืองได้เช่นกัน (โอโซนเป็นแก๊สที่ไม่ปลอดภัยนะครับ)
ส่วนการสะสมจากโลหะหนักเช่น อลูมิเนียม แคดเมียม ที่อาจจะละลายเปลี่ยนไปจากภาพฝนกรด ก็พบว่ามีการสะสมมากขึ้น แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าก่อโรคในคนครับ
ดังนั้นเดินตากฝน ยังไม่อันตรายถึงขนาดนั้นครับ
" อยากจะลืม ใครสักคน เมื่อหยาดฝน พร่างพรมพริ้วมา สายน้ำที่ร่วงหล่น ปนเคล้าหยาดน้ำตา กลับไปคิดถึงครา แรกที่เราพบกัน.."

ชีวิตของฉัน ฉันสูบบุหรี่ดื่มเหล้าแล้วไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน ก็ไม่เป็นไร

วันนี้มีเรื่องมาเล่า
พวกเราอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ร่างกายของฉัน ชีวิตของฉัน ฉันสูบบุหรี่ดื่มเหล้าแล้วไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน ก็ไม่เป็นไร
แต่ในชีวิตจริงเมื่อเกิดปัญหาจริง มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
เมื้อไม่นานมานี้ ผมได้รับปรึกษาผู้ป่วยวิกฤตรายหนึ่ง เป็นชายอายุประมาณ 60 ปี มีอาการไข้สูงหนาวสั่น เบลอ ตัวเหลืองมากขึ้นและความดันโลหิตต่ำ ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด และช็อก สาเหตุการติดเชื้อมาจากฝีในกล้ามเนื้อ และลุกลามเข้ากระแสเลือด เพาะเชื้อขึ้นทั้งในเลือดและปัสสาวะ เป็นเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
ฟังดูก็คือโรคติดเชื้อทั่วไป แต่มันก็มีเรื่องราวมากกว่านั้น
ผู้ป่วยดิ่มเหล้าทุกวัน เป็นเหล้าขาว วันละครึ่งขวดถึงหนึ่งขวดกลม เมาเสียครึ่งวัน ทางครอบครัว ทั้งแม่ ทั้งเมีย ทั้งลูก ต่างช่วยกันเตือนด้วยความหวังดี แต่ผู้ป่วยก็ไม่ยอมตัดสินใจเลิก
ผู้ป่วยเป็นเบาหวานมาห้าปี เข้ารับการรักษาตามกำหนดนัด แต่ไม่เลิกเหล้า คุณหมอที่รักษาเบาหวานก็ย้ำมาควรเลิกเหล้า
เวลาเมามาก เมื่อสร่างเมาจะปวดหัวรุนแรง ชอบไปหายาแก้ปวดฉีดเข้าสะโพกบ่อย ๆ
ทุกคนต่างไม่รู้จะเตือนอย่างไร ผู้ป่วยก็ไม่หยุดดื่ม เพราะเห็นว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
จนถึงวันที่ผู้ป่วยมีฝีในกล้ามเนื้อตำแหน่งที่ฉีดยา ด้วยความที่สภาพร่างกายอ่อนแอ ตับอักเสบเรื้อรังมานาน เบาหวานที่กัดกร่อนจนระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง การดูแลตัวเองที่ถดถอยเพราะมักจะไม่ได้สติเวลาเมา
แม่ผู้ชราเป็นคนเรียกรถโรงพยาบาลมารับ ภรรยาต้องขาดงานและรายได้มาเฝ้าไข้ ลูกทุกคนมาปรึกษากันเรื่องวิธีรักษา ทุกคนวิ่งวุ่น ปรึกษาคนนู้นคนนี้ ถึงวิธีการรักษา ค่าใช้จ่าย ผลัดงาน รวมทั้งความเครียดความกังวลมหาศาลเกี่ยวกับสภาพโรคและการพยากรณ์โรคของผู้ป่วย
ผู้ป่วยได้รับการรักษาจนอาการติดเชื้อและช็อกดีขึ้น แต่ยังไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ เนื่องจากอาการถอนเหล้า ทำให้สับสน ขาดสติสัมปชัญญะ
บรรดาญาติและครอบครัว ต่างมาช่วยกันไม่ขาดสาย ผลัดกันมาเฝ้า ลูกก็มาให้กำลังใจ หลายครั้งเห็นน้ำตาของแม่ผู้ชรา
เวลาที่มีคนเจ็บป่วยสักคน ยิ่งเป็นการป่วยหนักในภาวะวิกฤตแบบนี้ จะป่วยกันทั้งบ้านครับ
ถึงแม้เวลาที่คนดื่มเหล้า สูบบุหรี่จะไม่ได้ไปสร้างความเดือนร้อนให้ใคร แต่อย่าลืมว่ามันทำลายตัวเอง และถึงจุดหนึ่ง เมื่อร่างกายทรุดลง แม้ว่ามันจะไม่ได้ทรุดลงตรง ๆ จากเหล้า แต่ผลที่ดื่มเหล้ามานาน มันทำให้เสาเข็ม ขื่อ คาน ของร่างกายทรุดโทรม และพังอย่างรวดเร็ว
ถึงเวลานั้น ... นอกจากทำลายตัวเอง ตัวเองเดือดร้อน คนอื่นก็เดือดร้อนหนักด้วย เครียด กังวล
ทั้งหมดนี้ก็เพราะความรักที่ครอบครัวมีให้แก่กัน
วันนี้คำพูดของภรรยาที่ว่า "พี่ หยุดเหล้าเถอะ" จะเป็นคำพูดคำเดียวกันกับที่พูดมาหลายปี แต่มันมีน้ำหนักมาก แม้จะได้ผลช้าไป แต่ยังเปี่ยมด้วยความรักความห่วงใยตลอดเวลา
.... ส่วนหนึ่งจาก ประวัติครอบครัวและสังคม เพื่อประกอบการรักษาทางการแพทย์

บทความที่ได้รับความนิยม