04 เมษายน 2566

กินน้ำมันปลาแล้วเลือดออกไหม ต้องหยุดก่อนผ่าตัดไหม

 กินน้ำมันปลาแล้วเลือดออกไหม ต้องหยุดก่อนผ่าตัดไหม

น้ำมันปลา fish oil ที่มีส่วนผสมของ EPA/DHA ใช้ลดไตรกลีเซอไรด์ และมีอีกหลายข้อแนะนำใช้ คราวนี้เรารู้มาว่าน้ำมันปลาเนี่ยมันไปรบกวนกระบวนการอักเสบของร่างกาย ในกลไกเดียวกันกับที่ NSAIDs ไปยุ่งและรบกวน แถมยังไปลดการจับตัวกันของเกล็ดเลือดอีกด้วย แล้วแบบนี้จะเลือดออกไหมล่ะ ต้องดูแลจัดการเหมือนคนที่กินยา NSAIDs ไหม
มีความกังวลในข้อนี้จากพื้นฐานการทำงานและออกฤทธิ์ของน้ำมันปลา แต่ยังไม่มีการศึกษามาตอบคำถามตรง ๆ ในอดีตมีคำแนะนำให้หยุดน้ำมันปลาก่อนผ่าตัด แต่เป็นคำแนะนำระดับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ได้มาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ชั้นดี
ปี 2018 มีงานวิจัยที่โด่งดังในเรื่องนี้ ได้รับการอ้างอิงนำไปใช้มากมาย เกี่ยวกับเรื่องเลือดออกกับการกินน้ำมันปลา ชื่อ OPERA trial ลงตีพิมพ์ใน Circulation (หาอ่านได้ฟรีนะครับ)
นักวิจัยเขาศึกษาในคนที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ 1516 รายจากอเมริกา อิตาลีและอาร์เจนตินา เรียกว่าเป็นการผ่าตัดที่เสี่ยงเลือดออกสูงมากและอาจต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวเลือด โดยกลุ่มตัวอย่างนี้จะต้องไม่ใช้น้ำมันปลามาก่อนหน้านี้ ต้องไม่ใช้น้ำมันมะกอกด้วย (ยาหลอกที่จะใช้)
แบ่งกลุ่มทดลองให้น้ำมันปลาสูตรยอดนิยม (EPA 465 มิลลิกรัม +DHA 375 มิลลิกรัม) ให้ก่อนผ่าตัดและต่อเนื่องหลังผ่าตัด เทียบกับกลุ่มยาหลอก ในที่นี้ใช้แคปซูลน้ำมันมะกอก ประเด็นยาหลอกน้ำมันมะกอกอาจมีที่ถกเถียงว่ามันไม่ใช่ 'ยาหลอก' ที่แท้จริง (คือไม่มีผลใด)
ผลปรากฏว่าในกลุ่มที่กินน้ำมันปลามีเลือดออกน้อยกว่ากลุ่มยาหลอกเสียอีก แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (ประมาณ 5% ทั้งสองกลุ่ม) กลุ่มกินน้ำมันปลาต้องได้เลือดน้อยกว่าด้วย
ผลการศึกษานี้ก็บอกว่าน้ำมันปลา ไม่ได้ทำให้เลือดออกมากขึ้นและผู้เขียนยังหยอดด้วยว่า คำแนะนำหยุดน้ำมันปลาก่อนผ่าตัดน่าจะเลิกได้แล้ว
อ้อ..น้ำมันปลานี้ ไม่ใช่ pure EPA ที่ใช้รักษาโรคหัวใจนะครับ แต่ผลการศึกษาของยา pure EPA ที่ทำแล้ว ได้ดูผลเรื่องเลือดออก พบว่าไม่ต่างจากยาหลอกครับ
น่าจะพอตอบคำถามของผู้ที่ยังสงสัยว่าน้ำมันปลาทำให้เลือดออกมากขึ้นไหมและต้องหยุดยาหรือเปล่านะครับ

03 เมษายน 2566

shared health literacy

 "คุณหมอไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ คุณหมออาจจะไม่เข้าใจพวกเราเท่าที่ควร"

"คุณหมอไม่มาเป็นพวกเรา ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมพวกเราต้องดื่มต้องสูบ"
ผมเคยถูกถามแบบนี้บ่อย เวลาทำคลินิกเลิกเหล้าเลิกบุหรี่
แล้วผมเคยใช้ไหม ???
คำตอบคือ ผมเคยลองครับ ก็อยากรู้เหมือนกันถึงกระบวนการสูบหรือดื่ม แต่ไม่เคยติดและไม่คิดจะใช้ต่อเนื่อง นาทีที่สูบหรือดื่ม ตั้งใจว่าเพื่อรับรู้รสชาติและวิธีการเท่านั้น
ผมเชื่อเสมอว่าใจบังคับกายได้ และบอกแบบนี้กับคนไข้ทุกราย
แล้วจะไปสอนคน รักษาคนติดเหล้าติดบุหรี่ได้อย่างไร
เรียนรู้ไงครับ พูดคุยเปิดใจรับประสบการณ์จากคนที่ติดเหล้า สูบบุหรี่ คลุกคลีศึกษากับคนที่เลิกสำเร็จและล้มเหลว
แล้วเอามา คิด..วิเคราะห์.. สังเคราะห์
อาจจะไม่มีประสบการณ์ตรง แต่ก็ช่วยคนไข้ได้
ผมไม่ได้เป็นเอดส์ แต่ฟังคนไข้เอชไอวีร้องไห้ตรงหน้ามาพอสมควร และรู้สึกได้ ต่อมารักษาเขาได้ แนะนำได้
ผมไม่เคยช็อก แต่ผมก็เข้าใจวิกฤตแห่งชีวิตตรงนั้นดี เพราะเราหายใจไปพร้อมกับคนไข้ และสู้กับเขามาตลอด ผมก็รักษาช็อกได้
และไม่ได้ทำงานคนเดียว
มีทีมหมอ ทีมพยาบาล เภสัช กายภาพ รังสี เทคนิค สนับสนุบบริการ ที่คอยแบ่งปันประสบการณ์และช่วยกัน
สุดท้าย ทีมผมมีคนไข้กับญาติ ที่มาปรับความเข้าใจ ส่งต่อความรู้สึก และถ่ายทอดประสบการณ์มาให้ผู้ให้บริการอย่างพวกเราด้วย
ถ้าทางธุรกิจมี shared economy
ของทีมผมก็มี shared health literacy

subclinical hypothyroidism

 subclinical hypothyroidism

ภาวะนี้จะพบจากการตรวจเลือดหาระดับฮอร์โมนเท่านั้น ไม่มีอาการใด หรือตรวจเจอจากการคัดกรองความผิดปกติไทรอยด์ที่พบในโรคอื่น เช่น ไขมันในเลือดสูงมาก
เราจะพบค่า TSH ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองที่จะมากระตุ้นการทำงานไทรอยด์ ค่า TSH จะสูงกว่าปกติ ส่วนระดับฮอร์โมนไทรอยด์ T3 หรือ T4 จะปรกติ (ถ้า T3 หรือ T4 ต่ำจะเรียกว่า overt hypothyroidism)
แล้วต้องรักษาไหม .. ขึ้นกับระดับของ TSH และระยะเวลาที่ TSH สูง
พบว่ากว่า 60% มีภาวะไทรอยด์ต่ำชั่วคราวจากสารพัดสาเหตุ แล้วกลับเป็นปกติ แต่ว่า TSH มันไม่ได้ปรับเร็วเหมือนฮอร์โมนไทรอยด์ ต้องให้เวลาเขาสักนิด ดังนั้นหากเราติดตามไปสักสามสี่เดือนแล้วค่าลดลง อันนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรครับ
แต่หาก TSH สูงต่อเนื่อง แต่ไม่เกิน 10 อันนี้จะพิจารณารักษาหากเป็นสตรีที่วางแผนจะตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง แค่พิจารณารักษานะครับเพราะผลการศึกษามันไม่ได้ชัดเจนชัดแจ้ง
แต่หาก TSH เกิน 10 อันนี้การรักษาโดยเสริมฮอร์โมน จะมีประโยชน์ลดโรคหัวใจและหลอดเลือดครับ
อีกประการที่ควรตรวจคือ ตรวจหาแอนติบอดีที่ชื่อว่า anti TPO เพราะแอนติบอดีนี้จะไปจับทำลายไทรอยด์ต่อเนื่อง จนเมื่อทำลายมากพอจะเกิดไทรอยด์ต่ำที่เรียกว่า autoimmune thyroiditis ดังนั้นหากเราเจอ subclinical hypothyroidism แล้วมีแอนติบอดี anti TPO เราจะคาดเดาได้ว่าอนาคตน่าจะต่ำแน่ การรักษาจึงมีประโยชน์
รักษาเราก็ให้ฮอร์โมนไทรอยด์ขนาดต่ำ (อย่าลืมว่านี่คือ subclinical) อาจจะ 25 ไมโครกรัมต่อวัน หรือให้ยาสัปดาห์ละสามวันก็ยังได้ แล้วติดตามผลดูค่า TSH ที่ลดลงครับ

02 เมษายน 2566

10 ข้อกับงานหนังสือปีนี้

 10 ข้อกับงานหนังสือปีนี้

1. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ที่ปรับปรุงใหม่ สวยงาม อลังการ โอ่โถง ยิ่งใหญ่นัก เหมาะกับการจัดงานจริง ๆ หลังจากไม่ได้มานาน แต่ขนส่งสาธารณะยังเท่าเดิม คือ รถ MRT รถเมล์ที่นับคันได้ และแท็กซี่ที่ไม่ค่อยรับคน
2. รวม Hall สามหลังเปิดเป็นงานเดียว จัดเป็นช่องตาราง มีป้ายบอกช่องบูธชัดเจน เดินง่าย โล่งขึ้น ไม่ต้องเดินแยกสองสามชั้น แต่ที่นั่งพักแทบไม่มี เก้าอี้กระดาษแข็ง แบบเดิมลดลงมาก ถ้ามีเก้าอี้กระจายสักหน่อย จะเดินได้นาน ซื้อได้มาก เห็นใจผู้เฒ่าด้วย
3. บูธเจ้าใหญ่สามบล็อกสี่บล็อกจัดได้อลังการ ดึงดูด หนังสือเพียบ โปรโมชั่นเยอะ ทำให้คนเลือกสะดวกและสนุกสนาม แต่กลับมารวมกันในพื้นที่ติดก้น คนจึงคับคั่งในพื้นที่นั้นและการจราจรติดขัดมาก ถ้ากระจายกันออกไป จะไม่แออัด และเจ้าเล็กจะได้ประโยชน์ไปด้วย
4. หลายสำนักพิมพ์ หลายร้าน รับนักเรียนนักศึกษาเพื่อหารายได้พิเศษ ขายของจัดของหน้าร้าน เป็นสิ่งที่ดีมากครับ ส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างได้ดี มีรายได้เสริม แต่การอบรมก่อนปฏิบัติงานสำคัญมาก หากไม่รู้ข้อมูลพื้นฐานบ้าง เช่น ลดได้เท่าไร ตารางกิจกรรมมีอะไร หรือเล่นมือถือไม่สนใจลูกค้า ก็อาจทำให้ภาพลักษณ์สำนักพิมพ์นั้นดูไม่ดีได้
5. เดินทั่วงาน ดีใจที่คนซื้อหนังสือเยอะมาก แต่แอบเสียดายที่ทุกคนหิ้วถุงพลาสติกคนละหลายใบตามร้านที่ซื้อ นั่นคือจำนวนถุงที่เพิ่มขึ้น ถ้ามีการลดราคาในกรณีไม่รับถุง หรือจะรับถุงต้องซื้อเพิ่ม หรือส่งเสริมนำถุงมาด้วย น่าจะลดขยะได้มากขึ้น
6. มีบูธขนส่งหนังสือกลับบ้าน ดีมาก โดยเฉพาะเด็กบ้านนอกแบบผม การจะขนหนังสือผ่านรถไฟ ไปรถขนส่ง ไม่ง่ายเลย แต่น่าจะมีหลายผู้ให้บริการและจัดรวมที่เดียวกันไปเลย ไปรษณีย์ เคอร่า จีแอนด์เท ฟลุชเอ็กเพรส
7. ถามว่าในภาพรวมส่วนลดเยอะไหม ผมว่าก็ไม่ได้ต่างจากส่วนลดปกติทั่วไป แต่ข้อดีคือมีหนังสือให้เลือกครบถ้วน ทุกสำนักพิมพ์ในที่เดียวกัน ที่ลดเยอะและอาจจะไม่พบตามร้านหรือออนไลน์ทั่วไป คือ หนังสือเก่าลดราคา หนังสือโละสต็อก เช่นนิยายราคาเล่มละยี่สิบ ตำราคู่มือสอบเล่มละห้าสิบ เล่มละร้อย ใครทุนทรัพย์ไม่มากและอยากได้หนังสือดี มางานนี้เจอแน่ แต่ต้องอดทนและค้นหาเอง
8.การระบายอากาศดี ผู้คนส่วนมากสวมหน้ากากอนามัย แม้สถานการณ์โควิดจะลดลงแล้ว เดินสบายขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้มีคือ เจลแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งที่หายไปเลย ยิ่งคนเยอะยิ่งมีการหยิบจับสินค้าหลายมือ เจลแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ดี ไม่เป็นไรผู้จัดไม่มีให้ เราก็พกไปเองได้
9. สถานี MRT ช่างสะดวกมาก รวดเร็ว ทำให้ประชาชนต่างจังหวัดแบบผม สามารถพักที่พักราคาถูกรอบนอก แล้วนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเข้ามาได้สะดวกสบาย ราคาก็..พอรับได้ แต่ว่าคนแน่นมากจริง ๆ ในช่วงเทศกาลงานยักษ์แบบนี้ น่าจะเพิ่มมาตรการรองรับคนให้มากกว่านี้
10. ดีใจที่ยังเห็นคนซื้อหนังสือ หรือแม้แต่อีบุ๊กที่มาวางขายและพัฒนามาให้สแกนได้ในงาน นับตั้งแต่ปี 1450 ที่โจฮานน์ กูเท็นเบิร์ก คิดประดิษฐ์แท่นพิมพ์ยุคใหม่ เพื่อสื่อสารทางตัวอักษร หนังสือคือสิ่งที่เปลี่ยนโลก มีอิทธิพลต่อผู้คนมาทุกยุคสมัย ในวันนี้ที่มีอีบุ๊ค ไม่ได้เปลี่ยนรูปแบบการอ่าน แต่เพิ่มการเข้าถึงหนังสือมากขึ้น คนอ่านมากขึ้น และเจริญทางจิตใจมากขึ้นด้วย

01 เมษายน 2566

Bertha Hand ต้นกำเนิดเอ็กซเรย์

 ปี 1895 ยี่สิบปีให้หลังการรวมชาติเยอรมัน

อาณาจักรปรัสเซียยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในปลายศตวรรษที่ 19 รบชนะออสเตรีย รบชนะฝรั่งเศส จอมพลออตโต ฟอน บิสมาร์ค ได้รวมชาติเป็นหนึ่งในปี 1871หลังจากนั้นเยอรมันดำเนินนโยบาย วิทยาศาสตร์สร้างชาติ ระดมนักวิทย์ ให้ทุน สร้างมหาวิทยาลัย มีผลงานโด่งดังคับโลกจำนวนมาก
นี่คือหนึ่งในนั้น
ที่มหาวิทยาลัย Wurtzburg ใจกลางประเทศเยอรมัน ในเมือง wurtzburg ดินแดนแห่งศิลปะยุคบาโรค ที่นั่นมีนักฟิสิกส์ชอบวิจัยอยู่คนหนึ่งชื่อ วิลเฮล์ม คอนราด เรินเกิ้น
คุณเรินเกิ้นเขาสอนฟิสิกส์ครับ บ้าการทดลอง ขนาดทำห้องทดลองไว้ใต้ถุนบ้านเลย และตอนนี้เขาสนใจงานของเพื่อนเขาที่มหาวิทยาลัยฮินเดลบูรก์ ที่สามารถสร้างรังสีจากหลอดคาโถดสูญญากาศ (คือการใช้อิเล็กตรอนวิ่งในสูญญากาศ แล้วเกิดแสงทะลุหลอดรังสีนี้ออกมา)
คุณเรินเกิ้น ตัดสินในจำลองหลอดนั้นขึ้นมา วางแผนการทดลองใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าแสงนั้นไม่ได้เกิดมาจากแหล่งกำเนิดแสงอื่น คราวนี้เขารัดกุมมาก ทำอย่างไร ?
ปิดทึบห้อง ห้ามใครเข้า ทำการทดลองหลังพระอาทิตย์ตก ไม่พอ ยังห่อกระดาษดำที่หลอดรังสีนั้นด้วย แล้วเขาเอาแผ่นฟอสฟอรัสที่จะเรืองแสงเมื่อเจอรังสีนี้มาวางด้วย ว่ามันจะทะลุออกมาได้ไหม ยังไม่พอ..
เอาไพ่มาทดสอบว่าจะกันรังสีได้ไหมถึงสองสำรับ แล้วเปิดสวิตช์ พรึบ !!
สิ่งที่เรินเกิ้นพบคือ
แสงสีเขียว ๆ ฟุ้งออกมาจากรอบหลอด ทะลุออกมาแต่ไปไม่ไกล มันทะลุได้จริงแฮะ และไม่ได้เกิดจากแหล่งกำเนิดแสงอื่น แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ แผ่นฟอสฟอรัสที่อยู่ไกลออกไปจับรังสีได้ด้วย โห..ทะลุออกมาไกลและมองไม่เห็นเสียด้วย
และที่สำคัญ ไพ่สองสำรับนั้น รังสีที่มองไม่เห็นนั้นทะลุกองไพ่กระจุยและไปปรากฏบนฉากรับภาพ ที่ตั้งอยู่ไกลออกไปได้ คราวนี้เขาใช้สารพัดอย่าง หนังสือกองโต เสื้อผ้า อาหาร ปรากฏว่าทะลุหมด
เขาทบทวนดูแล้ว ไม่ใช่แสงสีเหลืองจากรังสีคาโทด ไม่ใช่รังสีแอลฟ่าที่ทะลุไปไม่ไกล คราวนี้เขาทดสอบโดยใส่สนามแม่เหล็กเข้าไป ใส่สนามไฟฟ้าเข้าไป ปรากฏว่าไม่สามารถกระทบเจ้ารังสีชนิดใหม่นี้ได้เลย แม้แต่เปิดไฟสว่างจ้า เปิดแสงภายนอก เจ้ารังสีนี้ก็ยังสามารถทะลุทะลวงวัตถุไปปรากฏบนฉากได้อยู่ดี
เรินเกิ้นตั้งชื่อรังสีนี้ว่า รังสีเอ็กซ์ (x-ray) ด้วยไม่รู้ว่ามันคืออะไร และจะใช้ทำอะไร
คราวนี้เขาทดลองถ่ายภาพกล่องไม้ที่มีวัตถุความหนาแน่นต่าง ๆ กันและรูปร่างต่าง ๆ กัน ดูว่าเจ้ารังสีเอ็กซ์นี้ จะทะลุได้ไหม คราวนี้ผลที่ได้กระตุกความคิดของเรินเกิ้นเลยครับ เพราะภาพที่ได้คือเห็นวัตถุในกล่องเป็นเงารูปร่างต่าง ๆ ที่ใส่เข้าไป หมายความว่าเจ้ารังสีเอ็กซ์ มันมองทะลุโครงสร้างต่าง ๆ ได้ เรินเกิ้นลองถ่ายภาพด้วยวัตถุหลายอย่างและพบว่า รังสีจะผ่านทะลุวัตถุหลายอย่างที่โครงสร้างเบาเช่น กระดาษ เสื้อผ้า ส่วนโครงสร้างหนักเช่น ไม้ จะทะลุได้บางส่วน และมีวัตถุหลายอย่างที่กั้นรังสี มองเห็นเป็นภาพทึบเช่น ทอง เงิน ตะกั่ว เรินเกิ้นได้แนวคิดการถ่ายภาพเพื่อมองโครงสร้างที่ปิดทึบได้
วันหนึ่ง เรินเกิ้นบังเอิญถ่ายภาพมือตัวเองในขณะกำลังถ่ายกล่องไม้ เขาเห็นเงาจาง ๆ ของเนื้อส่วนมือ และเห็นเงาทึบของกระดูกนิ้วมือ แต่มันเห็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เรินเกิ้นแว่บประกายความคิดขึ้นมาทันที
นี่ไง น่าจะเป็นประโยชน์ของภาพถ่ายเอ็กซเรย์ของเขา การถ่ายภาพกระดูกและอวัยวะภายใน แต่เรินเกิ้นต้องพิสูจน์ให้เห็นชัดกว่านี้ แต่เขาไม่สามารถวางมือบนฉากถ่ายภาพมือตัวเองพร้อมจัดการปล่อยรังสีได้ เขาต้องหาผู้ช่วยและผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ ไม่เผยแพร่ความลับของการค้นพบที่ยังไม่อยากเผยแพร่นี้
จะมีใครในโลกเหมาะสมและยิ่งใหม่ไปกว่าคนนี้ Anna Bertha Ludwig ภรรยาสุดที่รักของเรินเกิ้น ผู้อดทนช่วยเหลือเรินเกิ้นอย่างอดทนมาตลอด
ภาพถ่ายบันลือโลกนี้ เรินเกิ้นถ่ายภาพมือภรรยาของเขา เห็นโครงสร้างมือ เนื้อเยื่อ ที่เป็นโครงสร้างราง ๆ ส่วนกระดูกเห็นทึบชัดเจนมาก และแหวนแต่งงานโลหะที่ทึบรังสี เรียกว่าเป็นครั้งแรกที่มนุษย์เห็นโครงสร้างอวัยวะภายในโดยคนนั้นยังไม่เสียชีวิตและไม่ต้องถูกชำแหละ !!!
ขณะที่เรินเก้นลิงโลดดีใจสุดขีด เบอธาตกใจกลัวและร้องไห้ กลัวความตายจากภาพนั้น เรียกว่าต้องปลอบใจกันอยู่นานสองนาน
หกสัปดาห์หลังจากนั้น งานของเรินเกิ้นได้รับการตีพิมพ์และโด่งดังมากสุดขีดกับผลงาน Ueber eine neue Art von Straghlen รังสีชนิดใหม่เมื่อ 28 กรกฎาคม 1895 หลังจากนั้นผลงานแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ชื่อเสียงดังไปทั่วโลกในชั่วเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน เรินเกิ้นได้รับการเสนอชื่อและได้รับรางวัลโนเบลในปี 1901
บทส่งท้าย
1. เรินเกิ้น ไม่เคยสนใจชื่อเสียงที่ได้ เขาตั้งใจทำงาน ตั้งใจสอน งานรับรางวัลโนเบลก็รับแต่ไม่เฉลิมฉลอง รับผลงานและรางวัล ยกให้กับมหาวิทยาลัย Wurtzburg ทั้งหมด
2. เรินเกิ้นเรียกรังสีเอ็กซ์ เพราะ คิดว่ามันไม่ใช่ ultraviolet (UV) จะเรียกอักษรต่อไปคือ W มันจะสับสนกับ U และ V อักษรต่อไปคือ X นั่นเอง
3. เรินเกิ้น ทดลองและทำงานในห้องใต้ดินตัวเอง แทบไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเลย คนแรกที่เข้าไปในช่วงการทดลองรังสีเอ็กซ์คือ เบอธา
4. ปี 1929 มีรายงานอันตรายจากรังสีเอ็กซ์ จาก Clarence Dally หัวหน้าทีมผู้ช่วยของโธมัส แอลวา เอดิสัน ที่ศึกษารังสีเอ็กซ์อย่างจริงจัง จนมีแผลและลุกลามเป็นมะเร็ง
5. การศึกษารังสีเอ็กซ์เริ่มทำอย่างจริงจัง หลังกรณีศึกษาของ Clarence Dally และพบว่ามันสามารถทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ เป็นต้นกำเนิดการศึกษาและป้องกันอันตรายจากรังสีเอ็กซ์ในปัจจุบัน
No photo description available.
See insights and ads
Boost post
All reactions:
1K

บทความที่ได้รับความนิยม