23 พฤศจิกายน 2562

ขำขัน

อยากเล่า
เรื่องที่หนึ่ง
นักเรียนหนึ่ง : อย่าลืมเอาค้อนเข้าไปในห้องสอบด้วยนะ
นักเรียนสอง : เอาไปทำไม นี่วิชาคณิตนะ แค่เครื่องเขียนก็พอ
นักเรียนหนึ่ง : ก็เอาไปตีโจทย์ไง ต้องตีโจทย์ให้แตก
นักเรียนสอง : ......
เรื่องที่สอง
นักฟุตบอลหนึ่ง : วันนี้โค้ชให้เล่นเป็นปีกขวา เดี๋ยวไปเอาเครื่องมือก่อนนะ
นักฟุตบอลสอง : เครื่องมืออะไร มีแต่ผู้รักษาประตูไม่ใช่หรือที่ต้องมีเครื่องมือ คือถุงมือ
นักฟุตบอลหนึ่ง : ก็พลั่ว คราด ไง เล่นเป็นปีก ก็ต้องวิ่งทำทางให้เพื่อน
นักฟุตบอลสอง : ......
เรื่องที่สาม
หมอคนที่หนึ่ง : ไข้ไม่ลงเลย คงต้องปรับยาฆ่าเชื้อให้กว้างกว่านี้
หมอคนที่สอง : ไม่ได้นะ ต้องคิดก่อนว่า source of infection อยู่ที่ใดและกำจัดตรงตามจุด
หมอคนที่หนึ่ง : งั้นรอสักครู่ อยากหา source ไม่ยาก เดี๋ยวไปหยิบในครัวมาให้
หมอคนที่สอง : ......
คนที่สอง เติบโตมาอย่างยิ่งใหญ่ ... infectious ง่ายนิดเดียว
คนที่หนึ่ง เติบโตมาอย่างท้อแท้ ... อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว
ตึ่งโป๊ะ ..ค่าเน็ตสามสิบวินาทีของคุณ สูญสลายไปกับสายน้ำ

แมวสอน

สนุกสนานกันนิด
คุณผู้หญิงเขาโวยวายในสิ่งที่ถูก
เจ้าแมวจะบอกสิ่งที่ไม่ควรทำนะ
ผู้หญิงโวยวาย : ลุงหมอแซ่บมาก
เจ้าแมว : นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ภาพ meme และ ข้อความ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ


ในภาพอาจจะมี 2 คน, ภาพ meme และ ข้อความ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ภาพ meme และ ข้อความ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ภาพ meme และ ข้อความ

ข่าวในโลกออนไลน์ ดื่มกาแฟปริมาณมากแล้วนมจะเล็กลง มันจริงไหม

ข่าวในโลกออนไลน์ ดื่มกาแฟปริมาณมากแล้วนมจะเล็กลง มันจริงไหม
ข่าวออกมาสักพักว่าการดื่มกาแฟอาจจะทำให้ขนาดหน้าอกเล็กลงได้ สำนักข่าวต่างประเทศและเว็บไซต์หลายที่ในไทยนำเสนอข่าวนี้ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Cancer ในปี 2008 โดยนักวิจัยจาก Lund University ในประเทศสวีเดน วารสารนี้เป็นวารสารของ Cancer Research UK หน่วยงานที่วิจัยเรื่องมะเร็งของสหราชอาณาจักร
ต้นเรื่องที่มาคือนักวิจัยจากสวีเดน เขามีข้อมูลว่า ในผู้ที่มียีน BRCA1 อันเป็นยีนที่ก่อโรคมะเร็งเต้านม ยังไม่พอนะ จะต้องเป็นชนิดย่อย CYP1A2*1F C-allele อีกด้วย ผมขอเรียกว่าคนที่มียีนแบบพิเศษนี้แล้วกัน ข้อมูลเขาพบว่าคนที่ยีนแบบพิเศษนี้หากบริโภคกาแฟน่าจะลดโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมได้
*** เอาแค่ตรงนี้ก่อน แสดงว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้หลักการนี้ได้ มันต้องเฉพาะเจาะจง personalized เท่านั้น ***
คราวนี้เจ้าเอนไซม์ CYP1A2 ที่เกิดจากยีนพิเศษที่ว่านี่นะ มันมีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน และยังทำหน้าที่สำคัญในการจัดการเผาผลาญกาแฟอีกด้วย นักวิจัยเขาก็สงสัยว่า
แล้วการดื่มกาแฟ มันจะไปมีผลอะไรต่อเต้านมกับคนที่มีพันธุกรรมที่เป็นยีนพิเศษแบบนั้น
เมื่อมันใช้เอนไซม์เดียวกัน แล้วการดื่มกาแฟจะมีผลต่อขนาดเต้านมของหญิงวัยเจริญพันธุ์หรือไม่ เพราะมีข้อมูลว่าขนาดเต้านมมีผลต่อโอกาสการเกิดมะเร็งเต้านม ถ้าผลของกาแฟทำให้เต้านมไม่ใหญ่ โอกาสเกิดเนื้องอกน่าจะลดลง
*** ศึกษาขนาดเต้านมในหญิงยังไม่ได้แต่งงานและให้นมบุตรเท่านั้น วิธีการวัดเขาก็ให้ทำท่ากวางเหลียวหลัง ให้เต้านมห้อยต่องแต่ง แล้ววัดปริมาณด้วยสูตรปริมาตรปิรามิด วัดฐานวัดสูง ไม่ใช่วัดรอบอกนะ ***
การศึกษานำอาสาสมัครที่มีความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งที่มีการบันทึกพันธุกรรมอยู่แล้ว มาสอบถามปริมาณการดื่มกาแฟต่อวัน แล้วมาคำนวนทางสถิติ แยกว่าหากกลุ่มกินยาคุมกับไม่กินยาคุม (เพราะนี่เป็นอิทธิพลของฮอร์โมนภายนอก มีคนที่ใช้ยาคุมขณะศึกษาครึ่งนึงและอีก 93% เคยใช้) ขนาดเต้านมจะสัมพันธ์กับการดื่มกาแฟไหม ในคนที่มียีนกลายพันธุ์แบบพิเศษนี้
เอาล่ะมันจะซับซ้อน แต่ผมจะบอกว่านี่เป็นการเก็บข้อมูลที่มีความแปรปรวนสูง มีตัวแปรเยอะมาก แม้จะมีการใช้สถิติมาพยายามตัดตัวแปรออกไปแล้ว ผลที่ได้บอกได้แค่ความสัมพันธ์ ไม่ใช่เป็นเหตุเป็นผล เรามาดูผลนะ
*** เป็นการศึกษาแบบเก็บข้อมูล ณ จุดเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถบอกความเป็นเหตุและผลได้ ***
พบว่าในหญิงที่มียีนแบบพิเศษที่ว่านั้น หากมีข้อมูลว่าดื่มกาแฟปริมาณมากกว่าสามถ้วยต่อวัน มีความสัมพันธ์พบขนาดเต้านมที่เล็กกว่า กลุ่มที่ดื่มกาแฟน้อยกว่าสามถ้วยต่อวัน (ย้ำ..ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลกัน ไม่ได้หมายถึงหยุดดื่มแล้วจะใหญ่ขึ้น) โดยที่เมื่อตัดตัวแปรอื่น ๆ ยังพบว่าหากมียีนพิเศษนี้ การดื่มกาแฟปริมาณมากก็ยังสัมพันธ์กับขนาดเต้านมที่เล็กกว่า (ใช้คำว่าเล็กกว่า ไม่ใช่เล็กลง) และมันมีผลมาจากสมมติฐานว่ากาแฟกับฮอร์โมนเพศมันต้องมาผ่านกลไกยีนพิเศษนี้ ดื่มกาแฟมากฮอร์โมนเพศจะไม่มากเท่า ดื่มกาแฟน้อยฮอร์โมนเพศจะมากกว่า เพราะส่วนหนึ่งมันผ่านเส้นทางเดียวกัน ใช้เอนไซม์เดียวกันทำงาน
ตอบโจทย์ที่นักวิจัยสงสัยว่า #หากมียีนพิเศษนี้และดื่มกาแฟมากพบแนวโน้มจะนมเล็ก แค่นี้เท่านั้น แล้วเขาจะไปค้นต่อว่าเต้านมที่เล็กกว่าเพราะมียีนพิเศษและดื่มกาแฟเยอะเนี่ย มันมีโอกาสเกิดมะเร็งน้อยกว่าหรือไม่
ดังนั้น #ไม่ใช่ดื่มกาแฟแล้วนมจะเล็กลงแต่อย่างใด ห้ามแปลความนอกขอบเขตงานวิจัย อีกอย่างนะ กลุ่มที่เขาว่านมเล็กกว่าน่ะ ปริมาณเต้านมเขาก็ประมาณ 750 ซีซีนะครับ เขาทำที่สวีเดน เผ่าพันธุ์โคนมชาติหนึ่งในโลกเลย จะมาประยุกต์ใช้กับบ้านเราได้ไหม กรุณาก้มลงมองขนมครกที่อกคุณด้วย และยังไม่มีบทพิสูจน์ที่ชัดเจนหนักแน่นด้วยว่าการดื่มกาแฟมาก ๆ จะลดโอกาสการเกิดมะเร็งตามการศึกษานี้
พอมาพาดหัวข่าวในสังคมออนไลน์มันกระชากความสนใจ แต่จะได้ความจริงต้องไปอ่านเสมอ เอาล่ะกลับไปดื่มกาแฟต่อเถอะ ผมรู้พวกคุณสะดุ้งจนหยุดดื่มหลายคนแล้ว มันไม่ใหญ่ขึ้นนะครับ และมันก็ไม่เล็กไปกว่านี้แล้วล่ะ
ที่มา
Jernström H, Henningson M, Johansson U, Olsson H. Coffee intake and CYP1A2*1F genotype predict breast volume in young women: implications for breast cancer. Br J Cancer. 2008;99(9):1534–1538. doi:10.1038/sj.bjc.6604687

22 พฤศจิกายน 2562

แนะนำหนังสือ "ยารักษาภาวะหัวใจล้มเหลว"

แนะนำหนังสือ "ยารักษาภาวะหัวใจล้มเหลว"
โรคหัวใจล้มเหลวเป็นโรคเรื้อรังที่เสียค่าใช้จ่ายในการรักษามากมาย ทั้งค่าใช้จ่ายโดยตรงไม่ว่าการนอนโรงพยาบาล ค่ายา ค่าอุปกรณ์ใส่หัวใจต่าง ๆ นานา และค่าความสูญเสียทางอ้อม ทำงานไม่ได้ ต้องออกจากงาน ต้องมีคนมาเฝ้า ปัจจุบันได้มีการพัฒนาการดูแลรักษาโรคหัวใจล้มเหลวแบบครบวงจร เป็นสหสาขาวิชาชีพ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดความสูญเสีย ลดอัตราการเสียชีวิต
หนึ่งในการรักษาหลักคือการใช้ยา ปัจจุบันมีการศึกษามากมายถึงยาที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ลดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล มาเร็ว ๆ นี้ก็มากมาย ไม่ว่า sacubitril/valsartan, dapagliflozin, levosimendan
ปัญหาที่สำคัญคือ ยาเดิมก็ยังใช้ได้ไม่เต็มที่ ยาใหม่ก็ยังไม่รู้จัก การศึกษาใหม่ ๆ ออกมามากมายทุกวัน เราจะติดตามอย่างไร
วันหนึ่ง อ.ณัฐ คูณรังษีสมบูรณ์ ได้ส่งข้อความมาหาผม เพื่อแนะนำประชาสัมพันธ์โครงการดี ๆ บอกว่า ท่านได้จัดทำหนังสือรวบรวมข้อมูลยาที่ใช้ในการรักษาโรคหัวใจล้มเหลววางจำหน่าย เพิ่งพิมพ์ครั้งแรก ที่สำคัญที่ท่านบอกว่า
"..โดยผมตั้งใจจะนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับกองทุนเพื่อใช้ในการซื้อยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติให้กับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว คลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ"
เพราะตัวอาจารย์เอง เคยป่วยเป็นโรคหัวใจล้มเหลวและเข้ารับการรักษาที่หน่วยโรคหัวใจ มช. แห่งนี้ เมื่อท่านจบการศึกษามาเป็นอาจารย์ที่นี่ จึงตั้งใจจะทำเพื่อสถาบันแห่งนี้ หวังจะให้ผู้ป่วยรุ่นหลังมีคุณภาพชีวิตที่ดี ...โห ไอเดียและความตั้งใจสุดยอด...ผมสั่งซื้อเลยหนึ่งเล่ม สามวันเท่านั้นได้อ่านแล้ว
หนังสือเล่มขนาดเอสี่ ไม่หนามาก ปกสวย เนื้อในกระดาษปอนด์อย่างดี พิมพ์ตัวใหญ่อ่านง่าย ราคารวมค่าจัดส่ง 300 บาท ที่ประทับใจคือห่อได้งามมาก มีกระดาษแข็งและกันกระแทกด้วย คนรักหนังสืออย่างผมซูฮกเลย เอาล่ะ ข้างในเป็นอย่างไร
เนื้อหาแบ่งตามชนิดของยาแต่ละประเภท อธิบายถึงกลไกการเกิดโรคหัวใจวายที่เกี่ยวข้องกับยานั้น เพื่อความเข้าใจว่ายานั้นไปทำอะไร มีคำอธิบายเภสัชวิทยาของยาตัวนั้นแบบเข้าใจง่าย แต่ครบถ้วนนะ ไม่ยาวแต่ครบ ต่อด้วยการใช้งานทางคลินิก วิธีการใช้ยาปรับยา ที่ชอบมากคือใส่การศึกษาวิจัยอันเป็นที่มาการอนุมัติใช้ยามาให้ด้วย ทำเป็นตารางอ่านง่ายดี
มียาครบทุกกลุ่มทั้งเก่าและใหม่เลยครับ แนบความเข้าใจเรื่องโรคหัวใจวายและแนวทางการรักษาในปัจจุบันมาด้วย ครบเลย ใครอยากศึกษา ทบทวน หรืออ้างอิง ใช้ได้เลยครับ ทบทวนได้เร็ว ผมอ่านรวดเดียวจบเลย ได้มาเมื่อสองวันก่อนเอง ส่งไปรษณีย์ถึงหน้าบ้านเลย
มีคำนิยมจาก อ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ คนที่เคยรักษาอ.ณัฐตอนป่วยจนหายดี จนปัจจุบันมาเขียนคำนิยมให้ผู้ป่วยตัวเอง ที่มาทำประโยชน์ต่อไปรุ่นสู่รุ่น
ใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่
Facebook: Nut Koonrungsesomboon
Email: nkoonrung@gmail.com
Line ID: nutkoon
เช่นเคย ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้แต่งหรือสำนักพิมพ์แต่อย่างใด แนะนำเพราะเนื้อหาดี ไม่แพง และเงินที่จ่ายไปก็ไปใช้ประโยชน์กับผู้ป่วยอีกต่อหนึ่งครับ

21 พฤศจิกายน 2562

มีอะไรให้คิด เรื่องการใช้ยาฆ่าเชื้อ

มีอะไรให้คิด เรื่องการใช้ยาฆ่าเชื้อ
ผู้ป่วยรายหนึ่ง มีอาการไข้ไอ น้ำมูกใส 3 วัน ผู้ป่วยอายุ 32 ปี แข็งแรงดีมาก ไม่มีโรคประจำตัวและไม่แพ้ยาใด ๆ
สามวันมานี้ผู้ป่วยได้รับการรักษามาจากสถานพยาบาลสามแห่ง ยาที่ใช้อยู่ใส่รวมกันมาในถุง มียาลดน้ำมูก ยาลดไข้ ยาแก้ไอ และ ยาปฏิชีวนะสามชนิด คือ clarithromycin, levofloxacin, oseltamivir จากสามสถานพยาบาลที่ไม่ซ้ำกันเลย ในการรักษาต่อเนื่องทั้งสามวัน
เราคงไม่สามารถบอกได้ว่าการใช้ยาสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะเราไม่ทราบเหตุผลในการให้ยาในแต่ละที่ และการตรวจ ณ วันที่อาการดีขึ้นแล้ว คงบอกอะไรยาก คุณหมอแต่ละคนน่าจะคิดอย่างครบถ้วนแล้วที่จะตัดสินใจให้ยา
เรามองย้อนหลังเป็นคนสุดท้าย เราเป็นคนที่เห็นการดำเนินโรคที่ชัดเจน ผลจากการรักษา การรักษาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดทั้งหมด มีข้อมูลมากกว่าคนอื่นเขา หากเราไปอยู่ในสถานการณ์ของหมอแต่ละคนเราอาจทำแบบเขา หรือแย่กว่าเขาก็ได้
1. สำหรับการรักษาพยาบาล คนที่รักษาเป็นคนหลัง ๆ พึงไม่วิจารณ์ในสิ่งที่คนก่อนหน้าทำ เพราะเราเองก็ไม่รู้เหตุผลและความจำเป็นในขณะนั้นเวลานั้น
2. สำหรับการรักษาพยาบาล การทบทวนประวัติการรักษา ยาที่ได้รับ สำคัญมาก
3. สำหรับการรักษาพยาบาล การใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างสมเหตุสมผล ถือเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบอย่างจริงจัง มีส่วนร่วมเพื่อลดปัญหาในอนาคต
4. สำหรับผู้ป่วย การติดตามการรักษาหากยังไม่ได้ผล ควรติดตามการรักษาต่อ
5. สำหรับผู้ป่วย การแจ้งว่าไปรักษาที่ใดและได้รับยาใดมาบ้าง กินแล้วได้ผลอย่างไร เป็นสิ่งที่จะเพิ่มข้อมูลการวินิจฉัยให้แม่นยำมากขึ้น
ทำให้สังคมที่ดีที่น่ารักของคุณหมอใจดี และคนไข้ที่ปฏิบัติตามการรักษา พูดคุยกันดั่งญาติมิตร กลับมาอีกครั้งกันครับ

บทความที่ได้รับความนิยม