23 ตุลาคม 2561

anal wink

วิ้งก์ ๆ ๆ ดูจะกระจ่างใส แต่ถ้าเป็น anal wink ดูจะไม่ใส
anal wink (อะนัล วิ้ง) คือปฏิกิริยาสนองตอบของร่างกายที่เรียกว่ารีเฟล็กซ์ ร่างกายรับสัญญาณนำเข้าและตอบสนองทันทีเร็วมากเพราะวงรอบกระแสประสาทวนลูปสั้นแค่ไขสันหลัง ไม่ต้องไปแปลผลที่สมอง เช่นเวลาเหยียบธูปร้อน ๆ แล้วยกขาหลบ
แต่อะนัลวิ้งนี้รับสัญญาณจากผิวหนังรอบรูทวาร ผิวหนังสีคล้ำ ๆ จับจีบรอบรูทวารนั่นแหละครับ หากมีอะไรไปสัมผัส เขี่ย ดัน จะส่งสัญญาณไปที่เซลล์ประสาทไขสันหลังส่วนล่างระดับกระดูกก้นกบ (แต่ว่าตัวไขสันหลังไม่ได้อยู่ตรงก้นกบนะครับ อยู่สูงระดับเอวเลย ปล่อยเส้นประสาทเป็นสายไฟยาวลงมา)
ร่างกายก็ป้องกันตัวเอง โดยการขมิบก้น ภาษาอีสานเรียก "ยุ่มก้น" หูรูดด้านนอกปิดสนิทกันสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ปกติมันเป็นทางออกนะครับไม่ใช่ทางเข้า ร่างกายก็มีประตูนิรภัยเช่นกัน หากเราเอาสำสีพันปลายไม้ไปเขี่ยบริเวณนั้น แล้วเกิดขมิบ "มุบ" แสดงว่าวงรอบการรับส่งกระแสประสาทและกล้ามเนื้อปรกติดี ชื่อเพราะ ๆ เรียก anocutaneous reflex
ใช้ตรวจบ่อย ๆ เวลาตรวจการทำงานของไขสันหลัง และเส้นประสาท ไม่ว่าจะดูการบาดเจ็บหรือรอยโรคของไขสันหลัง หรือการตรวจดูว่าไขสันหลังที่ได้รับบาดเจ็บฟื้นหรือยัง เพราะกลุ่มเซลล์ประสาทที่ควบคุมนี้อยู่ลึกกว่าเซลล์ประสาทที่คุมแขนขา ถ้าบาดเจ็บหรือเสียการทำงานแสดงว่ารอยโรคอยู่ตรงกลาง ๆ ไขสันหลัง หรือบาดเจ็บรุนแรงลึกไปถึงใจกลาง เช่นเดียวกัน เวลาไขสันหลังฟื้นตัวตรงนี้จะฟื้นเป็นลำดับต้น ๆ เราก็ตรวจพอบอกได้เช่นกัน
ยังมีการตรวจเพื่อดูแรงกล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกเช่น การให้ขมิบนิ้วผู้ตรวจดูว่าแรงบีบดีหรือไม่ หรือนิ้งหนึ่งค้างในรูทวารอีกนิ้วหนึ่งไปบีบหัวกระบองแล้วดูว่าขมิบนิ้วหรือไม่ สำหรับสุภาพสตรีก็ให้สัมผัสจุดกระสันอย่างแผ่วเบา ดูว่าขมิบนิ้วตอบสนองหรือไม่ แต่มาตรฐานคือการสอดเครื่องมือไปวัดแรงบีบ anorectal manometry และการตรวจหาฟิสิกส์ไฟฟ้าของเส้นประสาท pudendal
วิ้งงงงง ขยิบตาไหมล่ะ

การป้องกันลิ่มเลือดดำอุดตัน

หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต อัตราความพิการและการอยู่โรงพยาบาลนานขึ้น คือ การป้องกันลิ่มเลือดดำอุดตัน
ผู้ป่วยหลายรายที่เข้ารับการรักษามีโอกาสจะเกิดลิ่มเลือดดำอุดตันที่ขา ไม่ว่าจะเป็นเพราะนอนนานจากการผ่าตัดเช่น เปลี่ยนข้อสะโพก เปลี่ยนข้อเข่า หรือขยับไม่ได้เช่นอัมพาต หรือป่วยหนักมากในห้องไอซียู ยังไม่นับโอกาสแฝงที่ซ่อนอยู่เช่นใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด มีโรคประจำตัวแพ้ภูมิตัวเอง ผู้ป่วยเหล่านี้หากเกิดลิ่มเลือดดำอุดตันก็จะต้องรักษาพยาบาลกันมากขึ้น และถ้าหลุดไปอุดหลอดเลือดแดงที่ปอด โอกาสเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น ในกรณีอุดหลอดเลือดแดงที่ปอดจนความดันตกแล้วถ้าช่วยไม่ทัน โอกาสเสียชีวิตสูงระดับ 80% เลยทีเดียว
หลาย ๆ สมาคมการแพทย์ทั่วโลกแนะนำให้ใช้มาตรการป้องกันหลอดเลือดดำอุดตัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องชั่งน้ำหนักกับโอกาสเลือดออกจากการให้การป้องกันด้วย เพราะการให้ยาเพื่อป้องกันมักจะเป็นยาที่ลดการแข็งตัวของเลือด จะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น เป็นการชั่งน้ำหนักว่าการให้ยาเพื่อป้องกันจะคุ้มค่ากับโอกาสเลือดออกและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วยไหม หรือหากมีเลือดออกจากการให้ยาอาจจะมีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยได้
เมื่อเราคิดจะให้การป้องกัน นั่นคือต้องพิจารณาจากโอกาสเกิดโรค เพราะมันยังไม่มีโรค ภาวะนอนนานหรือขยับยากข้างต้นเป็นความเสี่ยงสำคัญ การป้องกันหลักคือการให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ทั้งแบบยาฉีดคือ low molecular weight heparin ที่ฉีดใต้ผิวหนัง หรือใช้ยากิน warfarin ที่จำเป็นต้องปรับตามระดับผลเลือด หรือในปัจจุบันมียาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มใหม่ ที่ประสิทธิภาพการป้องกันดีพอ ๆ กับ warfarin แต่โอกาสเลือดออกน้อยกว่ามากและไม่ต้องวัดระดับผลเลือดเพื่อปรับยาและปฏิกิริยาระหว่างยาน้อยกว่ามาก (ของดีแต่ราคาแพง)
โดยจะเริ่มให้เมื่อเสี่ยง คือ ตั้งแต่นอนโรงพยาบาลไม่ว่าจะมาผ่าตัดหรือเริ่มนอนไอซียู โดยไม่มีข้อห้ามในการให้ยา บางภาวะเช่นผ่าตัดเปลี่ยนข้ออาจจะรอให้การผ่าตัดเรียบร้อยก่อน ถ้าไปให้ก่อนผ่าตัดอาจจะต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไป และมักจะให้ยาต่อเนื่องประมาณ 4-5 สัปดาห์แล้วหยุดยาเลย (มันมีกรณียกเว้น กรณีพิเศษอื่นๆอีกที่จะให้ยาต่อ)
การป้องกันโดยการใช้ยานั้นใช้เกือบทุกรายที่เป็นอัมพาต ป่วยหนัก หายใจล้มเหลว ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าข้อสะโพก แต่ถ้าไม่สามารถให้ยาได้เพราะเลือดออกหรือปัญหาอื่น ๆ จะต้องใช้มาตรการเชิงกลมาช่วย คืออะไร ?
Graduated compression stockings หรือ intermittent pneumatic compression อุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปแล้วช่วยขยับขาและใช้ลมบีบไล่เลือดดำบีบ ๆ คลาย ๆเป็นระยะเพื่อลดการคั่งค้างของหลอดเลือดดำ หลอดเลือดดำต้องอาศัยแรงบีบกล้ามเนื้อเพื่อผลักกลับสู่หัวใจ เพื่อลดโอกาสเลือดคั่งค้างจนเป็นลิ่มนั่นเอง
หากท่านหรือญาติของท่านจะต้องให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเพิ่มจากการรักษาปรกติและคุณหมอบอกว่าอาจมีเลือดออกได้ ท่านจะได้นึกออกว่าให้เพราะอะไร
แนวทางที่นิยมใช้เป็นหลักในการป้องกันและรักษาโรคลิ่มเลือดดำล่าสุด ACCP 2016 อ่านฟรีได้ที่นี่
https://www.sciencedirect.com/…/artic…/pii/S0012369215003359

22 ตุลาคม 2561

รูปร่างและหน้าที่ : นม

ต่อจากตอนที่แล้ว ..กระบอง https://www.facebook.com/medicine4layman/posts/2122064931442862
หรือใครยังไม่อ่านตอนแรก เอวและสะโพก
https://www.facebook.com/medicine4layman/posts/2122065824776106
อีกหนึ่งจุดดึงดูดคือ ..นม.. แต่ถ้าถามว่าขนาดเต้านมที่ใหญ่มันจะสัมพันธ์กับนมเยอะ ลูกจะได้มีอาหารกินและอยู่รอดได้มากกว่าหรือไม่
คำตอบคือไม่ เนื้อเต้านมที่เป็นต่อมน้ำนม ท่อน้ำนม ทุกคนมีใช้งานได้เพียงพอเท่า ๆ กันไม่ว่าคุณจะ 31A จนถึง 36D ขนาดคือเนื้อไขมัน เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน การยกตัวของเต้านม ไม่ใช่สาระสำคัญของเต้านม เนื้อเยื่อสร้างน้ำนมปรกติจะไม่สร้าง ยกเว้นเมื่อตั้งครรภ์ ดังนั้นขนาดเต้านมที่เปลี่ยนไปก่อนและหลังตั้งครรภ์เป็นตัวบอกได้ดีกว่าขนาดเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว และการสร้างอย่างต่อเนื่องยังขึ้นกับอาหารการกินและการให้เด็กดูดนมอย่างต่อเนื่องด้วย
ขอรับรองว่านมเล็กนมใหญ่ คู่ของคุณมีนมเพียงพอให้ลูก ส่วนใครที่มีนมไม่พอจริง ๆ ให้เข้าคลินิกนมแม่ที่มีทุกโรงพยาบาล ถ้าไม่ได้จริง ๆ ค่อยให้นมผสมสำหรับทารก คนที่ไม่มีน้ำนมพอไม่ได้เกี่ยวกับขนาดแต่อย่างใด
ประเด็นนี้จะต่างจากการดึงดูดของเอวกิ่วสะโพกผาย หรือกระบองยักษ์ครับ แม้การยืดตัวจะทำให้เต้านมเด่นเป็นสง่าแต่ว่ามันไม่ได้บอกถึงปริมาณน้ำนม และเวลาตั้งครรภ์เต้านมจะขยายขนาดขึ้นมาอีก แต่นั่นก็เกิดหลังผสมพันธุ์แล้วครับ การดึงดูดของเต้านมจึงเป็นอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าสัญชาตญาณการสืบพันธุ์
สิ่งน่ารู้อีกอย่างคือ เมื่อตั้งครรภ์แล้วฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์จะไปทำให้ข้อต่อและเยื่อหุ้มข้อต่าง ๆ ของอุ้งเชิงกรานมนุษย์ผู้หญิงหย่อนลง เพื่อให้ขยายขนาดเวลาทารกเคลื่อนลงมา และกลับเข้าสู่ภาวะเดิมในการพยุงร่างกายและเดินอย่างถนัดต่อไป ช่างมหัศจรรย์ชีวิตมาก ๆ เลยครับ
จะเห็นว่าสรีระร่างกายและโครงสร้างที่ออกมานั้นทำเพื่อโอกาสอยู่รอดในการสืบสายพันธุ์เป็นหลัก แต่เมื่อวิทยาการทางการแพทย์ของมนุษย์เจริญขึ้น การคลอดอย่างปลอดภัย โอกาสอยู่รอดในการคลอดมากขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงด้อยความสำคัญลง มนุษย์ไม่ได้มีฤดูสืบพันธุ์และไม่ได้ใช้สิ่งต่าง ๆ เพื่อดึงดูดอีกฝ่ายให้มาสืบพันธุ์กับตัวเอง และคนเราก็มีหลายปัจจัยในการเลือกคู่
ทำให้มนุษย์มีความหลากหลายในรูปร่างไงครับ ไม่อย่างนั้นเราคงมีแต่อกตู้ม สะโพกดินระเบิด กระบองโต ปั่มปั๊มกันถี่ยิบ ตามหลักการคัดเลือกตามธรรมชาติ เพราะการคัดเลือกมีความสำคัญลดลง เราจึงมีบราหลายขนาดและถุงยางหลายไซส์นั่นเอง
แต่ทว่าสัญชาตญาณแห่งการขยายพันธุ์ก็ยังฝังลึกถ่ายทอดมายังรุ่นปัจจุบัน คนที่มีรูปร่างแบบนั้นจึงยังมีแรงดึงดูดทางเพศ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้มีคู่เสมอไปนะครับ รวมทั้งทำกระบวนการต่าง ๆ ให้แรงดึงดูดทางเพศมากขึ้น ไม่ว่าจะฟองน้ำ ซิลิโคน กางเกงรัดรูป เพาะกาย ฉีดขนมปังไส้กรอก กระบอกสุญญากาศ
แต่นั่นคือสัญชาตญาณแห่งการสืบสานเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่สาระสำคัญแห่ง "การเป็นคู่อยู่ร่วมกัน"
รักกัน รักที่ใจใช่ที่นม
รักตรม สะโพกกลมก็ไม่ช่วย
รักนาน นานที่รักใช่ที่......(รวย ..ใจเย็น อย่ากลอนพาไป)
รักสดสวย ด้วยเราสองประคองกัน

21 ตุลาคม 2561

รูปร่งและหน้าที่ : อวัยวะเพศชาย

ต่อจากตอนที่แล้ว สะโพก
จากสัตว์ประเภทวานรที่กระดูกเชิงกรานไม่ได้รัดสอบให้ตัวตรงเดินสองขา และมุมกระดูกหัวเหน่าไม่ได้ชันแบบนี้ อวัยวะเพศชายจะอยู่ในมุมที่มองเห็นยาก เดินสี่ขา โอกาสจะได้อวดรูปร่างลดลงจึงต้องใช้ความสามารถอื่น ๆ เช่น เสียงร้อง สีสัน การเต้นระบำ แต่มนุษย์สามารถยืดตัวตรง จึงสามารถใช้รูปร่างดึงดูดได้ กล้ามอกแน่น กล้ามท้องเป็นลอน แขนล่ำขาล่ำได้รูป ทำให้มนุษย์ผู้หญิงเชื่อในความแข็งแรง ความสามารถในการหาอาหารและปกป้อง และรวมไปถึงเห็นอวัยวะเพศชัดขึ้น ยาวสั้นใหญ่เล็ก ทั้งเวลาหลับและตื่น ก็เป็นธรรมชาติในการเลือกอย่างหนึ่ง
...เอ มันเกี่ยวกันด้วยหรือ
จริง ๆ แล้วขนาดของกระบองนั้น ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการมีลูกและสืบทอดเผ่าพันธุ์เลย มันขึ้นอยู่กับทางเปิดออกของน้ำอสุจิว่าตีบตันไหม ตัวอสุจิแข็งแรงพอไหม ขนาดของกระบองสั้น ๆ หากทางออกไม่ตีบ ไม่เปิดผิดที่ มีน้ำอสุจิที่มีคุณภาพ ก็สามารถนำส่งตัวอสุจิได้ เพราะช่องคลอดสุภาพสตรีไม่ได้ลึกขนาดนั้นเฉลี่ยก็ 3-4 นิ้ว สามารถยืดขยายและปรับลด รับกับขนาดกระบองได้หมด แล้วจะต้องเลือกทำไม หรือมนุษย์ผู้ชายจะปรับโครงสร้างทำไม
จากบรรพบุรุษนั้น วานรเพศหญิงต้นกำเนิดของเรา สามารถที่จะบรรลุจุดสุดยอดเวลามีการผสมพันธุ์ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ลักษณะนี้ยังถ่ายทอดมาถึงชิมแปนซี กอริลล่า และรวมถึงมนุษย์ด้วย (อย่าแอบยิ้ม) มนุษย์ผู้หญิงจึงเลือกคู่ที่ร่างกายแข็งแรงและดูท่ากระบองจะแข็งแรงช่วยตอบสนองความสุขทางเพศได้ดี เพราะถ้าพึงพอใจแล้วมนุษย์ผู้หญิงก็จะยินดีให้ผสมพันธุ์บ่อยขึ้น โอกาสการมีลูกหลานสืบสานเผ่าพันธุ์จะมากขึ้น
วานรและมนุษย์ไม่ได้มีฤดูตกไข่ ฤดูผสมพันธุ์แบบสัตว์อื่น ๆ การใช้แรงดึงดูดเพื่อผสมพันธุ์จึงสำคัญมาก กระดูกเชิงกรานที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ความจริงข้อนี้อธิบายได้ทั้งรูปร่างที่เย้ายวนและกระบองที่แข็งแรง
แต่ถ้าหากเทียบกันแล้ว มนุษย์ผู้ชายจะมีอัณฑะเล็กกว่าสัตว์จำพวกเดียวกันเช่นชิมแปนซีหรือกอริลล่าหลายเท่า แต่ก็มีกระบองที่ยาวกว่าสัตว์พวกนี้หลายเซนติเมตร สัตว์พวกนี้จึงเป็นพวกเล็กสั้นขยันซอยของแท้ เพราะต้องใช้ความถี่ในการผสมพันธุ์หลายครั้ง ต้องหลั่งน้ำอสุจิหลายครั้ง จึงออกมาเป็นปืนสั้นแต่คลังกระสุนเพียบ เพิ่มโอกาสการขยายพันธุ์ แต่มนุษย์เราเป็นแบบปืนยาว เล็งแม่น กระสุนทะลุเป้า เป็นแบบลึกล้ำขย้ำมิด
ทำให้ดูเหมือนว่ามนุษย์ผู้ชายที่กระบองแข็งแรงจะได้รับการเลือกมากกว่า กระดูกเชิงกรานที่รัดแคบ ดันหัวเหน่ามาด้านหน้าจะทำให้มนุษย์ผู้หญิงได้เห็นกระบองชัดขึ้น เลือกได้ ซึ่งนี่เป็นการเลือกทางสายตาและความพึงพอใจนะครับ ส่วนประสิทธิภาพการมีลูกไม่ได้ขึ้นว่าเล็กใหญ่สั้นยาวแต่อย่างใดตามที่กล่าวมาแล้ว
วิวัฒนาการเปลี่ยนทั้งรูปแบบการดำเนินชีวิต การหาอาหาร การสืบพันธุ์ แค่ใช้กระดูกเชิงกราน แต่อีกส่วนที่อาจดึงดูดคือ ทรวงอกสล้างสวย
หมดเวลา ติดตามตอนต่อไป ยกมือด้วยร

รูปร่างกับหน้าที่ : สะโพก

ชายหนุ่มและสาวสวยที่มีรูปร่างติดตรึงใจ ถามว่ารูปร่างต่าง ๆ เหล่านี้มันมีผลอย่างไร เรามาฟังสนุก ๆ นะครับ
ถ้าเราตัดประเด็นการเลือกคู่โดยอาศัยฐานะ ความพร้อม ความรัก ออกไปว่ากันด้วยสัญชาติญาณแห่งสัตว์โลกล้วน ๆ เราก็คงคิดว่าสตรีที่เต้านมใหญ่เอวคอดสะโพกผายน่าดึงดูดใจและน่าจะหาคู่ได้ง่าย เฉกเช่นชายหนุ่มที่รูปกายกำยำ แข็งแรง มีกระบองอันโต น่าจะหาคู่ได้ไม่ยาก แต่ก่อนจะไปพิจารณาแบบนั้น เรามาอ่านหน้าที่ของร่างกายก่อน
สุภาพสตรีนั้นจะมีสะโพกที่ผายออก ทำให้เอวคอดเพราะบริเวณกระดูกเชิงกรานขยายออก เมื่อเทียบกับส่วนบนจึงดูเอวคอดลง ทำไมกระดูกเชิงกรานต้องขยายออกด้วย มันมีพื้นฐานจากการเปลี่ยนแปลงดั้งเดิมที่จากสัตว์สี่เท้ามาเป็นการเดินสองเท้า และอวัยวะหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ได้คือ กระดูกเชิงกราน
มนุษย์เราจะมีเชิงกรานที่สอบเข้าหากัน ในสัตว์เดินสี่เท้าจะไม่สอบเข้าหากันแบบนี้ มนุษย์จะเป็นคล้ายแก้วที่ปากกว้างก้นแก้วแคบ เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักและอวัยวะภายในเมื่อยืนตัวตรงได้ เป็นวิวัฒนาการสำคัญในการลุกยืนเดินสองเท้า ยิ่งรัดเข้าให้แคบยิ่งทรงตัวและก้าวเดินสองเท้าได้ถนัด มนุษย์ผู้ชายจะชอบมากเพราะสามารถต่อสู้ หาอาหารได้ดีขึ้น เดินคล่อง แต่มนุษย์ผู้หญิงไม่ใช่แบบนั้น เธอไม่สามารถจะมีเชิงกรานที่แคบเกินไปได้ เพราะมันเป็นอุปสรรคต่อการคลอดบุตร
เชิงกรานของสุภาพสตรีจึงขยายออกกว้างกว่า มึมุมกว้างออก เพื่อให้ทารกสามารถเคลื่อนที่ผ่านช่องท้องออกมาเชิงกรานได้ ถ้าแคบเกินไปเด็กจะคลอดไม่ได้ หรือถ้าคลอดได้เด็กก็จะต้องมีหัวเล็กสมองเล็ก มนุษย์ผู้หญิงจึงวิวัฒนาการให้เชิงกรานกว้างออกป้านออก ยอมให้เด็กออกมาเป็นเด็กที่สมองโตกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้
แต่เมื่อมีเชิงกรานที่กว้างออก ทำให้สูญเสียหน้าที่การเดินการวิ่ง ความแข็งแรงเชิงโครงสร้างไป มนุษย์ผู้หญิงจึงมีลักษณะทางกายวิภาคที่แข็งแรงน้อยกว่าชายโดยธรรมชาติ และเมื่อเรามองจากด้านหน้า เราก็จะพบสะโพกและเชิงกรานผู้หญิงโค้งเห็นส่วนเอว โค้งเว้าที่เย้ายวน ลงมาที่มุมขาที่กางออกและตีบเข้ามา แม้จะทำให้การเดินไม่คล่องเท่าชาย แต่ก็ทำให้มีความเย้ายวนในส่วนโค้งมากขึ้น
ส่วนรูปร่างแบบนี้จะดึงดูดชายมากกว่าหรือไม่ อาจเป็นเพราะทำให้โครงสร้างการมีลูก การแพร่เผ่าพันธุ์ทำได้ดีกว่า จึงมีแนวโน้มได้รับการเลือกเป็นคู่มากกว่า
ในทางกลับกันมนุษย์ผู้ชายที่มีเชิงกรานแคบ ชันตัวได้สูงและตรง องศาของกระดูกหัวเหน่าจะพุ่งมาด้านหน้ามากกว่าผู้หญิงที่จะพุ่งมาด้านหน้าด้วยองศาน้อยกว่า ทำให้อวัยวะหนึ่งถูกดันให้เด่นขึ้นมานั่นคือ อวัยวะเพศชาย
แหม..เมื่อยนิ้วพอดี ใครอยากอ่านต่อยกมือ

บทความที่ได้รับความนิยม