หวังว่าท่านคงจำ “หมอหน้ามล คนใจดี” ดีเจเสียงหวานรายการลูกทุ่งรวงทองกันได้นะครับ ครั้งก่อน น้องทัดดาว บุศยา เขียนจดหมายเข้ามาหาดีเจลุงหมอเกี่ยวกับเรื่องสะเก็ดเงิน วันนี้เรามาเปิดคลื่นฟังลูกทุ่งรวงทองกันอีกรอบนะครับ
[ขึ้นเพลงมนต์รักลูกทุ่ง]…กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้อง มิตรรักแฟนเพลงที่รักทุกท่าน วันนี้รายการลูกทุ่งเสียงทองกับลุงหมอ หมอหน้ามล คนใจดี มาประจำการในช่วงตอบจดหมายจากแฟนเพลงทางบ้าน ฉบับนี้มาจากสมุทรสาคร จากแฟนเพลงที่ใช้นามว่า ..สาวนาเกลือ..
สวัสดีค่ะลุงหมอที่เคารพ เรียกหนูว่าสาวนาเกลือนะคะ หนูอยู่สมุทรสาครค่ะ ตอนนี้ช่วยหม่อมแม่ทำนาเกลือค่ะ ขายดี๊ขายดี คือว่าหนูมีเรื่องปรึกษาค่ะ มันน่าอายอยากจะมาขอคำปรึกษา หนูไปแอบชอบผู้ชายคนนึงนะคะ ตอนที่ไปเจรจาการค้าที่กาฬสินธุ์ เขาหล่อมากค่ะ หน้าแบบว่าโอปป้าทีเดียว ซิกส์แพ็กก็แซ่บค่ะ เรียกเขาว่าหนุ่มนาข้าวแล้วกันนะคะ ด้วยอานุภาพความรักหนูเลยเปลี่ยนแปลงตัวเองค่ะ ทั้งดูแลผิว จี้ไฝ เสริมนม แต่ติดปัญหาเรื่องเดียวที่ยังกลุ้มค่ะ
ข้อแรกนะคะ..หนูขนดกมากเลยค่ะ ลุงหมอ ใส่ชุดจะเป็นสาวอาหรับอยู่แล้ว ปิดทั้งตัวเลย มันผิดปกติไหมคะเนี่ย กลุ้มใจเล็กน้อยถึงปานกลาง
ดีเจเสียงหวาน..ก็ต้องดูบริเวณที่ขึ้นด้วยนะหนู ถ้าเป็นบริเวณของผู้ชายที่เกิดจาดอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายที่มากเกิน ก็ผิดปกติจ้ะ ซึ่งก็ต้องมาหาสาเหตุและแก้ไขตามสาเหตุ ยิ่งถ้ามีสักษณะเพศชายอื่นๆด้วยอย่างเช่น เสียงห้าว กล้ามขึ้น ยิ่งน่าจะผิดปกติ
ข้อสองนะคะ..หนูต้องโกนขนรักแร้..อุ๊ยย อ๊ายอายค่ะ..ขนแขน ขนหน้าแข้งประจำ แม่บอกว่าคิดมาก ใครก็โกนกัน แม่บอกว่าให้เอาเกลือทา หนูไม่กล้า ไม่ใช่ปลาแดดเดียวนี่คะ
ดีเจเสียงหวาน..ดมยาดมหนึ่งที..ขนบริเวณที่หนูโกนนั้น ก็ถือเป็นบริเวณปกติของผู้หญิงนะจ๊ะ ที่ต้องสงสัยว่าผิดปกติก็จะพบว่าขนดกหนาขึ้น ที่หนวด เครา ขนหน้าอก แนวกลางตัวทั้งเหนือและใต้สะดือ ต้นแขนต้นขา แผ่นหลังส่วนบน และที่ก้น ถ้าขึ้นยุ่บยั่บแถวนั้นค่อยกังวลนะจ๊ะ
ข้อสาม..เพื่อนหนูก็เป็น ขนขึ้นเต็มอกเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่ามันไปปลูกมา เป็นแฟชั่น แต่มันบอกไม่ใช่ มันต้องรักษากินยาฮอร์โมน ยาคุม..อย่างหนูต้องกินยาคุมไหมคะ
ดีเจเสียงหวาน..เพื่อนหนูเป็นโรค จึงต้องรักษาจ้ะ ลุงหมอเคยเรียนมาเขาเรียกว่า เฮอร์ซูทิซึ่ม (hirsutism) ซึ่งต้องตรวจหาสาเหตุและรักษาที่ต้นเหตุ ส่วนมากก็ถุงน้ำรังไข่ หรือต่อมหมากไตผิดปกติจ้ะ ถ้าหนูจะกินยาคุมก็กินได้นะจ๊ะ จะได้ไม่มีลูก ไม่เกี่ยวกับขน
ข้อสี่..แล้วหนูต้องกินยาลดขนไหมคะ หรือจะใช้วิธีไหนดี ได้ข่าวแว่วๆว่ายา มิน็อกซิดิล ช่วยได้จริงหรือเปล่าคะ หนูอยากใส่ทูพีซไปเที่ยวกับหนุ่มนาข้าวค่ะ ของดีแบบนี้ต้องรีบเดี๋ยวโดนเท
ดีเจเสียงหวาน..ปิดไมค์ตะโกนบอกทีมงาน.น้องไปชงยาหอมให้พี่แก้วนึง พี่ล่ะเพลีย..แล้วหันมาทำเสียงหวานๆใส่ไมค์..หนูเข้าใจอะไรผิดแล้วนะ ยา minoxidil มันทำให้ผมขึ้นขนขึ้นมากกว่า ยาที่อาจทำให้ผิดปกติแบบนี้ก็มี ยากันชัก phenytoin, ยาคุมกำเนิดที่มีสัดส่วนฮอร์โมนเพศชาย, ยาลดความดัน minoxidil, ยากดภูมิ cyclosporin
ยาลดขนไม่มีหรอกหนู ไปฟังใครมาเนี่ย หนูไม่ได้เป็นเฮอร์ซูทิซึ่ม ก็ไม่ต้องปรับฮอร์โมน หนูจะใช้วิธีไหนก็ได้ จะโกน จะแว็กซ์ จะดึง จะเลเซอร์ ก็ได้หมด หรือหนูไปซื้อเบนซ์สักสิบคันก็ได้ขนหน้าแข้งร่วงหมดเชียวแหละ
คงไม่รบกวนลุงหมอแล้วนะคะ สุดท้ายนี้ขอให้ลุงหมอมีสุขภาพแข็งแรง ถูกหวยบ่อยๆนะคะ และก็ขอเพลงด้วยนะคะ … ใครแต่งไม่รู้ ชื่อเพลง สะพาน ค่ะ สวัสดีค่ะ
ดีเจและทีมงาน..เอ้า วิ่ง ตัวใครตัวมันเฟร้ย..
ที่มา Harrison Principle of Internal Medicine 19th
เครดิตภาพ : endocrinologistchennei.com
21 กุมภาพันธ์ 2560
20 กุมภาพันธ์ 2560
19 กุมภาพันธ์ 2560
วสิษฐ์ เดชกุญชร
หลายเดือนแล้วที่ไม่ได้ชวนอ่านหนังสือ..วันนี้วันพักสบายๆ มาอ่านหนังสือกันครับ
หนึ่งในบรรดานักเขียนของไทยที่เขียนได้น่าติดตาม ระทึกขวัญ เรียกว่า "วางไม่ลง" ต้องอ่านจนจบ ในแนวนิยายแบบนี้มีไม่กี่คนแน่ครับ แอดมินเองเป็นแฟนประจำของท่าน ได้อ่านหนังสือของท่านจนครบทุกเล่ม วันนี้คัดออกมาสามเล่ม...ที่ผมชอบและคิดว่า..ขึ้นหิ้งได้ครับ
พล.ต.อ. วสิษฐ์ เดชกุญชร นักเขียนนิยายที่เรียกแนวนิยายตัวเองว่า อาชญนิยาย ได้จินตนาการ ตำรวจ ในแบบที่ทุกๆคน และรวมถึงตัวท่านอยากให้เป็น เป็นนายตำรวจที่อยู่ในอุดมคติ พิทักษ์และปกป้องประชาชน ทำความดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ (ในชีวิตจริงคงจมน้ำไปหลายคน) ท่านได้เขียนเรื่องราวแนวนี้ออกมาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเดียวจบ เช่น สารวัตรใหญ่ และ เรื่องที่ใช้ตัวละครต่อเนื่องเป็นชุด คือ ซีรี่ส์ของ ธนุส นิราลัย ใน หักลิ้นช้าง..สารวัตรเถื่อน..
เรื่องที่ผมจะยกมาให้ชวนอ่านกัน คิดว่าทุกท่านคงอยากเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราเป็นแบบนี้ มีสามเล่มครับ
เล่มแรก ... สารวัตรใหญ่.. เป็นเรื่องราวของนายตำรวจตระเวณชายแดนที่ต้องเข้ามาเป็นนายตำรวจภูธรประจำสถานีตำรวจห่างไกล คุณใหญ่และภรรยา แตกต่างจากสารวัตรคนอื่นๆ ที่มีแต่ผลประโยชน์แอบแฝง มาเกี่ยวเก็บแล้วก็ไป แต่คุณใหญ่มาใช้ความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ มาพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอำเภอ นายตำรวจชั้นผู้น้อย ให้หลุดพ้นโยงใยแห่งส่วยอย่างยั่งยืน และ กล้าผงาดสู้อิทธิพลมืดทุกรูปแบบทั้งคนนอก และ คนใน ท่านสารวัตรมีวิถีชีวิตที่สมถะ เรียบง่ายและมีคุณธรรม
ครั้งหนึ่งเคยนำมาทำเป็นละคร โด่งดังมาก เพราะฉายไปไม่กี่ตอนก็โดนแบน เพราะทางการกลัวว่าภาพพจน์จะไม่ดี
เล่มที่สอง..เบี้ยล่าง..เรื่องราวของนายร้อยตำรวจที่เพิ่งจบหมาดๆจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ มีไฟแรง คุณธรรมล้น พลังเต็มเปี่ยม ไม่หวั่นต่ออิทธิพล สร้างชื่อและเปิดเรื่องด้วยการจับ ..คุณนาย..ท่านอธิบดีกรมตำรวจที่จอดรถในที่ห้ามจอด และงัดข้อกับท่านอธิบดีมาตลอด ครับถูกย้ายไปที่ต่างๆทั่วเลย แต่คุณพลศักดิ์ไม่ได้เกรงกลัว รู้แต่จะทำเพื่อประชาชนเท่านั้น นิยายได้ตีแผ่อิทธิพลด้านมืดของวงการตำรวจ การเมืองที่เข้ามามีบทบามต่อวงการตำรวจ สัมผัสกับชีวิตเรียบง่ายมคุณธรรมของนายร้อยตำรวจหนุ่มที่มีคุณธรรมเป็นเครื่องนำใจ
เรื่องนี้ผมชอบเป็นพิเศษเพราะพระเอกของเรื่อง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามที่ต่างๆที่ต้องโยกย้ายไป คิดถึงความหลังเลยครับมเหมือนแอดมินเดี๊ยะๆ
เล่มสุดท้าย..รอยพระยุคลบาท..เล่มนี้เป็นผลงานถ่ายทอดประสบการณ์ของคุณวสิษฐ์เอง สมัยเป็นนายตำรวจราชสำนัก ติดตามในหลวงรัชกาลที่เก้า คุณวสิษฐ์ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พระจริยาวัตรอันงดงาม แนวทางการดำเนินชีวิตของพระองค์ที่เรียบง่าย สมถะ ประหยัด การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น คำสอนในการดำรงชีวิต เรียกว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมแนะนำให้ทุกคนอ่าน ไม่ใช่แค่ก่อนตาย แต่ควรอ่านทุกปี หรืออ่านซ้ำทุกโอกาสที่มีเวลา ไม่ได้มีศัพท์ที่ยาก คุณวสิษฐ์เขียนเหมือนเขียนนิยายตามแนวที่ท่านถนัด แต่นี่คือเรื่องเล่าของจริง
เล่มนี้ครั้งหนึ่งเคยซื้อให้เป็นของขวัญล้ำค่าให้ลูกเพจที่ตอบคำถามเกี่ยวกับกำแพงเบอร์ลินได้ถูกต้อง
ผมสังเกตว่าตัวละครเอกทุกตัวของคุณวสิษฐ์ ออกจะมีคาแรกเตอร์คล้ายๆกัน ปฏิบัติตนและใช้ชีวิตอย่างที่เป็นแบบอย่างกับผู้คนได้ และเมื่อได้อ่าน..รอยพระยุคลบาท..กับสิ่งที่คุณวสิษฐ์ได้ประสบพบเห็นมา เอามากลั่นเป็นนิยายที่สอนใจผู้คน ผมก็รู้ได้ทันทีว่า พระเอกในนิยายของคุณวสิษฐ์...มีตัวตนจริงๆ
ทั้งสามเรื่องคุณต้องอ่าน โดยเฉพาะเรื่องสุดท้าย แล้วคุณจะทราบว่า เทวดาที่มีลมหายใจ มีอยู่จริงและไม่เคยจากไปไหนเลย
หนึ่งในบรรดานักเขียนของไทยที่เขียนได้น่าติดตาม ระทึกขวัญ เรียกว่า "วางไม่ลง" ต้องอ่านจนจบ ในแนวนิยายแบบนี้มีไม่กี่คนแน่ครับ แอดมินเองเป็นแฟนประจำของท่าน ได้อ่านหนังสือของท่านจนครบทุกเล่ม วันนี้คัดออกมาสามเล่ม...ที่ผมชอบและคิดว่า..ขึ้นหิ้งได้ครับ
พล.ต.อ. วสิษฐ์ เดชกุญชร นักเขียนนิยายที่เรียกแนวนิยายตัวเองว่า อาชญนิยาย ได้จินตนาการ ตำรวจ ในแบบที่ทุกๆคน และรวมถึงตัวท่านอยากให้เป็น เป็นนายตำรวจที่อยู่ในอุดมคติ พิทักษ์และปกป้องประชาชน ทำความดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ (ในชีวิตจริงคงจมน้ำไปหลายคน) ท่านได้เขียนเรื่องราวแนวนี้ออกมาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเดียวจบ เช่น สารวัตรใหญ่ และ เรื่องที่ใช้ตัวละครต่อเนื่องเป็นชุด คือ ซีรี่ส์ของ ธนุส นิราลัย ใน หักลิ้นช้าง..สารวัตรเถื่อน..
เรื่องที่ผมจะยกมาให้ชวนอ่านกัน คิดว่าทุกท่านคงอยากเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราเป็นแบบนี้ มีสามเล่มครับ
เล่มแรก ... สารวัตรใหญ่.. เป็นเรื่องราวของนายตำรวจตระเวณชายแดนที่ต้องเข้ามาเป็นนายตำรวจภูธรประจำสถานีตำรวจห่างไกล คุณใหญ่และภรรยา แตกต่างจากสารวัตรคนอื่นๆ ที่มีแต่ผลประโยชน์แอบแฝง มาเกี่ยวเก็บแล้วก็ไป แต่คุณใหญ่มาใช้ความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ มาพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอำเภอ นายตำรวจชั้นผู้น้อย ให้หลุดพ้นโยงใยแห่งส่วยอย่างยั่งยืน และ กล้าผงาดสู้อิทธิพลมืดทุกรูปแบบทั้งคนนอก และ คนใน ท่านสารวัตรมีวิถีชีวิตที่สมถะ เรียบง่ายและมีคุณธรรม
ครั้งหนึ่งเคยนำมาทำเป็นละคร โด่งดังมาก เพราะฉายไปไม่กี่ตอนก็โดนแบน เพราะทางการกลัวว่าภาพพจน์จะไม่ดี
เล่มที่สอง..เบี้ยล่าง..เรื่องราวของนายร้อยตำรวจที่เพิ่งจบหมาดๆจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ มีไฟแรง คุณธรรมล้น พลังเต็มเปี่ยม ไม่หวั่นต่ออิทธิพล สร้างชื่อและเปิดเรื่องด้วยการจับ ..คุณนาย..ท่านอธิบดีกรมตำรวจที่จอดรถในที่ห้ามจอด และงัดข้อกับท่านอธิบดีมาตลอด ครับถูกย้ายไปที่ต่างๆทั่วเลย แต่คุณพลศักดิ์ไม่ได้เกรงกลัว รู้แต่จะทำเพื่อประชาชนเท่านั้น นิยายได้ตีแผ่อิทธิพลด้านมืดของวงการตำรวจ การเมืองที่เข้ามามีบทบามต่อวงการตำรวจ สัมผัสกับชีวิตเรียบง่ายมคุณธรรมของนายร้อยตำรวจหนุ่มที่มีคุณธรรมเป็นเครื่องนำใจ
เรื่องนี้ผมชอบเป็นพิเศษเพราะพระเอกของเรื่อง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามที่ต่างๆที่ต้องโยกย้ายไป คิดถึงความหลังเลยครับมเหมือนแอดมินเดี๊ยะๆ
เล่มสุดท้าย..รอยพระยุคลบาท..เล่มนี้เป็นผลงานถ่ายทอดประสบการณ์ของคุณวสิษฐ์เอง สมัยเป็นนายตำรวจราชสำนัก ติดตามในหลวงรัชกาลที่เก้า คุณวสิษฐ์ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พระจริยาวัตรอันงดงาม แนวทางการดำเนินชีวิตของพระองค์ที่เรียบง่าย สมถะ ประหยัด การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น คำสอนในการดำรงชีวิต เรียกว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมแนะนำให้ทุกคนอ่าน ไม่ใช่แค่ก่อนตาย แต่ควรอ่านทุกปี หรืออ่านซ้ำทุกโอกาสที่มีเวลา ไม่ได้มีศัพท์ที่ยาก คุณวสิษฐ์เขียนเหมือนเขียนนิยายตามแนวที่ท่านถนัด แต่นี่คือเรื่องเล่าของจริง
เล่มนี้ครั้งหนึ่งเคยซื้อให้เป็นของขวัญล้ำค่าให้ลูกเพจที่ตอบคำถามเกี่ยวกับกำแพงเบอร์ลินได้ถูกต้อง
ผมสังเกตว่าตัวละครเอกทุกตัวของคุณวสิษฐ์ ออกจะมีคาแรกเตอร์คล้ายๆกัน ปฏิบัติตนและใช้ชีวิตอย่างที่เป็นแบบอย่างกับผู้คนได้ และเมื่อได้อ่าน..รอยพระยุคลบาท..กับสิ่งที่คุณวสิษฐ์ได้ประสบพบเห็นมา เอามากลั่นเป็นนิยายที่สอนใจผู้คน ผมก็รู้ได้ทันทีว่า พระเอกในนิยายของคุณวสิษฐ์...มีตัวตนจริงๆ
ทั้งสามเรื่องคุณต้องอ่าน โดยเฉพาะเรื่องสุดท้าย แล้วคุณจะทราบว่า เทวดาที่มีลมหายใจ มีอยู่จริงและไม่เคยจากไปไหนเลย
18 กุมภาพันธ์ 2560
อาการปวดหลัง ปัจจุบันมีข้อมูลการรักษาอย่างไรบ้าง (2)
เรื่องการใช้ยาในการรักษาอาการปวดหลัง ต่อจากเมื่อวานที่เป็นเรื่องการรักษาโดยไม่ใช้ยา
หัวข้อสรุปนี้มีไม่มาก ผมจึงแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับยาต่างๆ ไปด้วยนะครับจะได้เข้าใจมากขึ้น อย่างเช่นเคยผมแค่สรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ใครต้องการอ่านฉบับเต็มผมทำลิงค์จาก google drive มาให้ครับ
1.พาราเซตามอล ก็ต้องถือว่าเป็นยาที่ประสิทธิภาพดีครับ ใช้กันมากมายแพร่หลาย เรามักคิดว่าประสิทธิภาพมันไม่ดี แต่จากการศึกษาแล้วนั้นเรื่องของประสิทธิภาพในการลดปวดเทียบในระยะสั้นเท่ากับยาลดอาการอักเสบที่เราเรียกว่า เอ็นเสด (NSAIDs) เลยนะครับ ข้อที่ดีกว่าคือ โทษของมันน้อยกว่ายาลดการอักเสบมากๆ สามารถใช้ได้ปลอดภัย
แต่ในเมื่อมันเป็นยาที่ใช้มากที่สุด มันก็พบผลเสียมากที่สุดด้วย อย่ากินเกินขนาดก็พอครับ ในผู้ใหญ่กินยาในขนาดเม็ดละ 500 มิลลิกรัมครั้งละหนึ่งเม็ด หรือถ้าตัวโตๆก็เม็ดครึ่ง พอแล้ว วันละไม่เกิน 10-15 เม็ดก็พอครับ ถ้าจะต้องได้ยาต่อเนื่อง ควรใช้วิธีอื่นๆร่วมด้วยจะดีกว่าครับ
2.NSAIDs ชื่อจริงๆของมันคือ ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เรารู้จักกันดีเวลาปวดข้อ ปวดกล้าม เรามักจะใช้กันมาก อาทิเช่น ibuprofen, diclofenac, ketotifen, celecoxib, etoricoxib ยาตัวนี้นอกจากลดอาการปวด ซึ่งประสิทธิภาพในการลดอาการปวดของมัน ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่ายาพาราเซตามอลมากนัก
ที่มากกว่าคือประสิทธิภาพในการลดการอักเสบในกรณีที่โรคนั้นเกิดจากการอักเสบ เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ปวดหลังจากกระดูกหรือเอ็นอักเสบ ดังนั้นถ้าอาการนั้นไม่ได้เกิดจากการอักเสบก็จะไม่ค่อยเกิดประโยชน์ในการรักษา นอกจากนี้ ผลข้างเคียงที่สำคัญคือ ปวดท้อง ไตเสื่อมและหัวใจวาย เป็นสิ่งที่พึงระวัง
3.ยาลดอาการปวดอนุพันธุ์ของฝิ่นและมอร์ฟีน เช่น ทรามาดอล มอร์ฟีน เพทิดีน ยากลุ่มนี้ลดปวดได้ดี ในอาการปวดหลังเฉียบพลัน สามารถลดปวดได้ดี เท่าๆกับ การใช้ยาพาราเซตามอลบวกกับยาเอ็นเสด และสามารถคืนสภาพการใช้งานกล้ามเนื้อได้ดีพอควร สำหรับการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง ประสิทธิภาพในการลดปวดและคืนสภาพการใช้งาน ทำได้ดีปานกลาง แต่ว่าส่งผลแค่ช่วงสั้นๆหลังกินยาเท่านั้น
**คำเตือนที่สำคัญ ยาพวกนี้ทำให้เกิดอาการติดยาและถอนยาได้ครับ**
4.ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น eperisone, tolperisone, orphenadrine, baclofen ยากลุ่มนี้มีผลการศึกษาชัดเจนในการรักษาอาการปวดหลังเฉียบพลัน ซึ่งใช้ได้ผลเล็กน้อยในการระงับปวดและเพียงช่วงเวลาสั้นๆหลังใช้ยาเท่านั้น การใช้ยาในการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนครับ และไม่ว่าจะใช้ตัวใดยี่ห้อใด ไม่ค่อยต่างกันมากนัก ต้องระวังผลข้างเคียงอันหนึ่งของยากลุ่มนี้ที่พบบ่อยนะครับคือ ง่วงซึม
5.ยาต้านอาการซึมเศร้า เป็นยาที่ใช้ในการปวดหลังเรื้อรังเพราะว่าสามารถไปออกฤทธิ์ที่สารสื่อประสาทที่ควบคุมวงจรการปวดได้ จึงมีแต่ข้อมูลการใช้ในโรคปวดหลังเรื้อรังเท่านั้น ประสิทธิภาพในการลดปวดและการคืนสภาพการใช้งานไม่มากนัก และไม่ต่างกันในแต่ละกลุ่มย่อยของยา เช่น amitriptyline nortriptyline fluoxetine sertraline
6.ยากันชัก อื่นๆ ประสิทธิภาพไม่มากทั้งการปวดหลังเรื้อรังและเฉียบพลัน ข้อมูลก็ไม่ได้มากมาย จนจะเป็นที่สรุปได้ การศึกษาที่มีเป็นการศึกษาขนาดเล็กและผลการลดปวดไม่มากนัก
สรุปว่าการใช้ยาเพื่อลดอาการปวดหลังทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังนั้น ลดปวดได้ปานกลาง สามารถคืนสภาพการทำงานได้เล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น ประสิทธิภาพไม่ได้ต่างจากการรักษาโดยไม่ใช้ยามากนัก และการใช้ยาแต่ละอย่างผลก็ไม่ต่างกันมาก
จึงควรใช้ยาเท่าที่จำเป็นและระวังผลข้างเคียงที่จะเกิดให้มากที่สุดครับ
https://drive.google.com/open?id=0Bw862GrW7-8LRS1zdWF5U0ljYTQ
17 กุมภาพันธ์ 2560
กระดูกสันหลังเคลื่อน...ในโรครูมาตอยด์
กระดูกสันหลังเคลื่อน...ในโรครูมาตอยด์
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่มีการทำลายเยื่อบุผิวข้ออย่างรุนแรงและกว้างขวาง มีการอักเสบเรื้อรัง ถ้ารักษาไม่ดีก็จะเกิดความพิการมือผิดรูปได้ การรักษาตั้งแต่ต้นโดยยาที่ใช้ปรับภูมิคุ้มกันนั้นมีความสำคัญมาก ส่วนใหญ่เราก็จะคำนึงถึงข้อที่เรามองเห็น ข้อมือ ข้อนิ้วเท้า ข้อนิ้วมือ แต่ว่ามีอีกหนึ่งข้อที่เรามองไม่เห็นและมักจะละเลย นั่นคือ...ข้อกระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่หนึ่งและสอง
โดยธรรมชาติ กระดูกสันหลังส่วนคอนั้นร่างกายจะมีระบบป้องกันที่ดีมาก เพราะถ้าเกิดอันตรายอาจหมายถึงพลาดไปทับไขสันหลังส่วนคอ ทำให้ขยับแขนและขาไม่ได้หรือหายใจไม่ได้ สำหรับกระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่หนึ่งและสองมีความสัมพันธ์กันอย่าลึกซึ้ง เพราะต้องรับหน้าที่หลักในการเป็นจุดหมุนของกระโหลกและกระดูกคอ ธรรมชาติจึงสรรค์สร้างอย่างลงตัวให้กระดูกสันหลังซี่ที่หนึ่งเป็นวง ส่วนซี่ที่สองจะมี "เดือย" กระดูกโผล่จากด้านบน เพื่อสอดรับเข้าไป ช่องพิเศษของซี่ที่หนึ่ง และมีเส้นเอ็นยึดไว้ รัดรึงไว้อย่างกระชับ ไม่หลุด ไม่เคลื่อน แม้จะเคลื่อนที่อย่างหนักหน่วงแต่ก็มั่นคง
แต่เมื่อเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์นานๆ ข้อต่อตรงนี้อาจจะหลวม ย่อหย่อน ส่งผลให้ "เดือย" อาจเคลื่อนเลื่อนหลุดได้ ก็จะมีอาการปวดต้นคอเรื้อรัง ในบางจังหวะเวลาที่เจ้า "เดือย" หรือตัวฐานกระดูก ไปกดเบียดไขสันหลังหรือก้านสมอง อาจมีอาการชา อ่อนแรง หรือมีอาการของก้านสมองถูกกด ไม่ว่าจะเป็นหมดสติ ความดันและชีพจรต่ำ หายใจลดลง วิงเวียนรุนแรง อันนี้ต้องรีบแก้ไขครับ แต่โชคดีที่ส่วนมากไม่ค่อยกดเส้นประสาท ปัญหาหลักคือ ปวดต้นคอมากๆ
จึงนับว่าเป็นอีกปัญหาและผลข้างเคียงแทรกซ้อนของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ครับ พบไม่บ่อยแต่ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ซ่อนอยู่ได้ ภาพที่ผมเอามาให้ดูเป็นภาพจริง ที่มีการเลื่อนของกระดูกต้นคอ เลื่อนขึ้นด้านบน เดือยกระดูกที่ว่าก็ไปกดที่ฐานกระโหลกตรงบริเวณก้านสมอง ทำให้เกิดอาการปวดต้นคอและวิงเวียนรุนแรงมากๆ ...ใช้ศัพท์ว่า basilar invagination of odontoid process.. อาจเป็นความผิดปกติของกระดูกตั้งแต่เกิดได้ แต่ในรายนี้คงคิดถึงการเลื่อนหลุด ของกระดูกสันหลังส่วนคอ ซี่ที่หนึ่งและสองครับ ..และการเลื่อนแบบนี้ศัพท์ทางการแพทย์เรียก atlato-axial subluxation (atlas คือ กระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่หนึ่ง ที่รองรับกระโหลก ..axis คือกระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่สอง ที่มีเดือยสอดใส่ใน atlas...subluxation ก็ข้อเคลื่อนครับ)
แถม.. เราเรียกกระดูกนี้ว่าแอตลาสเพราะรองรับกระโหลกตามชื่อ แอตลาส เทพในตระกูลไททันของกรีกโบราณ แอตลาสเป็นลูกชายของ Lapetus และ Clymene เป็นแม่ทัพของไททันในการทำสงครามกับเหล่าเทพบนเขาโอลิมปัส (แต่ไททันหลายคน ก็ไปอยู่ข้างเทพ เช่น โปรมีเธอุส น้องชายของแอตลาส ผู้ขโมยไฟจากสรวงสวรรค์มาให้มนุษย์ใช้) แน่นอน..เทพแต่งนิยาย ..เทพชนะสงคราม คุณซูส หัวหน้าเทพ ก็เลยลงโทษแอตลาส ให้แบก..ท้องฟ้า เอาไว้ชั่วนิรันดร์ แบกท้องฟ้านะครับ ไม่ได้แบกโลก แต่ศิลปินโบราณคงวาดท้องฟ้าและปั้นท้องฟ้ายาก จึงออกมาเป็นรูปแบกลูกกลมๆ คนรุ่นหลังคิดว่าแบกโลก จริงๆแบกท้องฟ้านะครับ
..แอตลาส ยืนแบกอยู่ทางทิศตะวันตก หันหน้าตะวันตก สมัยกรีก เขาคิดว่าโลกมีศูนย์กลางอยู่แถว อิตาลี และกว้างแค่ยุโรป ตะวันตกสุดของเขาก็คือ มหาสมุทรใหญ่ จึงเรียกว่า มหาสมุทรของแอตลาส..มหาสมุทรแอตแลนติก
...บางตำนานว่า เปอร์ซีอูส ได้ปราบแอตลาส โดยใช้หัวเมดูซ่าที่เป็นงู ใครเห็นจะกลายเป็นหิน แม้กระทั่งเทพ ..ตกลงคนกลัวเปอร์ซีอูส เพราะเขากลัวเมดูซ่าต่างหาก.. แอตลาสได้กลายเป็นหิน เป็นภูเขาที่ศูนย์กลางโลก คือ เทือกเขาแอตลาส ในโมร็อกโก ที่ท่องเที่ยวสุดฮิต
...แอตลาส เป็น อาจารย์สอนวิชาดาราศาสตร์และเดินเรือ สมัยนั้นเขาฮิตใช้เรือใบ และดูดาว เข็มท๊งเข็มทิศไม่ค่อยพกกัน หลายๆที่มาบอกว่า ก็เรียกแผนที่ (atlas) ตามชื่อคุณแอตลาสนี่แหละ
...แพทย์ยุคก่อน เห็นกระดูกคอซี่ที่หนึ่งต้องแบกรับกระโหลกไว้ตลอด ก็เลยตั้งชื่อว่า atlas ครับ
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่มีการทำลายเยื่อบุผิวข้ออย่างรุนแรงและกว้างขวาง มีการอักเสบเรื้อรัง ถ้ารักษาไม่ดีก็จะเกิดความพิการมือผิดรูปได้ การรักษาตั้งแต่ต้นโดยยาที่ใช้ปรับภูมิคุ้มกันนั้นมีความสำคัญมาก ส่วนใหญ่เราก็จะคำนึงถึงข้อที่เรามองเห็น ข้อมือ ข้อนิ้วเท้า ข้อนิ้วมือ แต่ว่ามีอีกหนึ่งข้อที่เรามองไม่เห็นและมักจะละเลย นั่นคือ...ข้อกระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่หนึ่งและสอง
โดยธรรมชาติ กระดูกสันหลังส่วนคอนั้นร่างกายจะมีระบบป้องกันที่ดีมาก เพราะถ้าเกิดอันตรายอาจหมายถึงพลาดไปทับไขสันหลังส่วนคอ ทำให้ขยับแขนและขาไม่ได้หรือหายใจไม่ได้ สำหรับกระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่หนึ่งและสองมีความสัมพันธ์กันอย่าลึกซึ้ง เพราะต้องรับหน้าที่หลักในการเป็นจุดหมุนของกระโหลกและกระดูกคอ ธรรมชาติจึงสรรค์สร้างอย่างลงตัวให้กระดูกสันหลังซี่ที่หนึ่งเป็นวง ส่วนซี่ที่สองจะมี "เดือย" กระดูกโผล่จากด้านบน เพื่อสอดรับเข้าไป ช่องพิเศษของซี่ที่หนึ่ง และมีเส้นเอ็นยึดไว้ รัดรึงไว้อย่างกระชับ ไม่หลุด ไม่เคลื่อน แม้จะเคลื่อนที่อย่างหนักหน่วงแต่ก็มั่นคง
แต่เมื่อเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์นานๆ ข้อต่อตรงนี้อาจจะหลวม ย่อหย่อน ส่งผลให้ "เดือย" อาจเคลื่อนเลื่อนหลุดได้ ก็จะมีอาการปวดต้นคอเรื้อรัง ในบางจังหวะเวลาที่เจ้า "เดือย" หรือตัวฐานกระดูก ไปกดเบียดไขสันหลังหรือก้านสมอง อาจมีอาการชา อ่อนแรง หรือมีอาการของก้านสมองถูกกด ไม่ว่าจะเป็นหมดสติ ความดันและชีพจรต่ำ หายใจลดลง วิงเวียนรุนแรง อันนี้ต้องรีบแก้ไขครับ แต่โชคดีที่ส่วนมากไม่ค่อยกดเส้นประสาท ปัญหาหลักคือ ปวดต้นคอมากๆ
จึงนับว่าเป็นอีกปัญหาและผลข้างเคียงแทรกซ้อนของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ครับ พบไม่บ่อยแต่ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ซ่อนอยู่ได้ ภาพที่ผมเอามาให้ดูเป็นภาพจริง ที่มีการเลื่อนของกระดูกต้นคอ เลื่อนขึ้นด้านบน เดือยกระดูกที่ว่าก็ไปกดที่ฐานกระโหลกตรงบริเวณก้านสมอง ทำให้เกิดอาการปวดต้นคอและวิงเวียนรุนแรงมากๆ ...ใช้ศัพท์ว่า basilar invagination of odontoid process.. อาจเป็นความผิดปกติของกระดูกตั้งแต่เกิดได้ แต่ในรายนี้คงคิดถึงการเลื่อนหลุด ของกระดูกสันหลังส่วนคอ ซี่ที่หนึ่งและสองครับ ..และการเลื่อนแบบนี้ศัพท์ทางการแพทย์เรียก atlato-axial subluxation (atlas คือ กระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่หนึ่ง ที่รองรับกระโหลก ..axis คือกระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่สอง ที่มีเดือยสอดใส่ใน atlas...subluxation ก็ข้อเคลื่อนครับ)
แถม.. เราเรียกกระดูกนี้ว่าแอตลาสเพราะรองรับกระโหลกตามชื่อ แอตลาส เทพในตระกูลไททันของกรีกโบราณ แอตลาสเป็นลูกชายของ Lapetus และ Clymene เป็นแม่ทัพของไททันในการทำสงครามกับเหล่าเทพบนเขาโอลิมปัส (แต่ไททันหลายคน ก็ไปอยู่ข้างเทพ เช่น โปรมีเธอุส น้องชายของแอตลาส ผู้ขโมยไฟจากสรวงสวรรค์มาให้มนุษย์ใช้) แน่นอน..เทพแต่งนิยาย ..เทพชนะสงคราม คุณซูส หัวหน้าเทพ ก็เลยลงโทษแอตลาส ให้แบก..ท้องฟ้า เอาไว้ชั่วนิรันดร์ แบกท้องฟ้านะครับ ไม่ได้แบกโลก แต่ศิลปินโบราณคงวาดท้องฟ้าและปั้นท้องฟ้ายาก จึงออกมาเป็นรูปแบกลูกกลมๆ คนรุ่นหลังคิดว่าแบกโลก จริงๆแบกท้องฟ้านะครับ
..แอตลาส ยืนแบกอยู่ทางทิศตะวันตก หันหน้าตะวันตก สมัยกรีก เขาคิดว่าโลกมีศูนย์กลางอยู่แถว อิตาลี และกว้างแค่ยุโรป ตะวันตกสุดของเขาก็คือ มหาสมุทรใหญ่ จึงเรียกว่า มหาสมุทรของแอตลาส..มหาสมุทรแอตแลนติก
...บางตำนานว่า เปอร์ซีอูส ได้ปราบแอตลาส โดยใช้หัวเมดูซ่าที่เป็นงู ใครเห็นจะกลายเป็นหิน แม้กระทั่งเทพ ..ตกลงคนกลัวเปอร์ซีอูส เพราะเขากลัวเมดูซ่าต่างหาก.. แอตลาสได้กลายเป็นหิน เป็นภูเขาที่ศูนย์กลางโลก คือ เทือกเขาแอตลาส ในโมร็อกโก ที่ท่องเที่ยวสุดฮิต
...แอตลาส เป็น อาจารย์สอนวิชาดาราศาสตร์และเดินเรือ สมัยนั้นเขาฮิตใช้เรือใบ และดูดาว เข็มท๊งเข็มทิศไม่ค่อยพกกัน หลายๆที่มาบอกว่า ก็เรียกแผนที่ (atlas) ตามชื่อคุณแอตลาสนี่แหละ
...แพทย์ยุคก่อน เห็นกระดูกคอซี่ที่หนึ่งต้องแบกรับกระโหลกไว้ตลอด ก็เลยตั้งชื่อว่า atlas ครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
แบบประเมินอาการโรคถุงลมโป่งพอง(COPD Assessment Test) หรือ CAT เป็นแบบทดสอบมาตรฐานที่ใช้ประเมินอาการผู้ป่วยในแต่ละครั้ง ทำไมต้องใช้แบ...
-
statin กับสมองเสื่อม จริง ๆ แล้วมีการศึกษาหลายการศึกษาแล้วนะครับที่แสดงผลว่าการใช้ statin ไม่เกี่ยวอะไรกับสมองเสื่อม โดยปรับตามอายุ ตามโรค...
-
ผู้ป่วยรายหนึ่งมาปรึกษาว่าตัวเองเป็นโรคถุงลมโป่งพอง เลิกบุหรี่แล้ว ใช้ยาพ่นตลอดไม่เคยขาด ไปหาหมอตามนัด แต่ยังเหนื่อยและทำงานไม่ไหว มาปรึ...