29 กุมภาพันธ์ 2559

โรคบาดทะยัก

โรคบาดทะยัก

โรคบาดทะยักยังพบอยู่ประปรายครับ และถ้าเกิดแล้วจะทำให้เกิดความพิการ ความยุ่งยากมากมาย ในขณะที่ป้องกันได้ง่ายและประสิทธิภาพดี
ส่วนมากเราจะละเลยเวลาเกิดบาดแผล เวลาซักประวัติคนที่เป็นบาดทะยัก มักจะได้ประวัติมีบาดแผลแต่ว่าละเลยการดูแลเกือบทั้งสิ้น วันนี้ผมอยากจะมาย้ำถึงแผลที่เสี่ยงต่อการเกิดบาดทะยัก ( tetanus-proned wound)

1. บาดแผลที่เปิดเอาไว้นานเกิน 6 ชั่วโมงก่อนทำแผล
2. บาดแผลทิ่มทะลุ ผิวหนัง
3. บาดแผลที่มีเนื้อตาย เช่น ไขมันใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ เมื่อตายจะสีคล้ำ ไม่มีเลือดออก
4. มีการติดเชื้อจากบาดแผลนั้น
5. ปนเปื้อนดิน น้ำ หรือสารที่สงสัยว่าจะมีเชื้อบาดทะยักอยู่ เช่น ไม้ โลหะ
6. แผลไฟไหม้ หรือน้ำแข็งกัด แผลน้ำแข็งกัดนี่ไม่ได้ค้นอ้างอิงเพิ่มครับ เพราะว่าน่าจะพบน้อยมากๆๆ
7. แผลบาดเจ็บจากวัตถุแรงสูง เช่น ปืน สะเก็ดระเบิด
8. แผลสัตว์กัด คนกัด หรือสัตว์ข่วน

เมื่อเกิดบาดแผลต่างๆเหล่านี้ ควรล้างแผลและจัดการแผลให้ดี เบื้องต้นเลยควรใช้น้ำสุกล้างกับสบู่ธรรมดา ฟอกสัก 5 นาทีเลย หรือถ้ามีน้ำยาฟอกฆ่าเชื้อโพวิดีนก็จะดีมาก แล้วรีบไปทำแผลที่รพ.
ส่วนถ้าไม่เคยฉีดวัคซีนก็ควรฉีดให้ครบ 3 เข็ม และหนึ่งในสามเข็มนั้นอาจใช้ วัคซีนรวม คอตีบ-บาดทะยัก หรือ คอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก ไปเลย และในบางคนที่แผลแย่มากอาจต้องฉีดซีรุ่มต้านบาดทะยักด้วยครับ
โดยทั่วไปวัคซีนก็คุ้มครอง 10 ปีครับ เรายังไม่มีแผลก็ไปฉีด คอตีบ-ไอกรน-บาดทะยักได้นะครับ 1 เข็มทุกๆ 10 ปี
โรคพวกนี้เป็นแล้วไม่คุ้มครับ น่ากลัวมาก ป้องกันได้ให้ทำเลย

ข้อมูลจาก WHO

28 กุมภาพันธ์ 2559

ความประทับใจในเรื่องราวความเห็นอกเห็นใจ

ความประทับใจในเรื่องราวความเห็นอกเห็นใจ

ผมอ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย มาเล่าให้ท่านฟังมากมาย วันนี้ขอเล่าความประทับใจในเรื่องราวต่างๆรอบตัวที่ผมรู้สึกดี ที่มาอ้างอิงคือ ตัวเอง

1. มัคคุเทศก์เยาวชน ที่เป็นเด็กท้องถิ่น ได้บอกเล่าเรื่ิองราว ความภาคภูมิใจท้องถิ่น ได้ฝึกทักษะการนำเสนอ หรือภาษาอังกฤษ

2. พี่มัธยมที่โรงเรียน มาคอยดูแลน้องๆอนุบาลเวลาผู้ปกครองมาส่ง มันเป็นการฝึกความอดทน การรู้จักปกป้องดูแลน้องๆ สิ่งที่ควรปกป้อง

3. ผู้นำเต้นแอโรบิกตามสวนต่างๆ เขามาด้วยใจ รับความสุขคือหยาดเหงื่อของผู้มาออกกำลังกาย ไม่ได้หวังการตอบแทนอะไร

4. อาสาสมัครตอนน้ำท่วม ผมเคยเป็นผู้ประสบภัย รู้เลยว่ามือของเขาที่จับมือเราขึ้นรถ แล้วยื่นน้ำให้ มันยิ่งใหญ่มากๆ หนึ่งในสิ่งที่เงินจ้างไม่ได้ และซื้อหาไม่ได้

5. มอเตอร์ไซค์รับจ้างปากซอย มาช่วยเข็นรถที่ดับ โดยไม่ต้องเรียกร้อง ท่านลองสังเกตดูสิ นี่คือคนกลุ่มแรกที่มาช่วย

6. อาสาอ่านหนังสือเสียงให้คนตาบอด เป็นการเปิดโลกให้เขา ผมเองได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้ มันอิ่มใจจริงๆ

7. คนที่มาบริจาคเลือด ไม่ว่าเขาจะมาด้วยเหตุผลใด บางครั้งเขาสละอวัยวะเพียงเล็กน้อย แต่ต่อชีวิตคนได้มหาศาล ( ถ้าใครเคยขอเลือด จะพบว่ามันขอยากมาก)

8. หมอที่ยอมพักเลยเวลา เพราะคนไข้ที่รอด้วยความหวัง การเจ็บป่วยเป็นความทรมานสุดขีดของมนุษย์ บางครั้งหมอไม่สามารถรักษาโรคได้ แต่รักษาความทรมานนั่นได้

9. คนที่ดูแลหมาแมวที่คนทิ้งขว้าง สัตว์พวกนี้ไม่ได้ถูกธรรมชาติเลือกให้แย่หรืออด แต่พวกเขาถูกกระทำโดยมนุษย์ คนกลุ่มนี้ได้ไถ่โทษให้มนุษย์ประเสริฐ ที่กระทำแบบนี้กับสัตว์

10. แฟนเพจทุกคน ที่ติดตามแอดมินกิ๊กก๊อกมาตลอด เล่าเรื่องแบบกวนๆ สำนวนก็ไม่ได้สนุกเล้ยย แต่ก็ยอดเพิ่มขึ้นเรื่ิอยๆ...สุขครับ

27 กุมภาพันธ์ 2559

การวินิจฉัยเบาหวาน

การวินิจฉัยเบาหวาน

เบาหวานต้องวินิจฉัยโดยมีผลเลือดเสมอ ผู้ป่วยหลายๆคนมาปรึกษาผมโดยเอาผลเลือดหนึ่งแผ่นมาด้วย แต่คงวินิจฉัยได้ยาก วันนี้จึงอยากมาเล่าการตรวจเลือดเพื่อการวินิจฉัยเบาหวานครับ ตามเกณฑ์ที่เราใช้กันทุกวัน ADA guideline 2016
การตรวจวินิจฉัยเบาหวานต้องทำตามเกณฑ์ที่ถูกต้องนะครับ เพราะผู้ป่วยต้องรักษาไปตลอดชีวิต การตรวจนั้นมีหลายแบบตามความสะดวก ตามความน่าจะเป็นตามอาการที่พบ เราใช้การตรวจ 4 อย่างเพื่อวินิจฉัยครับ

1. การตรวจเลือดขณะที่งดอาหาร อย่างน้อย 8 ชั่วโมง พอดื่มน้ำได้บ้างนะครับ ในคำแนะนำเขียนว่า งดพลังงาน 8 ชั่วโมง แล้วมาเจาะเลือด ใช้เจาะปลายนิ้วไม่ได้นะครับ ถือเอาค่าที่มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

2. ถ้ามีอาการของเบาหวานชัดเจน เช่น กินจุ หิวน้ำมากๆ น้ำหนักลด ปัสสาวะบ่อย ความเสี่ยงชัดเจน ก็เจาะเลือดตรวจเวลาใดก็ได้ ถือเอาค่าที่มากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

3. ใช้การทดสอบให้ดื่มน้ำตาลกลูโคส 75 กรัมละลายน้ำ แล้วรอสองชั่วโมงหลังจากนั้นก็เจาะเลือดติดตาม ถือเอาค่าที่มากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรเป็นเกณฑ์ ซึ่งมักทำต่อเนื่องกับการทดสอบในข้อหนึ่ง
ขั้นตอนนี้จะคล้ายๆกับการวินิจฉัยเบาหวานจากการตั้งครรภ์ โดยทำการทดสอบในข้อหนึ่งและข้อสาม และเพิ่มการตรวจเลือดที่ชั่วโมงที่หนึ่งหลังกินน้ำตาลด้วย เป็นเจาะก่อนกินน้ำตาลหนึ่งครั้ง ให้กินน้ำตาล หลังจากนั้นอย่าเพิ่งกินอะไรรอเจาะเลือดอีกครั้งอีกหนึ่งชั่วโมงและสองชั่วโมง โดยใช้ค่าน้ำตาลที่มากกว่า 92,180,153 ตามลำดับเวลา ค่าใดค่าหนึ่งก็ได้ (HAPO study)

4. ใช้การตรวจค่า HbA1c ที่เป็นน้ำตาลอิ่มตัวที่เกาะกับเม็ดเลือดแดง บอกเป็นค่าเฉลี่ยของน้ำตาลตลอดช่วง 8-10 สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าน้ำตาลตัวนี้ไม่แปรปรวนในช่วงเวลาต่างๆของวัน เจาะเลือดเวลาใดก็ได้ แต่ต้องระมัดระวังการแปลผลในคนที่โลหิตจางด้วยครับ และห้ามใช้อุปกรณ์การวัด HbA1c จากปลายนิ้ว ให้ใช้การเจาะเลือดจากหลอดเลือดไปทดสอบโดยวิธีที่ได้มาตรฐานและการรับรองจาก องค์กร NGSP , www.ngsp.org โดยใช้ค่าที่มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5% เป็นเกณฑ์ครับ

ไม่ว่าใช้การทดสอบใด ก็จะต้องทดสอบโดยวิธีเดียวกันสองครั้ง ต้องเกินเกณฑ์ทั้งสองครั้ง ในกรณีเกินแค่อันเดียวอาจนัดมาทดสอบซ้ำในอีกสามเดือนถัดไป ครับ และถ้าปกติดีแต่ยังมีความเสี่ยงเช่นมีพ่อแม่พี่น้องเป็นเบาหวาน อ้วนมาก เคยคลอดบุตรน้ำหนักตัวมาก หรือเคยเป็นโรคหลอดเลือดต่างๆ ก็ควรตรวจซ้ำทุกสามปีครับ

การรักษาโรคให้หาย ป้องกันโรคได้ดี ต้องมาจากการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำก่อนนะครับ

26 กุมภาพันธ์ 2559

ดาราฮอลลีวู้ด กับ การติดเชื้อ HIV

ดาราฮอลลีวู้ด กับ การติดเชื้อ HIV

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ดาราฮอลลีวูด ชาร์ลี ชีน ได้ประกาศตัวต่อสาธารณชนว่าเขาคือผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ทันใดนั้นก็เกิดปรากฏการณ์ตื่นตัวเกี่ยวกับโรคนี้กันมาก เหมือนกับกรณีไข้เลือดออกของคุณทฤษฎี กรณีมะเร็งรังไข่ของคุณพิมพ์มาดา กรณีการตัดเต้านมเพื่อป้องกันมะเร็งของแองเจลลิน่า โจลี่ หลายๆกรณีคนยังจำได้ หลายๆกรณีก็ลืมเลือน
วารสาร JAMA ส่ง twitter มาบอกข่าวแต่เช้าเกี่ยวกับการศึกษาผลของการประกาศตัวของชาร์ลี ชีน โดยดูข้อมูลการค้นหาโรคและคำที่เกี่ยวกับโรคจากสำนักข่าง bloomberg และ google ผมยังไม่เห็นตัววารสารเต็มๆนะครับแต่ก็งงว่าทำไมจึงต้องเป็นสำนักข่าว bloomberg ด้วย ผมเองฟัง CNN กับ BBC เขาก็ยังไม่ได้ "ให้ความสำคัญ" กับพื้นที่ข่าวนี้มากนัก

เขาทำการศึกษา 3 สัปดาห์นับจากวันประกาศ (ยังกะรู้ล่วงหน้า) ว่าวันที่ชีนประกาศตัวนั้น ข่าวต่างๆรายงานเกี่ยวกับเอชไอวีเพิ่มขึ้น 265% ในขณะที่ google รายงานการค้นหาเกี่ยวกับ HIV 2.75ล้าน การค้นหา โดยการค้นต่างๆพุ่งขึ้นสูงสุดใน 24 ชั่วโมงแล้วค่อยๆลดลง อย่างรวดเร็วในเวลาแค่ 72 ชั่วโมงเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้ก่อนยุคอินเตอร์เน็ตในอุ้งมือ ซึ่งข่าวสารไม่ไวเท่านี้ก็ยังเป็นปรากฎการณ์พลิกโลกสำหรับการตื่นรู้โรคเอชไอวี คือเมื่อนักบาสเกตบอล เมจิก จอห์นสัน ประกาศตัวว่าติดเชื้อเอชไอวี

ปรากฏการณ์แบบนี้ต้องขออนุโมทนาบุญให้กับชาร์ลี ชีน ครับ ที่ทำให้เกิดการตื่นตัวเกี่ยวกับโรค การป้องกันและการรักษา รายงานการถามเกี่ยวกับถุงยางอนามัยก็เพิ่มมากนะครับ น่าจะเป็นโอกาสดีที่สาธารณสุขจะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะอย่าลืมว่าปริมาณการค้นหาจำนวนมหาศาล มันจะต้องมีข้อมูลผิดๆออกมาอย่างแน่นอน ถ้าคนได้รับข้อมูลผิดๆ ปรากฏการณ์ชีนครั้งนี้อาจเป็นผลเสียมากมาย แต่ถ้าสาธารณสุขไทยทันเกมและเล่นกับสื่อเป็น จะช่วยสร้างความเข้าใจได้มากทีเดียว ในอารมณ์กำลังอยากรู้ พร้อมจะรับข้อมูลที่ถูกต้อง (เท่าที่ผ่านมา..จะเกมโอเวอร์ซะก่อนทุกที)

เพจเราก็เลย..เล่นกับสื่อ..ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง..ให้แฟนๆได้เสพกันอย่างฟินๆ

25 กุมภาพันธ์ 2559

อาการปวดตามเส้นประสาทหลังจากการติดเชื้องูสวัด

อาการปวดตามเส้นประสาทหลังจากการติดเชื้องูสวัด เป็นที่สงสัยกันมานานถึงแม้โรคจะหายไปแล้วแต่ทำไมยังปวดมาอยู่บ่อยๆ ตกลงว่าหายหรือยัง ?

อาการปวดแบบนี้ (ขอเรียกสั้นๆว่า PHN) เกิดจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทรับความรู้สึกซึ่งได้รับบาดเจ็บอย่างมากตอนที่งูสวัดยังขึ้นเป็นตุ่ม แถมตัวเชื้อยังไปฝังตัวอยู่ที่ปมประสาทรับความรู้สึกอีกด้วย ทำให้ยังมีอาการปวดต่อเนื่องอีกนาน และบางครั้งอาจมีอาการหนัก แค่สัมผัสเบาหรือลมพัดมาก็ปวดแสบที่เรียกว่า allodynia แต่ว่าอาการปวดต่างๆก็ไม่ได้มากจนถึงขั้นรบกวนชีวิตประจำวัน หรือปวดจนต้องตื่นแต่อย่างใด

ปัจจัยที่จะเกิดการปวดแบบนี้หลักๆคืออายุครับ ยิ่งเป็นงูสวัดตอนอายุมากจะยิ่งมีโอกาสเกิด PHN มากขึ้น อายุน้อยกว่า 60 โอกาสเกิด 5% อายุ 60-69 โอกาสเกิด 10% และถ้าอายุมากกว่า80 โอกาสเกิดมากกว่า 20% ส่วนปัจจัยที่จะช่วยลดการเกิด PHN คือการได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสงูสวัดตั้งแต่เริ่มเป็น ส่วนมากบ้านเรามักจะไป "เป่า" กันครับ นอกจากจะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนจากน้ำลายคนแล้ว ยังเสียโอกาสที่จะได้รับยาต้านไวรัสภายใน 72 ชั่วโมง และถ้าได้ยาต้านไวรัสเร็วก็จะลดเวลาการดำเนินโรคและลดโอกาสการเกิด PHN นี้ครับ
การปวดนี้ไม่ได้อันตรายแต่ว่าน่ารำคาญและต้องใช้ยามากกว่า 1 ชนิดถึงจะจัดการอาการปวดนี้ได้ เพราะเป็นอาการปวดที่เส้นประสาทเองจึงมักจะหายยาก และเรามักจะเริ่มใช้ยาทีละตัวที่ขนาดต่ำๆแล้วค่อยๆปรับขึ้น หรือใช้ยาต่ำๆสองตัวร่วมกันก็ได้ครับเพื่อลดผลข้างเคียงจากยา ยาที่ใช้ได้ก็มีดังนี้ครับ

1. ยาแก้ปวดแบบทาเฉพาะที่ แนะนำอันนี้ก่อนครับ เพราะใช้ได้ผลดีและผลข้างเคียงต่ำมาก เช่นครีมยาชา ครีมcapsaicin และควรใช้ต่อเนื่องกัน 3-4 สัปดาห์ครับ

2. ยาต้านโรคซึมเศร้าชนิด tricyclic antidepressant ที่ใช้บ่อยก็ยา amitriptyline ที่เป็นยากินหลักในการรักษา PHN ที่ใช้ลดความไวเส้นประสาท แต่ก็ต้องระวังผลข้างเคียงจากยาเช่น หน้ามืด ปัสสาวะลำบาก ปากแห้ง ในกรณีทนไม่ไหวอาจใช้ยากล่ม SNRI แทนได้เช่น venlafazine แต่ก็ต้องระวังผลเสียเช่นกัน

3. ยากันชัก เดิมนั้นยา carbamazepine ใช้ได้ผลดีแต่เนื่องจากมีการแพ้ยามาก จึงมักใช้ยาในกลุ่มใหม่ๆที่ผลดีเท่าๆกับยาเก่าแต่ไม่ค่อยมีผลเสียเช่น gabapentin หรือ pregabalin

4. อนุพันธุ์ของมอร์ฟีน ก็มักจะใช้เมื่ออาการปวดรุนแรงนะครับ

ในกรณีอาการปวดรุนแรงมากและใช้ยาไม่ได้แล้วก็ยังมีวิธีการระงับปวดโดยใช้ยาชาเข้าที่ รากประสาทตรงไขสันหลัง ซึ่งก็อันตรายนะครับ และปัจจุบันหลายๆบริษัทยาก็กำลังทดลองยาใหม่อีกอย่างน้อย 2 ตัว (อยู่ในเฟสสาม) เพื่อมารักษาอาการนี้โดยเฉพาะครับ

การป้องกันดีกว่าการแก้ไขเสมอครับ

บทความที่ได้รับความนิยม