การระบาดจากร่างผู้เสียชีวิต : อีโบล่า
ข่าวก่อการไม่สงบในศูนย์กักกันโรคของคองโก ชาวบ้านไปเผ่าศูนย์ควบคุมโรคอีโบล่าที่กำลังระบาด เพราะไม่พอใจที่ไม่ให้ทำศพตามพิธีกรรมความเชื่อ ในความทรงจำใกล้ ๆ ของเราอาจจะคุ้นเคยกับยุคโควิดที่ต้องรีบเผาศพ หนึ่งในนั้นคือน้าค่อม ชวนชื่น
ความเป็นจริงแล้วมีโรคไม่เยอะนักนะครับ ที่มีหลักฐานว่าระบาดและติดต่อจากการสัมผัสศพ โรคที่มีรายงานและมีปัญหามากคือไวรัสอีโบล่า ด้วยสองสาเหตุ
หนึ่งคือ ปริมาณเชื้อที่ยังมากในศพผู้เสียชีวิต อีโบล่าแพร่เร็ว เป็นเร็ว ตายเร็ว ในขณะเสียชีวิตนั้น ปริมาณเชื้อในสารคัดหลั่งต่าง ๆ สูงมาก
สองคือ พิธีกรรมของชาวคองโกในแถบนั้น จะมีการสัมผัสศพแบบใกล้ชิดมาก ทั้งกอด ทั้งจัดให้อยู่ในกิจกรรมประจำวัน มีรายงานการจุมพิตศพอีกด้วย ทำให้เกิดการติดต่อง่าย
การระบาดของอีโบล่าในคองโก ฤดูระบาด 2015-2016 เกิดจากคลัสเตอร์งานศพครับ
นอกจากอีโบล่าแล้ว โรคติดเชื้อไวรัส Marlburg ก็เป็นอีกโรคที่มีรายงานการแพร่ระบาดจากศพ และมาจากดินแดนแอฟริกาเช่นกัน โรคที่เคยมีรายงานแต่เป็นรายงานทางประวัติศาสตร์ เพราะปัจจุบันไม่ระบาดแล้วคือ กาฬโรค ในยุคที่เป็น black death ส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการศพที่ไม่ดี (เยอะเกินกว่าจะจัดการได้)
ไวรัสซารส์โควีทู หรือโควิด ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่สามารถระบาดผ่านศพ แต่รายงานน้อยกว่าโรคอื่น เพราะเราจัดการได้ดีครับ โรควัณโรคปอดก็มีรายงานการระบาดในคนที่ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ แต่รายงานก็น้อยอีกเพราะเขาป้องกันอย่างดี
CDC ของแอฟริกาให้คำแนะนำการจัดการงานศพสำหรับโรคระบาดที่มาจากศพได้ ควรจำกัดคนเข้าร่วม ไม่สัมผัสศพโดยตรง เว้นระยะห่าง ใช้เวลางานศพไม่นาน (แต่ไม่ได้บอกเวลาที่แน่นอน) สัปเหร่อที่จัดการต้องสวมชุดป้องกันโรค personal protection equipment และในโรคอีโบล่า ต้องใส่แบบป้องกันสูงสุดที่ระบุเป็น ebola protocol ด้วยครับ
